
ยอดหญิงปันซู 23
“หลันจือ” ขอ “เติ้ง” ว่าหลังแต่งงาน ขอกลับมาเป็นอาจารย์ แต่ “เติ้ง” ไม่ยอมเกรงว่าจะไปแกล้ง “ปันซู” อีก
ทุกวันจันทร์อังคารเวลา 18.25 น. ทางช่อง NOW26
Ban shu Legend ตอนที่ 23
เว่ยอิงเอารากหญ้าหมาหวงให้หมอหลวงดู หมอหลวงรู้ทันที ปันซูตะลึง หลันจือเหล่มองอาเฉิน
“ถูกต้อง รากหญ้าหมาหวง มันสามารถขับเหงื่อได้ เป็นยาที่หมอใช้ ตอนที่ข้าดูแลต้นอ้อ เห็นรากนี้เต็มไปหมดแต่รากนี้ มีผลอีกอย่าง ผู้ใช้มัน หัวใจจะเต้นแรง นักรบในกองทัพ ได้รับบาดเจ็บ จะใช้สิ่งนี้ ท่านหมอหลวง ข้าพูดถูกต้องมั้ย”
“ท่านพูดได้ถูกต้อง”
“อาจารย์โค่ว ถ้าข้าจำไม่ผิด แม่ของแม่นางหลินมาจากตระกูลแพทย์ชื่อดัง ที่บ้านมีความรู้ หากเจ้าร่างกายอ่อนแอจริง ทำไมต้องพกมันติดตัวด้วย”
ปันซูจ้องทั้งสอง “เฮอะ ดี พวกเจ้าจงใจวางแผนใส่ร้ายข้า”
อาเฉินปฏิเสธ “ข้าไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน”
เว่ยอิงว่า “งั้นทำไมเล็บเจ้าเปื้อนดิน ทำไมที่ตัวมีกลิ่นรากนี้ ที่มุมหลังสวน น่าจะยังมีรากนี้ แค่เปรียบเทียบกับที่อยู่ในมือเจ้า ความจริงก็จะปรากฏ อายุยังน้อยแต่คิดไม่ซื่อ สมกับเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์โค่ว”
หลันจือต่อว่าเว่ยอิง “เว่ยอิง เจ้าใส่ร้ายข้า”
“ใส่ร้ายเจ้าเหรอ ดี ข้าจะไปที่หลังสวนเดี๋ยวนี้ เข้าเฝ้าไทเฮา หลักฐาน ยิ่งมากก็ยิ่งดี”
“ช้าก่อน อย่าไป หยุดเดี๋ยวนี้”
เว่ยอิงมอง “ทำไม กลัวเหรอ”
หลันจือตบหน้าอาเฉิน “อาเฉิน เจ้าทำให้ข้าผิดหวัง แอบขี้เกียจไม่อยากวิ่ง กล้าแต่งเรื่องโกหก เจ้ารีบขอโทษ..อาจารย์ปันซะ”
อาเฉินยอมขอโทษ “อาจารย์ปัน ข้าผิดไปแล้ว ท่านเป็นคนใจกว้าง อภัยให้ข้าด้วย”
หลันจือขอร้องปันซู “ใช่ น้องปัน อาเฉินยังเด็ก ครั้งนี้ ให้อภัยนางเถอะ”
“ข้าไม่ให้อภัย” ปันซูเสียงแข็ง อาเฉินตกใจ เหยาเจวียนกับเว่ยอิงก็เช่นกัน
ปันซูเอ่ยต่อ “ข้าให้อภัยหลิวเอี้ยน และอาฮุ่ย แต่ไม่ให้อภัยคนที่ใส่ร้ายข้า โกหกเพื่อปกปิดความผิด อาเฉิน ลองพูดมาซิ เพราะเจ้าขี้เกียจไม่อยากวิ่ง ถึงได้กินรากนี้ใช่มั้ย”
อาเฉินอึกอัก “ข้า”
“ลูกศิษย์ของข้า เรื่องเล็กปล่อยได้ เรื่องใหญ่ปล่อยไม่ได้ อาเฉิน ข้าจะให้โอกาสเจ้า หากเจ้ายอมรับผิดอย่างจริงใจ เรื่องนี้ ข้าจะไม่เอาความ เลิกแล้วต่อกัน แต่ว่า ถ้าโกหกเพื่อปกปิดความผิดอีก ข้าจะกราบทูลเรื่องนี้ต่อไทเฮา กรณีองค์หญิงเป่ยเซียง เจ้าก็น่าจะรู้ดี”
อาเฉินอึกอัก “อาจารย์ปัน ที่จริงข้า..”
ปันซูเตือน “มีโอกาสครั้งเดียว ข้านับถอยหลัง ห้า สี่ สาม สอง”
“อาจารย์ปัน ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรโกรธท่านเรื่องรวมห้องเลย และไม่สมควรใส่ร้ายท่านแต่ว่า เรื่องนี้เป็นความคิดของข้าคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร จะลงโทษ ก็ลงโทษข้าเถอะ”
“เฮ่อ ได้ พูดง่ายมาก ลุกขึ้น เรื่องนี้จบแค่นี้ ออกไปเถอะ”
“ออกไปเหรอ ไม่มีเรื่องอื่นเหรอคะ”
“เรื่องแบบนี้ จะทำอีกเหรอ” อาเฉินส่ายหัว
“งั้นก็จบแล้ว เฮอะ เจ้าจะฉลาดแค่ไหน ก็เป็นแค่ลูกศิษย์ ทำความผิด หากยอมแก้ไข ผู้ใหญ่อย่างเรา จะใจแคบได้ยังไง เอาล่ะ จบเพียงแค่นี้ เลิกแล้วต่อกัน”
“แล้วท่าน..ยังจะไปเข้าเฝ้าไทเฮาอยู่มั้ย”
“ไม่แล้ว โบราณว่า ไม่สอนศิษย์ เป็นความผิดอาจารย์ เจ้าทำผิด ยังไงไทเฮาก็ต้องโทษ อาจารย์อย่างข้า แล้วข้าจะไปทำไม แต่ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าขี้เกียจอีก ข้าจะไม่ให้อภัยต้องทำความสะอาดเล้าไก่ ยืนท่าม้า เอาล่ะ วางใจเถอะ เรื่องนี้จะไม่แพร่งพราย ใช่หรือเปล่า อาจารย์โค่ว”
“เอ่อ ใช่แล้ว อาเฉิน ขอบคุณอาจารย์ปันเร็ว”
“เฮ่อ ขอบคุณอาจารย์ปัน”
“ออกไปเถอะ” แล้วปันซูก็หันมาจ้องหน้าหลันจือ
“อาจารย์ปัน ทำไมมองข้าแบบนี้ ข้ากล้าสาบาน ว่าเรื่องของหลินเฉิน ข้าไม่รู้อะไรเลย ได้ยินว่าลูกศิษย์เป็นลม ข้าไม่ห่วงได้เหรอ แต่เจ้าสิ ข้าขอเตือนเจ้าหน่อย ต่อไป เจ้าควรระวังให้มาก ถ้าวันนี้หลินเฉินป่วยจริง ถามหน่อย เจ้าจะอธิบายยังไง”
“อื้ม จึ๊ อาจารย์โค่วมีประสบการณ์จริงๆ ขอบใจที่เตือน แต่ว่า เรื่องวันนี้ เจ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจ มีเรื่องอะไรไม่พอใจ มาหาข้าก็ได้ ทำไมต้องใช้ลูกศิษย์ พี่เขย ศิษย์พี่ ไปเถอะ” ปันซูเดินนำเว่ยอิงกับเหยาเจวียนออกไป หลันจือโกรธ
เว่ยอิงเดินตามมา แต่เปลี่ยนบอกให้ทั้งสองไปก่อน แล้วเว่ยอิงก็เดินย้อนกลับไปหาปันซู
“อาจารย์โค่ว”
“อาจารย์เว่ย มีอะไรอีก”
“ข้าจำได้ ข้าเคยบอกเจ้าว่า อย่าแกล้งอาซู เจ้าลืมแล้วเหรอ”
“อาจารย์เว่ย ฟังข้าก่อน” เว่ยอิงหยิบไม้ปาไปที่เสา ทำเอาหลันจือตกใจ “ข้าเตือนความจำแล้ว หวังว่าอาจารย์โค่วจะจำได้”
ที่สวนปันซูรอคุยกับเว่ยอิง เธอรู้สึกโล่งใจ
“เฮ้อ ดีจัง รอดด่านนี้ไปได้ โชคดีนะ ที่ท่านมาช่วย..ดมกลิ่นรากหมาหวง ตำแหน่งอาจารย์ของข้า กลัวจะรักษาไม่อยู่ เอ๊ะ เมื่อกี้ท่าน ไปพูดอะไรกับนาง”
“ไม่ได้พูดอะไร”
“บอกมาเถอะน่า”
“ข้าบอกนางว่า ห้ามรังแกผู้หญิงของข้าอีก” ปันซูหัวเราะ “อาซู ข้าเป็นคนขี้อาย บางคำข้าพูดไม่เป็น แต่จะดีต่อเจ้าแน่”
“พี่เขย บางอย่าง ไม่พูดข้าก็เข้าใจ”
“ยังเรียกพี่เขยอีก ต้องเป็นเหล่าฮั่วต่างหาก ไม่อย่างงั้น เจ้าแยกไม่ออกจะทำไง”
ปันซูหัวเราะ “พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ ท่านพูดเล่นเป็นแล้ว ถ้างั้น..จะเรียกท่านว่าอะไรดี เหล่าเว่ย อื๋ม ไม่ได้ ฮั่วเหิงเรียกท่านแบบนี้ ไม่ก็ เว่ยอิง แต่ดูห่างเหินจังเลย”
เว่ยอิงสวน “เอาล่ะ พอแล้ว ลูกศิษย์เห็นเข้าจะไม่ดี”
“เลิกเรียนตั้งนานแล้วไม่มีใครเลยซักคน ไม่ก็ อาอิง เหมือนชื่อผู้หญิงเลย เอ่อ ไม่ก็”
“เวลาปกติ เรียกว่าเว่ยอิง ตอนอยู่กันสองคน เรียกว่าพี่เว่ย”
“พี่เว่ย”
เว่ยอิงยิ้ม “อื้ม”
“พี่เว่ย พี่เว่ย หึ พี่เว่ยๆ”
“พอแล้ว ได้ยินแล้ว”
ปันซูหัวเราะ “หน้าแดงเชียวนะ” ปันซูจูบเว่ยอิง “มีคนจีบข้า ข้าไม่กล้าเสียมารยาท หา” เว่ยอิงจูบปันซูจริงๆ
เว่ยอิงว่า “นี่ถึงเรียกว่าจีบ”
“ท่าน..รังแกข้า”
“รังแกแล้วทำไม อย่าแกล้งโง่กับข้า รู้มั้ย อาซู ขอเวลาอีกหน่อย ข้าจะจริงใจต่อเจ้า”
ปันซูยิ้ม เหยาเจวียนแอบดูพลอยดีใจไปด้วย
ฮั่วหวนจีบสาวบัณฑิต เหยาเจวียนเห็นก็แกล้งปล่อยม้าให้วิ่งไปขัดจังหวะ แต่ม้าวิ่งเลยไป จังหวะนั้นไทเฮาเสด็จมาพร้อมหมิงกงจ่างกำลังบ่นฮ่องเต้ ไทเฮาเห็นม้าวิ่งมาก็ตกใจมาก รีบวิ่งหนีจนล้ม
หมิงกงจ่างจะประคอง ไทเฮาเห็นม้าใกล้เข้ามาก็ผลักหมิงกงจ่างหลบไป ดีที่ฮั่วหวนวิ่งมาจับม้าได้ทัน ฮั่วหวนล้มม้าลง
“อ่ะ กระหม่อมมาช้า โปรดทรงอภัย”
หมิงกงจ่างรีบประคอง “ไทเฮา ไทเฮา”
ไทเฮามองฮั่วหวน “ฮั่วเหิง”
“กระหม่อม ไม่ใช่ฮั่วเหิง แต่เป็นแม่ทัพ ฮั่วหวน”
“เป็นไปไม่ได้ ฮั่วเหิงชัดๆ”
“ทูลไทเฮา กระหม่อมกับฮั่วเหิง เป็นฝาแฝด”
“ใช่ คราวก่อนก็เป็นเขา ข้าลืมไป เหมือนกันมาก เหมือนเป็นคนๆ เดียวกัน ลุกขึ้นเถอะ”
“ขอบพระทัย เด็กๆ เอาม้าไป” ทหารนำม้าไป
“ไทเฮา ไม่เป็นไรใช่มั้ยเพคะ”
“ไม่เป็นไร”
หมิงกงจ่างต่อว่าฮั่วหวน “แม่ทัพฮั่ว เจ้าดูแลในวัง ทำงานแบบนี้เหรอ”
“กระหม่อมบกพร่อง สมควรตาย”
“ไม่มีประโยชน์ ม้ามาจากไหน หรือใครวางแผน ทำร้ายไทเฮา”
“ไทเฮา กระหม่อมเอาชีวิตเป็นประกัน ไม่มีแผนร้ายแน่ ลูกน้อง ไม่ทันระวัง ทำม้าตกใจ กระหม่อมบกพร่อง แต่ไม่คิดปองร้าย โปรดพิจารณา”
“เมื่อลูกน้องไม่ระวัง ก็ช่างเถอะ” ไทเฮาตรัส
“อ่ะ ขอบพระทัยไทเฮา”
“ไทเฮา เรื่องนี้ เรื่องใหญ่นะ”
“จะให้ทำไง ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เหรอ เขาเพิ่งช่วยชีวิตข้า เอาผลงานหักล้างเถอะ แต่ฮั่วเหิงหวังว่าเจ้าจะเข้มงวดกว่านี้ อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”
“กระหม่อมจะไม่ทำให้ผิดหวัง”
หมิงกงจ่างทูลไทเฮา “ไทเฮา กลับวังเถอะเพคะ”
“น้อมส่งไทเฮา” ฮั่วหวนคิดในใจ “ทำไมไทเฮา มองข้าแบบนั้น หรือว่า ซื๊ด เฮ้ย อย่าคิดเชียว โทษประหารเลยนะ”
ไทเฮาดื่มชาพลางคิดถึงฮั่วหวนที่ช่วยจับม้าไว้ หลันจือเข้ามา
“ถวายบังคมไทเฮา ปลอดภัยดีนะเพะคะ”
“ปลอดภัยดี”
“ดีที่ไม่มีประชุม ไม่งั้น ม้าตัวนั้น ไม่รู้จะชนคนกี่คน ไทเฮา หม่อมฉันอยากทูลว่า เรื่องวันนี้..เกี่ยวข้องกับอาจารย์เหยาแน่ นางไม่เข้าใจอะไร อาจารย์ปันประสบการณ์น้อย หากหม่อมฉันแต่งงานไป ยังอยู่ในโรงเรียนได้อีกมั้ย”
“หึ เจ้าอยากอยู่ในโรงเรียนต่อไป ไม่ใช่จะไม่ได้ แต่ว่า ต้องถามความเห็นของพี่ใหญ่ก่อนในเมื่อ จะเป็นฮูหยินของแม่ทัพใหญ่ งานภายในบ้าน ก็ต้องรู้ให้มาก”
ฮั่วหวนกลับมาดูม้า ก็พบเหยาเจวียนนำบัณฑิตที่ฮั่วหวนจีบ เข้ามาต่อว่าเขา แล้วสั่งห้ามยุ่งกับลูกศิษย์เธออีก แถมโดนสามสาวรุมตี
ฮั่วหวนพยายามเขียนฎีกาส่งถวายไทเฮาแต่ถูกเจินราชบุตรเขยที่เป็นอริกับฮั่วหวนเอาออก ฮั่วหวนโมโหชกตีเสาอย่างหัวเสีย ไทเฮาที่มึนๆ เสด็จมาเห็น
“ไร้ประโยชน์ จะทุบจนหัก ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”
“ถวายบังคมไทเฮา”
“ฮั่วเหิง ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่”
“กระหม่อมคือแม่ทัพ ฮั่วหวน” ไทเฮาจะล้ม “นี่..ท่านเมาเหรอ ไม่มีคนติดตาม ให้กระหม่อมไปส่งมั้ย”
ไทเฮาหายใจแรง “เจ้ารู้มั้ย เจ้ารู้บ้างมั้ย” ไทเฮาร้องไห้ “ช่างเถอะ เจ้าจะรู้ได้ไง เจ้าไม่รู้อะไรเลยความเจ็บปวด มีแต่ข้าคนเดียวที่รู้ เพราะข้าเป็นไทเฮา หึ เฮอะ เป็นเหตุผลที่ดีเลิศความเจ็บปวดในใจข้า ใครจะไปรู้ได้ เพราะข้าก็..เป็นผู้หญิงคนนึง ข้าก็มีเวลาที่หวาดกลัวหวังจะมีใครซักคนมาอยู่ข้างกายข้า”
“มีกระหม่อมอยู่”
“แม่ทัพฮั่ว เจ้าซื่อสัตย์มั้ย”
“แน่นอน”
“เจ้าจะเหมือนพวกเขา ซื่อสัตย์ต่อข้ามั้ย”
ฮั่วหวนยืนยัน “แน่นอน”
“งั้นก็กอดข้า จูบข้า เจ้ากล้ามั้ย”
ฮั่วหวนนิ่งคิดในใจ “ก้าวนี้มีโทษตาย แต่ถ้าไม่เดิน ก็จะถูกเหยียดหยามดูหมิ่น เป็นไงเป็นกัน ตายก็ตาย แม้ต้องตาย ก็ตายอย่างสมศักดิ์ศรี”
ไทเฮาจะเดินไป ฮั่วหวนจับไว้แล้วจะจูบ แต่ไทเฮาได้สติก่อน
“ข้าดื่มมากไป เรื่องวันนี้ ห้ามพูดกับใคร ไม่อย่างงั้น ตายสถานเดียว”
“พะย่ะค่ะ”
ฮั่วหวนมองตามไทเฮาไป “ไทเฮาต้องประชุมราชสำนัก เป็นบุคคลเก่งของต้าฮั่น เป็นหม้ายอายุยังน้อย อยู่คนเดียว เวลาต้องการคนปลอบใจ ถ้าหากข้า.. หึ เจินเจี้ยนนะเจินเจี้ยน คอยดูเถอะ ข้ากับเจ้า ใครจะหัวเราะทีหลัง”
วันต่อมาหลันจือไปหาเติ้ง เพื่อขอมาเป็นอาจารย์อีกหลังแต่งงาน
“ท่านพี่ เรื่องโรงเรียนเสียเวลาไม่มาก ฉะนั้น..”
เติ้งเสียงเด็ดขาด “ไม่ได้ หลังแต่งงานเจ้าต้องดูแลจัดการงานบ้าน เรื่องอื่น ไม่ต้องยุ่ง”
“ท่านพี่ ให้ข้าอยู่ต่อเถอะ งานโรงเรียน ขาดข้าไม่ได้ ข้าขอร้องล่ะ”
“ไม่มีงานอะไรที่ขาดเจ้าแล้วทำไม่ได้ ไทเฮาถอนเจ้าจากตำแหน่ง ถึงให้ปันซูเข้าวัง ปันซูคืนตำแหน่งแล้ว เจ้าจะอยู่อีกทำไม ปันซูดูแลลูกศิษย์ได้ดี พวกนั้น ถึงไม่มีเจ้าก็ไม่ตาย”
“ท่านหมายความว่ายังไง ข้าสู้นางไม่ได้เหรอ”
“เจ้าเป็นกัลยาณี ทำไมจะสู้ไม่ได้ หลันจือ ข้าขอเตือนเจ้า เป็นผู้หญิงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมดีกว่า อาซูไม่หาเรื่องเจ้า ทำไมเจ้าต้องยึดอำนาจ ไม่ยอมปล่อย ให้นางลำบากด้วย”
“อะไรเรียกว่ายึดอำนาจ ไม่ยอมปล่อยเหรอ เติ้งจื้อ ข้าเป็นว่าที่ฮูหยินท่าน ทำไมท่านไม่คิดแทนข้าบ้าง”
“ข้าให้อยู่บ้านสอนลูก ยังไม่คิดแทนอีกเหรอ”
“หา แต่ว่า โรงเรียนฝ่ายในเป็นงานที่ข้าทำมาหลายปี ให้ข้าปล่อยไป ข้าทำใจไม่ได้จริงๆ ข้ารับรอง จะไม่เป็นศัตรูกับปันซูอีก”
“ไม่ได้ ข้าจะไม่มีทางเชื่อคำพูดของเจ้าอีก” หลันจือตกใจ “โค่วหลันจือ เรื่องรากหมาหวง ฮั่วหวนบอกข้าแล้ว ข้าขอยื่นคำขาด ไปให้พ้นจากปันซูและโรงเรียนฝ่ายใน ถ้าทำให้ข้าเกลียด ข้าจะไม่เกรงใจ แม้แต่ตำแหน่งฮูหยิน ก็รักษาไว้ไม่ได้”
“ท่านหมายความว่ายังไง”
“ข้าพูดชัดเจนแล้ว อยากไปรายงานไทเฮา ก็เชิญ แต่หมู่นี้ นางไม่สนใจเจ้าเลย”
“แต่ว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า อาเฉินทำคนเดียว เติ้งจื้อ ท่านจะโทษข้าโดยไร้สาเหตุไม่ได้”
“อาเฉินเป็นศิษย์รักของเจ้า ถ้าเจ้าบริสุทธิ์ ทำไมต้องขวางอาซูไม่ให้เข้าเฝ้า”
“ก่อนเกิดเรื่อง ข้าไม่รู้เรื่องเลย”
“รู้หรือไม่ก็ช่าง แต่ข้าเตือนแล้ว ทำตัวให้ดีเถอะ”
“เติ้งจื้อ ท่านจะลำเอียงไม่ได้ นางอยู่กับเว่ยอิงแล้ว ทำไมท่านถึงไม่ดีต่อข้าบ้าง ตอนแข่งโปโล ท่านไม่ชำเลืองดูข้าเลย คราวนี้ก็มาโทษข้า อย่างไร้สาเหตุ” หลันจือสะอื้น “หรือว่า ข้าต่ำต้อยกว่านาง สมควรให้ท่านดูถูก ให้ท่านสงสัย”
“อ่ะ เช็ดซะ อย่าร้อง ข้าพูดแรงไป ทำให้เจ้าเสียใจ เจ้าเป็นว่าที่ฮูหยินข้า ยังไงก็สำคัญปันซูถือเป็นน้องสาว เจ้าไม่ถูกกับนาง ก็อย่าอยู่โรงเรียนเลย อยู่ห่างกันก็ดีแล้ว ต่อไปงานในบ้าน เจ้าต้องจัดการ”
“เตื้งจื้อ ท่านเอาใจผู้หญิงเก่ง ทำไมไม่พูดสักคำว่า เจ้าเหนื่อยแล้ว ข้ารู้สึกปวดใจ”
“ข้าไม่อยากโกหก หลันจือ ข้าขอพูดความจริง การแต่งงาน ไทเฮากำหนด แต่งงานแล้ว สองตระกูลดีกัน ถ้าหากเจ้า ไม่หาเรื่องไม่โวยวาย ข้าจะอยู่กับเจ้าด้วยดี มีลูกกับเจ้าจะทำให้เจ้ามีความสุข”
“ไม่มีอย่างอื่นแล้วเหรอ ข้ารู้แล้ว ท่านแม่ทัพ รบกวนท่านนาน ข้าขอตัวก่อน” หลันจือกลับไปอย่างเศร้า
ที่โรงเรียนปันซูให้หมอหลวงตรวจสุขภาพบัณฑิตทุกคน หลันจือยืนดูอยู่กับเป่ยเย่
“เฮ่อ คุณหนู ท่านแม่ทัพก็พูดไปอย่างงั้นเอง อย่าใส่ใจเลย ผู้ชาย เปลี่ยนแปลงง่าย อีกอย่าง คิดดู เมื่อก่อนเขาชอบผู้หญิงคนนั้นมาก ตอนนี้ไม่แล้ว”
“สิ่งที่เจ้าเข้าใจ ข้าก็เข้าใจ แต่ทำใจไม่ได้ นางไม่ใช่นางเอกละคร ทำไมมีแต่คนรัก ร้ายกลับกลายเป็นดี”
“ฮื่อ คุณหนู โชคชะตาของคนเรา จะมาเป็นช่วงๆ ข้าว่า อยู่ห่างดาวเคราะห์ร้าย อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ อีกไม่นาน ท่านจะเป็นฮูหยินของแม่ทัพใหญ่ นางแค่แต่งกับอาจารย์เว่ย ต่อไปนางต้องเคารพท่าน”
“เฮ่อ ถูกต้อง ยังไง ข้าก็แย่งมาได้ ปันซู คิดว่า เว่ยอิงลืมหลิวเสียนได้เหรอ” หลันจือเยาะ
ปันซูมาคุยให้เว่ยอิงฟังเรื่องที่ให้หมอหลวงตรวจสุขภาพบัณฑิต
“เรื่องอาเฉิน ทำให้ข้าคิดได้ ข้าจึงเชิญหมอหลวงมา ตรวจร่างกายลูกศิษย์ ถ้าหาก..ใครร่างกายอ่อนแอ ก็ฝึกช้าหน่อย สุดท้ายเป็นไง ทุกคนแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนซะอีก เป็นไง”
“โชคดีที่อาจารย์ปันเก่ง ลูกศิษย์ทุกคน ถึงได้แข็งแรง ข้านับถือ”
“ข้าอยากให้ท่านชมข้า”
“หึ จริงสิ บันทึกแดนตะวันตกล่ะ”
“เฮ้อ อาหลิงกับเพื่อนก็ช่วยหา หาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ไม่แน่ อาจจะหายไปแล้วก็ได้”
“ถ้าเป็นอย่างงั้น คงเป็นลิขิตสวรรค์”
“แต่ว่า ยังไง ข้าก็ต้องหาต่อ ท่านช่วยหาด้วยดีมั้ย”
“ดี”
พอดีใต้เท้าเจิ้งมาหา เว่ยอิงให้รีบเชิญแล้วหันมาบอกปันซู
“เขาเอารูปแบบอักษรมาให้ข้าดู ข้าไปดูก่อนนะ”
“อื้ม รู้แล้ว ไปเถอะ ข้าจะอยู่แถวนี้”
เว่ยอิงเดินไป ปันซูเห็นห้องหนึ่งก็ถามชายรับใช้ เขาว่าห้องหนังสือ ปันซูขอเข้าไปดู บอกว่าไม่ต้องตาม
ปันซูขยับฐานทำให้ที่ผนังหมุนออกมา มีภาพวาดกับปิ่น ปันซูหยิบภาพวาดมาคลี่ดูแล้วตะลึง เป็นภาพหลิวเสียน พอดีเว่ยอิงเข้ามา ปันซูตกใจวางภาพลง ทำให้เลอะหมึกบนโต๊ะ เว่ยอิงโกรธมาก รีบนำไปเช็ด ปันซูตามไปขอโทษแต่เว่ยอิงไล่เธอกลับไป
ปันซูกลับไปร้องไห้กับเพ่ยหวน และเหยาเจวียน ไปที่โรงเรียนก็บ่นให้ลูกศิษย์ฟัง อาหลิงแนะนำว่าให้ทำดีล้างผิด ทำให้ปันซูคิดบางอย่างได้
ปันซูไปหาใต้เท้าโจว แต่ใต้เท้าโจวไม่ยอมช่วยใดๆ และไล่เธอกลับไป
จบตอนที่ 23



