บันเทิง

ศึกทีวียังร้อนฉ่าผุดรายการข่าวเวลาไพรม์ไทม์

ศึกทีวียังร้อนฉ่าผุดรายการข่าวเวลาไพรม์ไทม์

09 ก.ย. 2552

นอกจากทุกวันนี้รูปแบบการนำเสนอข่าวในแต่ละช่องจะเปลี่ยนไป จากการนั่งอ่านข่าวทื่อๆ มาเป็นเล่าข่าว วิเคราะห์ข่าวอย่างออกรสออกชาติแล้ว ช่วงเวลาการนำเสนอยังเปลี่ยนไปด้วย จากเมื่อก่อนที่การนำเสนอข่าวหลักจะอยู่ในช่วงก่อนละครภาคค่ำ อ่านข่าวไล่กันไปเรื่อยๆ ยาวนาน

 โดยเฉพาะในช่วงเวลาหลังละครภาคค่ำ (21.30-23.00 น.) ซึ่งถือว่าเป็นช่วงไพรม์ไทม์ ก็กลายเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง ที่หลายช่องให้ความสำคัญส่งรายการข่าวมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด

 เริ่มจากรายการ "ข่าวข้นคนข่าว" ที่สำนักข่าวไทยผลิตรายการร่วมกับเครือเนชั่น โดยมีสามผู้ดำเนินรายการคือ กนก รัตน์วงศ์สกุล, ธีระ ธัญไพบูลย์ และ กำภู ภูริภูวดล ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ซึ่งถือว่าเป็นรายการข่าวที่เข้ามาบุกเบิกช่วงเวลาไพรม์ไทม์ และได้รับความนิยมอย่างสูง

 ต่อกันด้วยช่อง 3 ที่ส่งรายการ “ข่าว 3 มิติ” ที่มี กิตติ สิงหาปัด คนข่าวชื่อดังเป็นผู้ดำเนินรายการ นำเสนอข่าวประจำวัน โดยเน้นไปที่ข่าวเชิงสกู๊ปมีคนข่าวอย่าง ศุภโชค โอภาสะคุณ, ฐปณีย์ เอียดศรีไชย, โสธิดา โชติวิจิตร มาร่วมทีม

 ในขณะที่ช่อง 7 ส่งรายการ "ประเด็นเด็ด 7 สี” ผลิตโดย มีเดีย ออฟ มีเดียส์ มี นารากร ติยายน รับหน้าที่ดำเนินรายการหลัก และได้ เชิงชาย หว่างอุ่น, จำเริญ รัตนตั้งตระกูล, บุญญิตา งามศัพพศิลป์, วันดี วรรณเมธางกูร ฯลฯ ร่วมทีม รายการนี้เน้นนำเสนอสกู๊ปข่าวเช่นกัน โดยเน้นว่าจะต้องแตกต่าง แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่

 มาที่ ช่อง 11 เอ็นบีที ที่คลอดรายการชื่อ ฮอตนิวส์ ดำเนินรายการโดย วรวีร์ วูวนิช ซึ่งผลิตโดยบริษัท อินดิเพนเดนท์ นิวส์ เซ็นเตอร์ (ไอเอ็นซี) มี รัชนีวรรณ ดวงแก้ว, ศันสนีย์ มีชูสาร เน้นเจาะประเด็นข่าวอาชญากรรม

 ส่วน ทีวีสาธารณะ “ทีวีไทย” ก็มีรายการ “ที่นี่ ทีวีไทย” ซึ่งมี ณัฐฐา โกมลวาทิน และ ณาตยา แวววีรคุปต์ มาสลับกันดำเนินรายการ ให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในช่วงเวลา 22.00 น.

 จากรายการข่าวช่วงไพรม์ไทม์ที่ผุดขึ้นมากมาย ครบทุกช่องฟรีทีวี การแข่งขันที่ทวีความเข้มข้น ในฐานะคนข่าวที่ทำงานอยู่ตรงนี้คิดอย่างไรกัน ต้องไปฟังความเห็น

 ธีระ ธัญไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการ "ข่าวข้นคนข่าว" มองว่าการแข่งขันที่เกิดขึ้นเป็นข้อดี สะท้อนสังคมที่ต้องการเสพข่าวมากขึ้น แม้ว่าจะมีสื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามา แต่คนก็ยังอยากดูข่าวจากหน้าจอโทรทัศน์

 "เมื่อก่อนจบข่าวภาคค่ำ ก็จะมีแต่ละคร เกมโชว์ สองอย่างประชาชนไม่มีทางเลือก ทุกวันนี้มีทังละคร เกมโชว์ ข่าว สารคดี ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น การแข่งขันเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือ คนดู เมื่อก่อนผมเคยดูสัมภาษณ์ผู้จัดละครบางคนบอก ว่าคนดูต้องการดูละครในช่วงเวลานั้น ผมก็เถียงอยู่ในใจเลยว่ามันไม่ใช่ แต่เป็นเพราะคุณยัดเยียดให้ คนที่เขาไม่ดูก็ไม่มีทางเลือก ต้องปิดโทรทัศน์ เข้านอน หรือไม่ก็อ่านหนังสือ ไม่เหมือนทุกวันนี้คนมีทางเลือก ถึงแม้ว่าเรตติ้งข่าวจะยังน้อยกว่าช่วงเวลาละคร แต่เท่าที่รู้โฆษณาก็เต็ม

 ผมไม่ได้คิดว่าทุกวันนี้ต้องแข่งกับคนอื่น ผมคิดว่าผมแข่งกับตัวเอง ผมคิดว่าต้องทำวันนี้ให้ดีกว่า ผมมองว่าการเกิดขึ้นไม่ยาก แต่จะทำอย่างไรให้คงอยู่ยากยิ่งกว่า ซึ่งเราต้องเคารพต่อคนดูด้วย ถามเสมอว่าคนดูต้องการอะไร เขาอยากดูอะไร อยากรู้อะไร" คนข่าวคนดังกล่าว

 สำหรับรูปแบบของข่าวในช่วงหลังละคร ธีระ กล่าวว่าทุกวันนี้มีการรายงานข่าวในทุกช่วงเวลา ในภาคกลางคืนจึงต้องแข่งขันนำเสนอกันที่ความลึก ความคืบหน้า เปิดประเด็นข่าวใหม่ จึงทำให้คนทำงานข่าวต้องทำการบ้านมากขึ้น

 "รายการข่าวข้นคนข่าว เรามีรายงานพิเศษจากมือทำสารคดีชั้นดีจากโมเดิร์นไนน์ มีรายงานสถานการณ์ด่วน ณ พื้นที่เกิดเหตุในเวลาออกอากาศ ถามว่าคนนำเสนอมีส่วนทำให้คนดูกดรีโมทมาดูหรือไม่ ผมว่าคนดูในแง่ความน่าเชื่อถือของคนเล่าข่าว หากมีความน่าเชื่อถือ การนำเสนอมีลูกเล่น คนดูก็ติดเป็นเรื่องธรรมดา" ธีระกล่าว

 ด้าน กิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการ "ข่าว 3 มิติ" กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าอาจเป็นเพราะพิสูจน์ว่าทำแล้วมีคนดู และประสบความสำเร็จได้ จึงทำให้หลายๆ ช่องหันมาผลิตรายการข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

 "ตอนนั้นที่ผมทำรายการฮอตนิวส์ ทางช่องไอทีวี มันพิสูจน์ได้ว่าคนดูส่วนใหญ่เป็นคนในเมือง เขากลับบ้านมาไม่ทันดูข่าวในช่วง 18.00-19.00 น. ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะสถานีโทรทัศน์ทั่วโลก ก็มีรายการข่าวในช่วงเวลาเช่นนี้มานานแล้ว เพียงแต่บ้านเรา ก่อนหน้านี้ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่เรียกกันว่าซูเปอร์ไพรม์ไทม์ รายการบันเทิงได้รับความสนใจมากกว่า ขายโฆษณาได้ในราคาที่แพงมาก

 ก่อนหน้านี้ผมก็ทำรายการฮอตนิวส์ ที่ไอทีวี เนื่องจากไอทีวีเป็นสถานีข่าว จึงไม่แปลกอะไร ผมมองว่าจุดเปลี่ยนมันเกิดขึ้น ตอนที่ช่อง 3 กล้าที่จะนำรายการข่าวมาใส่ในช่วงเวลาที่คนคิดไม่ถึง ซึ่งพอทำแล้ว มันดีทั้งในแง่กับช่องเอง และในแง่คนดู เรตติ้งก็ดี มันก็เลยเหมือนเดินมาถูกทาง ช่อง 7 เห็นดีในแง่ธุรกิจก็เลยหันมาทำด้วย" กิตติแจกแจง

 ถามต่อว่าในฐานะคนทำงานการแข่งขันที่สูง ทำให้ทำงานยากขึ้นหรือไม่ ผู้ดำเนินรายการข่าวคนดัง กล่าวว่าไม่ยาก แม้ว่าจะเป็นข่าวประเด็นเดียวกัน แต่ต่างคนต่างทำ ต่อให้ทำยังไง ก็ไม่มีทางเหมือนกัน ด้วยการเขียน ด้วยภาษา รายละเอียดต่างๆ

 "เราคิดทำของเราให้ดี วันต่อวัน มั่นใจในฝีมือของตัวเอง เชื่อมั่น คุณภาพของนักข่าว บก. คนอื่นก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน การแข่งขันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแต่เป็นช่วงเวลาใหม่ ก่อนหน้านี้ข่าวทุ่มก็แข่งกันมาก่อน ตอนเช้าก็มี ผมว่ากลับเป็นผลดีกับผู้บริโภค หากใครทำไม่ดี ก็จะไม่มีคนดู ทุกคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด เป็นประโยชน์กับทั้งคนทำ และคนดู" กิตติกล่าว

 ...จากมุมมองของคนข่าวทั้งสอง จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ตรงกันคือ งานนี้คนดูได้ประโยชน์เต็มๆ...แบบไม่มีอะไรเสีย"