บันเทิง

ยอดหญิงปันซู 20

ยอดหญิงปันซู 20

14 พ.ค. 2560

แม่ทัพเติ้งโกรธหลันจือมาก ถึงขั้นจะยกเลิกการแต่งงาน แต่สุดท้ายหลันจือขอโทษ จึงยอมให้อภัยไม่ยกเลิกการแต่งงาน

ทุกวันจันทร์อังคารเวลา 18.25 น. ทางช่อง NOW26

Ban Shu Legend Ep.20

    ปันซูทูลไทเฮาต่อว่า
    “ถูกต้อง แต่ตอนนี้หม่อมฉันไม่มีอำนาจดูแลแล้ว หวังว่าไทเฮาจะช่วยเป็นหมาป่าให้แพะของหม่อมฉัน”
    ไทเฮาหัวเราะ “เจ้าต้องการหมาป่าทำอะไรล่ะ” 
    “หม่อมฉันต้องการให้รับสั่ง ในการสอบติดต่อกันสามครั้ง หากบัณฑิตคนใดคะแนนต่ำ บัณฑิตเหล่านั้นจะต้องออกไป โทษฐานที่ไม่ตั้งใจเรียน”
    “เหลวไหล บัณฑิตเป็นลูกขุนนางทั้งนั้น จะลงโทษกันได้ยังไง”
    “ข้าจำได้ว่าตอนก่อตั้งโรงเรียนฝ่ายใน ไม่มีสูงต่ำหรือมีค่าไม่มีค่า ถือแต่การเรียนเป็นที่หนึ่ง แน่นอน แต่ทุกที่ย่อมมีกฏตำแหน่งอาจารย์อันดับหนึ่ง ควรมีกฎใหม่ขึ้นมาด้วย ให้บัณฑิตสามอันดับแรกสอบเป็นอาจารย์ได้ ใครที่โดดเด่นก็ทำหน้าที่เหมือนท่านหมิงได้”
    ไทเฮาเห็นด้วย “จริงด้วย ข้าต้องการคนแบบนี้มาค่อยช่วยงาน หลันจือ ข้าคิดว่าความคิดของปันซูก็ดีเหมือนกันนะ งั้นครั้งนี้ลองทำตามที่นางบอกดู”
    หลันจือทูล “ไทเฮา ไม่ได้เพคะ ปันซูเอาแต่พาบัณฑิตเล่น เริ่มจากทะเลาะกับบัณฑิตจากนั้นก็ลงโทษให้วิ่ง ขนาดองค์หญิงเหวินสี่ ก็วิ่งซะปวดหัวไปหมด หม่อมฉันบอกนางหลายครั้งแล้ว แต่นางก็ไม่ฟัง หลายวันมานี้ ยังคิดวิธีใหม่ เอาแต่พาบัณฑิตเล่น ทำให้เสียเวลาเรียน ไทเฮา ถ้าพวกนางเอาแต่สนุกไปวันๆ แบบนี้ต่อไปอาจจะ...”
    ปันซูสวน “ใครเอาแต่สนุก ไทเฮา ตอนบ่าย หม่อมฉันพานางไปออกกำลังกาย การเรียนตอนเช้าก็ยังเหมือนเดิม อีกอย่าง ให้ออกกำลังกายก็เพื่อพวกนางเอง ไม่งั้น บัณฑิตเอาแต่เรียน แต่ร่างกายอ่อนแอ เรียกว่าดีเหรอเพค่ะ”
    หลันจือโต้ “บัณฑิตก็ควรกิริยางาม อายุเท่านี้ แต่ไม่ตั้งใจเรียน กลับเล่นสนุกเหมือนเด็กสามขวบ ไปกันใหญ่แล้ว ทั้งแตะลูกขนไก่ทั้งเตะตะกร้อ ปันซู อย่าเอาวิธีแย่ๆอย่างนี้ มาสอนให้กับบัณฑิตของข้า” 
    ปันซูสวนเช่นกัน “ใครแย่กันแน่ พ่อข้าก็เป็นชาวฮั่นแม่ข้าก็เป็นหญิงสูงศักดิ์ ไม่ได้แย่กว่าตระกูลเจ้าเลย”
    “งั้นเหรอ ข้าได้ยินว่า แม่ทัพปันหย่ง อยู่ชายแดนยอมแพ้ให้ศัตรู ทำให้เสียทหารไปสามพัน และตายอีกมาก” 
    “เจ้าพูดเหลวไหลเรื่องนี้ยังไม่ความชัดเจน” 
    ไทเฮาเห็นทั้งสองเถียงกันก็ปราม พอดีเติ้งที่มาฟังอยู่นานแล้วเข้ามา
    “ใครว่าแม่ทัพปันยอมแพ้ให้กับศัตรู ไทเฮา ขอกระหม่อมได้อธิบายด้วย กระหม่อมเพิ่งได้รับสาสน์ ว่าเขากำหราบราชาหวางยึดเฉอฉือ ทำให้หลิวโค่วแพ้ นี้คือสาสน์ที่ปันหย่งและฮั่วเหิงเขียน ไทเฮาทรงทอดเนตร”
    ปันซูกับเหยาเจวียนตื่นเต้น “หา จริงเหรอ” 
    “รีบเอามาให้ข้าดูเร็ว” หมิงกงจ่างรับสาสน์จากเติ้งส่งให้ไทเฮา 
    ปันซูถามเติ้ง “แล้วพี่ของข้าล่ะ บาดเจ็บหรือไม่”
    “วางใจได้ ข่าวลือก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้น เป็นแค่แผนของแม่ทัพปันหย่ง อย่างแรกเพื่อทำให้ศัตรูสับสน และแอบตรวจสอบว่าไส้ศึกเป็นใครกันแน่ ไส้ศึกไม่ได้มาจากพ่อค้า ข้าได้นำไส้ศึกจากตำหนักเยี่ยนเว่ยเข้ามาในวังแล้ว”
    ไทเฮาหัวเราะ “นำไส้ศึกพวกนั้นไปโบย แล้วขังคุกใต้ดิน”
    เติ้งว่า “อยู่ในคุกหมดแล้ว อาจารย์โค่ว ปันหย่งเป็นขุนนางซื่อสัตย์ ในฐานะที่เป็นอาจารย์ เจ้าเอาแต่ฟังเสียงล่ำลือ เจ้าเป็นคนฉลาด ทำอย่างนี้สมควรแล้วเหรอ”
    หลันจือน้อยใจมาก “เจ้าค่ะ ข้าผิดไปแล้วไทเฮาและท่านแม่ทัพลงโทษข้าด้วย”
    “ที่เจ้าต้องขอโทษไม่ใช่ไทเฮา และก็ไม่ใช่ข้า เฮ้อ ขอโทษปันซูโน้น”
    ไทเฮาหัวเราะ “เอาล่ะๆ ความขัดแย้งระหว่างผู้หญิง ท่านพี่อย่าพูดอะไรอีกเลย ปันซู ความคิดเรื่องหมาป่าและลูกแพะดีมาก แต่ก่อน ทำให้เจ้าต้องลำบากมามาก”
    เติ้งหัวเราะ ไทเฮาตรัสต่อ “ข้าตกลง ต่อจากนี้ไปบัณฑิตสามารถเปลี่ยนห้องเรียนได้” 
    เติ้งยิ้มให้ปันซู “ว้าว”
    ไทเฮาว่า “แต่ว่า ปีนึงได้แค่ครั้งเดียว”
    ปันซูกับเหยาเจวียนหัวเราะดีใจ “เพคะ”
    ไทเฮาตรัสต่อ “ตั้งแต่นี้ไปเจ้ากลับตำแหน่งเดิม กลับไปสอนบัณฑิตห้องสอง”
    ปันซูดีใจมาก “ขอบพระทัยเพคะไทเฮา”
    “สำหรับเรื่องการเรียน”
    เติ้งสวนไทเฮาว่า “สำหรับเรื่องการเรียน กระหม่อมว่า ก็ให้ปันซูเป็นคนตัดสินใจ เรื่องที่นางพาบัณฑิตออกกำลังกาย เป็นเรื่องดี บัณฑิตได้วิ่งก็ถือเป็นเรื่องดี กี่ปีมานี้ บ้านเมืองเราเป็นเพราะผู้หญิงอ่อนแอ นอนตายบนเตียงก็มีไม่น้อย หา ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง ก็จะมีลูกชายไม่แข็งแรง เมื่อผู้ชายไม่แข็งแรง เราจะมีทหารไปรบได้ยังไง” 
    ปันซูชอบใจคุยกับเติ้งต่อ “ถูกต้อง ไทเฮา หม่อมฉันก็คิดแบบนั้น ถึงเราเป็นหญิง หากได้ขี่ม้าร่างกายจึงแข็งแรง มีลูก 7-8 คนได้สบายเลย”
    เติ้งชื่นชม “ผู้หญิงเก่ง ข้าชอบ”
    ปันซูหัวเราะ ไทเฮาตรัส “นั่นสิ ทำไมข้าถึงคิดเรื่องนี้ไม่ถึงกันนะ” 
    เติ้งว่า “หลายวันก่อน เห็นองค์หญิงเหวินสี่ครึ่งเดือนที่แล้ว นางผอมเหมือนท่อนไม้ แต่ตอนนี้ ดูอ้วนขึ้น หน้าตาแจ่มใส สมกับเป็นองค์หญิง องค์หญิงควรจะมีลักษณะแบบนี้ ใช่มั๊ย กระหม่อมว่า ไม่เพียงแต่บัณฑิตที่ต้องออกกำลังกาย แม้แต่ไทเฮา ก็น่าจะเดินออกกำลังกายบ้าง จะว่าไป มันก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ ออกไปตากแดด เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงจะได้ไม่ไอ”
    หมิงกงจางเห็นพ้อง “ท่านแม่ทัพพูดมีเหตุผล หมอหลวงเคยพูด ไทเฮาทรงงานมาก ควรจะออกกำลังกายร่างกายจะได้แข็งแรง”
    เติ้งเสริม “กองทัพทหารก็มีการแข่งขัน ข้าได้ยินว่าในราชสำนักก็มีกลุ่มบอลม้า ข้าเลยว่าจะจัดการแข่งขันกัน จะมาร่วมด้วยมั้ย” 
    หมิงกงจางว่า “ทรงดูอย่างเดียวไม่พอ ไทเฮาลงไปร่วมแข่งด้วยเถอะ จำได้ว่าตอนที่อยู่ที่บ้าน ทรงเล่นบอลม้าเก่งกว่าท่านแม่ทัพอีก”
    ไทเฮาหัวเราะ “ไม่ล่ะ ข้าไม่ได้เล่นมาหลายปีมาแล้ว” 
    ปันซูว่า “ไม่เป็นไรเพคะ ไทเฮา หม่อมฉันจะเล่นด้วย ซ้อมสองวันคงจะรื้อฟื้นได้”
    หลันจือได้แต่ยืนมองทุกคนคุยกันสนุกสนาน เหยาเจวียนสนับสนุน ปันซูกับเหยาเจวียนเชิญชวนไทเฮาไปเล่น 
    เติ้งเดินมาพร้อมปันซูกับเหยาเจวียน หลันจือเดินนำเลยไปก่อนเลย เติ้งกล่าวกับปันซู
    “ปันซู เป็นไงบ้าง วันนี้ข้าช่วยเจ้าได้มากทีเดียว”
    “ในฐานะเพื่อน ข้ารู้สึกขอบคุณเจ้า แต่ในฐานะผู้หญิง ข้ารู้สึกว่าวันนี้ เกิดปัญหาแล้วล่ะ เจ้าไม่ควรอย่างยิ่ง ทำไมถึงได้ช่วยพูดให้หญิงอื่นต่อหน้าคู่หมาย”
    “ข้าไม่ชอบให้นางรังแกเจ้า ข้าทนไม่ได้”
    ปันซูหัวเราะ “เอาละ ๆ ข้ารู้เจ้ามีความยุติธรรม ขอบคุณมากแล้วกันนะ แต่ว่า ในเมื่อมีสัญญาแต่งงานกันอยู่ ก็ไม่ควรพูดจาแรงขนาดนั้น ควรจะไว้หน้านางบ้าง นี่ เจ้าไม่เห็นเหรอ น้ำตานางจะไหลออกมาแล้ว เร็วๆ รีบไปง้อนาง รีบไปเถอะ”
    “ก็ได้ๆ แต่ว่าวันนี้ ข้าช่วยเจ้าไว้รอข้าหน่อย เดี๋ยวข้ากลับมา”
    “ได้ๆๆ” 
    “เลี้ยงเหล้าข้าด้วย”
    ปันซูสวน “ได้ รีบไป” 
    เติ้งรีบลงบันไดตามหลันจือไปเรียกนาง แต่หลันจือไม่ยอมหยุด เขาต้องเรียกเสียงเข้ม
    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ จึ โค่วหลันจือ ข้าเรียกเจ้าไม่ได้ยินเหรอ หูหนวกรึไง”
    “ข้าก็หวังว่าจะหูหนวก เมื่อครู่ภายในวังจะ...จะได้ไม่ถูกคนหักหน้า” หลันจือน้ำตาจะไหล
    “เมื่อครู่ที่พูด อย่าใส่ใจเลย ข้าเห็นแก่ส่วนร่วมไม่ใช่ส่วนตัว เจ้าสร้างเรื่องพอรึยัง”
    “ท่านจะให้ข้าทำยังไง จะให้ข้ายอมต่อปันซู ข้ายอมแล้ว พูดกับนาง ข้ายังไม่กล้าเสียงดังใส่ แต่ต่อหน้าไทเฮา ท่านกลับช่วยพูดให้ผู้หญิงอื่น ข้าทนแล้ว แม้บ่นคำเดียวก็ไม่บ่น แต่ตอนนี้ข้าทนพอแล้ว แค่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว ท่านกลับมาตอกย้ำข้า เติ้งจื้อ จิตใจท่านทำด้วยอะไร”
    “จึ เจ้าไม่ต้องมาแกล้งทำท่าทางโดนใส่ร้าย เหมือนกับว่าเจ้าไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ครั้งก่อนเจ้าสัญญากับข้า จะเปิดใจกับอาซู แต่เมื่อกี้ทำไมถึงได้ตำหนิอาซู คิดว่าข้าไม่ได้ยินเหรอ”
    “ข้าตำหนิอะไรนาง ท่านถึงได้ร้อนใจ ท่านกับนางไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมต้องปกป้องนางด้วย ท่านอย่าบอกนะว่าท่านกับปันหย่งเป็นพี่น้องกัน ข้าสืบมาหมดแล้ว ระหว่างพวกท่านไม่เคยพูดกันด้วยซ้ำ ท่านเจ้าชู้หลายใจ ไม่เคยพอเลย คิดกับนางมากกว่าเพื่อน”
    “เจ้าพูดพอรึยัง ในอดีตตระกูลโค่ว เป็นตระกูลผู้ดีมีความกตัญญู แต่ว่าเจ้า มีอะไรไม่พอใจกับว่าที่สามี ดูเจ้าตอนนี้สิอย่างกับคนแพ้ คนอย่างเจ้าจะเป็นอาจารย์อันดับหนึ่งได้ยังไง” 
    “ท่านไม่ต้องเอาเรื่องนี้มาขู่ เรามีสัญญาแต่งงานกัน ต่อหน้าคนอื่น ก็ไม่รักษาหน้าข้าจะให้ข้าทนแบบนี้ต่อไปเหรอ”
    “เจ้าก็เลยคิดจะแก้แค้นใช่มั๊ย ดี โค่วหลันจือสุภาพสตรีที่เรียนมาไปไหนหมด ปากก็ท่องได้ถูกต้องแม่นยำ แต่ที่จริงแล้วมีแต่คำหลอกลวง ใช่สิ ข้าน่ะ ไม่ใช่พ่อเจ้า ไม่ใช่สามีหรือลูกเจ้า เจ้าคงไม่ต้องเชื่อฟัง เอาอย่างนี้ดีกว่า การแต่งงานของเรา นับจากนี้ถือว่ายกเลิก เจ้าไม่ต้องโวยวายใส่ข้าอีก ข้าก็ไม่ต้องมาฟังเจ้าบ่น เป็นไง พอใจรึยัง เฮ้อ” หลันจือได้ยินก็สะอื้น
    ปันซูไปหาเว่ยอิง ด้วยความดีใจที่ได้กลับมาเป็นอาจารย์อีกครั้ง
    “ข้ากำลังหาเจ้าอยุ่พอดี ไม่คิดว่าเจ้าจะมาหา อาซู ดีใจด้วยนะ” 
    ปันซูยิ้ม “ท่านรู้อยู่แล้วว่าพี่ไม่เป็นอะไร”
    “ข้าพอรู้จักคนบ้านเยี่ยนเว่ย อาซู พี่เจ้าก็ปลอดภัยแล้ว เจ้าก็ได้ตำแหน่งคืน ข้าไม่มีอะไรจะให้ ก็มีแต่หนังสือนี่ให้เจ้า หวังว่าต่อไปเจ้าจะเก่งขึ้น อยู่ในวัง...ให้รอดปลอดภัย ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ” 
    ปันซูหัวเราะ “ขอบคุณมากพี่เขย แต่ว่า ถ้าอยู่ในราชสำนัก ให้อยู่รอดปลอดภัย ฟ้าหลังฝน...ใครจะกล้าสู้ท่านที่มีแต่คนชื่นชอบล่ะ”
    เว่ยอิงดุ “เจ้านี่”

ยอดหญิงปันซู 20


    ทางด้านหลันจือก็ถูกท่านพ่อท่านแม่ต่อว่า หลันจือได้แต่นิ่ง
    ใต้เท้าโคว่ดุ “คุกเข่า เจ้ากล้าทำให้ท่านแม่ทัพโกรธ จนยกเลิกการแต่งงาน จะพูดจะจาอะไร ควรระวังคำพูด ตอนนี้เป็นไงเขารู้กันทั้งเมืองแล้ว เจ้าทำเพราะอิจฉาจนทะเลาะกับว่าที่สามี ต่อไปตระกูลเราจะเอาหน้าไว้ที่ไหน” 
    แม่โค่วหลันจือถอนใจ “เฮ้อ หลันจือ ทำไมเจ้าถึงโง่อย่างนี้นะ ในโลกนี้มีผู้ชายคนไหนที่ไม่เจ้าชู้”
    “ได้แต่งงานกับตระกูลไทเฮา เป็นโชคดีแค่ไหนของตระกูลโค่ว แต่เจ้า..กลับทำอย่างนี้ เป็นการตัดอนาคตทั้งหมดของตระกูลเรา พรุ่งนี้ในราชสำนัก ข้าจะต้องถูกพวกขุนนางคนอื่นหัวเราะเยาะแน่ เจ้ารีบไปขอโทษท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้ ขอร้องให้เขาอย่ายกเลิกงานแต่ง มิฉะนั้น ข้าจะถือว่าเจ้าไม่ใช่ลูกสาว”
    หลันจือน้อยใจ “ท่านพ่อ ท่านจะไล่ข้าเหรอ”
    อาเฟิงเข้ามา “ท่านพ่อ อย่าไล่พี่ไป ท่านยังมีข้า ไม่ต้องให้ท่านพี่แบกไว้คนเดียว แม่ทัพเติ้งเจ้าชู้มาก ไม่คู่ควรกับพี่ข้า เรื่องวันนี้เขาเป็นคนผิด ข้าว่า...ยกเลิกงานแต่งก็ดี”
    ใต้เท้าโคว่ตบ “เหลวไหลนี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมายุ่ง”
    แม่โค่วหลันจือประคองอาเฟิง “โธ่เอ้ย ท่านพี่”
    ใต้เท้าโคว่ดุ “เจ้าคิดว่าจะยกเลิกง่ายๆ เหรอ ตระกูลเราก็มีศัตรูไม่น้อย มาถึงตอนนี้ อำนาจก็ไม่เหมือนดังก่อน พี่สาวเจ้าทำผิดต่อแม่ทัพเติ้ง ก็เท่ากับว่าทำผิดต่อไทเฮา ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาก็จะไม่สนใจเรา สำหรับคนอื่นไม่มีใครช่วยเราได้ เจ้าเข้าใจมั้ย”
    อาเฟิงสวน “ข้าไม่เข้าใจ ข้ารู้แค่ว่าท่านพี่โดนคนอื่นรังแก”
    หลันจือลุกขึ้นมาหาน้อง “อาเฟิง”
    แม่โค่วหลันจือขัดทุกคนก่อน “พอแล้ว หลันจือ เจ้าฟังแม่นะ กลับไปขอโทษท่านแม่ทัพ นะ ไปเถอะนะ”
    หลันจือนิ่งสะอื้น แม่โค่วหลันจือต่อว่าอีก “มิน่าล่ะ ท่านแม่ทัพถึงจะยกเลิกช่างเป็นลูกอกตัญญูจริงๆ ข้าทนไม่ได้แล้วนะ สวรรค์ ข้าทำไมถึงมีลูกไม่รู้บุญคุณอกตัญญูแบบนี้ ข้าอายุสี่สิบกว่าแล้ว ยังจะต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้”
    หลันจือยอมรับ “ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดเอง”
    อาเฟิงเข้าข้าง “ท่านพี่ ท่านไม่ผิดๆ” 
    “ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะไปขอโทษ ข้าจะขอร้องไม่ให้เขายกเลิก”

00000000000000

    เวลาเดียวกันนี้เติ้งไปดื่มเหล้ากับปันซู พอปันซูรู้ว่าเขายกเลิกการแต่งงานก็ตกใจ
    เติ้งว่า “ใช่ ข้าทนมามากแล้ว ฉวยโอกาศตอนนางเสียใจ พูดเรื่องนี้ให้จบๆ ไป นี่ ทุกคนก็เห็นว่านางตะโกนใส่ข้า ไทเฮาก็ช่วยไม่ได้”
    “แต่ว่า นางอยากแต่งกับเจ้า เจ้าจะยกเลิกงานแต่ง แล้วนางจะอยู่ได้ยังไงละ”
    “ข้าไม่สนหรอก ข้าไม่เคยคิดจะแต่งกับนาง ที่ข้าตกลงก็เพราะนางเอาแต่ร้องไห้จนข้าใจอ่อน เฮ้อ อาซูที่จริงแล้วคนที่อยู่ในใจข้า มีเพียงเจ้า จึ อาซู” ปันซูตกใจ 
    “ข้าพูดถึงขนาดนี้แล้ว ก็จะไม่เสแสร้งอีก พี่ชายน้องสาวอะไรกัน เป็นข้ออ้าง ข้าชอบเจ้า ข้าชอบเจ้าจริงๆ ข้าอยากแต่งงานกับเจ้า นางฟ้าที่ไหนก็ไม่ต้องการ ข้าต้องการเจ้า” ปันซูถอนใจ
    “ข้ายอมรับ เมื่อก่อนข้ามองเจ้าเป็นตัวแทนคนรักเก่า ข้าผิดเอง ข้าขอโทษ ขอโทษ แต่หลังจากที่เจ้ามัดข้าตอนนั้น ข้าก็เริ่มชอบเจ้าจริงๆ”
    “พอเลยๆๆๆ เจ้าเมาไม่ได้สติแล้ว”
    “ข้าไม่ได้เมา ข้ารู้ทุกอย่าง ดูสินี่สาม อาซูมองข้าสิ มองข้าเดี๋ยวนี้” เติ้งจับปันซู “นี่ เจ้าว่า บนโลกนี้ข้าจะหาใครได้เหมือนเจ้าที่ชอบเหมือนข้า ดูสิ หาเจ้าน่ะ ชอบดื่มเหล้า ชอบเล่นบอลม้า ชอบตีไก่ ข้าก็ชอบดื่มเหล้า เล่นบอลม้า ตีไก่ ถ้าเจ้าแต่งกับข้า เราจะมีความสุขแค่ไหน อีกอย่าง เจ้าเป็นลูกสาวของปันติ้งหยวน และเป็นอาจารย์ของฝ่ายใน ดูจากฐานะตำแหน่งแล้ว เราสมกันมาก ข้ามั่นใจ ไม่มีใครกล้านินทาแน่นอน”
    “เอ่อ เดี๋ยวๆๆๆๆๆ เจ้า เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า ข้าจะแต่งงานกับใคร ข้าไม่ได้ดูที่ฐานะหรือตำแหน่ง แล้วก็ไม่ได้ดูที่เขาชอบเหมือนข้ามั้ย ข้าดูที่ข้าชอบเขาหรือเปล่า”
    เติ้งหัวเราะ “จึ เฮ้อ แต่ก่อนเจ้าเกลียดข้าจะตายใช่มั้ย แต่ดูตอนนี้ ดูตอนนี้สิ เรามานั่งดื่มเหล้ากันได้เลย ข้าเชื่อว่า เพียงแค่ให้เวลาหน่อย เจ้าจะต้องชอบข้าแน่นอน”
    “ชอบมั้ยดูครั้งแรกก็รู้แล้ว จะใช้เวลานานเปลี่ยนได้ยังไง”
    “ทำไมจะปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนได้แน่นอน เพื่อเจ้า ข้ายอมเปลี่ยนแปลงข้อเสียของตัวเองหมดเลย เจ้ารู้มั้ย อาเย่เป็นพยานได้ เจ้าลองไปถามดู นอกจากอยู่กับเจ้าแล้ว หอนางโลมข้าก็ไม่เคยไป และยัง” 
    “แล้วยังอะไร”
    เติ้งหัวเราะ “สรุป เพียงแค่เจ้าชอบข้า เจ้าจะให้ข้าทำอะไร ข้าทำได้หมด”
    “จริงเหรอ”
    “จริงสิ” 
    “ยอมทำทุกอย่างจริงๆ นะ”
    “แน่นอนอยู่แล้ว”
    “งั้นตอนนี้เจ้าไปลาออกจากแม่ทัพใหญ่”
    เติ้งเหวอ “ข้าเป็นพี่ชายของไทเฮา ตำแหน่งนี้สำคัญมากดังนั้น”
    ปันซูสวน “ดังนั้นก็แปลว่าเจ้าไม่ยอม”
    “ไม่ใช่ไม่ยอม จะไม่ยอมได้ยังไง นอกจากเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร แค่เจ้าพูดข้าจะทำให้เจ้า”
    “เจ้าอย่าได้มั่นใจไปเลย ดี มานี่ ไปทำกับข้าหน่อย” 
    ปันซูลากเติ้งไปแข่งม้ากัน ปันซูว่า
    “จากตรงนี้ถึงต้นไม้ใหญ่ใครถึงก่อนชนะ ถ้าเจ้าชนะ..ข้าอาจชอบท่านก็ได้” 
    เติ้งกระหยิ่ม “เจ้าพูดเองนะ ย้ะ”
    ทั้งคู่แข่งม้ากัน แล้วปันซูก็ไปถึงต้นไม้ใหญ่ก่อน เติ้งตามมาแล้วบอกให้แข่งใหม่
    ปันซูว่า “ไม่ต้องแข่งแล้ว ความสามารถในการขี่ม้าของเจ้า อย่างน้อยสามปี ถึงจะชนะข้าได้”
    เติ้งสวน “เหลวไหล ปีเดียวเท่านั้น”
    “เอาละๆ ปีเดียวก็ปีเดียว แต่ว่า ข้าจะบอกให้ เติ่งจือ เจ้าชอบข้า ข้าดีใจมาก และก็ขอบใจ แต่ว่า เจ้าเสียสละเพื่อข้าไม่ได้ ยังสู้ข้าไม่ได้ แค่เรื่องขี่ม้าก็แพ้ เจ้าว่า ข้าสมควรแต่งด้วยมั้ย ดังนั้น เราสองคน เป็นพี่น้องกันดีกว่า พูดจากใจนะ ถึงโค่วหลันจือเป็นคนแปลกๆ แต่นางก็เป็นผู้หญิงสวย ชาติตระกูลดี มีคนสนับสนุน และก็ดีต่อเจ้าด้วย ข้าว่า มีฮูหยินอย่างนี้ ยังไม่พอใจอะไรอีก นี่ รีบกลับไปขอโทษนางเถอะ ให้นางมีทางเลือกบ้าง ถ้าเป็นข้านะ มีใครเอ็ดข้าต่อหน้าคนอื่น แล้วยังยกเลิกงานแต่ง ข้าจะฟันหัวมันให้ดู เอาล่ะ ลองคิดดูเอาละกัน” ปันซูหัวเราะจะกลับ
    เติ้งเรียกไว้ “หยุดก่อน เจ้าไม่ชอบข้าเพราะเจ้าชอบคนอื่นแล้ว เพราะเว่ยอิงใช่มั้ย” 
    “ใช่แล้วยังไง ข้าไม่ยอมให้ท่านทำอะไรเขา ไม่งั้นความสัมพันธ์เราเป็นอันจบ” 
    “ทำไมต้องเป็นเขาด้วย เขามีอะไรดีนักหนา” 
    “เขาไม่มีอะไรที่สู้เจ้าได้ แต่ว่า ยังไงข้าก็ชอบเขา” ปันซูหัวเราะ
    เติ้งกลับมาจวน คนรับใช้รีบบอกว่าหลันจือมารออยู่นานแล้ว เติ้งเดินเข้ามาหา
    “หลันจือ นี่เจ้าทำอะไร”
    หลันจือยกไม้ขึ้นกล่าวกับเติ้ง “ข้าทำผิดไปแล้ว จะมาขอร้องให้ท่านอภัย ข้าผิดไปแล้ว ผิดที่ไม่ควรอิจฉา และใส่ร้ายเพื่อนของท่าน และไม่ควรตะโกนเสียงดังใส่ท่านตอนอยู่หน้าวัง ทำให้ท่านขายหน้า หวังว่าท่านแม่ทัพจะเห็นใจ ยกโทษความผิดในครั้งนี้”
    “เจ้าลุกขึ้นเถอะ”
    “ถ้าท่านไม่ยกโทษให้ข้า ข้าก็จะคุกเข่าอยู่อย่างนี้”
    เติ้งสวน “เจ้าลุกขึ้นก่อน เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดเจ้า ตอนนั้นข้าใจร้อนไปหน่อย ลุกขึ้นก่อนค่อยว่ากัน มาๆ”
    “ถ้างั้น...ท่านก็ไม่โกรธข้าแล้ว”
    เติ้งรับ “ใช่”
    หลันจือร้องไห้ “เติ้งจื้อๆ ข้ารู้ข้าไม่ควรจะอิจฉา แต่ว่า...ท่านกล้าหาญเก่งกาจ ข้างกายก็มีผู้หญิงสวยรายล้อม ข้าเป็นเพียงหญิงธรรมดาคนนึง จะไม่ให้เสียใจได้ยังไง ข้าก็แค่วู่วามไปหน่อย เพราะข้าอิจฉา”
    “เอาละๆ ข้ารู้แล้ว ข้าเข้าใจ นะ”
    “ข้าขอสาบาน ต่อไปจะไม่ทำให้ปันซูลำบาก ข้ารู้ ท่านกับนางเป็นเพียงเพื่อนกัน ไม่ได้คิดเกินเลย ใช่หรือไม่”
    “ใช่ ข้ากับนางตอนนี้เป็นแค่เพื่อน”
    “ต่อไปข้าจะไม่หึงท่านอีกแล้ว ปันซูเป็นคนดี เมื่อก่อนข้าใจแคบไปหน่อย ท่านพ่อพูดถูก ยังไงข้าก็ต้องแต่งกับท่าน ไม่ต้องไปคิดอะไรมากกับเรื่องเล็กน้อย”
    “แต่มีบ้างเรื่องข้าไม่อยากปิดเจ้า  ข้าจะแต่งกับเจ้า แต่ใจของข้าก็ยังมีผู้หญิงอื่น อาจจะเป็นเย่เหมี่ยน หรืออาจจะเป็นปันซู นางทั้งสอง...เป็นคนที่ข้าชอบ  แต่ข้าไม่อาจครอบครองได้ อย่างคนว่า..มีรักแต่ไร้วาสานาต่อกัน” 
    หลันจือร้องไห้ “ท่าน ทำไมต้องบอกข้าเรื่องพวกนี้ด้วย ท่านจะปิดข้าไปตลอดไม่ได้เหรอ”
    “ก็เพราะข้าจะอยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต ข้าถึงพูดแบบนี้กับเจ้า บุญคุณและความรัก ครึ่งหนึ่งคือบุญคุณ อีกครึ่งคือความรัก ข้าให้ความรักเจ้าไม่ได้ เพียงแค่เจ้ารับปาก จะไม่หาเรื่อง ไม่วุ่นวาย ข้าไม่ทิ้งเจ้าแน่นอน ตอนนี้เจ้ารู้แล้ว ว่าข้าเป็นคนยังไง ยังจะแต่งกับข้าอยู่มั้ย”
    “แล้ว..นางชอบท่านรึเปล่า” เติ้งหัวเราะ “ใช่ ข้าจะแต่งกับท่าน ข้าเชื่อว่า...ขอใช้เวลาซะหน่อย ท่านจะต้องชอบข้าแน่นอน”
    “แต่มีคนบอกข้าว่า...การจะชอบใคร... มองครั้งเดียวก็รู้แล้ว ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ก็ไม่อาจเปลี่ยนได้”
    “แต่เมื่อก่อนท่านกับอาเย่ก็รักกันมาก.ตอนนี้ท่านยังไปชอบคนอื่นได้ เติ้งจื้อ ท่านอย่าปิดตัวเองเลย ดีกับข้าหน่อย จากนี้ไปเราต้องมีชีวิตที่เป็นสุขแน่” 
    “เฮ้อ ได้ ข้าจะลองพยายาม”
    วันต่อมาโคว่หลันจือก็บอกบัณฑิตเรื่องย้ายห้องได้ ทั้งยังชวนอาซิ่วมาเรียนที่ห้องหนึ่ง เพราะเคยบอกว่าอยากมา แต่อาซิ่วอ้างว่าอาหลิงอยากเรียนห้องสอง หลันจือไม่ว่าอะไร บอกทุกคนว่ามีอะไรก็ปรึกษากันได้
    อาหลิงแปลกใจที่หลันจือเป็นแบบนี้ มาถามปันซูที่อยูกับเหยาเจวียน
    “อาจารย์โค่วเป็นอะไรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไม่เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้”
    “จะเพราะอะไรเล่า ก็เพราะเติ่งจือคิดได้แล้ว แต่แค่คืนเดียว โค่วหลันจือก็เปลี่ยนจากกุหลาบแหลมคมเป็นลูกท้อนิ่ม  ศิษย์พี่ ท่านว่าชายหญิงรักกัน...ทำไมมหัศจรรย์ นี่ๆๆๆ ฮั่วเหิงก็เป็นแบบนี้ อุ้ย ข้าจำได้แต่ก่อนเขานิสัยไม่ดี  แต่พักหลังแค่ท่านโกรธ เขาก็คุกเข่าต่อหน้าท่าน เปลี่ยนเหมือนหมาน้อย”
    เป่ยเย้ได้ยินก็ไม่พอใจ ไปบ่นกับหลันจือแล้วยังบอกว่าจะหาทางแก้แค้นให้แต่หลันจือปรามไว้
    “ไม่ต้อง เรื่องนี้ข้ามีวิธีจัดการ เจ้าอย่าวุ่นวายเลย โบราณว่า ต้องรอเวลา...ที่เหมาะสมซะก่อน ซักวันข้าจะทำให้นางชดใช้...ในสิ่งที่นางทำ  ถ้าแค่มาขอโทษจะได้อะไรล่ะ ขอเพียงยังคงรักษาตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพเติ้ง ต่อให้โดนลบหลู่มากกว่านี้....ข้าก็ทนได้” 
    ที่สนามปันซูร้องบอกคนแข่งให้ไปทางบอล หลิวเอี้ยนเข้ามาหา
    “ปันซู เอาอะไรมาตัดสินข้า..ไม่ให้แข่งม้า ทั้งที่ข้าเก่งที่สุด” 
    “ฝีมือของเจ้าก็ไม่เลว แต่การแข่งม้าไม่ได้เล่นคนเดียว แต่เป็นการเล่นทั้งกลุ่ม ครั้งก่อนเจ้าเอาแต่ห่วงการเล่นของตัวเอง ไม่ฟังข้าสอน ข้าจะให้เล่นได้ไง”
    หลิวเอี้ยนหัวเราะ “ข้าไม่สน ปันซู ในสนามตอนนี้ต้องมีข้า”
    “ได้สิ อยากทำอะไรก็ได้ แต่ช่วยทำห่างๆ หน่อย ถ้าไม่งั้นโดนบอลใส่หน้าล่ะก็ หน้าของเจ้าจะเบี้ยวได้นะ” 
    “เจ้าจะแก้แค้นข้าเหรอ”
    ปันซูสวน “ใช่แล้ว ข้าจะแก้แค้น หลิวเอี้ยน วันๆ เจ้าเอาแต่หาเรื่อง ทำไมข้าต้องให้เจ้าด้วยล่ะ ข้าไม่เลือกเจ้าลงแข่ง แล้วเจ้าจะทำไม ใช่ เจ้าเป็นองค์หญิง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องจะเป็นอย่างที่เจ้าคิด อยากได้อะไรก็ได้ จำไว้นะ ตอนนี้ข้าเป็นอาจารย์เจ้า ข้าพูดอะไรก็ต้องทำตาม” 
    “เฮอ ปันซู อย่าคิดว่าพี่ชายไม่เป็นไรแล้วก็ได้ใจ ถึงตอนนั้น เราจะได้เห็นดีกัน” ปันซูไม่สนใจ 
    เติ้งคุยกับฮั่วหวน ปันซูที่กำลังช่วยอาหลิงเห็นเว่ยอิงเข้ามาก็รีบวิ่งไปหาแล้วพาไปดูอานม้าของเธอ เติ้งมองตามอย่างไม่พอใจนัก
    “นี่เป็นอานม้าสวยมั้ยล่ะ” 
    “อื้ม ก็สวยดี”
    “ข้าให้ลุงหาจากร้านขายที่ดีที่สุดเชียวนะ ลองใช้ดูสิ ถ้าท่านชอบล่ะก็ ก็เก็บเอาไว้ใช้ตอนขี่ม้าได้เลย”
    เว่ยอิงเตือน “อาซู ลืมเหรอว่าขาข้า...”
    “ข้าไม่ลืม ค่อยก่อน อานม้าแบบนี้ที่บ้านข้าเพิ่งจะมีคนใช้ ข้าลองขี่ดูแล้ว นั่งสบาย แล้วก็นิ่มมาก แค่ออกแรงนิดเดียวก็คุมม้าได้ พี่เขยลองเร็ว ทุกครั้งที่ท่านใช้มัน ก็จะขี่ได้ระยะหนึ่ง รีบลองดูสิ เร็ว”
    เว่ยอิงลองขึ้นขี่ม้า ปันซูร้องถามว่าเป็นไงบ้าง
    “จริงด้วย ไม่ต้องออกแรงมาก”
    “ข้าบอกแล้ว มีม้ากับอานที่ดีแล้ว ต่อไปท่านก็ไม่ต้องอิจฉาม้าข้าแล้วล่ะ พี่เขย ไม่ต้องเกรงใจข้าเลย ท่านจะต้องรับของสองอย่างนี้ไว้ ไม่งั้นข้าจะร้องไห้ให้ดูจริงด้วย” 
    “ดี งั้นข้าไม่เกรงใจแต่อานนี้ทำจากที่ไหน ข้าอยากได้ 8-9 อัน  มีพี่น้องในค่ายทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บที่ขา ถ้ามีอานม้าคนละอันคงจะดี”
    “เอ่อ ข้า” ปันซูหัวเราะ
    “ทำไม เจ้าไม่อยากบอกเหรอ” 
    “เอ่อ ไม่ใช่ ๆ ๆ จะทำอีกกี่อันก็ได้ เพียงแต่ว่า...ข้าเป็นห่วงว่า.. คนที่ทำอานม้าเขายุ่งมาก ต้องใช้เวลานานกว่าจะทำเสร็จ” 
    “หรือว่าอานม้านี้เจ้าเป็นคนทำ”
    ปันซูหัวเราะ “ที่จริงแล้ว” 
    “มือของเจ้า” ปันซูหัวเราะ
    อาซิ่งมาตามปันซู เธอว่าเดี่ยวตามไป แล้วหันมาบอกเว่ยอิงว่า
    “ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้เป็นคุณหนูอ่อนแอไม่ต้องห่วงหรอก แต่บอกไว้ก่อนนะว่าอานอันนี้ เมืองนี้มีอันเดียวเท่านั้น ดังนั้น ท่านอย่ารังเกียจที่เย็บไม่สวยงาม จะต้องใช้บ่อยๆ ต่อไป ถ้าข้าฝึกงานฝีมือเก่งๆ จะทำให้ท่านใหม่ ข้า ข้าไปก่อนนะ ค่อยคุยกันใหม่” ปันซูหัวเราะ เว่ยอิงซึ้งใจมาก และร่วมลงแข่งด้วย
    การแข่งขันหลันจือนั่งดูอยู่ด้วย หลิวเอี้ยนเข้ามาหาชวนไปที่ใต้ต้นไม้แต่หลันจือว่าที่นี่ดีแล้ว หลิวเอี้ยนบ่นปันซู หลันจือเตือนว่า
    “ข้าบอกเจ้าแล้ว อย่ามีอคติกับปันซู ถ้าเจ้ายอมอ่อนข้อลง เจ้าอาจได้ลงไปเล่นกับนางแล้วก็ได้”
    “เชอะ ไม่ได้เล่นก็ไม่ได้สิ ข้าไม่สนหรอก”
    เติ้งอยู่บนม้าคุยกับหัวหน้าทหาร
    “การแข่งครั้งนี้สำคัญมาก ต้องพยายามให้มาก”
    “ขอรับ ใต้เท้าวางใจ ถึงไม่ได้ดูแม่นางปันแต่ได้เห็นหน้าอาจารย์โค่ว ว่าแต่เราจะรังแกนางลงคอเหรอครับ” หัวหน้าทหารหัวเราะ
    “พูดมาก อยากตายเหรอกู้ผิงล่ะ หายหัวไปไหนแล้ว”
    เป่ยเย้หัวเราะร้องเรียกให้หลันจือดูเติ้ง เขาหันมาพอดีต่างทำหน้ากันไม่ถูก
    เว่ยอิงขี่ม้าเข้ามาบอกเติ้งว่า “ไม่ต้องหาแล้ว ย้ะ ข้ากับกู้ผิงตกลงกันแล้ว แข่งครั้งนี้ข้าจะลงแทน  ท่านแม่ทัพ คงไม่ว่าที่ข้าเล่นแทนนะ”
    ปันซูดีใจ “ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านก็มาด้วยเหรอ” 
    เว่ยอิงยิ้ม “ลองดูนะ ข้าไม่ได้เล่นมานานแล้ว ตอนแข่ง เจ้าอย่าโหดเกินไปล่ะ” 
    เหวินสี่ดีใจ “ดีสิท่านลุง”
    เติ้งว่า “เอาละ อาจารย์เว่ยก็ถือว่ามีฝีมือ นับเป็นเกียรติมากข้าต้องยินดีอยู่แล้ว เชิญ”
    “เชิญ”

จบตอนที่ 20