บันเทิง

ยอดหญิงปันซู 16

ยอดหญิงปันซู 16

11 พ.ค. 2560

ปันซูอยากกลับไปเป็นอาจารย์หญิง จึงให้เว่ยอิงชี้แนะวิธีการสอน

ทุกวันจันทร์อังคารเวลา 18.25 น. ทางช่อง NOW26

Banshu Legend No.16

    ปันซูรีบไปหาเว่ยอิง บอกข่าวดีว่าไทเฮาให้เข้าเฝ้าแล้วพร้อมนำทองมามอบให้เว่ยอิง
    “หลังจาก...ฟังท่านพูด ก็คิดทั้งคืน เลยตัดสินใจสอนฮั่นซู...ให้กับพวกบัณฑิต เริ่มจากความจริง และการใช้เหตุผล ให้เขาฟัง เพิ่งสอนได้แค่สองวัน พอใต้เท้าหยางเจิ้นหยางได้ยินเข้า ก็ชมข้าไม่ยอมหยุด ท่านบอกว่า..สอนจากง่ายไปหายาก พอไทเฮารู้เลยให้ข้าเข้าเฝ้า ให้รางวัลตั้งห้าสิบตำลึง”
    “ถือว่าเจ้าโชคดีมากนะ ที่ทำให้เจ้าตื่นจากฝันได้ ทำไมต้องแบ่งให้ข้าล่ะ”
    “นี่จะเป็นไร วันนี้ข้าใจดี อีกอย่างท่านไม่ใช่คนอื่น พี่เขย ไทเฮาก็ชมข้าตลอด ยังพูดอีก...ว่าจะให้ข้าเป็นอาจารย์หญิง แต่ว่า คิดดูแล้ว ก็เลยปฏิเสธไป”
    “เจ้าปฏิเสธหรือ เพราะอะไร”
    “พี่เขย พูดถูกต้อง คนเราต้องรู้จักตัวเอง ความรู้ของข้า ยังห่างไกลอีกมาก เพียงแต่บังเอิญที่พูดออกไปแล้ว มันตรงกับความคิดของใต้เท้าหยาง แต่ว่ายังไม่ได้ผ่านการทดสอบจากอาจารย์ และไม่เคยทำอะไรให้กับโรงเรียน ถ้าวิธีนี้ ข้าได้เป็นอาจารย์จริง โค่วหลันจือพวกเขา จะต้องนินทาแน่เลย ท่านยังไม่รู้ ตอนใต้เท้าหยางมา โค่วหลันจือมีสีหน้าไม่พอใจเลย”
    “ถูกต้อง ไทเฮาคงชื่นชมเจ้ามาก”
    “นั่นนะสิ ชมข้าไม่ขาดปาก ว่าข้ารู้จักถ่อมตน พี่เขย ข้าเพิ่งจะเข้าใจ อะไรเรียกว่าถ่อมตัว อะไรก็ตาม ที่เราอยากจะได้มัน แต่ก็รู้จักปฏิเสธ”
    เว่ยอิงหัวเราะ “เฮอะ”
    “ที่เรียกว่าถ่อมตัว หัวหน้าวังบอกกับข้าบางอย่าง นางพูดว่า โรงเรียนหลวงมีอาจารย์เป็นผู้ดูแล ใต้เท้าหยางได้ชมข้าต่อหน้าอาจารย์ในโรงเรียนหลวง จะไม่กล้าแกล้งข้าอีก งั้นเรื่องสะเก็ดดาวเดือนเจ็ด ก็นับว่าผ่านไปแล้ว เฮ๋อะ ดีใจมากเลย 
    “ฮึ่ฤดูร้อนมาถึงแล้ว อุณหภูมิจะสูงขึ้น ดอกไม้เบ่งบาน ข้าว่า เจ้ารู้จักใคร่ครวญ จะไม่สอนเจ้าแล้ว”
    ระหว่างนี้มีผึ้งบินเข้ามาหาทั้งสอง ปันซูจะตี เว่ยอิงร้องห้าม ผึ้งหันหัวมาทางเว่ยอิง เขาเอามือกันทำให้โดนผึ้งต่อย ปันซูโมโหเอาทองไล่ปา ทองไปโดนหัวเติ้งที่กำลังเดินมากับเหล่าขุนนาง
    ปันซูได้ยินเสียงร้องก็รีบวิ่งออกมาขอโทษ เหล่าขุนนางต่อว่า แต่เติ้งพอเห็นเป็นปันซูก็ไล่เหล่าขุนนางกลับไปก่อน
    เติ้งหัวเราะ “ฮึ่ๆ โถ๋ น้องสาว เจ้าอยู่โรงเรียนฝ่ายใน ทำไมไม่บอกข้าล่ะ สาวน้อยอย่างเจ้าก็ยังโกหก”
    “อย่ามาจับมือจับไม้ หลอกเจ้าแล้วทำไม แม้แต่ไทเฮาก็รู้ว่าแม่ข้าเป็นคนทุกข์ยาก”
    “โธ่เอ๊ยอย่าโมโหสิ ข้าไม่ได้พบเจ้าตั้งนานก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เอ่อ คราวที่แล้วข้าให้ไก่ชนเจ้า ได้รับหรือยัง” เติ้งทำเจ้าชู้ “กล้าหาญมั้ย”
    ปันซูตกใจ “เอ๊ะ เลือดไหลแล้ว”
    เติ้งร้องไห้“เฮอะๆๆๆ”
    ปันซูสอด “เจ็บตรงไหนบ้าง ข้าขอดูหน่อย”
    เติ้งแกล้ง“เฮ้อ ที่นี่ พอเจ้าจากไป ก็ไม่เคยนอนหลับเลย ข้าทนเจ็บไม่ไหวแล้ว”
    “อย่า”
    “เฮ้.. น้องสาว ในเมื่อเจ้าก็มาอยู่ในวังแล้ว น้องสาวไทเฮา เล่าเรื่องของเจ้าตั้งเยอะไม่อยากเป็นอาจารย์หญิงหรอ แค่บอกข้ามาคำเดียวก็ถอ เฮอะๆๆๆ” เติ้งหัวเราะ
    ปันซูแทรก“โธ่เอ้ย”
    เติ้งหัวเราะเว่ยอิงออกมาเสียงดุ“ปล่อยมือนางซะ”
    ปันซูขัดขืน“เฮ้”
    เติ้งแปลกใจ ปันซูบ่น “ท่านมาได้ไง อึ่ มาที่นี่ทำไม”
    เติ้งเสียงหาเรื่อง“โอ ใต้เท้าเว่ยหรือ ไม่ได้เจอกันนานทำไมขาเป๋ซะแล้ว”
    ปันซูไม่พอใจ “เจ้า”
    “ไม่รู้ว่าสาวๆ เห็นสภาพของเจ้าตอนนี้แล้วจะคิดยังไงน้า”
    “พี่เขย อย่าไปฟังเขาพูดเลย เติ้งจื้อ พูดจาระวังหน่อย อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจนะ”
    เติ้งแปลกใจ “พี่เขย อ้อ เจ้ากับหลิวเฉียน เขาน่ะหรอเป็นพี่เขยของเจ้า ที่อยู่ในรถวันนั้น ได้..เว่ยอิง เจ้ากล้าหลอกข้า”
    ปันซูกันไว้“เฮ้ เจ้าจะทำอะไร เจ้ากับแม่ทัพฉินแล้วก็รังแกข้า ถ้าไม่ใช่เขาช่วยข้า ก็คงถูกเจ้าฉุดเข้าบ้านไปแล้ว ทำไม มีพี่เขยปกป้องข้า เจ้าไม่พอใจหรอ”
    เติ้งหัวเราะ“หึ่ ไม่มีๆ ฮ่ะๆ เพียงแต่ข้าคิดไม่ถึง คนแบบนี้เป็นพี่เขยของเจ้าได้ไง”
    เว่ยอิงสวน “รู้มั้ยเพราะอะไรนางไม่ยอมบอกอยู่โรงเรียนฝ่ายใน”
    เติ้งไม่พอใจ“เพราะอะไร”
    “ตอนนั้นอาซูเข้าคุก ท่านแม่ทัพใหญ่ได้ยินข่าวหรือเปล่า แม่ทัพใหญ่กับคนคนนั้น คบหากันลึกซึ้ง”
    “เอ๊ะ ข้ารู้แล้ว พอข้าเอ่ยถึงนางเจ้าก็ไม่พอใจนางแกล้งเจ้าใช่มั้ย”
    เว่ยอิงว่า “เอาหน้าที่มาใช้ส่วนตัว ฉุดสาวชาวบ้าน กีดกันคนอื่น แก้แค้นส่วนตัว พวกเจ้าสองคน เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขับเสียงประสานกัน”
    เว่ยอิงให้ปันซูพยุงเข้าไป แต่เติ้งเรียกไว้ “ช้าก่อน เป็นเพราะนางเจ้าถึงไม่ชอบข้า”
    “แม้ไม่ใช่เพราะนาง ข้าก็ไม่ชอบเจ้าข้าก็เคยบอกกับเจ้าไปแล้วหนิ เป็นได้แค่เพื่อน อย่างอื่น ไม่ต้องพูด”
    “ดี ข้าเข้าใจแล้ว” เติ้งเดินออกไปเลย
    ปันซูมองเว่ยอิง “พี่เขย”
    “แย่แล้ว เขาต้องไปโควหลันจือแน่ๆ”
    “ห๊ะ ข้าไปหาเขา ท่านระวังหน่อยล่ะ”
    ปันซูรีบวิ่งตามเติ้งไป ร้องเรียกก็ไม่ยอมหยุด ปันซูต้องเสียงดัง
    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุดนะ เจ้าวิ่งอะไรน่ะ เจ้ามีสมองมั้ย รีบไปหาโควหลันจือเพื่อช่วยข้าพูดงั้นหรือ”
    เติ้งโมโห“เจ้าเป็นน้องสาวข้า เป็นเพื่อนข้าด้วย นางรังแกเจ้า เท่ากับไม่เคารพข้า”
    “เจ้าน่ะไม่มีสมองคิด แล้วถ้านางถามเจ้า ว่าข้าเป็นเพื่อนแบบไหน จะตอบยังไง จะบอกว่าข้าเกือบจะถูกเจ้าฉุดคนนั้นน่ะหรือ หรือว่าเคยไปชนไก่กับเจ้าด้วยกัน ฮ่ะ จะมีผู้ชายปกติที่ไหน เพื่อเพื่อนที่เพิ่งพบหน้าไม่กี่ครั้ง จะไปด่าภรรยาตัวเอง ถ้าอยากช่วยข้าจริงๆ ก็ทำไม่ได้ เจ้าโวยวายครั้งนึง กลายเป็นวีรบุรุษ แล้วข้าล่ะ จะต้องถูกทำร้ายอยู่ต่อไปน่ะสิ”
    เติ้งโกรธ“นางกล้าหรือ”
    “ทำไมนางจะไม่กล้า เจ้าก็พูดอยู่บ่อย ว่าภรรยาของเจ้าน่ะเดาใจออกยาก ต่อหน้าอย่างนึง ลับหลังอย่างนึง เจ้ายังรับมือไม่ไหว ข้าก็เป็นแค่ลูกน้อง ถ้าอยากช่วยข้า ก็รีบรับนางเข้าบ้านซะให้นางได้เป็นฮูหยิน มีลูกสักเจ็ดแปดคน นางก็ไม่มีเวลามายุ่งเรื่องของโรงเรียนแล้ว หึ๊”
    เติ้งคิดตามแล้วว่า “แบบนี้ ไม่ค่อยดีมั้ง”
    “จิๆๆๆ ยังจะพูดเป็นเพื่อนที่ดี เรื่องแค่นี้ก็ยังช่วยข้าไม่ได้เลย ฮึ เติ้งจื้อ แม่ทัพใหญ่เติ้ง ข้าว่าเจ้าน่ะ ปากพูดน่าฟัง เอาจริงเข้าละก็ แย่กว่าใครทั้งหมด”
    “เฮอะ ข้าแย่หรอ ข้าแยงั้นหรอ ข้า เจ้า ข้า เฮ้อ...”
    “ข้าพูดถูกล่ะสิ”
    เติ้งหัวเราะ “เฮ่อ ฮึ่ๆๆๆ พูดถูกแล้ว พูดถูกแล้ว เฮ้อ สมแล้วที่เป็นน้องข้า เข้าใจพี่ชาย หา ฮ่ะๆๆ โธ่เอ้ย สองวันนี้งานในราชสำนัก ยุ่งเสียจนไม่มีเวลา ลืมไปว่าตัวเองแซ่อะไรแล้ว ฮ่ะๆๆ ฮ่า นี่น่ะ ถูกน้องสาวดุว่าอย่างนี้ รู้สึกว่าสดชื่นขึ้นมาทันที ข้ารับปากเจ้า จะไม่ไปหาโค่วหลันจือแล้วแต่ว่า เจ้าอยู่ในวังมีข้าเสริมแรงให้เจ้า อย่าว่าแต่อยากเดินขวางเลย อยากจะเดินกลับหัว.. ก็ไม่มีปัญหา”
    “พอแล้วๆ อย่าโม้อีกเลย ข้ายังสู้ไม่ได้แล้วจะมาช่วยงั้นหรอ เจ้าไปฝึกอีกหน่อยเถอะ ชิ”
    เติ้งมอง“เพราะข้ายังอ่อนมือให้หรอก รอข้าด้วยสิ”

ยอดหญิงปันซู 16
    หมิงกงจ่างทูลเตือนไทเฮาขณะที่พากันมาดูทหารฝึกซ้อม
    “ไทเฮา ที่นี่คนมากมาย ไม่เหมาะที่พระองค์จะมาที่นี่ พวกเรากลับกันดีกว่า”
    “พูดแบบนี้อีกแล้ว ข้าเคยบอกว่า ทหารฝึกซ้อมอย่างเหน็ดเหนื่อย มาดูพวกเขาหน่อยจะเป็นไร”
    ระหว่างนี้ได้ยินเสียงฮั่วเหิงหัวเราะขณะที่พาเหยาเจวียนหัดขี่ม้าไทเฮาถามหมิงกงจ่างว่าเหยาเจวียนเป็นใคร
    หมิงกงจ่างตอบ เหมือนจะเป็น..อาจารย์เหยา”
    “อาจารย์เหยา ปกตินางเป็นคนเจ้าระเบียบหนิ”
    “อ่า.. กระหม่อม จะไปให้พวกเขาหยุดเดี๋ยวนี้”
    “ไม่ต้อง ที่จริงที่นี่ข้าไม่ควรมา โทษคนอื่นไม่ได้ กลับวังโซ่วอัน ไม่ต้องมาอีกแล้วเสื้อผ้านี้สีสดเกินไป ไม่เหมาะกับข้าใส่ กลับไปเปลี่ยนให้ข้าซะ”
    ในวัง หมิงกงจ่างพาแม่ทัพไป๋เข้าเฝ้าแล้วทูลไทเฮาว่าให้ทรงพระราชทานงานแต่งให้เขา แต่ไทเฮาเห็นว่าแม่ทัพไป๋อายุมากแล้ว ควรตัดใจถือว่าได้สร้างบุญให้ลูกหลาน แต่หมิงกงจ่างทูลว่า
    “เรียนไทเฮา ภรรยาของแม่ทัพไป๋ เคยช่วยชีวิตฮ่องเต้องค์ก่อน ฮ่องเต้จึงอนุญาตให้แต่งใหม่ได้ ถ้าหากไม่แต่ง งั้นเป็นการขัดคำสั่งของฮ่องเต้”
    “เจ้าเห็นชอบใครล่ะ”
    “เอ่อ ตอบไทเฮา กระหม่อมแอบชอบ อาจารย์หญิงเหยาเจวียน”
    “เมื่อเป็นรับสั่งของฮ่องเต้ ข้าก็ปฏิเสธไม่ได้ พระราชทานงานแต่งเถอะ”
    “เฮอ ขอบพระทัยไทเฮา”
    “ช้าก่อน” แม่ทัพไป๋ชะงัก “ดีต่อนางหน่อย”
    “พะยะค่ะ”
    ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่หญิงไปรายงานให้เหยาเจวียนทราบ 
    “ไทเฮามีรับสั่ง พระราชทานเหยาเจียนเลื่อน ให้แต่งงานกับแม่ทัพไป๋เฉิงเอิน”
    “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฮึ่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฮ่ะๆ” ฮั่วเหิงกระชากตัวไป“ฮึ่ ฮั่วเหิง เจ้าทำอะไรน่ะ”
    “ข้าจะพาเจ้าหนี ไม่อยากให้เจ้าแต่งกับเจ้าเฒ่านั่น”
    “เจ้ารู้แล้วหรอ”
    “ไม่มีใครที่ไม่รู้เรื่องนี้ เหยาเจียน หนีไปกับข้า แม้ว่าไม่มีแก้วแหวนเงินทอง ไม่มีบ้านหลับใหญ่ แต่ข้ามีเจ้า เจ้ามีข้า นี่มีค่ามากกว่า..ทุกอย่างใช่หรือเปล่า”
    “เจ้า คิดแบบนี้จริงๆ หรือ เจ้า ยินดีละทิ้งทุกอย่างเพื่อข้าจริงหรอ”
    “ข้าตัดสินใจแล้ว ไม่เปลี่ยนเด็ดขาด”
    เหยาเจวียนดีใจ“ถ้าเจ้ายินดี ข้าก็ไม่เกี่ยง”
    ฮั่วเหิงกำลังจะพาเหยาเจวียนหนี ขบวนของไทเฮามาถึงพอดี
    “ไทเฮาเสด็จ”
    ไทเฮาตรัสถาม “พวกท่านจะไปไหนหรอ”
    หมิงกงจ่างเอ่ยต่อ “ไทเฮา พวกเขาไม่ฟังคำสั่งพระองค์ คิดจะหนี”
    “จะเป็นไปได้อย่างไร อาจารย์เหยาเป็นคนซื่อตรง แม่ทัพฮั่วก็เป็นอาจารย์ของข้า พวกเขาจะทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้ได้อย่างไร อาจารย์เหยา ข้ากำลังจะไปไหว้พระ ไปเป็นเพื่อนข้าหน่อย”ไทเฮายื่นมารอเหยาเจวียน
    ฮั่วเหิงอึ้ง “เหยาเจียน”
    “ฮึ่ คำสั่งไทเฮา ข้ามิอาจปฏิเสธ”เหยาเจวียนส่งมือให้
    ไทเฮาพักระหว่างทาง แล้วคุยกับเหยาเจวียน
    “ไม่อยากแต่งกับแม่ทัพไป๋หรอ”
    เหยาเจวียนอึ้ง “ไทเฮา”
    “ข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้า แต่เป็นชะตาชีวิต ใครจะเลือกเองได้ล่ะ ถ้าหากเลือกเองได้ ข้าก็คงอยากเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ต้องอยู่แต่ในวัง เมื่อกี้พวกเจ้า จะหนีไปด้วยกันหรอ ลองคิดดูสิว่าหลังจากที่พวกเจ้าหนีไป ต้องถูกประกาศจับ อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ คงได้ลิ้มรสความลำบากเป็นแน่ แม้แต่ลูกของพวกเจ้า คงต้องลำบากไปด้วย ความรักของพวกเจ้าก็จะถูกทำลาย ก็จะเริ่มโทษฝั่งตรงข้าม จากที่เขาเคยเป็นแม่ทัพก็กลายเป็นนักโทษ เจ้าก็โทษเขา หนีโดยไม่คำนึงถึงอะไร ทำลายเจ้าทั้งชีวิต”
    “ไท ไทเฮา อย่าทรงตรัสอีกเลยเพคะ”
    ไทเฮาถอนใจ“ฮึ่ ตลอดชีวิตของผู้หญิง ล้วนหนีไม่พ้นความรัก ความรักคืออะไรน่ะหรือหวังให้เขาดี หวังให้เขามีความสุข อย่าให้ความรักไปทำลายความสุข ของชีวิตทั้งชีวิตฮั่วเหิงเป็นคนดีมีอนาคต หากไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เชื่อว่าเขาจะมีผลงาน ข้าเองก็พูดได้แค่นี้ เจ้าคิดดูให้ดีเถอะ”
    “ข้า ข้าเข้าใจดี ข้าจะไม่ยอมทำร้ายเขา ขอให้ไทเฮาโปรดให้อภัย ที่พวกเราวู่วาม ให้โอกาสเขาอีกครั้งเถอะ”
    “เด็กโง่ เจ้ามาเป็นเพื่อนข้าไหว้พระไม่ใช่หรือ จะเกิดเรื่องไม่ดีได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าเข้าใจดีแล้ว เขาก็ต้องเข้าใจด้วย เจ้าเป็นคนฉลาด รู้ว่าสมควรทำยังไง ใช่มั้ย”
    เหยาเจวียนไปหาฮั่วเหิงที่สนามฝึก ฮั่วเหิงดีใจรีบเข้าไปหา
    “อ้าว เจ้ามาพอดี ข้ากำลังจะไปหาเจ้า”
    “อ่า ฮึ่ แม่ทัพฮั่วโปรดให้เกียรติ คนตั้งมากมาย”
    “ทำไมหรอ เจ้าดูแปลกๆ”
    “ข้าได้ใคร่ครวญดู หาคนดีได้แล้ว อารมณ์ดี พูดจาดี คนหยาบกร้านอย่างเจ้าหรือจะเข้าใจ”
    “ข้าหยาบกร้านหรอ เจ้ายั่วโมโหข้าใช่มั้ย เจ้าไม่อยากไปกับข้า ไม่อยากเสี่ยงอันตรายใช่มั้ย”
    “เจ้า เจ้าเป็นบ้าไปแล้ว ดูเจ้าสิ เรียงความเขียนไม่เป็น บุคคลิคธรรมดา นอกจากวิทยายุทธ เจ้ายังเป็นอะไรอีก ไม่เหมือนพี่ไป๋ ถึงแม้แก่ไปหน่อย แต่เป็นทั้งบู๋นและบู๊ ยังมีเงินอีก ใช้ชีวิตร่วมกับเขา ถึงจะมีความสุข”
    “ดังนั้น”
    เหยาเจวียนกล่าวต่อ “ข้าจะแต่งงาน ดีใจกับข้าเถอะ ข้าขอบอกเจ้า เรื่องต่างๆ ของเรา ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ถ้ากล้าไปพูดกับคนอื่น จะถือว่าเจ้า ไม่ให้เกียรติ ถึงตอนนั้นสามีข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่”
    ฮั่วเหิงตะลึง “สามี”
    “หึ๊ อ้อ.. อึ่ ลาก่อน เจ้าเองก็หน้าตาดี แต่งงานกับผู้หญิงสักคน อย่าให้เป็นเพราะข้า จะได้ยกระดับตัวเอง ไม่งั้นข้าคงรู้สึกเวทนา ฮึ่ม”
    ฮั่วเหิงหัวเราะเศร้าๆ มองตามเหยาเจวียนที่เดินจากไป เหยาเจวียนเองก็ร้องไห้
    ปันซูเข้าไปหาเหยาเจวียนที่กำลังแต่งตัวอยู่
    “เฮ้อ.. ศิษย์พี่ ท่านจะแต่งกับตาเฒ่าจริงๆ เหรอ”
    เหยาเจวียนสวน “อย่าว่าสามีข้าแบบนั้น”
    “เฮ้อ.. หลอกฮั่วเหิงได้แต่อย่าหลอกข้า ไม่เชื่อหรอก”
    “เอ่อ ทำไมข้าจะต้องหลอกเจ้า การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ มีอะไรน่าหลอก”
    “งั้นบอกข้าสิ ชอบอะไรในตัวเขางงั้นหรอ”
    เหยาเจวียนอึ้ง “ข้า ข้า ข้าชอบเขาแต่งกลอนน่ะ ชื่อว่า แสง แสงจันทรา”
    “แบบนี้หรอ ฮั่วเหิงจะรู้สึกยังไง”
    “ข้าก็ช่วยไม่ได้ ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เจ้าออกไปเถอะ เจ้าออกไปเถอะ”
    “โธ่เอ๊ย”
    เหยาเจวียนหัวเราะ และทั้งปันซูและเหยาเจวียนต่างถอนหายใจ พอปันซูออกไป เหยาเจวียนก็คิดถึงฮั่วเหิง แต่สุดท้ายก็ต้องตัดใจ
    แม่ทัพไป๋จัดขบวนมารับเหยาเจวียน ระหว่างเดินทางแม่ทัพไป๋มีความสุขมาก เหยาเจวียนนั่งบนเกี้ยวได้แต่คิดถึงฮั่วเหิง
    ทันใดนั้นฮั่วเหิงก็มาขวางขบวนสั่งให้หยุด
    แม่ทัพไป๋เสียงดุ “ฮั่วเหิง เจ้าจะทำอะไร”
    “เหยาเจียนเป็นของข้า”
    “ผายลม ไทเฮาพระราชทานเหยาเจียนให้ข้า อ้า” แม่ทัพไป๋ถูกถีบ 
    ทหารรีบเข้าไปดูแม่ทัพไป๋ ฮั่วเหิงว่า “พูดอีกครั้งซิ ว่าไทเฮาพระราชทานให้เจ้า”
    “ข้า ข้า เจ้าจะเอายังไงก็ได้ อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า”
    ฮั่วเหิงเสียงเข้ม “ไสหัวไป”
    แม่ทัพไป๋กับเหล่าทหารหลบไปทางหนึ่ง เหยาเจวียนออกจากเกี้ยวมา
    “ฮ่ะ ฮ่ะ เจ้ามาทำอะไรอีก ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรอ ข้าไม่ชอบเจ้า ข้าจะแต่งกับเขา”
    แม่ทัพไป๋หัวเราะ “เฮ่อะๆๆๆๆๆ”
    ฮั่วเหิงสอด “เอ๊ะ ทำไมเจ้าไม่ติดอ่างแล้วล่ะ ฮึ่”
    แม่ทัพไป๋สั่งทหารจัดการฮั่วเหิง ครั้งนี้ฮั่วเหิงไม่สู้ ยอมให้ทหารรุม 
    เหยาเจวียนร้องไห้ “ฮึ่ เจ้าทำอะไร ทำไมไม่ตอบโต้ล่ะ”
    “ถ้าเจ้าไม่ได้รักข้าแล้ว จะสนใจข้าอีกทำไม ให้พวกเขาตีข้าเถอะ ตีข้าให้ตายเลย”
    เหยาเจวียนทนไม่ได้ไล่ทหารไป “อย่า อย่า อย่า อย่าตีเขา อย่าตีเขา อย่าตีเขา เจ้าคนโง่ เจ้าคนโง่ รู้อย่างนี้-แต่แรก ทำไมข้าต้องเสียเวลาไปคิดมาก” เหยาเจวียนกอดฮั่วเหิงร้องไห้สะอื้น
    ฮั่วเหิงปลอบ “อย่าร้องไห้ ขอเพียงบอกข้า เจ้าต้องการข้ามั้ย”
    เหยาเจวียนสะอื้น “ฮือๆๆ ต้องการ”
    ฮั่วเหิงดีใจ “เฮ๋อะ เฮ๋อะๆๆ”
    ฮั่วเหิงต่อสู้กันกับทหารแม่ทัพไป๋จนกระเจิงไป แล้วถึงหันมาหาเหยาเจวียน
    “เจ้าสวยจัง”
    เหยาเจวียนผลัก “อึ่ เจ้า ทำแบบนี้ทำไม ทำยังไงดีล่ะ ไทเฮา ไทเฮา พระองค์จะลงโทษพวกเรา พวกเราจะต้องตาย เจ้าคนโง่” เหยาเจวียนสะอื้น “เจ้าคนโง่”
    “พวกเรากลับไปบอกไทเฮา พวกเราจะอยู่ด้วยกัน ถ้าพระองค์ไม่รับปาก ก็ให้พระองค์ฆ่าพวกเรา สรุปแล้ว เป็นก็ดี ตายก็ดี ข้าจะขออยู่กับเจ้าตลอดไป”
    เหยาเจวียนรับ “อืม อื้ม”
    ฮั่วเหิงมอบแว่นขยายให้ “เจ้ายังจำได้มั้ย อ่ะ ข้าคืนให้เจ้า”
    เหยาเจวียนสะอื้น ฮั่วเหิงว่า “ห้ามเจ้าปฏิเสธ เพราะข้าไม่เชื่อเจ้าอีกแล้ว”
    ฮั่วเหิงกับเหยาเจวียนพากันไปนั่งอยู่ที่หน้าประตูวัง โดนเหล่าขุนนางต่อว่าที่ทำลายประเพณีดั้งเดิม มีโทษถึงตาย ไทเฮามองมาจากบนตำหนัก
    “พวกเขาคงรักกันจริงๆ ให้คนซาบซึ้ง”
    หมิงกงจ่างทูล “ไทเฮา กฎต้องเป็นกฎ ความผิดของพวกเขา คือโทษถึงตาย”
    ที่ท้องพระโรง ไทเฮาเรียกขุนนางมาประชุม
    “ที่เรียกทุกท่านมาเข้าพบ เพราะมีเรื่องอยากปรึกษา เรื่องของฮั่วเหิงกับเหยาเจียน ข้ารู้สึกว่า พวกเขาสองคนรักชอบกัน จะยกเว้นให้ได้มั้ย”
    “ไม่ได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ อย่าว่าแต่ระเบียบ แค่เพียงดูหมิ่นฮ่องเต้องค์ก่อน พวกเขาก็สมควรโทษถึงตาย”
    “ใช่แล้ว พระนางไทเฮา แม้แม่ทัพไม่ติดใจ แต่ก็เป็นเสาหลักของประเทศ ไม่ควรได้รับการกระทำเช่นนี้”
    เหล่าขุนนางทูลพร้อมกัน “ขอไทเฮาลงโทษตายแก่พวกเขา”
    ปันซูเข้าวังมาเฝ้าไทเฮา ไทเฮารู้ทันทีว่ามาขอร้องให้เหยาเจวียน ไทเฮาว่า
    “เรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปแล้ว ราชสำนักก็รับรู้ หากข้าไม่ให้ความยุติธรรม ทุกคนคงไม่ยอม”
    “ฮ่ะ พวกเขาจะเป็นเช่นไร”
    “ตัดหัว”
    ปันซูตกใจมาก “ห๋า ไม่ ไทเฮา ยกโทษพวกเขาด้วย ยกโทษให้พวกเขาด้วย” ปันซูร้องไห้
    “แต่ยังพอมีเวลา ไปกล่าวลาพวกเขาเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์”
    ปันซูสะอื้นทูลลาไป
    ปันซูกลับไปแล้วแต่ชุดดำ พอดีเติ้งมาเห็นก็ถามว่าใส่ชุดนี้ทำไม ปันซูว่า
    “ปล้นลานประหาร”
    “ปล้นลานประหาร ใส่ชุดนี้ไปปล้นน่ะหรอ กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไง” 
    ปันซูสวน “กี่คนก็พูดแบบนี้”
    “ฮ่าย... หลอกเจ้าทั้งนั้น ในวังมีทหารอยู่เต็มไปหมด”
    “ห๋า ทำยังไงดี พี่เหยาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของข้า ไม่ช่วยนางไม่ได้”
    “ฮ่าย..ข้าพอจะมีวิธีนึง อ่า.. แต่ว่า”
    ปันซูรีบบอก “ต้องทำอย่างไร ข้ารับปากทั้งนั้น”
    “จ่ะ ฮึ่ๆๆ หอมข้าทีนึง”
    ปันซูสวนทันที “ไปตายซะ”
    เติ้งว่า “นี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะช่วยนางได้ อือหึ๊” เติ้งหัวเราะ “ฮึ่ๆๆๆๆๆๆ หึ๊ๆ”
    ปันซูยอมยื่นหน้าไป แต่แล้วเติ้งก็มีสีหน้าเซ็ง
    “โธ่เอ้ย พอแล้วๆ ดูเจ้าไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่ คิดว่าข้าอยากได้หรอ บอกวิธีให้ก็ได้ อยู่ที่เจ้าจะกล้าหรือไม่” เติ้งยอมบอกแผนการณ์

ยอดหญิงปันซู 16
    ปันซูไปขอเข้าเฝ้าไทเฮา หมิงกงจ่างทูลไทเฮาว่า ปันซูมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับฮั่วเหงิกับเหยาเจวียนมาเสนอ ไทเฮาให้เข้าพบ
    “คารวะไทเฮา”
    “ปันซู มีเรื่องอะไรเหรอ”
    “เรียนไทเฮา เมื่อวานข้าเปิดดูกฎหมาย เรื่องความผิดของพี่เหยากับแม่ทัพฮั่วไม่ใช่แค่ตัดหัวประจาน นี่เบาเกินไป ทุกคนคงไม่ยอมรับ”
    “เฮ๊อะ ฟังไม่ผิดใช่มั้ย”
    “พวกเขาแอบชอบกัน ขัดราชโองการ ทำให้แม่ทัพไป๋โกรธ ไม่คำนึงถึงหน้าที่ ควรขังไว้สักสิบวัน ให้รับการทรมาน แล้วตัดหัว เพื่อเสียบประจาน หากทุกคนยืนยันที่จะฆ่าพวกเขา ค่อยปฏิบัติตามกฎหมาย”
    “ปันซู ในคำพูดของเจ้า ที่แท้ซ่อนความหมายอะไร เมื่อกี้ที่ท้องพระโรง ทำไมถึงพูดแบบนั้น”
    “เรียนไทเฮาเพคะ ถ้าให้โทษตายทันที จะไม่มีโอกาสรอดได้อีก หลังจากสิบวันแล้ว โอกาสรอดยังพอมี”
    ไทเฮาแปลกใจ “สิบวัน”
    “ฮึ่ ไทเฮาลืมไปแล้วหรือหลังสิบวัน เป็นวันอะไร”
    “ฮึ่ เป็นวันเกิดของข้า อภัยโทษ”
    “ปันซูรู้ว่าไทเฮามีจิตใจเมตตา ไม่อยากให้ตาย จึงต้องลองเดาใจพระองค์ดู ได้โปรดให้อภัย”
    “ทำดีมากปันซู เจ้าฉลาดจริงๆ ช่วยข้าแก้ปัญหาได้”
    ปันซูกลับไปแล้ว ไทเฮาทรงคิดถึงฮั่วเหิงเพียงลำพัง “คนที่ข้าเคยมีใจ ต้องเป็นคนที่มีคุณค่า ความรักที่ลึกซึ้ง ไม่ทำให้ข้าต้องเสียใจเลย แม้เขาจะไม่มีวันรู้ก็ตาม ขอเพียงเขาได้ดี ก็พอใจแล้ว”
    แล้วก็เป็นตามที่ปันซูคิด หลังวันเกิดไทเฮา ฮั่วเหิงกับเหยาเจวียนก็ได้ออกมา ปันซูมารอดีใจมาก
    “ฮ่ะ ศิษย์พี่ เป็นอย่างไรบ้าง”
    ฮั่วเหิงว่า “เหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่ แม้แต่สวรรค์ก็ยังรู้เลย ว่าพวกเราสมควรอยู่ด้วยกัน”
    ปันซูหัวเราะ เหยาเจวียนแทรก “ใครอยากอยู่กับเจ้า เจ้าไม่มีตำแหน่งแล้ว เป็นเพราะข้า”
    ฮั่วเหิงถอนใจ “เฮ้อ สำหรับข้าชื่อเสียงน่ะหรอ เป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน ข้าไม่สนใจหรอก รวยหรือจน ยังเทียบเส้นผมเจ้าไม่ได้ ข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง”
    “ศิษย์พี่ อิจฉาจริงๆ ข้าฟังก็ยังเคลิ้มเลย”
    ฮั่วเหิงถามเหยาเจวียน “แล้วเจ้าล่ะ”
    หมิงกงจ่างเข้ามาหา “ฝันไปเถอะ”
    ปันซูแปลกใจ “หัวหน้าวัง เจ้ามาทำไม มาแสดงความยินดีกับศิษย์พี่เหรอ”
    “ไทเฮามีรับสั่ง บอกว่าอาจารย์เหยา ให้อยู่ในโรงเรียนฝ่ายในต่อไป”
    “ห๋า ถ้างั้น เรื่องแต่งงานของพวกเราล่ะ”
    หมิงกงจ่างว่า “เอาไว้ทีหลัง อาจารย์เหยา ไทเฮาต้องการให้เจ้าสอนหนังสือเด็กๆ ทำคุณถ่ายโทษ อย่าทำให้พระองค์ต้องผิดหวัง”
    “ได้ ได้ ขอบพระทัย”
    “ชิ อย่างงี้ทุกที สวรรค์ ทำไมต้องแกล้งข้าแบบนี้”
    “ฮ่าย... ไม่เป็นไร อย่างมาก ข้าก็หาเงินเลี้ยงเจ้า”
    ฮั่วเหิงว่า “ไม่เอา ข้าไม่ให้เจ้าต้องมาลำบาก จากนี้ไปข้าต้องขยัน ลืมแล้วหรือ ข้าเคยรับปาก จะทำให้เจ้ามีความสุข ข้าต้องไปแล้ว อาปันซู ไปแล้วนะ”
    “อืม.. ศิษย์พี่ ท่านช่างเป็นคนที่โชคดีนัก” ปันซูยินดีด้วย
    ปันซูกลับจวนก็คิดถึงท่านพ่อและท่านป้า จู่ๆ สาวใช้ก็มาบอกว่าม่อเป่ยปู้มีสายสืบอยู่รอบเมือง มือปราบตามจับพวกพ่อค้า ปันซูได้ยินก็รีบวิ่งออกจากจวนไปตลาดทันที
    ม่อตงถูกจับขังกรงแห่ประจานรอบตลาด เมียกับลูกวิ่งตาม ปันซูเข้าไปช่วยพูดกับเจ้าหน้าที่
    “ใต้เท้า อย่าเพิ่งจับท่านอาไปจะได้มั้ย เขาเป็นคนดี ข้ารับประกันเขา ต้องมีการเข้าใจผิดแน่ ตรวจสอบให้ชัดเจนก็จะรู้”
    “เจ้าเป็นลูกสาวของใคร จะเอาอะไรมารับประกันเขา”
    “ข้าชื่อปันซู เป็นอาจารย์ที่โรงเรียนฝ่ายใน องค์หญิงเป็นบัณฑิตของข้า พี่ชายเป็นแม่ทัพปันหย่ง ท่านอาเป็นอาจารย์ของไทเฮา”
    “อาจารย์โรงเรียนฝ่ายใน ไม่ใช่ขุนนางราชสำนัก ถ้าเจ้าอยากให้ปล่อย ก็ไปพูดกับหวี๋ไท่เว่ยหลีกไป”
    ปันซูร้องเรียก “ท่านอาม่อตง”
    “อาซู ฮูหยิน” ม่อตงได้แต่เหลียวมองทั้งสาม
    ปันซูกลับมาพร้อมเว่ยอิง เหยาเจวียนและฮั่วเหิงรออยู่ เหยาเจวียนรีบถามว่าเป็นยังไงบ้าง
    “ไม่เป็นอะไร พี่เขยขอร้องไว้”
    เหยาเจวียนปลอบ “อย่าเชื่อคำพูดของคนอื่น ล้วนแต่พูดเหลวไหล”
    “พี่ฮั่ว ได้ยินมาว่า ท่านกับคนของกองปราบ พี่ชายยอมแพ้ให้พวกนั้นจริงหรือ”
    “เอ่อ พวกเรา...อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย”
    ปันซูเสียงเข้ม “พี่ฮั่ว”
    “มีข่าวลือจริงๆ แต่กองปราบได้รับรายงาน บอกว่าพี่ชายเจ้ารบแพ้ เป็นเชลย ส่วนเรื่องอื่นไม่รู้ อาซู ข้าว่าทางที่ดี เจ้าอย่าออกมาให้คนเห็นหน้า จะห้าม ไม่ให้นินทา ก็คงทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องฟัง ไม่ต้องสนใจ เรื่องของม่อตง เจ้าเองก็อย่าไปยุ่ง เขาไม่ได้ส่งข่าวให้กับพวกนั้น หน่วยกองปราบ จะคืนความยุติธรรมให้เอง ห๊ะ”
    ปันซูไม่ยอม “พี่ชายเอาชีวิตปกป้องต้าฮั่น แค่รบแพ้เท่านั้น ก็ว่าเขาเป็นสายลับ ตะโกนให้ตี ท่านอาเป็นแค่คนนอกเผ่าก็จริง อยู่เมืองหลวงทำการค้ามาหลายปี เขาอยู่ที่ต้าฮั่น มากกว่าอยู่แดนตะวันตกเสียอีก ทำไมถึงคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับพวกนั้น แล้วพอเกิดเรื่อง ก็คิดว่าข้ากำลังหาเรื่อง ทำไมไม่มีใครถามบ้างว่าพี่ชายได้รับบาดเจ็บบ้างมั้ย ได้รับการเฆี่ยนตีทารุณหรือไม่ ข้ารู้ พวกเจ้ากลัวความวุ่นวาย กลัวจะได้รับความเดือดร้อน”
    เว่ยอิงปราม “พอแล้ว อาซู ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังเสียใจ แต่เจ้าต้องมีเหตุผล ทำไมถึงคิดว่าเราไม่อยากช่วย รู้มั้ยว่าเพื่อเรื่องนี้ฮั่วเหิงต้องวิ่งเต้นไปมาตั้งกี่รอบ ถ้าเขาไม่ช่วย คิดเหรอว่าแค่ตำแหน่งอาจารย์เล็กๆ จะทำได้ถึงขนาดนี้ ไป ขอโทษฮั่วเหิงซะ”
    ปันซูยอมรับ “พี่ฮั่ว ต้องขอโทษท่านด้วย”
    “เอ่อ ไม่เป็นไรๆ ข้าก็เป็นเหมือนพี่เขยของเจ้าแล้ว น้องเมียระบายอารมณ์หน่อย เอ่อ ไม่เป็นไรๆ ถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับข้า ไม่แน่ข้าอาจจะ อ้า”
    เหยาเจวียนหยิกฮั่วเหิง “เจ้าหยิกข้าทำไม”
    “อะไรน้องเมียกับพี่เขย ยังไม่ได้แต่งงานกันเลย”
    “ข้าพูดกับอาซู เจ้าใจร้อนอะไร”
    เหยาเจวียนเขิน “ข้า”
    “อ๋อ เลือกถูกคนแล้วสิ”
    เว่ยอิงตัดบท “พวกเจ้าไปก่อนเถอะ ข้าไปส่งอาซูเอง”
    “เอ่อ ดี อาซู เจ้าน่ะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ พวกเรากลับไปที่โรงเรียน ทำงานของตัวเองให้ดี อย่าไปสนใจเขาพูดอะไรเลย นะ”
    ปันซูรับคำ “อืม”
    เว่ยอิงกับปันซูเดินมาตามถนน
    “พี่เขย ข้าให้ท่านผิดหวังอีกแล้ว”
    “ไหนพูดมาซิ ผิดหวังยังไง”
    ปันซูว่า “ที่ข้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แสดงกิริยาไม่สุภาพ โทษพี่ฮั่วเหิง แต่ว่า ข้าไม่สบายใจจริงๆ หรือเป็นเพราะข้ากับพี่ชายเกิดจากคนนอกเผ่า พวกเราผิดมากใช่มั้ย ถ้าเป็นอย่างนี้ พี่ชายอยู่แนวหน้าสู้รบบาดเจ็บ เดินทางไกลเพื่อมายอมรับบรรพบุรุษ หรือว่าเพื่อให้พวกเขาตำหนิ เพื่อให้พวกเขาด่าหรอ ฮึ่”
    “เด็กโง่ ข้าไม่ได้โกรธเจ้าเลย เจ้าเชื่อมั้ย”
    “จริงหรอ”
    “สถานการณ์อย่างวันนี้ หากเปลี่ยนเป็นข้า จะไม่พูดอะไร ม้วนแขนเสื้อแล้วก็ลุย ฆ่าได้หยามไม่ได้ ถ้าเป็นลูกสาวสกุลปัน ยอมให้คนดูหมิ่นพ่อกับพี่ชายแล้วไม่ตอบโต้อีก ถึงจะทำให้ข้าผิดหวัง”
    “ข้าทำถูกอย่างนั้นรึ เชื่อว่าข้าไม่ใช่คนเลว เชื่อว่าพี่ชายไม่ได้ยอมแพ้ศัตรู”
    “แน่นอน ไม่งั้นคงไม่ช่วยเจ้าหรอก”
    “ฮึ่ พี่เขย พี่เขย ฮึ่ พี่เขยอย่าขยับ ให้ข้ากอดสักครู่ เหนื่อยจริงๆ รู้สึกน้อยใจ” ปันซูสะอื้น “เพราะอะไรคนพวกนั้น ถึงเชื่อคำร่ำลือได้ พ่อข้าเป็นแบบนี้ พี่ชายข้าก็เป็นแบบนี้ พ่อกับแม่จากกันสิบหกปี พวกเขายังไม่พอใจอีกเหรอ”
    เว่ยอิงบอกให้เธอร้องให้เต็มที่ “ร้องไห้ได้เต็มที่ หลังจากนี้ไป ยังมีเรื่องอีกมากมาย กำลังรอเจ้าอยู่ ต้องรู้จักใจเย็น พิจารณาปัญหาให้ดี”
    ฮั่วเหิงเข้าเฝ้าไทเฮา ทรงถามว่าสบายดีหรือเปล่า
    “ขอบพระทัยที่เป็นห่วง กระหม่อมสบายดี”
    “แม่ทัพคนนึง ทำเสื้อเกราะของตัวเองหายไป ไม่ต่างจากหงส์ที่ขนหลุด ยืนยึดอกไม่ได้ ชายแดนคับขัน ปันหย่งเกิดเรื่องแล้ว”
    “กระหม่อมทราบแล้ว”
    “ในราชสำนักวิจารณ์มากมาย ที่ข้าเชื่อใจได้มีเจ้าเพียงผู้เดียว จะยินดีมั้ย ที่จะกลับไปเก็บเสื้อเกราะของตัวเองกลับมา”
    “กระหม่อมยินดี”
    “ดี นำทหารออกรบ ไม่ว่าปันหย่งจะเป็นอย่างไร พากลับมาให้ได้”
    “พะยะค่ะ”
    ฮั่วเหิงกำลังนำทหารออกจากวังหลวง เหยาเจวียนก็รีบวิ่งมาดักหน้า
    “ฮั่วเหิง ฮ่ะ ฮั่ว ฮั่วเหิง ฮึ่”
    “เหยาเจียน ฮ่ะ ฮ่ะ เจ้ามาได้ยังไง”
    “ไท ไทเฮาใช่มั้ย ทำไมเจ้าไม่บอกข้า”
    “ฮึ่ ข้าต้องการทำทุกอย่าง เพื่อเอาศักดิ์ศรีกลับคืน ลืมแล้วหรือ ข้าจะสร้างอนาคตให้เจ้า”
    “ฮึ่ แต่ว่า”
    “ข้ารู้ว่ามันอันตราย วางใจเถอะ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”
    “เจ้าต้องกลับมานะ ไม่อย่างนั้น ข้าจะไปกับเจ้า”
    “ไม่ต้อง”
    “ต้อง”
    ฮั่วเหิงใจอ่อน “ก็ได้ ตามใจเจ้า ข้ารับปาก นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องแยกกัน”

จบตอนที่ 16&