บันเทิง

มองนอกดูใน  - หนทางอริยะ

มองนอกดูใน - หนทางอริยะ

09 ก.ย. 2552

สามวันก่อนหน้านี้ ที่เสถียรธรรมสถาน นับเป็นโอกาสดีที่ผู้สนใจในธรรมจำนวนมากได้เข้ารับฟังธรรมบรรยายในหัวข้อ ‘หนทางอริยะ’ จาก พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช แห่งสวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี การนี้ ข้าพเจ้าได้นิมนต์ให้พระอาจารย์แสดงธรรมในบริเวณธรรมศาลา โดยเหล่าลูก

 ตลอดช่วงเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง พระอาจารย์ได้บรรยายธรรมโดยเน้นไปที่การปฏิบัติเพื่อความรู้แจ้ง

 “ถ้าจิตมีราคะ ให้รู้ว่ามีราคะ ราคะเกิดก่อนนะ แล้วจึงรู้ว่ามีราคะ ท่านไม่ได้สอนนะว่าจงรอดูซิว่าอะไรจะเกิดในจิตของเธอ ไม่ได้สอนอย่างนี้เลย เพราะฉะนั้นถ้าจิตมีราคะ ให้รู้ว่าจิตมีราคะ ถ้าจิตมีโทสะ ให้รู้ว่าจิตมีโทสะ จิตหลงไป ใจลอยไป รู้ว่าใจลอยไป ไม่ห้ามนะ แต่ให้รู้ ให้สภาวะเกิดก่อน แล้วตามรู้ นี่คือกฎข้อที่ 1...

 “กฎข้อที่ 2 ระหว่างดูจิต ระวังอย่าให้ถลำลงไปจ้อง ระวังอย่าถลำลงไปเพ่ง พวกเราเวลาหายใจ เวลารู้ลมหายใจ บางทีจิตไหลไปอยู่ที่ลมหายใจ เวลาดูท้องพองท้องยุบ จิตชอบไหลไปอยู่ที่ท้อง เวลาเดินจงกรม บางทีจิตไหลไปอยู่ที่เท้า นี่เรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น เวลาเราดูจิตก็เหมือนกัน ถ้าเราเห็นความโกรธผุดขึ้นมา ให้ดูสบายๆ ดูแล้วเหมือนจะเห็นว่าคนอื่นโกรธนะ ไม่ใช่เราโกรธ ดูห่างๆ เห็นความโกรธเหมือนคนเดินผ่านหน้าบ้าน หรือเหมือนเห็นรถยนต์ผ่านหน้าเสถียรธรรมสถาน ไม่เกี่ยวกับเรา มันมาแล้วไป มาแล้วไป ใจเราอยู่ห่างๆ

 "กฎข้อที่ 3 ก็คือ เมื่อเห็นสภาวะใดๆ แล้ว อย่าเข้าไปแทรกแซง เช่น ความโกรธเกิดขึ้น รู้ว่าจิตมันโกรธ อย่าไปห้ามมัน ไม่ต้องห้ามมัน ความโกรธก็จะแสดงไตรลักษณ์ให้ดู เกิดได้ ก็ดับได้เหมือนกัน ความโลภเกิดขึ้น ก็อย่าไปว่ามัน ก็จะเห็นว่าความโลภเกิดแล้วมันก็ดับได้ ความสุข ความทุกข์ มันก็ดับของมันเอง สิ่งทั้งหลาย มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ เราจะเห็นอย่างนี้เนืองๆ ฉะนั้นไม่ใช่ว่าสภาวะอะไรเกิดขึ้นจะเข้าไปแทรกแซง”

 ในช่วงท้าย พระอาจารย์ได้เมตตาให้กำลังใจข้าพเจ้าไว้ว่า
 “คุณแม่เป็นนักบวชผู้หญิงตัวอย่าง หายากนะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะท่านทำงาน หลวงพ่อสงสารนะนักบวชผู้หญิง ในสังคมเรามองข้ามผู้หญิง ทั้งๆ ที่ผู้หญิงสำคัญมาก โลกครึ่งหนึ่งอยู่กับผู้หญิงนะ โดยเฉพาะสังคมไทย ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์มาให้ดีๆ บ้านเมืองเราอยู่รอดมาเพราะผู้หญิง คุณแม่ต่างกับนักบวชหญิงคนอื่นตรงที่คุณแม่ทำงาน คุณแม่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเรียกร้อง เรียกร้องโน่น เรียกร้องนี่ คุณแม่ไม่ได้ทำตัวแบบคนมีปมด้อย ท่านพัฒนาของท่านมา พัฒนาตัวเอง พัฒนาคนรอบๆ ตัว สร้างชุมชนตัวอย่างที่สวยสดงดงามขึ้นมา ผลงานของท่านทำให้ท่านมีคุณค่าด้วยตัวของท่านเอง ไม่ต้องไปเรียกร้อง ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ผู้หญิงลำบากกว่าผู้ชายเยอะในเรื่องการปฏิบัติ หลวงพ่อเห็นใจมากเลย แล้วก็รู้สึกว่าคุณแม่เก่งเหลือเกินนะ น่านับถือ”

 ก่อนเดินทางกลับ พระอาจารย์ปราโมทย์ได้เมตตามอบปัจจัยทั้งหมดที่มีผู้ถวายเพื่อเป็นเครื่องบูชาธรรมพระอาจารย์ไว้แก่ ‘สาวิกาสิกขาลัย’ มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม โดยเสียงสาธุได้ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันในธรรมศาลา

 นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันพิเศษของข้าพเจ้าและเสถียรธรรมสถาน เพราะตลอดการทำงานหนักมากว่า 20 ปี เสถียรธรรมสถานมักจะมีครูบาอาจารย์เมตตามาให้กำลังใจในการทำงานเพื่อพระธรรมอย่างสม่ำเสมอ 

 และเพราะเราเชื่อว่า การให้กำลังใจที่ดีที่สุดก็คือการชวนกันมาปฏิบัติบูชา นี่จึงเป็นอีกครั้งที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เราได้รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม

 เสถียรธรรมสถานเน้นย้ำและให้ความสำคัญกับเรื่องการปฏิบัติบูชาเสมอมา เพราะเมื่อปฏิบัติแล้ว จึงรู้ และเมื่อรู้จึงเห็น ในวันที่ 12 กันยายน เวลา 13.30-16.00 น. ที่จะถึงนี้ ข้าพเจ้าจึงเชิญชวนทุกคนมาร่วม ‘รู้’ และ ‘เห็น’ กรรมในการเสวนา ‘รู้เช่นเห็นชาติ...รู้แจ้งเห็นจริง กรรมของกฎแห่งกรรม’ ซึ่งมีพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) และข้าพเจ้าร่วมเสวนา
 
 วันนี้...ขณะที่ทุกท่านมีหนังสือพิมพ์ฉบับนี้อยู่ในมือ สถูปมนตร์ประภัสสร หรือเจดีย์ธง จากการร่วมแรงร่วมใจของเสถียรธรรมสถาน ร่วมกับมูลนิธิพันดารา และผู้สนใจในธรรม ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ก็ได้ตั้งตระหง่านอยู่ ณ พื้นที่ที่สร้างสาวิกาสิกขาลัย เสถียรธรรมสถาน แล้ว ขอเชิญทุกท่านร่วมสวดมนต์และภาวนา ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน

"ธรรมสวัสดี"