บันเทิง

‘หนูเล็ก’เครียดอาการพ่อหนักจนเคยคิดฆ่าตัวตาย(คลิป)

‘หนูเล็ก’เครียดอาการพ่อหนักจนเคยคิดฆ่าตัวตาย(คลิป)

09 พ.ค. 2560

“หนูเล็ก” ภัทรวดี เผยต้องปรึกษาจิตแพทย์ และเคยคิดฆ่าตัวเอง หลังพ่อหนักป่วย หมอให้ทำใจ

         ก่อนหน้านี้แต่งงานฟ้าแลบกับ “เอก” เอกวุฒิ จันทพันธ์ แฟนหนุ่ม เพราะคุณพ่อ ไล่ ปิ่นทอง ซึ่งมีอายุ 80 ป่วยอาการทรุด ได้สอบถาม “หนูเล็ก” ภัทรวดี ปิ่นทอง นักแสดงตลกชื่อดังในงานบวงละคร“ริมฝั่งน้ำ”ที่ช่อง3 หนองแขม ได้ความดังนี้

‘หนูเล็ก’เครียดอาการพ่อหนักจนเคยคิดฆ่าตัวตาย(คลิป)

          “แต่งไปแล้วตั้งแต่วันที่5 ที่จ.สงขลา พอวันที่ 6 ก็กลับมาทำงานเลย รีบเพราะเรามีงาน เราก็เน้นเรื่องงานไปก่อน เรื่องของเราก็ไม่เป็นอะไร พอส่งคุณพ่อเข้าโรงพยาบาล กระแสสินท์ เสร็จก็กลับมาทำงาน ส่วนบรรยากาศงานแต่งวันนั้นมันร้อนมาก เราก็เครียดเพราะเกรงใจผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน และสงสารคนแก่ เพราะอากาศมันร้อนมาก บ้านหนูไม่มีแอร์ แต่มันก็เต็มไปด้วยความสุข แม้ทุกคนจะร้อน แต่ก็ยิ้ม ส่วนพิธีแห่ขันหมากก็ทั้งร้อนและไกล แต่ก็สนุกมาก (วินาทีที่ทำให้คุณพ่อ รู้สึกอย่างไรบ้าง) ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร คือเราทำให้พ่ออย่างเดียวก็ตื้นตัน แต่ไม่ร้องเพราะถ้าร้อง พ่อจะไม่สบายใจก็เลยอดกลั้นไว้ วันนั้นไม่พยายามมองภาพคุณพ่อเลย แต่มีพี่แอบถ่ายรูปไว้พอเราเห็นภาพเราร้องไห้เลย เพราะท่านยิ้ม พ่อก็ไม่ได้บอกอะไรเป็นพิเศษ แต่ว่าหนูเข้าไปหอมแก้มพ่อ พ่อก็ยิ้ม พ่อเขาอยากเห็นหนูแต่งงาน ก่อนที่เขาจะไม่อยู่ เขาบอก แล้วเขาก็ วันนั้นเสร็จพิธีทุกอย่าง แต่งงานเสร็จแขกอยู่ในงาน เรารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปส่งพ่อที่โรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาล เราถามว่าพ่อสบายใจไหม พ่อบอกว่าสบายใจ เขาบอกกับพี่สาวว่าไอ้เล็กแต่งงานเสร็จ กูก็ไปแล้ว ทุกคนร้องไห้กันหมด ความรู้สึกเราตอนนั้นมันชาไปหมดทั้งตัว พยายามกั้นไว้ เพื่อไม่ให้ร้องไห้ ตอนนี้พ่อยังอยู่โรงพยาบาล เพราะว่าตอนนี้พ่อมีภาวะติดเชื้อในท่อปัสวะ และมีไข้อยู่ตลอด อาการไม่ดีขึ้น แต่ว่าวันที่หนูแต่งเราก็ไปขออนุญาตคุณหมอพาพ่ออกจากโรงพยาบาล” หนูเล็กกล่าว

‘หนูเล็ก’เครียดอาการพ่อหนักจนเคยคิดฆ่าตัวตาย(คลิป)

          เมื่อถามถึงสภาพจิตใจในตอนนี้นักแสดงสาวกล่าวว่า “ตอนนั้นทำอย่างไรก็ได้ ให้รีบพาพ่อไปโรงพยาบาลก่อน แล้วทิ้งเพื่อนทิ้งญาติทุกคนไว้ที่งาน เพราะว่าตอนนั้นพ่อไข้ขึ้น ทรุด ก็เลยรีบพาพ่อไปโรงพยาบาล มีคนถามว่าเจ้าสาวไปไหน มีคนตอบว่าพาพ่อไปโรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลเขาก็ตกใจ เพราะเราไปทั้งที่ยังเกล้าผม และแต่งหน้าแบบเจ้าสาว ส่วนแม่ก็ดีใจมากที่เห็นเราแต่งงาน ( แฟนหนูเล็กได้คุยอะไรกับพ่อแม่ของเราหรือเปล่า) เขาไม่กล้าพูดอะไร เขาสงสารพ่อ เขาบอกว่ากลับไปครั้งนี้พ่อเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนพ่อดูสดชื่นแข็งแรงกว่านี้ กลับไปครั้งนี้พ่อเดินไม่ได้ มีอาการบวม หน้าตาเปลี่ยนแปลงไปเยอะ อาการของพ่อที่น่าห่วงสุดในตอนนี้คืออาการติดเชื้อ หมอบอกว่าถ้าเข้าไตก็จะเกิดอาการไตวาย คุณพ่อก็จะไม่อยู่ ตอนนี้คุณหมอบอกให้เราทำใจ แต่เราก็ยังสู้ เชื่อว่าพ่อต้องหาย ซึ่งน่าจะมีโอกาส เพราะหมอบอกว่ายาตอบสนองกับพ่อดีมากเราก็ใจชื้นขึ้น แต่ดูเหมือนพ่อจะยอม คือใจไม่สู้ แต่ว่าเราพยายามพูดให้พ่อสู้ เพราะว่ายังมีทางรักษา (กังวลไหม) ทำงานไม่รู้เรื่องเลยบอกตรงๆ ตั้งแต่วันที่ 6 จนถึงวันนี้ยังเครียดอยู่ แต่ว่าพยายามจะแบ่งให้ได้ แต่ว่ามันไม่ได้ ก็ต้องขอโทษผู้จัด ผู้กำกับ ต้องขอโทษจริงๆ มันเบลอไปหมด บทตอนแรกจำได้ก็ลืมหมดเลย ตอนนี้ถ้าว่าง แค่วันสองวันก็จะลงไปหาพ่อเลย งานอีเว้นท์จะไม่รับ ตอนนี้รับละครแค่สองเรื่องเท่านั้น ช่วงเลิกงานก็จะวิดีโอคอลกับพ่อ ให้เห็นหน้าเขา เขาก็หัวเราะ (แฟนว่าอย่างไรบ้าง) แฟนบอกว่าเงินที่ได้จากงานแต่งมาทั้งสองทาง ให้คุณพ่อทั้งหมด เขาบอกให้เราไปหาพ่อ เขาจะดูแลบ้านดูแลงานเอง ไม่ต้องกลัว ตั้งแต่พ่อป่วยถ้าไม่มีเขาตอนนี้หนูก็อยู่ไม่ได้ (เสียงเครือ) หนูน่าจะผูกคอตาย หรือฆ่าตัวตายไปแล้ว เพราะมันมีช่วงที่พ่อป่วย แล้วไม่มีใครดูแลพ่อ หนูเห็นรถหนูอยากจะขับรถชนให้ตัวเองตาย เห็นหลังคาก็อยากจะผูกคอตาย หนูต้องไปเจอหมอโรคจิตแล้ว เขาบอกว่าใจเย็นๆเดี๋ยวเราค่อยไปหาหมอ”

‘หนูเล็ก’เครียดอาการพ่อหนักจนเคยคิดฆ่าตัวตาย(คลิป)

         เมื่อถามต่อว่าเคยไปหาหมอหรือเปล่า นักแสดงสาวกล่าวว่าเคยปรึกษาจิตแพทย์มาแล้ว เพราะรู้จักคุณหมอ เลยไลน์ไปปรึกษา “หมอบอกว่าหนูเล็กเครียดมาก ตอนนี้ใจเย็นๆเอาไว้และอยู่ใกล้ๆคนที่เรารัก และเมื่อไรที่มีอาการนอนไม่หลับอันนั้นคืออาการหนัก แล้วค่อยมาหาเขา แต่หนูยังไม่ถึงขั้นนอนไม่หลับ แค่รู้สึกว่าอยากฆ่าตัวตาย เห็นหลังคาแล้วอยากผูกคอตาย ตอนนี้ไม่ได้กินยาอะไร อยู่ข้างๆแฟนแล้วเขาคอยเป็นกำลังใจ มันก็ดีขึ้น ตอนนี้ก็จะสู้ต่อไป และบอกพ่อให้สู้ด้วย เพราะหนูสู้ เงินทุกบาททำให้พ่อหมด พ่อยังไม่เป็นอะไร เราต้องสู้เพื่อพ่อก่อน ถ้าเราเข้มแข็ง พ่อจะต้องดีขึ้น และยังมีแม่อีกคนที่เราต้องดูแล เพราะเขาอายุมากแล้ว ถ้าไม่มีหนูก็ไม่มีใครเลย” หนูเล็กกล่าวปิดท้าย