
‘ซาคากุจิ เคนทาโร่’ กับบทพระเอกเต็มตัวครั้งแรกในการแสดง
"ซาคากุจิ เคนทาโร่" กับบทพระเอกเต็มตัว ใน "The 100th love with you"
ซาคากุจิ เคนทาโร่ นักแสดงหนุ่มคนนี้ เพียงแค่สองปีนับตั้งแต่เริ่มเข้าวงการก็ได้รับโอกาสทางการแสดงมากมาย ซึ่งระหว่างการสัมภาษณ์ก็รับรู้ได้ทันที เมื่อเขาพูดว่า “ผมชอบตัวเองแบบนี้” นั้นเป็นความรู้สึกจากใจจริง และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ต้องมาพูดคุยกันในครั้งนี้
@ การมารับบทบาทเป็นหนุ่มนักท่องเวลารู้สึกอย่างไรบ้าง
ในภาพยนตร์เรื่องนี้ผมต้องรับบทเป็น ฮาเสะกาวะ ริคุ นักศึกษาที่สามารถย้อนเวลาได้ โดยต้องใช้ความสามารถนี้ในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของหญิงสาวที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ฮินาตะ อาโออิ ที่รับบทโดยมิวะซัง ซึ่งเรื่องราวในภาพยนตร์นั้น เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ตอนที่ได้อ่านบทมีความคิดมากมายเข้ามาในหัว ทั้งเรื่องราวความรักระหว่างผมกับอาโออิ ที่เป็นใจความสำคัญของเรื่อง รวมถึงยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการตั้งวงดนตรีขึ้นมาอีก ภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งความเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ ตรงที่มีการเดินทางข้ามกาลเวลา อีกทั้งยังมีเรื่องราวในมุมมองที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณ ก็เลยคิดว่าจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวทั้งสองด้านนี้ออกมาพร้อมๆ กันได้
@ ริคุเป็นคาแรกเตอร์ที่เมื่อเห็นครั้งแรกจะสัมผัสได้ถึงความสมบูรณ์แบบและเท่ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเกิดจากการย้อนเวลากลับไปทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง คุณรู้สึกสับสนบ้างไหมเวลาถ่ายทำ
ไม่นะ เพราะแต่ละช่วงเราจะถ่ายทำแยกกัน ซึ่งจะต้องจำไว้ว่าฉากนั้นๆ ริคุกำลังเป็นยังไง และบางครั้งก็มีการไปเช็กกับทางผู้กำกับด้วย ในภาพยนตร์จะมีบทพูดประมาณว่า การย้อนเวลานั้นมันขี้โกง มันไม่เท่ ซึ่งคนจะมองว่าริคุไม่เท่ก็ได้ แต่ว่าถ้ามองว่านั่นเป็นเสน่ห์ก็คงจะดีแหละ
@ บทบาทที่คุณรับแสดงมีความแตกต่างจากเรื่องที่ผ่านมา คุณทำได้อย่างไร
ตอนที่ได้รับบทนี้ ผมจะรู้สึกอยู่เสมอว่า ริคุเนี่ยสุดยอดไปเลย เพราะมีด้านที่ผมยังไม่เข้าใจในตัวละครอยู่ เพื่อที่จะถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผมก็เลยตั้งใจทำตัวเองให้ใกล้เคียงกับความเป็นริคุมากที่สุด โดยส่วนตัวก็คิดว่า ไม่อยากแสดงด้านที่เจ็บปวดมากเกินไป เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นเรื่องราวความรักเป็นหลัก แม้จะเป็นการแสดงแค่ 5-6 นาที เท่านั้น เลยตั้งใจที่จะสื่อสารความรู้สึกรักออกมาอย่างแข็งแรงที่สุด
@ กับฉากฟินๆ ชวนจิกหมอนในเรื่องมีฉากไหนที่คุณประทับใจบ้าง
ก่อนเข้าฉากเราจะมีการซ้อม ผู้กำกับมองผมด้วยสายตาอย่างกับผู้หญิง ทำเอาผมใจเต้นตึกตักๆ เลยล่ะ (หัวเราะ) มีฉากหนึ่งที่น่าสนใจก็คือฉากที่ผมต้องเข้าไปจูบอาโออิจากด้านหลังบนบันได แล้วก็ค่อยๆ เอี้ยวตัวมาจนสายตาประสานกัน ผมก็เล่นไปตามบทนั่นแหละ แต่บางทีก็แอบคิดว่า ถ้าทำจากข้างหน้าตรงๆ จะชวนให้ใจเต้นกว่านี้หรือเปล่านะ ซึ่งทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า จากด้านหน้าตรงๆ เลยดีกว่า สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาเป็นด้านหน้าแทน
@ ได้ยินว่าคุณจำเป็นต้องปลดปล่อยความรู้สึกในการแสดงออกมาเยอะมากๆ
พูดตามตรง ในการแสดงมันก็ต้องใช้อารมณ์เยอะจริงๆ แต่ว่าบางครั้งก็รู้สึกเหนื่อย เลยคิดว่าน่าจะได้ใช้เวลาสักสัปดาห์ไปที่ไหนสักที่ ดูหนัง อ่านหนังสือ แต่สุดท้าย ความรู้สึก “ช่างมันเถอะ” อย่างเราต้องยกกองไปถ่ายทำที่โอคายามะกันหนึ่งเดือนเต็ม แต่ว่าผมต้องกลับมาถ่ายละครที่โตเกียวหนึ่งวัน พอถ่ายหนังเสร็จในตอนเช้าผมก็ต้องรีบขึ้นรถไฟด่วนเข้ามาถ่ายละครและให้สัมภาษณ์ที่โตเกียว เสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับไปที่โอคายามะ ซึ่งด้วยตารางงานที่เป็นแบบนั้น ผมจึงไม่มีเวลานอนมากนัก แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะ ถึงแม้ตารางงานจะโหดเหมือนตกนรก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองน่าสารอะไรขนาดนั้น
ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายพร้อมกัน 18 พ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์



