บันเทิง

"ลีเดีย"ย้อนถาม"หมอกฤษฏ์"
ฟ้อง100ล.ไม่รังแกเด็กหรือ

"ลีเดีย"ย้อนถาม"หมอกฤษฏ์" ฟ้อง100ล.ไม่รังแกเด็กหรือ

19 ก.พ. 2552

"หมอกฤษฏ์"ลั่นเสื่อมเสียศักดิ์ศรีความเป็นคน ถูกผู้คนประณาม บอกให้กราบตีน และคู่กรณีไม่ยอมไกล่เกลี่ย ฟ้องเรียก 200 ล้าน 3 คดี อ้อนขอความเห็นใจ เพราะไม่ได้ทำนายเรื่อง "ท้อง" เป็นคนแรก ด้าน "ลีเดีย" ย้อนถามจะรังแกเด็กอีกหรือ เผยรู้สึกตกใจและแปลกใจที่โดนฟ้องก

 หลังจาก ที่นายศุภกฤษฎ์ ปทุมศรีวิโรจน์ หรือ "หมอกฤษฏ์ คอนเฟิร์ม" หมอดูชื่อดัง มอบอำนาจให้นายสนั่น วิริทสวัสดิ์ ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา หรือ ลีเดีย นักร้องสาวอาร์แอนด์บีชื่อดัง สังกัดค่ายอาร์เอส และนายแมทธิว ดีน ฉันทวานิช แฟนหนุ่มของ น.ส.ศรัณย์รัชต์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เรียกเงิน 100 ล้าน คดีที่ 2 ฟ้องนางศันสนีย์ วิสุทธิธาดา มารดาของลีเดีย ข้อหาข่มขู่ บังคับให้กราบเท้า ทำให้เสียประโยชน์ทำมาหาได้ เสียศักดิ์ศรี เรียกเงิน 100 ล้าน คดีที่ 3 ฟ้องคดีอาญา ศาลแขวงปทุมวัน ซึ่งไม่ได้เรียกค่าเสียหาย
 ล่าสุด หมอกฤษฏ์ ได้เดินทางไปให้สัมภาษณ์ในรายการ "สยามทูเดย์" ที่ททบ. 5 พร้อมกับ นายบุญทวี นางภัทรา บิดา-มารดา น.ส.ระวีวรรณ สุขศรี แฟนสาว ซึ่งก่อนหน้าจะเข้ารายการ หมอดูคนดัง ได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนที่จะเข้าบันทึกรายการ ถึงเหตุผลที่ลุกขึ้นมาฟ้อง เนื่องจากช่วงแรกแม่ของนักร้องดัง บอกว่าจะให้อภัยตน ซึ่งได้อ่านจากข่าว ซึ่งรู้สึกยินดี ที่ผ่านมา ตนขอโทษทุกอย่าง ที่ทำให้เขาได้รับผลกระทบ จะได้ไม่มีอะไรค้างคากัน ในวันศาลนัดไกล่เกลียนั้น มีความตั้งใจ ที่จะไปตกลงไกล่เลียจริงๆ โดยไม่ได้แต่งตั้งทนายความไปเลย ไปด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่ได้คิดเรื่องทนายเลย ในวันที่ไกล่เกลียเป็นวันสุดท้าย ที่ต้องแต่งตั้งทนายไป ตามขั้นตอน
 "แต่ผมไม่ได้ตั้ง ซึ่งวันนั้นถ้าผมตั้งไปไม่ทัน ก็เท่ากับ ว่าผมรับผิดเลย เพราะตามกฎหมาย ภายใน 1 เดือน ถ้าไม่มีทนายยื่นคัดค้าน แสดงว่าผมยอมรับผิดทันที ซึ่งผมไม่ทราบขั้นตอนนี้มาก่อน จนวันที่ไกล่เกลียนั้น เจ้าหน้าที่ที่ไกล่เกลียได้มาถามผม ว่าตั้งทนายหรือยัง ถ้ายังไม่ตั้งต้องรีบเลย ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆ เพราะครอบครัวของผมมีความคาดหวังสูง กับคำที่ว่า ให้อภัย เราคิดจะมาปรับความเข้าใจกันได้ วันนั้นครอบครัวผมไปกันหมด มีคุณป้าที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก มีพ่อ แม่ และแฟนผม แต่ปรากฎ ว่าครอบครัวลีเดียไม่มีใครมาเลย ซึ่งอย่างที่ผมบอก ผมตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ เพื่อที่จะปรับความเข้าใจกัน  แต่ผมคิดไม่ถึง เพราะคิดว่า ทุกอย่างน่าจะคุยกันได้แล้ว"หมอกฤษฏ์อธิบาย
 นอกจากนี้ หมอกฤษฏ์ ได้บอกด้วย ว่าค่อนข้างมีผลกระทบหลายๆด้าน ไม่มีงานติดต่อเข้ามา รวมทั้งงานที่เคยติดต่อมาเป็นจำนวนมาก ก็ยกเลิกทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวของตน รวมถึงครอบครัวคนที่ตนนับถือ ได้บอกเสมอ  ว่าต้องอดทนอดกลั้น เวลาจะสามารถคลี่คลายทุกอย่าง ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุขึ้น ได้ไปบันทึกรายการหนึ่ง เพราะอยากให้เรื่องจบ
 "ผมเป็นเด็ก ไม่อยากมีเรื่องมีราว เชื่อว่าไม่มีใครในประเทศไทยอยากจะมีคดี เพราะการมีคดี การต่อสู้ใช้เงินจำนวนไม่น้อย ผมไม่ออกรายการโทรทัศน์เลย จริงๆมีติดต่อมาเป็น 10 รายการ วันที่ไปออกรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" ผมอยมขอโทษ วันนั้นไม่มีคำว่าสร้างภาพ จริงๆแล้วผมเสียศักดิ์ศรี เพราะไม่อยากให้มีเรื่องมีราว สิ่งที่สำคัญผมเสียศักดิ์ศรีความเป็นคน ผมยอมขอโทษ กราบขออภัย คนเราการเสียเงินเสียทองไม่สำคัญเท่ากับเสียศักดิ์ศรี ผมอายุ 23 ปี ปัจจุบัน ผมไปนั่งกินข้าวกับครอบครัว ต้องพบเจอกับคำที่ว่า  กราบตีนดิ ซึ่งบ่อยมาก ไปไหนมาไหน คนก็พูดทำนอง หมอกฤษฏ์ 50 ล้าน ทั้งที่เรื่องของเขา ลือกันมานานแล้ว ตั้งแต่ วันที่ 31 ก.ค. 2550 เรื่องนี้ลือกันมาก่อน แล้วเรื่องของผมเกิดขึ้น  1 ธ.ค.2551 เห็นใจผมบ้าง มีคนทำนายเรื่องนี้มาก่อนหน้าผม ผมไม่ใช่คนแรก มีเรื่องแบบนี้มาก่อนหน้านี้ปีครึ่งแล้ว"หมอดูจอมคอนเฟิร์มกล่าว  
 ทางด้าน แฟนสาว ของหมอกฤษฏ์ ซึ่งเดินทางมาพร้อมหมอกฤษฏ์ ได้กล่าวว่า ที่ต้องออกมาฟ้อง เพราะว่าได้เกิดผลกระทบกับตัวแฟนหนุ่มอย่างมาก  เพราะหลังเกิดเรื่องไม่มีใครจ้างงานเลย งานที่เคยคอนเฟิร์มก็ยกเลิก ยอดดาวว์นโหลดก็น้อยลง ทั้งนี้ตนก็ได้แต่ให้กำลังใจ จะคุยกันตลอด เมื่อเห็นแฟนหนุ่มเครียด ตนก็พลอยเครียดไปด้วย
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย ว่าระหว่างที่ หมอกฤษฏ์ ออกรายการสด มารดาและแฟนสาวของเขา ได้กอดคอร้องไห้ด้วยความสงสารหมอดูชื่อดัง
 ขณะที่ "ลีเดีย" ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ได้เดินทางไปให้สัมภาษณ์สด ผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" พร้อมกับคุณพ่อ คุณแม่ แมทธิว ดีน แฟนหนุ่ม รวมถึงทนายความ โดยเปิดใจ ว่ารู้สึกตกใจนิดหน่อย แต่แปลกใจตรงที่ว่า ตนทำผิดอะไรถึงได้ถูกคู่กรณีฟ้องกลับ
 "ทำไมนี่เขาจะรังแกเด็กอีกแล้วเหรอ ครั้งที่แล้วรังแกเด็กไม่พออีกเหรอ จะให้เขาพูดกัน ว่าอีเมียน้อย ท้องแล้วไปทำแท้งมาอีกเหรอ ความรู้สึกเหมือนโดนรังแก เดียไม่เข้าใจ ครั้งที่แล้ว เดียไม่ได้ท้อง เดียก็ออกมาพูดความจริง คุณแม่ก็ออกมาในฐานะคุณแม่ ที่มีคนรังแกลูกเขา เขาเสียหาย ของเดียก็เสียหายเหมือนกัน ช่วงที่ผ่านมา คนก็ไม่กล้าจ้างงานเดียเหมือนกัน คอนเสิร์ตเดียก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้ามีข่าวอะไรไม่ดีมา มันก็กระทบการงานอยู่แล้ว คนก็มอง ว่านักร้องคนนี้กระแสไม่ดี ท้องจริงหรือเปล่า จะมีปัญหาไหม"ลีเดียอธิบาย
 นักร้องสาวคนดัง กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีนัดไกล่เกลี่ย เนื่องจากติดเรียนหนังสือ เธอจึงได้ส่งทนายไปเป็นตัวแทนเจรจา สรุปทนายก็กลับมาบอก ว่าเขาจะขอโทษลงสื่อ ออกรายการทีวี ค่าเสียหายจะจ่ายเป็จำนวนเงิน แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะเขียนลงหนังสือไหน จะออกรายการไหน จะพูดยังไง จะเขียนยังไง จะชดเชยเป็นเงินเท่าไหร่ ก็รอคำตอบ
 "จนเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็รอดูว่าเขาจะพูดยังไง จะออกรายการไหน ลงขอโทษในสื่อไหน แต่พอวันที่ 16 ก.พ. ปุ๊บ คำพูดก็เปลี่ยนไป มีทนายมา บอกจะขอโทษอย่างเดียว และให้เดียถอนฟ้อง แต่ที่ไปก่อนหน้านั้น ไม่มีเลย พอวันที่ 18 ก.พ.ก็ยื่นฟ้องกลับมาเลย เลยแปลกใจ ซึ่งเราก็มีหลักฐาน ว่าเราไกล่เกลี่ยกันไว้ยังไง เขาบอกว่าเขาไปไหน มีแต่คนบอกว่ากราบตีน คิดว่าคงไม่หนักไปกว่าสายตาที่คนมองเดีย ที่เดินไปไหนคนมองว่าท้อง มันไม่เหมือนกัน ตอนแรกเห็นเขาออกมาขอโทษ ร้องไห้ตามรายการ ก็เห็นใจนะ พร้อมที่จะมาไกล่เกลี่ย แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกสำนึกจริงหรือเปล่า"นักร้องอาร์เอสกล่าว
 ลีเดีย กล่าวต่อว่า คุณแม่ของตนไม่ได้โกรธ แต่คงงงเล็กน้อย ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง ไม่เคยได้มีโอกาสเจอกับหมอดูคอนเฟิร์ม ถ้าจะคุยกันก็แต่ในเรื่องของศาล แต่นอกเหนือจากนั้น ทางคู่กรณีก็ไม่เคยติดต่อมา ทั้งนี้นึกว่าจบไปแล้ว แต่กลับเป็นว่าเขามาฟ้องกลับ ทั้งที่หมอกฤษฏ์ เป็นคนรังแกตนก่อน
 "ไม่มีไปทำร้ายใครก่อนอยู่แล้ว เพราะไม่ได้คิดจะเอาเป็นเอาตายถึงขั้นไม่ถอนฟ้อง ซึ่งหลังจากนี้เรื่องคดีจะไกล่เกลี่ยหรือไม่ ก็ต้องรอถามผู้ใหญ่ก่อน  ถามว่าอยากเจอกับหมอกฤษฏ์ไหม ก็ถ้าเจอในเรื่องการเจรจา คงอยู่กับผู้ใหญ่ แต่ในชีวิตจริงๆ ไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมา ก็คิดว่าที่แล้วก็แล้วกันไป แต่มันไม่จบ ตอนนี้เจอก็ไม่รู้จะพูดยังไง"
 ส่วนเรื่องที่ทางฝั่งหมอดูคู่กรณี อ้างว่าเมื่อ 2 ปีก่อนหน้าที่จะทำนาย มีข่าวลือเรื่องการตั้งท้องของลีเดียมาแล้ว ฉะนั้นต้นเหตุของข่าวลือไม่น่าจะมาจากเขานั้น ลีเดีย ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีข่าวจริง แต่ไม่รุนแรงเท่านี้
 "เพราะช่วงนั้นเดียก็อ้วนขึ้นด้วย เลยมีข่าว คนมองว่าเบนโล แต่ตอนนี้เดียไม่ได้อ้วนขึ้น ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลย เดียไม่ได้ขอให้เขาทำนายดวงเดีย แต่จู่ๆก็มาคอนเฟิร์มเดียท้อง แล้วเป็นช่วงที่เดียเก็บตัวทำอัลบั้ม คนเลยไม่ค่อยเจอเดีย ผลมันก็เลยหนักขึ้นกว่าเดิม ถ้าสมมติเราสลับที่กัน ถ้าหมอกฤษณ์โตไปกว่านี้ แต่งงานมีลูกสาว มีหมอดูมาคอนเฟิร์มว่า ลูกสาวคุณน่ะท้อง แล้วลูกสาวคุณเดินไปทั่วประเทศที่ไหนก็ตาม แล้วถูกมองว่าท้อง ถูกตราหน้าเป็นอีเมียน้อย ท้องแล้วทำแท้ง คุณจะทำยังไง เขาจะยังทำเหมือนกับที่เขาทำกับเดียและครอบครัวตอนนี้ไหม เดียไม่เข้าใจการที่แม่ออกมาปกป้องศักศรีลูก ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ทำไมกลับกลายเป็นว่า เดียไปหมิ่นประมาทเขา เสียใจไหม แปลกใจมากกว่า เสียใจที่เราเป็นต้นเหตุให้หลายๆคนเดือดร้อน แต่ไม่เสียใจที่แม่ปกป้องเดีย" นักร้องสาวกล่าวเสียงสั่นเครือ