
ยอดหญิงปันซู 12
พ่อของอาซิ่วก็กล้ำกลืนไม่สามารถช่วย ลูกตัวเองได้ แต่ปันซูไม่ยอมแพ้ พยายามหาทางช่วย
ทุกวันจันทร์อังคารเวลา18.25น.ทางช่องNOW26
Ban Shu Legend Ep.12
ปันซูนั่งดื่มกับเติ้งและอาเยวี่ย เติ้งถามเรื่องที่ปันซูเข้าไปในบ่อน ปันซูเล่าว่าต้องไปหาเงิน เพราะเว่ยอิงเอาไป ปันซูเล่าอย่างโกรธๆ เติ้งว่าไม่ต้องไปยุ่งกับเว่ยอิงอีก มีอะไรให้นึกถึงเขาที่เป็นพี่ชาย แล้วก็มอบเงินให้ ปันซูจะไม่รับ เติ้งก็ไม่ยอม ปันซูจึงรับไปครึ่งหนึ่ง
เติ้งเมาหลับ ปันซูจะกลับ อาเยวี่ยขอคุยด้วย เพราะรู้เรื่องจากอาหลิง อาเยวี่ยเตือนว่าเว่ยอิงต้องมีเหตุผลที่ทำแบบนี้ เพราะหลิวเอี้ยนเป็นลูกคนใหญ่คนโต ไม่เช่นนั้นปันซูจะลำบาก ทำให้ปันซูเข้าใจเว่ยอิงมากขึ้น ปันซูดุอาหลิงไม่ให้พูดเรื่องเธอกับใครอีก
ระหว่างทางกลับปันซูตั้งใจแวะไปหาเว่ยอิง พอดีเจอฮั่วเหิง เขาพูดว่าเธอตีจนเว่ยอิงโรคเก่ากำเริบ ลงจากเตียงยังไม่ได้ ปันซูรีบวิ่งเข้าไปหาเว่ยอิงทันที
“พี่เขย เฮอๆๆ พี่เขย ข้าตีเจ้าจนบาดเจ็บใช่หรือเปล่า ห๋า บาดเจ็บตรงไหนเป็นอะไรมากมั้ย เฮอ”
“ข้าไม่เป็นอะไร” เว่ยอิงที่กำลังลุกขึ้นก็งงๆ
“ข้าจำได้ข้าไม่ได้ออกแรงมากเท่าไร ใช่กระดูกซี่โครงหักหรือเปล่า ให้ข้าดูหน่อย เห๋อ”
“เอ่อ ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ”
“เห๋อ ไม่เป็นไรอะไรกัน บาดเจ็บหนักมากรึเปล่า เฮ่อ ที่แท้เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือ”
ฮั่วเหิงเข้ามา “โอ๊ยๆๆ ข้าแค่มาช้าไปก้าวหนึ่ง เสื้อผ้าก็ถอดแล้ว เตียงก็ขึ้นแล้ว โอ รวดเร็วเหลือเกิน”
เว่ยอิงดุ “ห้ามพูดเหลวไหล”
ปันซูแปลกใจ “ที่แท้เจ้ารับบาดเจ็บตรงไหน กระดูกซี่โครงหักใช่หรือเปล่า”
“อาซู เจ้าลุกขึ้นมาก่อนเถอะ”
ปันซูยังเป็นห่วง “ที่แท้บาดเจ็บตรงไหนล่ะ เจ็บมั้ย ให้ข้าดูหน่อย”
“ข้าไม่เจ็บข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ”
ฮั่วเหิงหัวเราะ ปันซูเอาเรื่อง “ทำไมเจ้าบอกข้าว่า เขาลงจากเตียงไม่ได้”
“เจ้าผลักเขาล้มลงไปที่พื้น โรคเก่าที่ขาของเขา แผลที่ถูกบฏฟัน พอดีชนถูกที่ขั้นบันได ถึงลงจากเตียงไม่ได้ ทำไมหรือ ไม่เชื่อไม่ใช่ เจ้าก็ดูด้วยตาของเจ้าเองเถอะ”
เว่ยอิงปราม “ฮั่วเหิง”
“เฮ่อ ก็ได้ ข้าก็แค่แก้แค้นนางหน่อยเท่านั้น ใครให้นางชอบช่วยเหยาเจวียนหลบหน้าข้าล่ะ”
“ดี เจ้ากล้าหลอกข้า”
เว่ยอิงตัดบทให้ฮั่วเหิงกลับไปก่อน จะคุยกับปันซูเอง ฮั่วเหิงยอมกลับไป
“อาซูเจ้าเป็นผู้หญิง วันหลังจะวู่วามแบบนี้ไม่ได้เสื้อผ้าของผู้ชาย จะเปิดออกดูไม่ได้”
“ข้ารู้ แต่เมื่อกี้เพราะข้าใจร้อนพูดอีกที คนที่ทุ่งหญ้า ไม่มีระเบียบมากมายแบบนี้ เจ้าก็เป็นพี่เขยของข้า”
“แม้จะเป็นข้า ก็เปิดเสื้อผ้าออกดูไม่ได้เจ้าเป็นอาจารย์ ทุกการกระทำมีคนคอยดูอยู่เรื่องเล็กๆ แบบนี้ทำไม่ดี จะถูกคนวิจารย์ได้ง่าย”
“อืม รู้แล้ว”
เว่ยอิงไอ เขาขอให้ปันซูเอาน้ำให้ที แล้วถามถึงข้อมือเธอ ปันซูว่าไม่เจ็บตั้งนานแล้ว
“ขอโทษ”
“เอ่อ พี่เขย เจ้ารีบดื่มน้ำเถอะ”
ด้านเติ้งรู้สึกตัวก็ถามหาปันซู อาเยวี่ยว่ากลับไปแล้ว อาเยวี่ยยังบอกว่าเติ้งรักปันซูใช่มั้ย ตอนแรกเติ้งไม่รับ แต่อาเยวี่ยยืนยันว่ามองไม่ผิด เติ้งจึงยอมรับ
เว่ยอิงเดินมาส่งปันซู ปันซูขอโทษที่คิดไม่ถึงว่าเว่ยอิงกำลังช่วยเธอ แถมทำให้เขาบาดเจ็บถึงขนาดนี้อีก
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าก็แค่แผลเก่ากำเริบเท่านั้น พูดอีกที เจ้าก็บาดเจ็บไม่ใช่หรือ พวกเราเสมอกันก็แล้วกัน”
“นี่นับเป็นเสมอกันได้ยังไง มือของข้าแค่บาดเจ็บนิดหน่อย แต่ตอนนี้เจ้าเดินไม่ได้เลย รีบนั่งลง ต้องโทษข้าที่โง่เกินไป ถ้าข้ามีความฉลาดสักหน่อยเจ้าก็จะไม่ถูกทำจนเป็นแบบนี้แล้ว”
“เอาเถอะ อย่าพูดแล้ว อาซู มองดูข้า เจ้าเรียกข้าว่าพี่เขย ใช่มั้ย”
“อืม”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็เป็นญาติของเจ้า ระหว่างญาติกัน ทำไมต้องเกรงใจอย่างนั้น เจ้าเพียงแต่เชื่อฟังหน่อย ทำอะไรอย่าวู่วาม บาดเจ็บนิดหน่อย จะเป็นไรไป”
“แต่ว่า”
“ต่อไปต้องเชื่อใจข้า ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นที่ข้าเคยรับปากเจ้า จะทำตามคำสัญญาแน่นอน”
“ได้”
“เจ้ามีปฏิกิริยาเร็วมาก นี่เป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าทุกเรื่องมีปฏิกิริยาเร็วเกินไป ก็ยากที่จะไม่วู่วามคนจะเหมือนอย่างแพะไม่ได้ หวดแส้หนึ่ง ร้องเสียงหนึ่ง ครั้งต่อไป ไม่ว่าเจ้าทำเรื่องอะไรจะต้องหายใจลึกๆ สามหรือห้าครั้งก่อน ค่อยตัดสินใจ”
“ได้”
“หลิวเอี้ยนใช้คนมาทำร้ายเจ้าเป็นนางไม่ถูก ไม่ว่ายังไง นางก็เป็นองค์หญิงของอ๋องจงซานอ๋องจงซานมักชอบลำเอียง ถ้าเขาคิดแค้นเจ้าอยู่ในใจ แอบสร้างอุปสรรคให้เจ้าเกรงว่าถึงตอนนั้น แม้แต่ไทเฮาก็ปกป้องเจ้าไม่ได้”
“อืม เข้าใจแล้ว”
“เรื่องที่เจ้าทำโทษให้นางเดินวันนี้ข้าเป็นคนกลางเชื่อมดีกัน พูดตามหลัก ก็สิ้นสุดกันแค่นี้ อีกสองวันข้าจะไปอธิบายกับพี่ชายของนาง วันหลังแม้นางจะ โกรธแค้นเจ้าอีกอ๋องจงซานก็จะทำอะไรเจ้าไม่ได้ พรุ่งนี้เจ้าเข้าวัง เห็นหลิวเอี้ยน ต้องทำเป็นไม่ได้เกิดอะไรขึ้นไม่ต้องทำเป็นเคารพนาง แต่ก็อย่าเขม่นนาง ไม้ผุบางอย่าง กำหนดแล้วไม่มีทางให้เกิดความสำเร็ว ไม่ว่าจะสอนยังไงก็เสียแรงเปล่า”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
เว่ยอิงหัวเราะ “ทำไมวันนี้เชื่อฟังจังเลยมิน่าตาเฒ่าเจิ้งนั้นพูดว่า ผู้หญิงน่ะ ชอบหลงกลแผนเจ็บเนื้อที่สุด”
“แผนเจ็บเนื้ออะไรกัน เจ้าจริงใจดีต่อข้าชัดๆ ข้าก็ไม่ใช่ตาบอดหรือคนโง่ จะไม่รู้ดีชั่วได้ยังไงกัน”
“อย่างนี้ถูกต้องแล้ว ถ้าเจ้าจำการสั่งสอน ครั้งนี้ได้จริงๆ แม้ข้าจะบาดเจ็บอีกคร้ง ก็คุ้มค้า”
“ถุๆๆ เจ้าอย่าพูดเหลวไหล เจ้าหน่ะ จะต้องอยู่อย่างปลอดภัย อายุยืนร้อยปี ไม่อย่างนั้น พี่เซวียนจะต้องจะต้องหาข้าคิดบัญชีแน่ พี่เขย ข้าไม่ได้จงใจ พูดเรื่องสะกิดใจของเจ้าแต่ว่า ตามคำสอนของคนทุ่งหญ้า ญาติที่ตายไปแล้ว เสียใจส่วนเสียใจ แต่ว่าพวกเรามีชีวิตอยู่ ควรหัวเราะก็หัวเราะ ควรมีความสุขก็มีความสุขยิ่งไม่ต้องหลีกเลี่ยงเอ่ยชื่อของพวกเขา ที่จริงพวกเขาตลอดเวลาอยู่ข้างตัวพวกเรา ไม่เคยจากพวกเราไป เหมือนอย่างตอนนี้ ข้าก็ยังรู้สึกได้ พ่อกับแม่อยู่ที่ข้างตัวข้า พวกเขาอยู่ที่นี่ ข้าสามารถได้ยินเสียงหายใจของพวกเขา ได้ยินพวกเขาพูด “อาซู เจ้าหาเรื่องอีกแล้ว” เฮอ พี่เขย ข้ารู้ว่าพอเอ่ยถึงพี่เซวียน เจ้าจะต้องเสียใจมาก แต่ว่าวิญญาณอยู่บนสวรรค์ของพี่เซวียน ทุกวันเห็นเจ้ากลายเป็นอย่างนี้ ก็เพราะนางนางก็จะไม่มีความสุขเหมือนกัน ใช่มั้ย พี่เขย ข้าจำได้ศิษย์พี่เหยา เมื่อก่อนเคยพูดกับข้าพูดว่าเมื่อก่อนเจ้าก็ชอบหัวเราะ ชอบครึกครื้น ใช่มั้ย”
“เจ้าพูดมีเหตุผล ที่จริงข้าไม่ควรหลีกเลี่ยง ที่จะเอ่ยชื่อนาง”
“จริงเหรอ เจ้าก็รู้สึกว่าข้าพูดมีเหตุผลรึไง”
“แน่นอน เจ้าเมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งเข้าวัง มีมารยาทขึ้นมาก” ปันซูหัวเราะ “แต่ว่า วันหลังเจ้าต้องขยันให้มาก เจ้าอยากจะ เป็นอาจารย์หญิงอีกไม่ใช่หรือ”
“อืม”
“วันนั้น เจ้าทำได้ดีมากแล้ว แต่ว่าจะให้ผ่านอาจารย์ใหญ่ทดสอบ เพียงแค่อธิบายซานเหอจิงยังไม่พอ ยังต้องขยันดูหนังสือซื่อซูอู่จิงอีก”
“อืม พี่เขย วันหลังเจ้าให้คำแนะนำข้ามากหน่อย”
“ได้ ขอเพียงเจ้ามีเวลา มาที่นี้หาข้าได้ หรือไปที่โรงเรียนในวัง”
“ใช่แล้ว พี่เขย เจ้าช่วยข้าหาหนังสือ ชื่อว่าบันทึกแดนตะวันตกได้มั้ย”
หลังส่งปันซูแล้ว เว่ยอิงก็คิดถึงคำพูดนาง
“นางว่าเจ้าอยู่ข้างกายข้าตลอดเวลา ไม่เคยจากไป แต่ว่าอาเซวียน ทำไมตลอดวลาข้ารู้สึกไม่ได้ เจ้าอยู่ข้างกายข้า แม้ในฝัน เจ้าก็ไม่เคยปรากฏตัว”
วันรุ่งขึ้น ปันซูก็ทักทายหลิวเอี้ยนปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาหลิงเห็นปันซูก็รีบเข้ามาหาบอกว่าเติ้งฝากไก่กับจดหมายมาให้
“น้องสาว ดื่มเหล้าอยู่ดีดี เจ้าทิ้งพี่ชายไปได้ยังไงไม่บอกสักคำก็ไปเสียแล้ว เฮ่อ พี่ชายเสียใจแทบตายจริงๆ แต่ว่า พี่ชายคิดถึงที่เจ้าพูดเมื่อวาน ตัวเองถูกผู้หญิงร้าย กับเว่ยอิงรังแกท่าทางที่น่าสงสาร ไม่มีกำลังใจแม้แต่น้อย น่าปวดใจจริงๆ ที่จริงคิดจะมอบของมีค่าให้เจ้า ให้เจ้าสบายใจ ต่อมา เลือกไปเลือกมา เลือกได้ไก่ชนตัวนี้ คุ้นตาล่ะสิ ถูกต้อง นี่ก็คือพี่น้องของแม่ทัพทองตัวนั้น วันหลังน่ะ พวกเราจะต้องอยู่เหมือนอย่างไก่ชนตัวนี้ องอาจ ร่าเริง คิดจะกัดใครก็กัด เอ่อ ใช่แล้ว ภาพวาดข้าได้ฉีกหมดแล้ว เจ้าวางใจ ต่อไปข้าจะให้แม่สาวน้อยส่งข่าวนัดเจ้าออกมาสังสรรค์ เจ้าต้องรับปากนะ”
ปันซูหัวเราะ “ได้ เจ้าบอกเขา จดหมายข้ารับไว้ ไก่ข้าก็รับไว้ เพียงแต่ ข้าเป็นคนนอกเผ่า ไม่รู้จักหนังสือ อ่านไมออกเขาพูดอะไร จำไว้ล่ะ ต้องพูดแบบนี้”
อาซิ่งเข้ามาดูไก่ตื่นเต้นด้วย ปันซูให้จิ่นซูคอยดูไก่ ปันซูกลับไปสอน ก็เจอหนอนบนตำรา เพราะหลิวเอี้ยนให้อาฮุ่ยนำไปวาง ปันซูแค่ตกใจครั้งแรกที่เห็น แล้วก็จับโยนออกไป ไก่เห็นก็เข้ามากินถึงในห้อง หลิวเอี้ยนเป็นฝ่ายตกใจ ปันซูสอนต่อ โดยใช้ไก่เป็นสื่อการสอน
หลิวเอี้ยนกลับจวนก็ให้สาวใช้ใส่ยาให้ หลิวหงเข้ามาเยาะที่ไม่เชื่อปันซู เปลี่ยนเป็นรองเท้าปอถึงได้เจ็บเท้า หลิวเอี้ยนโมโหพี่ชายที่เข้าข้างปันซู มีเพียงแม่ทัพไป๋ที่พูดจาเอาใจ หลิวเอี้ยนขอให้แม่ทัพไป๋ช่วย
เวลาต่อมาพ่อบ้านของแม่ทัพไป๋ไปที่หน้าบ้านของอาหลิง โวยวายให้ชาวบ้านได้ยินว่าถอนหมั้นแล้วไม่ยอมคืนสินสอด และเสียตัวให้คนอื่นไปแล้ว อาหลิงออกมาไล่ก็ไม่ยอมไป เพราะเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง
เจียงไปพูดกับแม่ทัพไป๋ แต่แม่ทัพไป๋กลับบอกว่าจะยกให้แล้วกัน แล้วบังคับม้าชนเจียงออกไป
ข่าวลือนี้กระจายไปอย่างรวดเร็ว วันรุ่งขึ้นที่โรงเรียนก็พูดกัน อาซิ่วเอาแต่ร้องไห้เสียใจ หลิวเอี้ยนเยาะสะใจ เพราะสองพี่น้องคอยตามปันซู นี่คือผลลัพธ์ที่เข้าข้างปันซู
ปันซูรู้สึกแปลกใจที่ข่าวกระจายเร็วมาก ปรึกษากับเหยาเจวียนคิดสืบหาต้นตอ เหยาเจวียนอาสาไปคุยกับฮั่วเหิงให้ช่วย ปันซูก็จะสะกดรอยตามแม่ทัพไป๋ดู
ที่ลานฝึกทหาร ฮั่วเหิงเห็นเหยาเจวียนค่อยๆ เดินมาเพราะตาไม่ค่อยดี จึงเข้าไปหา พอรู้เรื่อง
“เจ้าต้องการให้ข้าเพิ่มการเดินตรวจในวัง คนที่ถ่ายทอดข่าวลือ จะถูกทำโทษหนัก ยังต้องการให้ข้าตรวจหาคนบงการเป็นใคร เจ้านี่เอาของหลวงใช้ส่วนตัวน้า อาจารย์เหยา เจ้าเป็นอาจารย์สั่งสอนอบรมคน ปกติจะสอนบัณฑิตแบบนี้หรือ”
“เอ่อๆๆ เจ้าจะช่วยหรือไม่ช่วย ถ้าเจ้าไม่ช่วย ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว”
ฮั่วเหิงหัวเราะ “เฮ๋ เจ้ายังเตรียมสนใจข้าอีกหรือ”
เหยาเจวียนผลัก “เฮอะ ถ้าเจ้าไม่ช่วยข้า ข้าก็จะไปหาแม่ทัพใหญ่เติ้ง”
“ใจร้อนอะไรกัน ข้ายังไม่ได้บอกว่าไม่ช่วยเจ้า เอ่อ แต่ว่า ถ้าข้าได้ช่วยเจ้าแล้ว ต่อไปอย่าไม่สนใจข้าอีกล่ะ”
เหยาเจวียนจะพูด “เอ่อๆ”
“เฮอ ยังมีอีก วันหลังห้ามอยู่ที่หน้าประตู แอบฟังข้าพูด โมโหแล้ว ต้องฟังข้าอธิบาย”
เหยาเจวียนพูดไม่ทัน “เอ้อ”
“ยังมีอีก วันหลังยังต้องทุกวัน ส่งซุ๊บไก่มาให้ข้าด้วย”
เหยาเจวียนโมโห “ฮั่วเหิง เจ้าอย่าได้คืบอยากได้ศอก”
“ข้าอยากได้คืบอยากได้ศอก อยากช่วยบัณฑิตของเจ้ามั้ย”
เหยาเจวียน ฮั่วเหิงจุ๊บที “จุ๊บ อันนี้นับเป็นดอกเบี้ยก่อน ห๋า”
เจียงพ่อของอาซิ่วก็กล้ำกลืนในเรื่องนี้เพราะไม่สามารถช่วยลูกตัวเองได้เหมือนกัน อาเฉิงมาถึงก็คาดคั้นถามว่าอาซิ่วเป็นอย่างข่าวลือหรือเปล่า อาซิ่วเสียใจมากที่คนรักไม่เชื่อใจกัน เจียงกับอาหลิงโมโหไล่อาเฉิงไป
เจียงคิดให้อาซิ่วแต่งงานกับคนทางใต้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาที่นี่อีก แต่อาหลิงไม่ยอม และจะไปขอโทษอาเฉิงให้ อาซิ่วไม่ให้ไปว่านี่คงเป็นฟ้าลิขิตแล้ว ปันซูได้ยินสามพ่อลูกคุยกันก็ทนไม่ได้ เข้ามา
“เฮ่อ ใครว่านี่เป็นฟ้าลิขิต เจียงซิ่ว ข้าได้สอนเหตุผลเจ้ามากมาย เจ้าฟังจนเข้าในท้องสุนัขแล้วใช่มั้ย คำหนึ่งฟ้าลิขิต สองคำก็ฟ้าลิขิตถ้าอยู่บนถนน จู่ๆ มีโจรกระโดดออกมาจะฆ่าเจ้า เจ้าก็จะยอมอยู่ที่นั้น ให้เขาฆ่าใช่หรือเปล่า จากนั้นพูดคำหนึ่ง ว่านี่เป็นฟ้าลิขิตหรือ”
อาซิ่วอึ้ง “ข้า ข้า อาจารย์”
ปันซูสวน “หุบปาก ฟังข้าพูดก่อนยังมีเจ้าอีก นั่นเป็นพี่สาวของเจ้าใช่มั้ย เจ้าไม่พูดปกป้องนาง ยังจะไปขอโทษกับซ่งเฉิงอีก พี่สาวของเจ้าเห็นชัดๆ ว่าไม่ผิด ใช่หรือเปล่าเจ้าไปขอร้องเขา แม้เขารับปากแล้ว ให้อภัยพี่สาวเจ้าแล้ว ยอมแต่งงานกับนาง แล้วยังไงเหรอ พี่สาวของเจ้า ชั่วชีวิตนี้ต้องได้ชื่อว่าผู้หญิงต่ำช้า จะให้เขาดูถูกเหรอ เฮอ ยังมีเจ้าอีก ใต้เท้าเจียงท่านเป็นผู้อาวุโส ที่จริงข้าไม่สมควร ไร้มารยาทเช่นนี้ แต่ว่าข้า ทนฟังไม่เข้าหูแล้วจริงๆ เจ้าเป็นพ่อ นอกจากจะพูดว่าพ่อไม่ดีเอง ยังพูดของจริงอะไรได้อีก มีคนสาดโคลนใส่ที่ตัวลูกสาวของเจ้า เจ้าไม่พุ่งออกไปสู้กับเขา รีบเอาอาซิ่วแต่งไปไกลอย่างนั้นทำไม เจ้ากลัวแล้วกลัวแล้วหรือว่ากลัวแล้วกันแน่”
จบตอน 12



