
ยอดหญิงปันซู 7
เติ้งเห็นปันซูแว่บแรกก็เกิดชอบ เพราะแต่งชุดเหมือนคนรักเก่า ที่โดนไทเฮาสั่งให้เว่ยอิงทรมานจนตาย
ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 18.25 น. ทางช่อง NOW26
Ban Shu Legend Ep.7
ปันซูถามเรื่องของแม่ทัพเติ้งจากเพ่ยหวน นางว่าผู้หญิงในเมืองหลวงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขา
“เอ้ะ ฟังจากที่เจ้าพูด เขาดูจะมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นนะ”
เพ่ยหวนหัวเราะ “ท่านพึ่งจะมาเมืองหลวงก็ควรรู้เรื่องแม่ทัพเติ้งไว้บ้างนะ เขาน่ะเป็นผู้ชายที่เนื้อหอมที่สุดในลั่วหยาง ตอนนี้อายุ 30 แล้วก็ยังไม่แต่งงาน วันๆ เอาแต่เที่ยวหอคณิกาคณิกาชื่อดังในเมืองหลวงเคยผ่านมือเขามาแล้วทั้งนั้น แม้แต่ไทเฮายังกำราบเขาไม่ได้เลย ไทเฮาจึงสู่ขอแม่นางโค่วให้หมั้นหมายไว้ แต่ดูท่าไทเฮาจะหยุดเขาไม่ได้”
“แบบนี้เหรอเรียกเนื้อหอม พวกหื่นกามชัดๆ”
“จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ชอบเที่ยวผู้หญิง แต่ไม่เคยมีข่าวว่าเขาล่วงเกินหญิงอื่นเลย อ้อ พี่ของข้าก็เคยร่วมรบพี่บอกว่าเขาเป็นคนเคร่งในวินัย และทรงคุณธรรมอีกด้วย”
ปันซูคิด “เคร่งครัดในวินัย และคุณธรรมสูงส่ง เพ่ยหวนไปบ้านใต้เท้าหลัน บอกอาหลินว่าข้ามีวิธีช่วยพี่สาวนางหนีแต่งงานแล้ว”
เพ่ยหวนตกใจ “หนีแต่งงานเหรอ!”
ปันซูคิดแผนช่วยอาซิ่วออก จึงแกล้งปลอมตัวเป็นนางรำไปร่วมงานในบ้านหลี่ เพื่อให้อาหลิวที่ปลอมเป็นเด็กชายเป็นลูกปลอมๆ ของแม่ทัพไป๋
แม่ทัพเติ้ง แม่ทัพไป๋ ใต้เท้าหลี่กำลังสนุกสนานกัน เติ้งเห็นปันซูแว่บแรกก็เกิดชอบ เพราะแต่งชุดเหมือนคนรักเก่า เติ้งจึงช่วยปันซูพูดให้ด้วยอีกแรง จนแม่ทัพไป๋ยอมไม่แต่งงานกับหญิงอื่น แต่แผนดันโดนจับได้เมื่ออาหลิงหลุดเสียงหญิงออกมา ปันซูรีบพาอาหลิงหนี
ปันซูให้อาหลิงแต่งหญิงเหมือนเดิมแล้วเดินปะปนไปกับผู้คน ทหารก็จับไม่ได้แล้ว ปันซูเองก็เช่นกัน แต่ทหารจำกลิ่นได้ ปันซูต้องวิ่งหนีอีกรอบ
ปันซูหลบมาหายใจหอบ จู่ๆ มีเหล้ามายื่นให้ ปันซูเหนื่อยรีบรับมาดื่ม ก่อนเอะใจเมื่อได้ยินเสียง เติ้งหัวเราะ
“เติ้งๆๆ”
เติ้งสวน “แม่ทัพเติ้งต่างหาก ไม่ใช่แม่ทัพเติ้งๆๆ สักหน่อย ฮึ เจ้าอย่ารีบร้อนๆ ค่อยๆ พูด ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่ไส้ศึก”
“ท่านทักคนผิดแล้ว เข้าไม่รู้จักแม่ทัพอะไรทั้งนั้น เมื่อกี้ข้ากะจะพูดว่า แป๊บนึงต่างหาก”
“แม่นาง แส้นี่ของเจ้าใช่มั้ย”
ปันซูหัวเราะ “เมื่อกี้ข้าแค่หยอกเล่นกับท่านอย่าถือสาเลยนะ อย่าถือสาข้าเลยนะ”
“วางใจได้ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากช่วยครอบครัวใต้เท้าหลันไถ ไม่งั้นข้าจะช่วยเจ้าเถียงแม่ทัพไป๋เหรอ”
ปันซูสวน “ใช่ท่านนี่นิสัยดีกว่าเฒ่าหัวงูตรงไปตรงมา ขอบใจนะเมื่อกี้หากท่านไม่ช่วยออกหน้า ตาแก่นั่นอาจทำร้ายเด็กผู้หญิงคนนั้นไปแล้วก็ได้”
“จึ ไม่เลวหนิ เรื่องนี้เจ้าเป็นคนต้นคิดใช่มั้ย ทำแม่ทัพไป๋พูดอะไรไม่ออกเลย”
“ก็ใช่น่ะสิ จะเป็นใครได้นอกจากข้า” ปันซูหัวเราะ “นี่ เป็นอะไรไปน่ะ”
เติ้งหัวเราะ “เปล่าหรอก ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนรู้คุณคน วันนี้ข้าช่วยเจ้าไว้ตั้งเยอะตอบแทนข้ายังไงดี”
“เอ่อ แล้วอยากให้ข้าตอบแทนยังไงล่ะ”
“เอ่อ คืองี้ ข้าน่ะเห็นเจ้าครั้งแรกก็รู้สึกคุ้นอยากจะหาโอกาสคุยกับเจ้าสักหน่อยนะ ข้าจะส่งเงิน 1000 ไปที่บ้านส่วนเจ้าก็ย้ายมาอยู่จวนข้าหืม”
“ย้ายไปอยู่จวนท่านเนี่ยนะ”
“หากเจ้าไม่พอใจล่ะก็ ข้าจะซื้อจวนให้อีก 1 หลังนอกจาก...ให้เงินพวกนี้ข้ายังจะให้เงินเดือนกับเจ้า เดือนละ 50 ตำลึง ว่ายังไง” ปันซูอึ้งไป “ยังไม่พอใจเหรอ ร้อยตำลึงละกัน เจ้ายังมีพี่น้องอยู่ที่นี่อีกสินะ ถ้าหากเจ้าปรนนิบัติดี ข้าจะดูแลครอบครัวของเจ้า”
ปันซูหัวเราะ “ขอบคุณมาก เจ้านี่รอบครอบจริงๆ”
เติ้งยิ้ม “ขอบใจ”
ปันซูแกล้งปวดท้อง เติ้งรีบเข้ามาดู ก่อนถูกปันซูจับดัดหลังแล้วมัดมือมัดขาไว้ แล้วเอาผ้ายัดปาก
“ฮ้า คิดจะซื้อตัวข้าด้วยเงินสกปรกเหรอ เป็นแม่ทัพภาษาอะไรกันเนี่ย มิน่าฮั่นถึงโดนชาวหลิวโค่วรุกราน รอก่อนนะ”
“อื้อๆๆๆ”
“อย่าดิ้นแรงสินี่คือวิธีที่ข้าฝึกไว้จับแพะที่เฉ่าหยวนยิ่งดิ้นเชือกก็ยิ่งแน่น” ปันซูเจอของน้ำผึ้วนำมาป้ายที่แก้มเติ้ง “ว้าว หวานจังจำเอาไว้นะ ถ้าคราวหน้ายังกล้ารังแกผู้หญิงอีกละก็ ส่วนต่อไปที่ข้าจะป้ายน้ำผึ้งจะไม่ใช่แค่ตรงนี้ โอ้ว ทำไมมากันเร็วจัง ข้าไปก่อนนะ”
ปันซูวิ่งหนีไป ปล่อยให้ผึ้งต่อยเติ้ง จนทหารมาเจอ เขารีบให้ทหารหาตัวปันซู
ปันซูวิ่งหนีมาเห็นรถเว่ยอิงกำลังจะเก็บบันไดก็รีบวิ่งขึ้นไป ชังหยวนห้ามไม่ทัน ทั้งเว่ยอิงและปันซูต่างก็อึ้งที่เห็นกัน เว่ยอิงถามว่าไปก่อเรื่องอะไรมาอีก
ปันซูเล่า “มีคนเลวบังคับข้าเป็นเมียน้อยข้าไม่ยอมก็ใส่ร้ายว่าเป็นไส้ศึก พี่เขย พี่เขยคนดีขอข้าหลบในนี้แป๊บเดียวจริงๆ พวกนั้นหาว่าข้าเป็นไส้ศึกพี่ก็รู้ว่าข้าไม่ได้เป็น”
เว่ยอิงสวน “ออกไป ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เจ้าจะมาหลบ”
“เว่ยอิงถึงยังไงเราก็เคยรู้จักกัน จะปล่อยให้ข้าออกไปตายเหรอ”
“หลังเจ้ามาถึงเมืองหลวงก็ก่อเรื่องไม่ถ้วน วันนี้ก็ไม่รู้ก่อเรื่องอะไรอีก ยังไงซะข้าก็ไม่เล่นด้วยหรอกลงจากรถข้าไปซะ”
“ลงก็ลงสิ พี่ของข้าตาบอดที่ไปหลงรัก….ผู้ชายที่ไม่มีคุณธรรมอย่างเจ้า”
เว่ยอิงโมโหสวน “นี่เจ้า”
พอดีเว่ยอิงได้ยินเสียงทหารรายงานเติ้งว่าปันซูหายไป
เว่ยอิงถาม “เติ้งจื้อตามจับเจ้าเหรอเนี่ย”
“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าลามกนั่นก็เหมือนเจ้าแหละเลวทั้งคู่” ปันซูกัด
“ฮึ เที่ยวฉุดผู้หญิง กล่าวหาคนไปทั่วล้วนเป็นฝีมือเขาทั้งนั้น อยากให้ข้าช่วยใช่มั้ย”
ปันซูรีบรับ “อื้ม”
“ดีงั้นทำตามที่ข้าบอก” เว่ยอิงกอดปันซูให้นอนซบอกเขาไว้
“นี่ เจ้าจะทำอะไรน่ะ”
เว่ยอิงสวน “หุบปาก” เว่ยอิงพ่นเหล้าไปรอบๆ “จำไว้เจ้าเป็นนางรำที่ข้าพากลับจวนทำตัวดีล่ะ” เว่ยอิงชี้นิ้ว ปันซูกัดทันที “ฮึ้ย เจ้าทำบ้าอะไร”
“ก็ของฝากยังไงล่ะ เจ้ารังเกียจข้ามาก ข้าก็จะทิ้งแผลให้เจ้าอกแตกตาย”
“เจ้า”
เติ้งร้องถามว่าใครอยู่บนรถให้ออกมาเดี๋ยวนี้ เว่ยอิงแกล้งเมาแล้วบอกว่าเป็นเขาเอง ทหารได้กลิ่นเหล้าแรง
เติ้งหัวเราะ “ใต้เท้าเว่ยไม่เจอกันซะนาน”
เว่ยอิงหัวเราะ “แม่ทัพใหญ่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ยังมุทะลุทำอะไรตามอำเภอใจ”
“ชมเกินไปแล้วข้ากำลังตามจับตัวไส้ศึกหญิงทำไมล่ะ ท่านมีปัญหาอะไร”
เว่ยอิงหัวเราะ “มิกล้าก็อย่างที่ท่านเห็น ตรงนี้มีแค่...หญิงงามเท่านั้นไม่มีไส้ศึก ใจเย็นนะ เดี๋ยวก็ถึงจวนแล้วท่านแม่ทัพเติ้งวันนี้ข้าดื่มหนักไป ขอตัวก่อนนะชังหยวน ไปต่อ”
เติ้งสวน “าก่อนข้าขอดูหน้านางหน่อย”
“แม่ทัพเติ้งอย่าบอกนะว่าสงสัยว่าผู้หญิงข้า...เป็นไส้ศึก”
“นางหลบหนีมาทางนี้แต่หายไปหากเป็นใต้เท้าเว่ยก็คงต้องสงสัย หลังองค์หญิงฝูเหยียนสิ้น ท่านก็ไม่ยุ่งกับใคร ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงพานางกลับมาได้ แถมยังเป็นแค่นางรำ ให้ข้าดูหน้านางหน่อยสิ ..นอกเสียจากว่า” เติ้งจะเปิดหน้าหญิงสาว เว่ยอิงไม่ยอมทั้งสองสู้กัน
“อะไรกันใต้เท้าเว่ย กินปูนร้อนทองเชียว”
“เติ้งจื้อเจ้าถือว่าเป็นญาติเชื้อพระวงศ์ ใช้อำนาจตามใจ แม้ผู้หญิงของข้า ก็คิดจะแย่งชิงใครยอมก็ช่างแต่ข้าไม่ยอม”
เว่ยอิงเตะเติ้งออกมาจากรถ ทหารรีบพยุง
“ได้เว่ยอิง ยอมดีๆ ไม่ชอบใช่มั้ยข้าจะต้องเห็นหน้านางให้ได้ เป็นแค่ขุนนางผู้น้อยกล้าขวางข้าเหรอ”
“ข้ามิกล้าหรอก แต่เจ้าต่างหากที่บุกเข้ามาก่อน”
เติ้งจะบุกเข้าไปอีกครั้ง ฮั่วเอิงเข้ามาห้ามไว้
“ว้าว คึกคักกันจัง เจ้าสองคนเจอหน้าเป็นต้องทะเลาะกัน เหมือนเคยเลยนะ วันหยุดทั้งทีต่างก็หยุดพักผ่อน คืนดีกันไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมต้องใช้กำลังด้วย”
เติ้งสวน “อาฮั่ว ไม่ต้องยุ่งข้าจะสั่งสอนให้หลาบจำ”
ฮั่วเหิงสวน “เดี๋ยวสิๆ เขาเป็นพี่น้องของข้าเรื่องนี้ข้าไม่ยุ่งไม่ได้ เขาก็เป็นคนแบบนั้นเจ้าจะเสียเวลาทำไมพูดตามตรง คนที่มีอคติกับเชื้อพระวงศ์แบบเขาจะไปเกี้ยวผู้หญิงในวัง มาซุกอกแบบนี้เหรอ เอาน่าๆๆ ไม่ต้องไปตอแยเขาแล้ว เรื่องที่จวนใต้เท้าหลี่ข้ารู้เรื่องหมด ความจริงเป็นยังไงใครๆ ก็รู้ดี เว่ยอิงเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นถ้าเรื่องนี้บานปลาย แล้วเขาขอให้ขุนนางถวายฎีกาบอกว่าเราใช้อำนาจบาทใหญ่ไทเฮาต้องกริ้วแน่ๆ หา ไปได้ๆๆ” ฮั่วเหิงหัวเราะและให้เว่ยอิงรีบไป
ฮั่วเหิงเห็นเติ้งฮึดฮัด “มันต้องงี้สิ ใจล่มๆ ให้คนหาต่อ ส่วนเราไปดื่ม ไป ไปดื่มทางโน้นก็ได้” ฮั่วเหิงหัวเราะรีบเดินตามเติ้งไป
บนรถเว่ยอิง ปันซูถอนใจ
“นี่ ขอบใจนะเมื่อกี้เจ้าเท่ห์มากเลยโดยเฉพาะที่ว่า... ใครยอมก็ช่าง แต่ข้าไม่ยอมเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบข้าแต่ข้าก็... ไม่อยากติดหนี้ใครเอางี้มั้ย ในเมื่อวันนี้เจ้าช่วยข้าเอาไว้ คราวหน้าข้าจะหาทางตอบแทนบุญละกันว่ามาเลย อยากให้ข้าทำอะไรให้”
“เจ้าจะทำได้เหรอ”
ปันซูสวน “นี่เจ้า.. ฮึ้ย หนอย”
“ทำไม่ได้สินะ งั้นก็ดีขอแค่เจ้าอย่ามาเจอข้าบ่อยๆ อย่าสร้างความลำบากให้ข้า แค่นี้ข้าก็ซาบซึ้งแล้ว”
“ไม่เจอก็ไม่เจอสิคิดว่าข้าอยากจะนักรึไง”
เว่ยอิงสั่งให้ชังหยวนหยุดเกี้ยวแล้วให้ปันซูลง ปันซูบ่น “ฮึ เฮอะ ใครยอมก็ช่าง แต่ข้าไม่ยอมเจ้า”
ฮั่วเหิงไปนั่งดื่มกับเติ้ง ฟังเขาเล่าเรื่องปันซู ฮั่วเหิงหัวเราะ
“เป็นไปได้ยังไง เจ้าเป็นถึงแม่ทัพแต่กลับโดนผู้หญิงจับมัด”
“ไม่คิดเลยว่ายอดนักรบอย่างข้า มาตายน้ำตื้นด้วยเงื้อมือผู้หญิง” เติ้งหัวเราะ
“แต่ทำไมดูเจ้าโมโหเลยล่ะ”
“ข้าสู้นางไม่ได้ก็แค่โชคไม่ดี” เติ้งหัวเราะ ฮั่วเหิงหัวเราะด้วย “ไส้ศึกอะไรกันก็แค่ข้ออ้าง ไม่คิดว่าหลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่เจอผู้หญิงน่าสนใจ”
“เจ้าถึงกับจะพานางกลับจวนอย่าบอกนะว่า…”
“ที่จริงแล้ว ดูจากภายนอก นางก็ไม่คล้ายชิงชิง กับเจินเหนียงเท่าไหร่ แต่ท่าทางนางเหมือนกับ...แยว่จิ่นมากเลยที่สำคัญนางเป็นคนเมืองเดียวกัน”
“สหายอย่าไปยึดติดอดีตลืมได้ก็ลืม” เติ้งถอนใจ “ที่เจ้ากลับเมืองหลวง...คงกลับมาแต่งงานกับบ้านโค่วสินะ”
“อย่าพูดถึงนางได้มั้ยเฮ้อ ไทเฮานะไทเฮาเอาแต่บังคับให้ข้าแต่งงานท่าเดียว แต่ว่าข้าไม่ได้ชอบนางแม้แต่น้อย”
“น้อยๆ หน่อย สตรีอันดับ 1 ยอมลดตัว... แต่งงานกับหนอนตำราพิชัยสงครามอย่างเจ้ารีบๆ แต่งไปเถอะ”
เติ้งหัวเราะ “ไม่ใช่นางไม่ดีหรอก แต่ว่าทุกครั้งที่เห็นท่าทีเสแสร้งของนาง มันทำให้ข้าเบื่อหน่าย นี่ แล้วเจ้าชอบผู้หญิงที่เสแสร้งว่าฉลาดทั้งวันมั้ยล่ะ”
“จริงๆ แล้วก็ไม่ชอบหรอก แต่ท่าทำให้ข้ายิ้มได้ ข้าอาจชอบก็ได้นะ”
“เฮ้อ ช่างเถอะอย่าพูดเลยเรื่องที่ต้องรีบทำตอนนี้ คือตามตัวนางให้พบ ฮ้า ตั้งแต่ข้าได้ขึ้นเป็นแม่ทัพต้องการผู้หญิงแบบไหน ก็ต้องได้ตามปรารถนายกเว้นคนนี้”
เติ้งหัวเราะแล้วคิดถึงตอนที่แยว่จิ่นอยู่ แต่พอไทเฮารู้ก็ไม่ยอมให้เขาแต่งงานกับคนนอกถิ่น พอเติ้งพาแยว่จิ่นเข้ามา ก็ให้เว่ยอิงไปจับตัวมา และสอบสวนก่อนทรมานจนตาย ทำให้เติ้งไม่พอใจเว่ยอิงมาก
จากนั้นไทเฮาก็หาหญิงสาวที่เหมาะสมให้ ในที่สุดก็เหลือโคว่หลันจือ ซึ่งเติ้งไม่มีใจรักสักนิด ว่าหลันจือเสแสร้ง
จบตอน 7



