
ยอดหญิงปันซู 5
“ปันซู” จับได้ว่า “หลิวเอี้ยน” อ่านหนังสือต้องห้ามจึงทำโทษ
ทุกวันจันทร์อังคาร เวลา 18.25น. ทางช่อง NOW26
Ban Shu Legend Ep.5
ปันซูกำลังจะเดินเข้าวัง แต่ถูกน้ำสาดใส่มาจากข้างบนเต็มๆ ขุนนางที่ผ่านมาเห็นพากันหัวเราะ มีขันทีคนหนึ่งเข้ามาช่วย บอกว่าจะพาไปเปลี่ยนชุด แล้วจะหาช่างทำผมให้แ แต่พอทำผมไปได้นิดเดียวก็ไล่ช่างไป ปันซูคาดคั้นจนรู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของหลิวเอี้ยน
ด้านเหยาเจวียนก็กระวนกระวายที่ปันซูยังไม่มาสักที เหล่าบัณฑิตก็ไม่เชื่อเธอ เหยาเจวียนรวบรวมความกล้า ทำให้เหล่าบัณฑิตกลัว เผลอพูดเรื่องที่ชกหน้าฮั่วเหิงให้ทุกคนฟัง เหล่าบัณฑิตรีบนั่งเรียน
ปันซูแต่งหน้าทำผมเอง พอเดินไปนางกำนัลพากันตกใจคิดว่าผี นางกำนัลวิ่งไปเรียกฮั่วเหิงมาช่วย ปันซูวิ่งหนี แล้วตกจากกำแพงลงไป ทะลุรถของหลันจือพอดี หลันจือต่อว่าปันซูว่าสายแล้วยังไม่ถึงห้องเรียน แล้วจะส่งตัวปันซูให้ฮั่วเหิง ในข้อกล่าวหาว่าปันซูคือนักฆ่า แต่ฮั่วเหิงช่วยพูดว่าจับนักฆ่าได้แล้ว จริงๆ เป็นหนูป่าตัว แถมปันซูยังช่วย
หลันจืออึ้งไปที่ผิดคาด “จริงเหรองั้นข้าก็คิดมากไปเองหวังว่าแม่ทัพฮั่วอย่าถือสา”
ฮั่วเหิงยิ้มปันซูหันมาว่าหลันจือ “นับว่ามีคนยุติธรรมอยู่บ้างออกมาพูดจาแล้วอาจารย์โค่วแต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยหาเรื่องเจ้าทำไมชอบมาขัดข้าอยู่เรื่อย”
หลันจือดุ “น้องปันอย่าพูดอะไรตามใจเพราะข้าเป็นห่วงจนเกินไปแต่ไม่รู้ว่าน้องปันทำไมถึงตกลงมาจากฟ้าล่ะ”
ปันซูอึกอัก ฮั่วเหิงก็ช่วยพูดอีก “อ้อเป็นอย่างนี้ข้ารู้ว่าอาจารย์ปันมีความรู้สูงส่งดังนั้น จึงเชิญนางมาช่วยให้ตรวจสอบนักฆ่า”
ปันซูรีบรับ “ใช่ๆๆเรื่องก็เป็นอย่างนี้”
“จริงเหรอแต่ว่าเมื่อกี้เจ้าพูดว่ามีคนจงใจแกล้งเจ้าถึงได้หลงทางอยู่ในวังอ้ออาจารย์ปันหลงทางก่อนจะพบข้าจากนั้น ข้าถึงได้ขอให้นางช่วย”
ปันซูรับสมอ้างต่อ “ถูกต้องเรื่องเป็นแบบนี้ฉะนั้นข้าจึงไป โรงเรียนฝ่ายในไม่ทัน”
“ในเมื่อแม่ทัพฮั่วปกป้องอาจารย์ปันขนาดนี้ข้ายังจะมีอะไรพูดอีกแต่ว่าน้องปันเจ้าแต่งตัวประหลาดแบบนี้เข้าออกในวังตามใจชอบได้ทำความผิดฐานเสียมารยาทแล้วไทเฮาเพิ่งจะรับสั่งมาให้ข้าชี้แนะอาจารย์คนใหม่ให้ดีๆถึงแม้ใจข้ารักเจ้าแต่ว่าก็ไม่ควรละเลย...พระบัญชาของไทเฮาตอนนี้เข้าสอนสายแล้วพอดีข้ามีกฎระเบียบในวังเล่มนึงเจ้าถือไว้ให้ดีๆ ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งใจทบทวนให้ดีล่ะ”
ปันซูโมโหเล็กๆ “ฮื่มโค่วหลันจือคิดว่าข้าไม่เคยอ่านกฎระเบียบในวังเหรอฮึในนี้มีกฎข้อไหนบอกว่า ข้าแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้เจ้าคิดว่าเอาผมผูกเป็นลูกหมั่นโถวอย่างเจ้าถึงจะนับว่าเรียบร้อยเหรอเชอะ”
“น้องปันข้าใจดีสอนเจ้าเจ้ากลับตอบแทนความหวังดีแบบนี้เหรอ มานี่”
พอดีฮ่องเต้เสด็จ แถมเหล่านางในก็แต่งหน้าเหมือนปันซูมาก ปันซูเห็นก็ดีใจรีบบอกอ้าง
“เห็นรึยังแม้แต่ฮ่องเต้ยังให้สาวใช้ในวังแต่งตัวเหมือนข้าเจ้ามีสิทธิ์อะไรบอกว่าข้าทำผิดกฎมารยาทรึเจ้ารู้สึกว่าเจ้ารู้เรื่องกฎมารยาทดีกว่าฮ่องเต้รึเจ้ารู้สึกว่ากฎมารยาทของเจ้าเหนือกว่าฮ่องเต้ฮื๋ม”
หลันจือเจ็บใจมาก ขณะที่ฮั่วเหิงยิ้มชอบใจในความกล้าของปันซู มีไหวพริบที่ต่อกรหลันจือได้
หลันจือพยายามหลอกใช้หลิวเอี้ยนให้หาความผิดมาเล่นงานปันซูแล้วทูลไทเฮาเพื่อจะได้ไม่ต้องลงมือเอง
อาหลิงเดินผ่านฮั่วเหิงก็ถามเรื่องที่เหยาเจวียนชกเมื่อวันก่อน ฮั่วเหิงพูดไม่ออก
ปันซูชวนเหยาเจวียนไปหาหนังสือ เหยาเจวียนเดินอ่านหนังสือออกมา ฮั่วเหิงเห็นก็แกล้งเดินสวน เหยาเจวียนเดินผ่านไปเหมือนไม่เห็น จนฮั่วเหิงต้องเข้ามาทัก เหยาเจวียนก็ยังไม่รู้ว่าใครต้องดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่าคือฮั่วเหิง
“เป็นๆๆแม่ทัพฮั่ว ขอๆๆโทษข้าตาไม่ค่อยดีไกลนิดหน่อยก็มองไม่ค่อยชัด”
“เอ่ออ้อที่แท้เจ้าสายตาสั้น”
“ท่านๆ ท่านถึงจะเรียกสายตาสั้นข้าเรียกว่ามองไม่ไกล”
“โอ๊ะยังกล้าเถียงอีกถามเจ้าหน่อยเรื่องเมื่อวานใครพูดว่าจะรักษาความลับทำไมวันนี้บัณฑิตฝ่ายใน รู้กันหมดแล้ว”
เหยาเจวียนตกใจ “อ้อขอๆ ขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจข้าใจร้อนโมโหไปหน่อยจึงได้พลั้งปากไปขอให้แม่ทัพฮั่วมีน้ำใจกว้างขวางๆ”
“พูดได้ดีนี่ ไม่ต้องขอโทษถึงขนาดนี้”
“ไม่ใช่ๆครั้งนี้ข้าเป็นคนทำไม่ถูกแม่ทัพฮั่วจะทำโทษยังไงก็แล้วแต่ท่าน”
“ไม่ๆๆไม่ใช่เพราะเจ้าเหรอ ทำเรื่องใหญ่โตอย่างนี้ยังอยากให้ข้าถูกคนอื่น หัวเราะสองครั้งรึไงมาตามข้ามา” ฮั่วเหิงฉุดเหยาเจวียนไป เหยาเจวียนตกใจ
“เจ้าว่าเจ้าไม่มีวรยุทธกระบวนท่าพวกนั้นของเจ้าทั้งหมดเรียนจากปันซูเหรอ”
เหยาเจวียนว่า “อืม”
“ข้าไม่เชื่อเรามาลองอีกครั้ง”
เหยาเจวียนอึ้ง “ลองๆ ลองอีกครั้งเหรอ”
“ให้เจ้าลองเจ้าก็ลองสิ”
“จริงๆ เหรอ”
“แน่นอนข้าให้เจ้าชกเจ้าก็” เหยาเจวียนชกเต็มๆ “โอ๊ะโอ๊ยข้ายังไม่ได้บอกเริ่มเลยเจ้าชกข้าทำไม”
เหยาเจวียนตกใจ “ท่านๆๆท่านๆๆเฮ้อขอข้าดูหน่อย”
ฮั่วเหิงร้อง “โอ๊ะ”
“ขอข้าดูหน่อยลิ้นเลือดออกแล้วเป็นเพราะท่านบีบบังคับข้าข้าก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้พูดออกไป” เหยาเจวียนร้องไห้“แต่ว่าพวกเขารังแกข้า”
“พอแล้วๆๆข้าเป็นทหารผู้กล้าหาญองอาจถูกเจ้าทำลายชื่อเสียงก่อนทำร้ายร่างกายสองครั้งสองครา”
“ก็จู่ๆ ท่าน”
“หยุดพูดสรุปแล้วเจ้าได้ทำร้ายร่างกายข้า และทำร้ายหัวใจข้าด้วย” ฮั่วเหิงออกแรงจับ “อื่ม” เหยาเจวียนกลัว “เพราะฉะนั้น ฆ่าคนชดใช้ชีวิตทำร้ายคนก็ต้องรับผิดชอบใช่รึไม่”
เหยาเจวียนจำพยักหน้า “อืม”
“ดีข้าพักอยู่วังฝั่งตะวันตกค่ายทหารเสือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกวันตอนเช้าเจ้าต้องต้มซุบไก่มาให้ข้าจนกว่าจะหายดีจำได้รึยัง”
เหยาเจวียนตกตะลึง “ห๋าอ้อๆๆได้”
“ฮึมโอ๊ย” ฮั่วเหิงเดินไป เหยาเจวียนรู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูก
ฮั่วเหิงกลับไปเล่าพลางหัวเราะให้เว่ยอิงฟัง
“เจ้าไม่เห็นท่าทางของนางน่ารักมากเลยเหมือนลูกไก่ที่ทำให้ตกใจแบบนั้นเลย” ฮั่วเหิงหัวเราะ
“เจ้าสมควรโดนแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าประมาทนางก็คงไม่ทำเรื่องน่าหัวเราะแบบนี้นางเป็นศิษย์น้องเซวียนเอ๋อข้าจะไม่ยอมให้เจ้ารังแกแน่”
“ใครรังแกนางข้าก็แค่หยอกนางเท่านั้น แต่ว่าสองครั้งนี้มีแต่นางรังแกข้าเอ่อจริงสิพูดถึงศิษย์น้องปันซูคนนั้นทำให้ข้าเปิดหูเปิดตามากเลยนางกล้าแต่งตัวเองเหมือนผี เดินสะเปะสะปะในวังถ้าไม่เห็นแก่หน้าของอาเซวียนข้าคงไม่ช่วยนางพูดโกหกหรอกตอนนี้ข้าก็รู้สึกว่า นางมีปัญหาแต่ว่านิสัยของนาง ข้าชอบโค่วหลันจือทำเป็นวางท่าตลอดแต่กลับถูกนาง ตอกกลับจนพูดไม่ออกแต่ก็ต้องมองสองด้านท่าทางโค่วหลันจือในวันนี้เกรงว่าคง เกลียดนางเข้ากระดูกไปแล้ว”
เว่ยอิงยังสงสัยในตัวปันซูและยังไม่แน่ใจว่าเป็นตัวจริง
วันรุ่งขึ้นในคาบเรียน ปันซูจับได้ว่าหลิวเอี้ยนอ่านหนังสือต้องห้ามจึงทำโทษ หลันจือจะมาช่วยแต่พอปันซูส่งหนังสือให้อ่านก็พูดไม่ออก เดินกลับไป แล้วให้คนไปฟ้องหลิวหงเพื่อให้เล่นงานปันซู
แต่โชคดีที่อาหลิงเห็นและมาบอกก่อนปันซูก่อน ปันซูจึงแก้เกมทันทำเป็นเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลิวหงเชื่อสนิทใจยังนับถือความสามารถปันซูอย่างมากปันซูเดินมาส่ง แกล้งร้องไห้ด้วย
“องค์หญิงเป่ยเซียงเข้าใจข้าผิดไปหน่อยข้าก็เป็นห่วงร่างกายของนางดังนั้นจึงให้อาฮุ่ยรีบส่งนางกลับจวนไปพักผ่อนแล้วพระโอรสรีบกลับไปดูนางเถอะ”
หลิวหงว่า “วางใจเถอะข้ากลับไปแล้ว จะต้องสั่งสอนนางให้ดีจะไม่ให้อาจารย์หญิง ต้องเป็นห่วงนางอีก”
พอหลิวหงออกไป อาหลิงก็ออกมาหาปันซูตบมือกันชอบใจ
ปันซูว่า “ครั้งนี้โชคดีที่มีเจ้าถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตาไววิ่งมาบอกข้าก่อนข้าจะต้องตายอย่างแน่นอน”
“อาจารย์อย่าพูดแบบนี้หลิวเอี้ยนอยู่ในห้องเรียนก็ชอบรังแกเราข้าทนนางมานานแล้วแต่ว่าท่านสอนวรยุทธให้ข้าได้มั้ยข้าอยากเป็นแม่ทัพหญิงไม่ชอบเรียนหนังสือแต่ว่าพ่อกับพี่ชอบพูดว่าที่ข้าคิดเป็นไปไม่ได้”
“นี่จะเป็นไปไม่ได้ได้ไงใครว่าผู้หญิงเป็นแม่ทัพไม่ได้เจ้าอยากเรียนวรยุทธข้าจะสอนให้วันหลังถ้าพ่อว่าเจ้าอีกก็ถามเขาสตรีในราชวงศ์ซังดีใช่เป็นแม่ทัพหญิงรึเปล่ายังเป็นฮองเฮาอีกซะด้วย”
อาหลิงตื่นเต้น “จริงเหรออาจารย์หญิงเจ้ารู้มากจังเลย”
“เจ้ามีน้ำใจมาข้าก็ต้องมีน้ำใจกลับจริงมั้ยล่ะ” อาหลิงหัวเราะ
“แต่ว่าที่เจ้าสอนข้าวิธีนี้ใช้ขิงแก่ทาหน้าใช้ได้ดีจริงๆ บอกความจริงมาอยู่ต่อหน้าพ่อเจ้าก็ทำแบบบ่อยๆ ใช่มั้ยล่ะ”
“ก็ไม่ได้ทำที่จริงเมื่อก่อนแม่ข้าก็อารมณ์ร้อนแต่ว่าพอนางร้องไห้ พ่อข้าก็ไม่มีอารมณ์อะไรอีกเลย”
ทั้งสองหัวเราะกัน พอดีอาซิ่วเรียก อาหลิงรีบหลบไปก่อน
ปันซูมองตามแล้วยิ้มพูดคนเดียว “ที่แท้แกล้งร้องไห้แกล้งอ่อนแอใช้ดีว่าต่อสู้กันเฮอะวันนี้นับว่าข้าได้เรียนรู้แต่ว่า สามารถโกหกได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ยังคงเป็นพรสวรรค์พิเศษของข้า”
เว่ยอิงปรบมือปันซูสะดุ้งเล็กๆ หันไปเจอเว่ยอิง
“เป็นพรสวรรค์พิเศษจริงๆข้าว่าพิสดารกว่าคณะนักแสดงงิ้วเสียอีก”
“เป็นเจ้าอีกแล้วเชอะ”
“เดินทางกลางคืนบ่อยต้องเจอผีแน่อาจารย์ปันเจ้าโกหกได้ครั้งเดียวแต่โกหกไม่ได้ทั้งชีวิต”
“ที่เจ้าพูดหมายความว่าไง เจ้าไปที่โรงเรียนฝ่ายใน ทำอะไรจงใจคิดหาเรื่องอีกใช่มั้ย”
“ข้าตาไม่ดีเรื่องแบบนี้ของอาจารย์ปันแม้วางอยู่ตรงหน้าก็มิอาจเข้าในตาได้ข้าเพียงแต่คิดจะมารดน้ำให้ต้นอ้อพวกนั้นเท่านั้นขอทางหน่อย”
ปันซูโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ “เฮอเจ้าเฮ่อ”
หลิวหงกลับไปก็ดุหลิวเอี้ยน แล้วยังตัดค่าเครื่องแป้ง เลิกเรียนก็ให้กลับบ้านทันที หลิวเอี้ยนแค้นปันซูมาก
เช้าวันต่อมา ใกล้ถึงเวลาสอน เหยาเจวียนก็รีบมาบอกให้ปันซูสอนแทน บอกว่ามีเรื่องด่วน ปันซูพยายามจะบอกว่าไม่ได้เตรียมการสอน แต่เหยาเจวียนรีบเดินไปเลยพร้อมอาหารที่เตรียมไว้
ปันซูพยายามรวบรวมความมั่นใจและสอน แต่สอนผิดๆ ถูกๆ หลิวเอี้ยนให้อาฮุ่ยไปฟ้องหลันจือ
หลันจือไปฟังก็รู้ว่าผิด รู้สึกกระหยิ่มอย่างมากที่ความลับของปันซูแตก สั่งให้คนไปเชิญอาจารย์สวีกับอาจารย์โหวมาด่วน
หลันจือเยาะ “ไร้ความสามารถเช่นนี้ ยังกล้าปลอมตัวเป็นลูกสาวสกุลปันอีกเจ้าใจกล้าเกินไปแล้ว”
จบตอน 05



