
ยอดหญิงปันซู 4
ระหว่างต่อสู้กัน “เว่ยอิง” เห็นว่า “ปันซู” มีกำไลหยกของ “ปันเชา” จึงยอมลามือไว้ก่อน
ทุกวันจันทร์อังคาร เวลา 18.25 น. ทางช่อง NOW26
Ban Shu Legend Ep.4
นักเรียนห้องสองซึ่งเป็นห้องเรียนของเด็กไม่เอาไหน..มีองค์หญิงเป่ยเซียงเป็นหัวโจก คอยรังแกอาจารย์เหยาไม่ให้สอนหนังสือได้จนกระทั่งปันซูรับท้าแข่งโยนเต๋าแข่งกันเด็กในห้อง ปรากฏว่าชนะทุกคนจึงต้องตั้งใจเรียนตามที่ตกลงกันไว้ก่อนแข่ง หลันจือมาเห็นก็แปลกใจมาก
พอให้อาจารย์เหยาสอนต่อ ปันซูก็ออกมาผ่อนคลายและเห็นจิ่นซูก็เรียกแล้วถามว่าหลันจือให้มาสอดส่องใช่มั้ยนางว่าไม่ใช่ แค่ห่วงว่าปันซูยังขาดอะไรอีกหรือเปล่า
“เฮ้อ ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร หนำซ้ำศิษย์พี่ก็พูดไม่รู้เรื่อง เอ่อ จิ่นซูช่วยข้าสักเรื่องเถอะ เล่าให้ข้าฟัง ว่าห้องสองเป็นยังไงกันแน่ ได้มั้ย” ปันซูส่งทองให้
“ได้น่ะได้ แต่ว่าอาจารย์หญิง ของสิ่งนี้ข้ารับไว้ไม่ได้
“ข้าเป็นอาจารย์ เจ้าเป็นสาวในวัง ข้าให้รางวัลหน่อยจะเป็นไรไป มาๆๆ เก็บไว้ แค่ไม่ให้คนอื่นเห็นก็พอแล้ว” ปันซูนำทองใส่เสื้อให้จิ่นซู
“ขอบคุณอาจารย์โรงเรียนฝ่ายใน ตอนที่อาจารย์หลิวดูแล เดิมทีมีแค่ห้องเดียว”
จิ่นซูพาปันซูเดินสำรวจรอบๆ เห็นหลันจือสอนอยู่
ปันซูถอนใจ “แปลว่า เพื่อรักษาชื่อเสียงโรงเรียนฝ่ายใน หลันจือเลยให้คนที่นางดูถูก ไล่ไปอยู่ฝั่งนั้นกลายเป็นห้องสอง และคนที่เหลือเป็นบัณฑิตที่ดีก็อยู่ฝั่งนี้ กลายเป็นห้องหนึ่ง”
“ถูกต้อง”
“ซึ๊ด แต่องค์หญิงเหวินสี่ก็อยู่ห้องสอง ทั้งวันเอาแต่เล่น อะไรก็ไม่ยอมเรียน ไทเฮาจะวางใจได้เหรอ”
“อาจารย์โค่ว...กราบทูลไทเฮาตั้งนานแล้วที่จริง ไทเฮาก็ลำบากใจไม่น้อย พูดอย่างไม่เกรงใจ ลูกหลานพวกนี้ ถึงเป็นหญิงสูงศักดิ์มีตระกูล แต่ก็ยังคงมีบางคน นิสัยไม่ค่อยจะดี นิสัยที่ไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ อย่างเช่นองค์หญิงเหวินสี่ ร่างกายอ่อนแอถ้าบังคับให้อ่านแต่หนังสือ เกิดเครียดจนป่วยจะทำไง ข้าน้อยคิดว่า ความหมายของไทเฮา อาจจะ... เพียงแค่อยากให้มีอะไรทำไปวันๆ ก่อนพวกนางออกเรือน ไม่ถึงกับไปก่อเรื่องข้างนอก ส่วนจะสามารถเรียนอะไรได้ ก็ยากจะคาดเดา”
“อ้อ ไทเฮาก็ไหลไปตามน้ำเหมือนกันก็ใช่ ขอเพียงอาจารย์โค่ว สอนบัณฑิตห้องหนึ่งออกมา...ทุกคนเป็นกุลสตรีมีความรู้ ก็ไม่มีใครตำหนิถึงจะมีคนสองคนที่ใช้ไม่ได้ ก็จะโทษข้ากับอาจารย์เหยาสอนไม่ดีไม่เกี่ยวกับนางแล้ว”
“อาจารย์หญิง ท่านก็คิดมากไปแล้ว ข้ารู้สึกว่า... ไทเฮาต้องการให้ท่านมาเป็นอาจารย์ไม่แน่ เพราะอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง ในเมื่ออีกไม่นาน อาจารย์โค่วก็ต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพเติ้งแล้วต่อไปที่นี้ ก็มีท่านกับอาจารย์เหยาดูแล”
“อาจารย์โค่วทำงานรอบคอบ พูดจาไพเราะ ก็เลยทำให้ไทเฮาพอพระทัย ข้าไม่มีความสามารถอย่างนาง เอ๊ะ จริงสิแล้วอาจารย์หญิงหลิวไปไหนแล้วเหรอ”
“อาจารย์หลิวเป็นหญิงสูงศักดิ์ หลายปีก่อนได้รับพระกรุณา แต่งตั้งเป็นองค์หญิงฝูหย่วนแต่งไปอยู่อูซุน”
“ห๋า ทำไมข้าได้ยินว่า สามปีก่อนมีองค์หญิงอภิเษกเชื่อมไมตรีตายระหว่างเดินทาง แสดงว่าแถบเหนือปัดความรับผิดชอบงั้นสิ เฮอ เลวมาก พี่ชายข้าจะต้องจัดการพวกนั้นแน่นอน”
“อาจารย์หลิว...นามว่าเซวียน เป็นต้นอ้อหลังสวนของเรา คือต้นที่ใต้เท้าเว่ยดูแล เขาปลูกในปีนั้นทั้งหมด”
“เว่ยอิงเหรอ”
“อืม ขอโทษที่ข้าพูดมาก ข้ารู้ว่าท่านกับใต้เท้าเว่ยมีเรื่องเข้าใจผิด แต่อาจารย์หลิวเป็นศิษย์คนแรกของเชาต้ากู้แล้วยังเป็นลูกบุญธรรม ท่านก็เห็นแก่หน้าของอาจารย์หลิว อดทนกับใต้เท้าเว่ยสักหน่อย”
“เจ้าหมายความว่า...ศิษย์พี่หลิวกับเว่ยอิง..อืม อื๋ม” ปันซูทำมือ
“อืมตั้งแต่นั้นมา ไทเฮาทรงอนุญาตใต้เท้าเว่ยเข้ามาดูแลต้นอ้อในวังได้ จนถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้ว บัณฑิตของโรงเรียนฝ่ายในชอบใต้เท้าเว่ยขนาดนั้น” ปันซูถอนใจ
จิ่นซูเอ่ยต่อ “ไม่แค่เพียงเขาหน้าตาหล่อเหลา ตอนนี้ใต้เท้าเว่ยยังครองโสดอยู่เลย”
“ข้าฟังแล้ว..ก็น่าสงสารนะ ช่างเถอะ วันหลังข้าไม่ทะเลาะกับเขาแล้ว”
เลิกเรียนแล้ว เหยาก็พูดคุยกับปันซูอย่างดีใจ เพราะไม่เคยสอนหนังสือได้ปลอดโปร่งแบบนี้เลย
“ศิษย์พี่เข้ามาโรงเรียนสามปีแล้ว งั้นต้องรู้จักหลิวเซวียนแน่ นางเป็นศิษย์พี่ของพี่ด้วยใช่มั้ย”
เหยาพยักหน้า “อื้ม”
“อ้อ มิน่าพี่เรียกเขาว่าศิษย์พี่เว่ย เขาเรียกพี่ว่าศิษย์น้องเหยา เรียกตามศิษย์พี่หลิวล่ะสิถูกมั้ย”
“ใช่แล้ว เจ้ารู้แล้วเหรอพี่เว่ยกับพี่เซวียนเดิมทีเป็นคู่รักกัน แต่ช่วยไม่ได้” เหยาถอนใจ
“อ้อ มิน่าเขาพูดไม่ขาดปากว่า อย่าให้ข้าทำเรื่องขายหน้าสกุลปัน เฮ้อ”
หลิวเอี้ยนแกล้งเดินมาชนปันซู “โอ๊ะ ขอโทษอาจายร์ปัน ข้ารีบกลับบ้าน ขอทางหน่อย”
อาหลิงโวยเสียงดังว่าเห็นชัดๆ ว่าเจ้าจงใจเดินชนอาจารย์ อาซิ่วรีบปิดปากน้องสาวว่าไม่รู้ความ
หลิวเอี้ยนทำเสียง “ฮึ ข้าดูเจ้ารู้ความมากเลย ไม่งั้นคงไม่เป็นลูกขุนนางเบี้ยหวัดแค่หกร้อยหาบ แต่มั่วเข้ามาเรียนในที่ๆ ลูกขุนนางเบี้ยหวัดเกินสองร้อยหาบได้”
อาหลิงจะเอาเรื่องแต่อาฮุ่ยจับไว้ ปันซูพูดกับหลิวเอี้ยน
“ในเมื่อองค์หญิงเป่ยเซียงรีบร้อนกลับจวน ทำไมยังมีเวลาต่อปากต่อคำอยู่อีก จะให้ข้าส่งออกไปมั้ย” หลิวเอี้ยนฮึดฮัดจะเดินไป
ปันซูพูดต่อว่า “ข้าขอเตือนบางคนหน่อยอย่ามัวคิดแต่จะไปฟ้องคนอื่น หนังสือสัญญายังอยู่ที่ข้านี่ถ้ามีใครคิดจะกลับคำสาบาน ข้าขอเอาตำแหน่งอาจารย์หญิงแลก จะเอาสัญญานี้แขวนที่กำแพงเมืองให้คนทั้งเมืองรู้ว่า มีลูกผู้ดีบางคน กลืนน้ำลายตัวเอง คำพูดที่พูดแล้วทำเหมือนผายลม”
หลิวเอี้ยนแค้นมากชวนเพื่อนไป อาซิ่งเอ่ยกับปันซูว่า
“อาจารย์ปันวางใจ ข้า ข้าจะไม่พูดออกไปแน่นอน”
ปันซูชม “อืม น่าเอ็นดู รักษาคำพูด สมแล้วที่เป็นองค์หญิงในราชสำนัก เอ่อ แต่ว่าร่างกายอ่อนแอไปหน่อย วางใจเถอะ อาจารย์ของเจ้าคนนี้ จะสอนให้เหมือนกับองค์หญิงหลู่หยวน เป็นกุลสตรีที่ขี่ม้าเป็นทำนาเป็น ดีมั้ยล่ะ”
อาซิ่งอึ้งๆ แล้วเดินไป อาหลิงชื่นชมปันซูมาก อยากสมัครเป็นศิษย์ แต่อาซิ่วไม่ยอมดึงน้องสาวกลับไป เหยาเองก็ชื่นชมปันซูที่เล่นลูกเต๋าเก่งแล้วยังมีวิทยายุทธ อยากให้สอนบ้าง ปันซูสอนให้สามท่า ในการเอาตัวรอดถ้ามีคนมารังแก
ปันซูถามเหยาเจวียนว่ารู้ที่หลันไถมั้ย ให้พาไป เหยาเจวียนได้พาปันซูเข้าไปหาหนังสือที่หลันไถ จากนั้นปันซูก็ไล่เหยาเจวียนกลับไป
ฮั่วเหิงดูทหารฝึกซ้อม ก่อนสั่งให้หยุด
“ทุกคนฟังให้ดี ข้าฮั่วเหิงอยู่ใต้บังคับบัญชาแม่ทัพเติ้ง สิบกว่าวันก่อนเพิ่งปราบกบฏสามร้อยคนสร้างความชอบ ไทเฮาทรงห่วงใยทหารยามในวังมากจึงแต่งตั้งให้ข้าเป็นแม่ทัพจงหลางดูแลเรื่องทหารยามในวัง ในเมื่อไทเฮามอบหน้าที่สำคัญให้ข้า ดังนั้นนับแต่วันนี้ เรื่องทหารยามในวังทั้งหมดข้าเป็นคนออกคำสั่ง กฎระเบียบเก่าของเมื่อก่อนเอาทิ้งให้หมด มิฉะนั้น อย่าโทษว่าดาบข้าไร้เมตตา”
เหล่าทหารรับคำ “ครับ”
ฮั่วเหิงหัวเราะ “อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อยยามในวังต้องระวังมากที่สุด คือคนที่คาดเดาไม่ได้ วันหลังวิธีใช้ทวนตั้งค่ายนั้น ไม่ต้องฝึกแล้ว แต่ต้องฝึกวิธีการจับนักฆ่า เข้าใจมั้ย”
“รู้ใจครับ”
“มานี่ตรงไหนในวังมีจุดป้องกันหละหลวมสุด”
เหยาเจวียนเดินชนเสาทำให้เข็มทิศหล่นไปไกล เธอหาไม่เจอ ทำให้เดินไปเรื่อยๆ เข้าไปในกำแพงวัง ซึ่งฮั่วเหิงกำลังเดินสอนเหล่าทหารมาทางนี้ เห็นเหยาเจวียนเดินคล้ำทางมาเรื่อย ฮั่วเหิงงงว่านางในเข้ามาได้ยังไง
ฮั่วเหิงว่า “ยิ่งน่าสงสัยใหญ่เลย ดูท่าทางมองซ้ายมองขวาดูก็รู้ไม่ใช่คนดี ฮึ เจอเรื่องอย่างนี้ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ห้ามไปถามว่ามาจากไหน มาทำไม มาทำอะไร ทำแบบนั้นนางจะหนีไปทันที ถึงตอนนั้นขาดเบาะแส ก็ตรวจสอบไม่ได้แล้ว เข้าใจมั้ย”
เหล่าทหารว่า “เข้าใจครับ”
“วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะแสดงตัวอย่างให้พวกเจ้าดู จะเข้าใกล้อย่างเงียบๆ จะจับโจรสาวนางนี้มาสอบสวน รอดูก็แล้วกัน”
“เฮอไม่ใช่ทางนี้ โอ๊ย”
ฮั่วเหิงเข้าไปถาม “พี่สาวนางในท่านนี้ เจ้าจะไปไหน”
เหยาเจวียนอึกอัก “ข้าๆๆ”
“นี่ข้าขอเตือนเจ้าอย่างขยับ”
เหยาเจวียนคิดถึงที่ปันซูเพิ่งสอนมา “เหยียบก่อน ค่อยดัน แล้วก็ตีฮึ้ย”
เหยาเจวียนจัดการทำตามที่ปันซูสอนกับฮั่วเหิง ขณะที่ฮั่วเหิงไม่ทันตั้งตัวโดนไปเต็มๆ ถึงกับสลบ
เหล่าทหารรีบเข้ามาดู “ท่านแม่ทัพๆๆๆๆ ท่านไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ท่านแม่ทัพ”
เหยาเจวียนได้ยินก็ตกใจ
เหล่าทหารพาฮั่วเหิงไปนอนพัก เขายังสลบอยู่ เหยาเจวียนถามว่าฟื้นรึยัง ทหารคนหนึ่งว่ายัง แล้วบอกว่าไม่ต้องกลัวฮั่วเหิงไม่ตายง่ายๆ เหยาเจวียนได้ยินก็ตกใจรีบฝ่าวงล้อมเข้าไปถึงตัวฮั่วเหิง
“เอ่อๆ ตายเหรอเจ้าว่าเขาจะตายเหรอ” เหยาเจวียนร้องไห้ “แม่ทัพฮั่วๆๆๆ ท่านไม่เป็นอะไรใช่มั้ย แม่ทัพฮั่วท่านฟื้นสิ ท่านๆๆ ตื่นๆ แม่ทัพฮั่วข้าไม่มีเจตนาจะฆ่าท่านนะ แม่ทัพฮั่ว ท่านฟื้นสิฟื้นเดี๋ยวนี้ แม่ทัพฮั่วๆๆ หา”
ฮั่วเหิงฟื้นขึ้นมาเห็นเหยาเจวียนตรงหน้าก็ตกใจร้องลั่น เหยาเจวียนก็พลอยตกใจไปด้วย
“แม่ทัพฮั่วไม่ต้องกลัวท่านแม่ทัพๆ นางคืออาจารย์เหยาของโรงเรียนฝ่ายใน เพราะเดินหลงทางถึงได้มาที่นี่ ไม่ใช่คนร้าย”
ฮั่วเหิงกับทหารเดินมาส่งเหยาเจวียนตรงประตู
“อาจารย์เหยา ขอลาตรงนี้ วังใหญ่ขนาดนี้ คิดว่าเรา คงไม่มีโอกาสเจอกันอีกแล้ว”
“เฮอ ท่านแม่ทัพวางใจข้าเป็นคนมีสัจจะ จะรักษาคำพูดอย่าห่วงว่าความลับจะรั่วไหล”
เหล่าทหารหัวเราะ ฮั่วเหิงเหล่มอง ก่อนหันมาบอกเหยาเจวียน “งั้นข้าไม่ส่งนะ ระวังตัวด้วย”
“ได้” เหยาเจวียนว่า
ฮั่วเหิงเดินเข้าไปและสั่งให้ทหารปิดประตู เหยาเจวียนรู้สึกตัว “หา ข้าๆๆๆข้าเป็นอะไร หัวใจเต้นเร็วขนาดนี้ หาโธ่เอ๊ย ใช่จริงด้วย เหมือนจะมีไข้”
ปันซูหวังพบหนังสือของพ่อแต่ระหว่างที่หาอยู่ เว่ยอิงมาพบ และเข้าใจผิดคิดว่าปันซูเป็นสายลืบเข้ามา
“เจ้าเป็นบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยข้านะ เจ้านั่นแหละสายลับ”
“ถ้าไม่ใช่สายลับ ทำไมเข้าวังวันแรกก็จะมาหลันไถ ทำไมต้องเปิดอ่านตำราสงคราม ทำไมต้องสนใจแดนตะวันตกของจวนตูฮู่” ปันซูถอนใจ “ให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง จะพูดรึไม่พูด ไม่พูดข้าจะตีแขนเจ้าให้หัก ส่งไปสอบถามที่ศาล”
“พ่อข้าเคยเป็นผู้ดูแลหลันไถ ทำไมข้าจะมาหลันไถไม่ได้”
ทั้งสองสู้กัน เว่ยอิงว่า “วิทยายุทธเจ้าไม่เลว แต่ว่าใต้เท้าปันกู้ เป็นขุนนางบู๋น ลูกสาวเป็นวิทยายุทธได้ไง”
ปันซูอึกอัก “ข้าๆ”
เว่ยอิงสวน “แต่งเรื่องไม่ได้แล้วสิ”
“ข้าเรียนยุทธกับลุงของข้า เขาไปเป็นทหาร เจ้าไม่เคยได้ยินรึไง”
ปันซูต่อสู้กับเว่ยอิงพลางบ่นด้วย “เจ้าเป็นบ้าเหรอศิษย์พี่หลิวถูกคนฆ่าตาย เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย ข้าเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อไม่ใช่คนร้ายซะหน่อยมองอะไร ในโลกนี้เจ้าน่าเห็นใจที่สุดรึไง พี่หลิวยังเป็นญาติข้าด้วยถ้านางอยู่ในปรโลก... รู้ว่าเจ้ารังแกน้องของนางฮึ แม้แต่ในฝันก็ยังไม่อยากเห็นเจ้า เชอะ”
“ดี ดีมากตอนนี้ข้าไม่มีหลักฐาน ได้แต่ให้เจ้าพูดตามใจ แต่ว่าไม่เกินสิบวันทางฝั่งเซี่ยงจวิ้นก็จะมีข่าวเป็นจริงหรือเท็จ ความจริงก็จะปรากฏ”
“ก็ดี ข้ารออยู่ เชิญเจ้าตรวจสอบตามสบาย ข้าปันซูกล้าสาบานต่อฟ้า ถ้าข้าไม่ใช่ลูกสกุลปัน ขอให้ถูกฟ้าผ่าตายไม่ได้เจ้าล่ะกล้าสาบานมั้ยถ้าเจ้าโทษข้าผิด ขอให้ขี่ม้ายิงธนูไม่ได้ ทำการใหญ่ผ่าย แล้วก็ขอให้หาเมียไม่ได้ตลอดชีวิตอื่ม ขอๆขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดแทงใจดำเจ้า”
ระหว่างสู้กันเว่ยอิงเห็นว่าปันซูมีกำไลหยกของปันเชาจึงยอมลามือไว้ก่อน
“เฮ้อเฮอะ สวรรค์ ทำไมข้าต้องเจอตัวซวยด้วยนะ ฮืม ถ้าคนของเขาไปถึงเซี่ยงจวิ้น ก็จะรู้ว่าข้าเป็นตัวปลอมทันทีเฮ้อ ไม่เป็นไร จากลั่วหยางถึงเซี่ยงจวิ้นหลายพันลี้ ต่อให้ขี่ม้าเร็วไปกลับ ก็ยังมีเวลาหลายวัน ขอเพียงข้ารีบหาหนังสือเจอ ก่อนที่เขาจะรู้ ข้าก็หนีไปแล้ว เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง เฮอะ ใช่ ตามนี้แหละ อย่าไปกลัว ยังไงข้าก็แซ่ปันจริงๆ อย่าท้อถอย สู้ๆ ห๊า โอห๊า อื้ม” ปันซูทำตู้หนังสือโค่นเป็นโดมิโน
เว่ยอิงนั่งคุยกับฮั่วเหิง เว่ยอิงเช็ดตัวไปด้วย
ฮั่วเหิงว่า “พอแล้วๆ ไม่ต้องเช็ดแล้ว ขืนเช็ดอีกผิวก็ถลอกหมดฮ้า ข้าว่าโรคแตะต้องคนอื่นไม่ได้ ทำไมนับวันก็ยิ่งหนักขึ้น เมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นทำไมยังลงมือกับผู้หญิงคนนั้นอีกเล่าก็ได้ ข้าจะเปลี่ยนคำถาม เจ้าสงสัยนางไม่ใช่เหรอ ทำไมยอมรามือซะล่ะ”
เว่ยอิงว่า “นางใส่กำไลอยู่วงนึง”
ฮั่วเหิงตะลึง “ห๋า”
“นั่นไม่ใช่กำไลหยกธรรมดา เป็นกำไลหยกขาวเขาคุนลุ้น ของใต้เท้าปันเชาตอนทำศึกทางตะวันตกมอบให้ในวัง อยู่ในวัง มีแต่ไทเฮากับองค์หญิงที่มีอันอื่น ข้าเห็นแค่ฮูหยินในบ้านสกุลปันใส่”
“ที่เจ้าพูดหมายถึงกำไลที่อาเซวียนใส่ใช่มั้ย”
“ถึงเรื่องนางจะมีแต่ความแปลก แต่นางก็ยังเปิดเผยไม่กลัวอะไร”
“เฮอ พูดตามเหตุผลแล้ว ไทเฮาให้นางเป็นอาจารย์หญิง ก็น่าจะตรวจสอบพื้นเพนางแล้วแต่ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล บ้านสกุลปันมีความรู้ จะเลี้ยงลูกสาวที่เป็นวิทยายุทธกริยาท่าทางไม่เหมือนกุลสตรีได้ยังไงกัน ถ้าเป็นข้า ข้าก็สงสัยเหมือนกัน แต่ว่า ต้องรอลูกน้องของเจ้า กลับมาจากเซี่ยงจวิ้นค่อยว่ากันเจ้าก็อย่าเอาแต่เป็นศัตรูกับนาง ถ้าหากว่านางเป็นลูกสาวของปันกู้ ทางฝั่งเชาต้ากู้ กลัวว่าเจ้าก็อธิบายลำบาก”
“เฮ้อ หลังเซวียนเอ๋อจากไป เชาต้ากู้ก็ไม่เคยพบข้าอีก ถ้าศิษย์น้องของเซวียนเอ๋อเหยาเจวียนไม่คอยเตือน”
ฮั่วเหิงสวน “ช้าก่อน ศิษย์..เหยาเจวียนเหรอ”
“อืม”
“นางอยู่โรงเรียนฝ่ายใน เป็นอาจารย์หญิงใช่มั้ย”
“ตอนเซวียนเอ๋อไปก็เสนอนางให้ไทเฮา”
ฮั่วเหิงบ่น “แย่แล้ว แย่แล้ว”
“ทำไมเหรอ”
“เฮอ วันนี้อยู่ต่อหน้าทหารยามทั้งหมด คนที่ตีข้าสลบก็คือนาง”
เว่ยอิงหัวเราะ “เจ้าก็มีวันนี้เหรอ”
“ยังหัวเราะอีก” เว่ยอิงหัวเราะชอบใจ
จบตอนที่4



