
คุยกับ'ฟ่าน ปิงปิง'
คุยกับ“ฟ่าน ปิงปิง” เกี่ยวกับหนังเรื่องล่าสุดใน “I Am Not Madame Bovary”
ฟ่าน ปิงปิง เป็นนักร้องนักแสดงชาวจีนที่คนไทยรู้จักกันดี เธอมีผลงานโดดเด่นและมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์และซีรีส์หลายๆ เรื่อง นอกจากนี้ยังมีผลงานแสดงที่ฮอลลีวู้ดอย่าง Iron Man 3 X-men: Days of Future Past ล่าสุดกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง “I Am Not Madame Bovary” โดยเธอให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดดังนี้
@ คุณมารับบทนำใน I Am Not Madame Bovary ได้ยังไง
ตอนได้ยินว่า เฝิงเสี่ยวกัง กำลังทำหนังเรื่องนี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเลือกฉันให้มารับบทนำ เพราะมันเป็นบทที่แตกต่างจากตัวฉันอย่างมาก แต่วันหนึ่ง จู่ๆ เขาก็โทรศัพท์มาบอกว่าเขามีแผนจะสร้างหนังอยู่เรื่องหนึ่ง เขาคิดอยู่นานว่าจะเลือกฉันมาเล่นดีไหม แต่ถ้าเลือกฉันมาเล่นจะทำให้ทุกคนตะลึงมากกว่าการเลือกคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ หลีสั่วเหลียน มารับบทนี้แทน ตอนแรกลังเลใจ เนื่องจากบท หลีสั่วเหลียน ดูไม่ค่อยเข้ากับฉันเท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเล่นออกมาได้ดีด้วย แต่ในช่วงสั้นๆ ยิ่งอ่านบทก็ยิ่งคิดถึงมันมากขึ้นเรื่อยๆ พอได้คุยกับผู้กำกับ เขาบอกกับฉันว่าเขามั่นใจว่าฉันจะต้องแสดงบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน ขอแค่ไว้ใจเขาแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย ตอนนั้นเลยที่ทำให้ตัดสินใจรับบทนี้
@ การรับบทหลีสั่วเหลียน ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะด้านภาษา ภาพลักษณ์ และการแสดง รู้สึกยังไงบ้าง
ฉันมักกังวลเสมอว่าจะเล่นออกมาไม่สมจริงเพียงพอ ตอนที่เราลองเสื้อ ฉันคิดว่าตัวเองไม่เหมือนกับผู้หญิงชาวไร่ชาวนาเลย การรับบทในหนังเรื่องก่อนๆ ฉันมักจะทำให้ตัวเองดูใกล้เคียงกับบทที่ได้รับอยู่เสมอ ผิวของฉันค่อนข้างดีอยู่แล้ว เลยบอกช่างแต่งหน้าว่า ในเมื่อหลีเป็นคนที่ผิวค่อนข้างดำ คุณจะต้องเลือกสีพื้นให้ถูกนะ และผลที่ได้คือเขาทำให้ผิวฉันออกมาดำ และกร้านอย่างนั้นได้จริงๆ ส่วนเรื่องผม ฉันไม่สระผมเลยเป็นเวลาหลายวัน เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เราลองหลายแบบมาก ตอนแรกเราใช้เสื้อที่ตัดขึ้นมาใหม่ และใช้กระดาษทรายขัด เพื่อให้ชุดดูเก่า ส่วนรองเท้า เราเลือกรองเท้า แล้วเอาโคลนทาไว้ให้มันดูสมบุกสมบัน แต่การทำให้เสื้อผ้าเก่า ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ไม่สามารถเทียบได้กับการเก่าด้วยตัวมันเอง เสื้อที่ลองมันไม่เหมือนกับเสื้อของหญิงชาวนาจริงๆ ท้ายสุดเราต้องใช้เสื้อที่ชาวนาผู้หญิงที่ต่างจังหวัดใส่มาใช้จริงๆ บางชุดน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี
นอกจากนั้น เรื่องสำเนียงการพูดก็เป็นอีกสิ่งที่แอบกังวล เพราะผู้กำกับไม่ได้บอกอะไรเลยก่อนถ่ายว่าเราควรต้องพูดจาสำเนียงแบบไหน นักแสดงส่วนใหญ่เลยงงไม่น้อย เราเริ่มงานกันตอน 9 โมงเช้า แล้วพอผู้กำกับพูดคุยเรื่องตัวละครเสร็จมันก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว จากนั้นก็จะมีครูมาสอนให้เราพูดบทด้วยสำเนียงภาษาแบบคนท้องถิ่น เพื่อใช้ในการถ่ายทำวันถัดไป คุณครูจะบันทึกเสียงพูดบทตามสำเนียงจริงเอาไว้ทุกประโยค ในเดือนแรกที่เราถ่ายทำ ฉันคิดว่าเราน่าจะได้นอนกันไม่ถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน เพราะพอถ่ายหนังเสร็จแล้วเรายังต้องมาเรียนพูดภาษาท้องถิ่นกันต่ออีก
@ นักแสดงนำชายในหนังเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ได้รับบทเป็นเจ้าหน้าที่คนใหญ่คนโตของทางการ คุณคิดว่าบทบาทของพวกเขาในหนังนั้นเป็นอย่างไร
เมื่อพวกเขาใช้อำนาจ และความฉลาดที่มีอยู่ต่อสู้กับ หลีสั่วเหลียน พวกเขาทุกคนอาจดูเหมือนคนสูงค่า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ฝ่ายของพวกเขาต้องปะทะกับ หลีสั่วเหลียน มันเหมือนว่าทั้ง 2 ฝ่ายก็แทบไม่มีความแตกต่างกัน ฉันรู้สึกว่า หลีสั่วเหลียน ฉลาดมาก เธอไม่ใช่หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ เธอมีแผนรับมือ เธอมีเหตุและผลที่เตรียมมาพร้อม เธอรู้ว่าต้องเข้าไปหาเจ้าหน้าที่คนไหน เธอเข้าใจว่าลำดับขั้นอำนาจมันเป็นอย่างไร เธอไม่ใช่คนที่พุ่งเข้าชนกับใครต่อใครโดยปราศจากความคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบไว้ก่อน
@ คุณรู้สึกยังไงที่ได้ร่วมงานกับ เฝิงเสี่ยวกัง อีกครั้ง
ฉันรู้สึกว่า ผู้กำกับเฝิงเป็นคนที่สุขุม ตอนทำหนังเรื่อง Cell Phone เขาค่อนข้างเข้มงวดนะ เขาอาจเป็นคนที่ตรงไปตรงมา รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนง่ายๆ ตราบใดที่เราเข้าใจซึ่งกันและกัน เขาก็จะคอยสนับสนุนเราไปจนถึงฝั่ง นอกจากนั้น เขายังเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย ผู้กำกับส่วนใหญ่จะไม่ชอบแสดงให้เราดูว่าควรต้องแสดงยังไง แต่เขากลับถนัดมากเรื่องนี้ การแสดงของเขา ทำให้เราได้เห็นว่าเขาจ้องมองรายละเอียดมองชีวิตมนุษย์ได้ละเอียดแค่ไหน เขามีประสบการณ์เยอะ มีเรื่องราวที่อยากเล่ามากมาย และเขาก็เก่งทีเดียวในการสื่ออารมณ์ของผู้ชายออกมาให้ผู้หญิงได้รับรู้
ภาพยนตร์เรื่อง I Am Not Madame Bovary จะเข้าฉาย 20 เมษายน ในโรงภาพยนตร์



