
คุยกับ 'สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน'
คุยกับ “สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” ผู้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง “Ghost in the Shell”
สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน เจ้าของรางวัลโทนีและรางวัลบัฟตา และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำมาแล้ว 4 รางวัล และในภาพยนตร์เรื่อง “Ghost in the Shell” เธอมารับบทนำเป็น เมเจอร์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ใหม่ที่ดัดแปลงบทมาจากมังงะญี่ปุ่น โดยหนังเรื่องนี้ใช้เวลาในการถ่ายทำนานถึง 3 ปี
หนังบอกเล่าเรื่องราวในอนาคตอันใกล้ เมเจอร์ (สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน) คือลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งหุ่นยนต์คนแรกของโลก เธอคือมนุษย์ผู้ถูกช่วยชีวิตเอาไว้จากอุบัติเหตุรุนแรง ถูกปรับแต่งด้วยไซเบอร์จนกลายเป็นทหารที่สมบูรณ์แบบ ผู้อุทิศตนให้การหยุดยั้งอาชญากรที่เป็นอันตรายที่สุดในโลก เมื่อการก่อการร้ายก้าวล้ำไปสู่ระดับใหม่ ซึ่งรวมถึงสามารถแฮ็กเข้าไปยังสมองของผู้คนและควบคุมพวกเขาได้ เมเจอร์มีคุณสมบัติอันโดดเด่นที่สามารถหยุดยั้งการก่อการร้ายแบบนี้ได้ ขณะที่เธอเตรียมตัวจะเผชิญหน้ากับศัตรูรายใหม่ เมเจอร์พบว่าเธอถูกโกหกมาโดยตลอด ชีวิตเธอไม่ได้ถูกช่วยเอาไว้แต่ถูกขโมยไป เธอจึงไม่ยอมหยุดจนกว่าจะค้นหาอดีตของตัวเองพบ และค้นหาว่าใครเป็นผู้กระทำกับเธอเช่นนี้ และหยุดพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะทำแบบเดียวกันนี้กับคนอื่นๆ โดยนักแสดงสาวสการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน กล่าวถึงสาเหตุที่มารับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ว่า
@ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้รับงานแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้
ฉันได้คุยกับทีมงานเยอะมากเกี่ยวกับการเดินทางค้นหาตัวตนของเมเจอร์ และความอยากจะรู้ความจริงว่าเธอมาจากไหน ตัวละครตัวนี้เชื่อว่าเธอมีทั้งชีวิตที่ถูกมอบให้เธอและชีวิตที่เธอเลือกเอง นั่นคือเหตุผลที่แท้จริงที่ฉันอยากแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ การค้นหาตัวตนที่แท้จริงของคนคนหนึ่ง ความรู้สึกแปลกแยกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ของมนุษย์ รวมไปถึงความผูกพันที่พวกเราทุกคนมีร่วมกัน นี่คือธีมที่เกี่ยวข้องกันเสมอ ฉันรู้สึกสนใจในจินตนาการที่แซนเดอร์สพัฒนาเพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่แซนเดอร์สร้างขึ้นมา ไม่ใช่แค่การให้เกียรติแฟนๆ เท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกใหม่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่อนาคตแบบเก่าที่บางครั้งเราก็จินตนาการขึ้นมา มนุษย์กลืนกินมันเอาไว้ เหมือนกับงูกินหาง เมืองต่างๆ ถูกสร้างทับเมืองเก่า ผู้คนเกิดมาจากคนอื่นๆ และคอมพิวเตอร์
@ ในเรื่องนี้มีนักแสดงหลายชาติมากรวมถึงได้แสดงร่วมกับ พิลู แอสเบก ซึ่งมารับบท บาตู มือขวาของเมเจอร์ รู้สึกอย่างไรบ้าง
หนังเรื่องนี้รวมนักแสดงไว้หลายเชื้อชาติมากๆ (ยิ้ม) ในเรื่องฉันสนิทกับบาตู เพราะเขาเป็นเพียงหนึ่งในน้อยคนที่เมเจอร์ยอมลดเกราะป้องกันตัวเองลง หลายคนบอกว่าฉันกับพิลูแสดงเข้ากันได้ดีมากเมื่ออยู่บนจอ ความเป็นเพื่อนร่วมทีมของพวกเขาคือความสัมพันธ์ที่งดงามมาก และเกือบจะเป็นความรักที่ไม่มีการเรียกร้อง เขาเข้าใจเธอดี เพราะเขาเองก็เคยผ่านความเจ็บปวดมาเยอะ เธอเป็นไซบอร์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถมีสัมพันธ์ทางกายกันได้ แต่เขาก็ยังคอยเป็นผู้คอยปกป้องเธอ เป็นเรื่องของความรักที่ไม่มีการพูด เหมือนที่เป็นในมังงะ เวลาที่เมเจอร์อยู่กับบาตู คือช่วงเวลาที่เธอรู้สึกว่าเป็นมนุษย์มากที่สุด เธอไม่ไว้วางใจใครมากนัก แต่กับบาตู เธอสามารถแบ่งปันช่วงเวลาอันเงียบสงบได้ เขาทำให้เธอนึกถึงชีวิตที่ครั้งหนึ่งเธออาจเคยมีมาก่อน
@ มั่นใจว่าแฟนๆ หลายคนตั้งตารอและอยากจะเห็นมากที่สุด น่าจะเป็นชุดที่ทำให้ล่องหนได้ของเมเจอร์
ชุดล่องหนในฉากเป็นเหมือนผิวหนังชั้นที่สองของฉัน เวลาใส่ชุดนี้เหมือนฉันกำลังเปลือยกาย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นชุดซิลิโคนเต็มตัวที่เจ๋งมาก ทีมงานบอกว่าไม่เคยถูกสร้างมาก่อน เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับงานเสื้อผ้า ชุดนี้ออกแบบโดยเคิร์ตและบาร์ต กับวีตา เวิร์กช็อป เท่าที่ฉันรู้พวกเขาใช้เวลามากมาย คิดว่ามันควรดูเป็นยังไง และจะสร้างมันอย่างไร ฉันว่าชุดเหล่านี้จะทำให้ฉากแอ็กชั่นดูน่าตื่นเต้นมากขึ้น
@ ตัวละครเมเจอร์สามารถทำอะไรได้มากกว่ามนุษย์ปกติทำกัน ทราบมาว่าคุณใช้เวลาเตรียมตัวถึง 1 ปี สำหรับเตรียมรับบทนี้
ใช่แล้วเพราะบทเมเจอร์หนักหนาและท้าทายมากสำหรับฉัน เมเจอร์สามารถวิ่งเร็วกว่า กระโดดได้สูงกว่า และต่อสู้ได้ดีกว่า แต่ไม่ใช่ในแง่ของการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ร่างกายของเมเจอร์ถือว่าเป็นการสร้างที่มีความท้าทายมาก ในภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากต่อสู้และฉากยิงปืนเต็มไปหมด ฉากพวกนั้นทำให้เหนื่อยมาก และทรงพลังในเวลาเดียวกัน ฉันต้องเรียนรู้ที่จะใช้อาวุธ ต้องฝึกท่าการต่อสู้ทุกท่า และใช้งานสลิง โดยได้รับความช่วยเหลือจากทีมสตันท์ ร่างกายถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตัวละครตัวนี้ ดังนั้นฉันจึงผสมรวมกับไอเดียของการเป็นคนที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ฉันต้องฝึกทักษะพิเศษกับผู้เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัว นานหลายเดือนก่อนการถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น แม้จะเหนื่อยแต่ถือว่าคุ้มค่ามาก
ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย 30 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์



