บันเทิง

eat play life อาทิตย์ที่ 26 มี.ค.

eat play life อาทิตย์ที่ 26 มี.ค.

25 มี.ค. 2560

'หนัง Rom-Com' 40% ผู้ชายและเครื่องบิน

โดย นันทขว้าง สิรสุนทร

    หลายๆ ปีที่ผ่านมา คนทำหนังฮอลลีวู้ดหลายคนมีปัญหาในการนำเสนอภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับ “คนผิวสี” อยู่ไม่น้อย (อาจไม่ต่างกัน ที่ในช่วงเวลาพักใหญ่ คนทำหนังเกี่ยวกับเกย์ ก็มักมีมุมมองอยู่ประเด็นเดียว นำเสนอเกย์ไม่ต่างกัน)
    สูตรสำคัญที่มักพบเห็นในหนังผิวดำก็คือ คนขาวมักชั่วร้ายไปเสียทั้งหมด จนดูเหมือนไม่ใช่มนุษย์, ตัวละครผู้ชายมักไม่ดี ในงานที่เชิดชูหรือมุ่งเห็นใจผู้หญิง (แม้แต่ Thelma & Louise ในต้นทศวรรษที่ 90 ก็เจตนาเลือกการจบชีวิตของสาวสองคนในตอนท้าย) อย่างง่ายๆ ภาพของผู้ชายในหนังเชิดชูผู้หญิง เพศชายทั้งพ่อนางเอก แฟน ผัวหรือสามี ตลอดจนเพื่อนร่วมงานก็ถูกเซตให้ดูร้ายและแย่
    สิ่งเหล่านี้ พอนานวันไป เมื่อถูก cliche บ่อยๆ (จาก The Help ไล่มาจนถึง Hidden Figure) จึงกลายเป็น stereotype ของหนังแนวนี้
ต่างจาก...
    ภาพของตัวละคร คนดู ผู้หลงรักบทละครของ วิลเลียม เชคสเปียร์ ที่ดื่มกิน พูดถึงซ้ำๆ กับบทละครคลาสสิกอย่าง โรมิโอ & จูเลียต เพราะเคยมีบทสำรวจของ Entertainment Weekly นานมาแล้วว่า คนที่เคยดู รับฟัง เรื่องราวของตำนานรักคู่นี้ ต่างก็มีภาพจำ ประทับใจ ที่อยากได้อะไรแบบนั้นในเชิงอุดมคติบ้าง (แม้แต่ล่าสุด บทของ เอ็มม่า วัตสัน ใน The Beauty and the Beast ก็ยังหลงใหล โรมิโอ & จูเลียต)
    ถึงบรรทัดนี้ ที่ลากมายืดยาว... ทำให้เราเห็นมายาคติสองแบบ, อย่างแรก หนังคนดำ มักมี stereotype เป็นเรื่องการทำให้คนขาวเป็น “อะไรที่ดูแย่” และอย่างที่สอง... วัฒนธรรมบันเทิงมักอ้างอิง พึ่งพิงและแสดงออก ถึงการที่ผู้คนโหยหา “อะไรๆ” แบบความรักอุดมคติอย่าง โรมิโอ & จูเลียต
    ทว่า มายาคติคิดเองอะไรแบบนี้ ไม่เหมือนกับบทความสำรวจล่าสุดของนิตยสาร GQ เล่มเดือนเมษายน ที่ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมผู้ชายชอบดูหนังตระกูล (genre) Rom-Com เวลาอยู่บนเครื่องบิน (up in the air)
    ประเด็นนี้น่าสนใจมากสำหรับผม ที่ไม่ได้ชื่นชอบหนัง Rom-Com เป็นอันดับแรก น่าสนใจเพราะมันมีบทวิเคราะห์ในเชิงวิชาการออกมาหลายมุม แถมดูน่าเชื่อถือเสียด้วย ไม่ได้วิเคราะห์ลอยๆ แบบหมอดูดวงเกรดต่ำ พวกพูดจาล่องลอย ที่ใครๆ ก็พูดได้
    ที่ว่าน่าสนใจ เพราะเขาบอกว่าโดยสภาพร่างกายของเพศชายเมื่อขึ้นไปอยู่ในเงื่อนไขเหล่านี้ คือต้องบิน เดินทางด้วยนกเหล็ก ปกติมักจะถูกบิวท์ด้วยเครื่องดื่ม และสภาพฮอร์โมน รวมทั้งการ “อยู่กลางอากาศ” เป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมง
    ปฏิกิริยาที่ร่างกาย “ทำงาน” กับเงื่อนไขต่างๆ ทำให้การตอบสนองในการอยากดูนั้น ไปที่หนังโรแมนติก คอมเมดี้ มากกว่าที่จะเป็นหนังสยองขวัญฆาตกรรม หรือภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ที่ต้องตั้งใจดู (หรือหนังตระกูลอื่นๆ ที่เรียกร้องการดูจริงจังขี้น)
    มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีจำนวนมากกว่า 40% ด้วย ที่ผู้ชายมักจะร้องไห้ เสียน้ำตาเมื่อดูหนังแนว Rom-Com บนเครื่องบิน (ย้ำว่า up in the air) ตามความเข้าใจของผมคือ ความเป็นผู้ชาย + ฮอร์โมน + เครื่องบิน + หนังแนว Rom-Com + แอลกอฮอล์ ทำให้ทุกอย่างมา “พบกัน” และเกิดการหลั่งไหลของธรรมชาติ จนทำให้อารมณ์ความรู้สึก สร้างปฏิกิริยาออกมา
    ถ้าเอาสิ่งที่ GQ วิเคราะห์ตามนี้ มาเป็นสมมุติฐาน มันก็น่าคิดต่อว่า แล้วถ้าผู้หญิงไปนั่งรถไฟคนเดียว ดื่มไวน์ มีสายลมพัดมาจากหน้าต่าง ตระกูลหนังที่พวกเขาจะดู น่าจะเป็นงานแนวอะไร เช่นหนังตลก หรือหนังแนวฟิล์มนัวร์
    แต่สิ่งที่บทความนั้นสะท้อนออกมาก็คือ ร่างกายคนเรา เมื่อตกอยู่ในเงื่อนไขหนึ่ง มันสามารถแสดงค่า ว่าเราจะมีอารมณ์ความรู้สึกหลงใหล ต่อหนังแนวอะไรได้บ้าง
    โดยที่เมื่อลงจากเครื่องบินมาแล้ว ผู้ชายคนนั้นก็อาจจะไม่ได้ชื่นชอบหนังแนว Rom-Com อีกต่อไป แต่ถ้าถามผม โดยส่วนตัวมองว่า อาจเป็นไปได้ว่า เมื่อผู้ชายเดินทาง และถูกกักสเปซ ทำให้มีความรู้สึกกังวลทางอ้อมกับเงื่อนไข up in the air
    เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่จะผูกพันย่อมผ่องถ่ายอารมณ์ตึงเครียดตอนนั้น และแนวหนึ่งของหนังที่จะข่วยได้ก็คืองานแนวโรแมนติก คอมเมดี้ หรือตัวย่อ romantic-comedy นั่นเอง
    จะจริงไม่จริง จะจริงมากหรือน้อย
    ผมก็ยังสนุกกับการตั้งข้อสังเกตแบบนี้ มากกว่าการต้องดื่มกิน stereotype ผ่านหนังคนดำ ที่ยังไปไม่พ้นสายตาเดิมๆ ของตัวเอง
    หรือบางที - ไปไม่พ้นมาตั้งแต่สายตาคนดำกับคนดำ คนผิวสีกับพวกเดียวกัน ในบางฉากตอนของหนังคลาสสิกอย่าง Gone with the Wind นั่นเอง....