บันเทิง

มองนอกดูใน - ต่างวัฒนธรรม...แต่เป้าหมายเดียว

มองนอกดูใน - ต่างวัฒนธรรม...แต่เป้าหมายเดียว

02 ก.ย. 2552

ดังที่ได้ทราบกันมาแล้วว่าเสถียรธรรมสถานเป็นที่ประดิษฐานของพระแม่กรีนตาราที่มีอายุกว่าพันปี ซึ่งเพื่อนชาวต่างชาติได้ถวายให้ข้าพเจ้าเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับคำพูดที่ว่า “ตารา กลับบ้าน” นับเป็นหนึ่งกำลังใจที่ทำให้เสถียรธรรมสถานมีความสุขกับการทำงานรับใช้มน

  เมื่อขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 ที่ผ่านมา เป็นวันพระใหญ่ ชุมชนเสถียรธรรมสถานได้ตั้งใจร่วมกันไว้ว่าเราจะไม่ว่างเว้นจากการภาวนา ด้วยการเปิดหอประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน เริ่มจากสมาชิกของชุมชนต่างผลัดเปลี่ยนเข้าภาวนากันเนืองนิตย์ ซึ่งอานิสงส์ที่ได้รับก็คือ การระลึกถึงความตายอย่างไม่ตายทั้งเป็น โดยยังไม่ถึงเดือนดี สมาชิกในชุมชนแห่งธรรมก็ได้ประจักษ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระธรรม ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์นั้นก็คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองในความดี ความงาม ที่เป็นความจริงมากขึ้น

  ในแต่ละวัน เสถียรธรรมสถานมีผู้คนเข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมากมายอยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการภาวนาได้กว้างขวางมากขึ้น ข้าพเจ้าจึงได้ดำริที่จะสร้างสถูปมนต์ขึ้น ณ เสถียรธรรมสถาน โดยจะเริ่มสกรีนธงและสร้างโครงของสถูปกันตั้งแต่วันนี้ เรื่อยไปจนกระทั่งถึงวันที่ 9 เดือน 9 ในเวลา 9 นาฬิกา 9 นาที ซึ่งจะเป็นวันและเวลาตั้งพระสถูป และจะใช้พระสถูปเป็นที่ภาวนาและสวดมนต์ จนกระทั่งถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม

 และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  รศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์  ผู้หญิงไทยหัวใจทิเบต ประธานมูลนิธิพันดารา ได้มาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับสถูปมนต์ให้ผู้ปฏิบัติธรรม และชาวชุมชนฟังอย่างน่าสนใจ

 “การทำสถูปมนต์ก็คือการปฏิบัติธรรม เพราะเราต้องตั้งจิตให้เป็นกุศล เพื่อประโยชน์ของสัตว์ทั้งหลาย หรือผู้ใดก็ตามที่ได้เห็นสถูปแล้วจิตอยู่ในธรรม คาถาหรือมนตราที่ใช้มีมากมายหลายบท แต่บทหลักที่ใช้คือมนตราพระแม่ตารา เพราะจะเน้นความเป็นผู้หญิง เน้นความรักของแม่ที่มีต่อสัตว์โลก สกรีนบทมนตราลงบนผืนผ้า หลังจากนั้นก็ผูกเป็นชั้น โดยด้านบนสุดจะมีลักษณะเหมือนร่ม เหมือนฉัตร เมื่อเข้าไปเราจะมีความรู้สึกว่าอยู่ในอ้อมกอดของพระพุทธเจ้า และได้รับการปกป้องโดยมนตรา ธงมนต์ 5 สี ประกอบด้วยสีฟ้า สีเขียว สีแดง สีขาว และสีเหลือง  แทนธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ ดิน สีเหลือง น้ำ สีขาว ลม สีเขียว ไฟ สีแดง อากาศธาตุ สีฟ้า ที่นำชายต่อชายมาผูกร้อยเข้าด้วยกันเป็นกระโจมหลังใหญ่ ซึ่งขั้นตอนการสกรีนผ้าและการผูกชายธงนี้จะเป็นหน้าที่ของอาสาสมัครจะมาช่วยกันทำ ขณะทำต้องตั้งจิตให้เป็นกุศล ไม่คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ และต้องสวดคาถาบูชาพระแม่ตารา “โอม ตาเร ตุตตาเร ตูเร โซฮา” ขณะที่ยกธง ใจเราก็จะเป็นกุศล แล้วเมื่อเราทำเสร็จเรียบร้อย เราตั้งจิตถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก เป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ในขณะเดียวกัน สถูปมนต์เป็นเครื่องเตือนใจให้นึกถึงความเป็นอนิจจังของทุกสิ่ง เพราะในเวลา 1 ปี ธงเหล่านั้นก็จะเปื่อย เราก็ต้องเปลี่ยนผ้าใหม่ ถ้าเราเปลี่ยนได้ไปตลอด ก็เท่ากับ 1 ปีแล้วเรามาทำกันใหม่ นำจิตกลับมาสู่บุญกุศล แล้วเราก็ทำถวายพระพุทธเจ้าอีก แล้วในระหว่างที่เรามีสถูปมนต์ที่ใช้เพื่อการปฏิบัติธรรม เมื่อเข้าไปนั่งข้างในจะได้ยินเสียง ลมพัดเหมือนเสียงทะเล เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ เป็นศิลปะที่สวยงาม เป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติมากๆ สถูปมนต์ ภาษาทิเบตเรียกว่าตงต้า แปลว่าผ้าธง 1,000 ผืน แต่จริงๆ ทำแล้วก็เกิน เป็นสิ่งที่จะเห็นได้ทั่วไปในทิเบต ทุกหนทุกแห่ง ทิเบตจึงเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เพราะเต็มไปด้วยมนตรา”

 งานชิ้นไหนก็ตามที่ทำแล้วด้วยจิตที่เป็นกุศล ลด ละตัวตน  และทำให้เกิดความสุขแห่งมหาชน ก็ถือว่าเป็นพุทธประสงค์ทั้งสิ้น และงานนี้ก็เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจที่จะทำงานตามพุทธประสงค์ในลักษณะและวัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่เป้าหมายอันเดียวกัน คือการเป็นอิสรชน

 ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกอย่างไม่มีความบังเอิญ ถ้าจะต้องได้ทำสิ่งนี้อย่างมีมหากุศล ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ทำงานร่วมกัน ขอเชิญชวนท่านที่สนใจมาทำกุศลร่วมกัน โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่เสถียรธรรมสถาน โทร.0-2509-0085 และที่ www.sdsweb.org

"ธรรมสวัสดี"

-----
 ขอเรียนเชิญร่วมฟังธรรมบรรยายเรื่อง หนทางอริยะ  โดย พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช  แห่ง สวนสันติธรรม จังหวัดชลบุรี ใน วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2552 เวลา 13.00-14.30 น. ณ เสถียรธรรมสถาน