
สืบจิต ไขปริศนา ปี 3 ตอน 9
MENTALIST 309 ตอน RED MOON
ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 16.30 น / 23.00 น. ทางช่อง NOW26
MENTALIST 309 ตอน RED MOON
มัลเลอรี่เห็นลิสบอนกับแพททริกก็เข้าไปทัก แล้วบ่นที่มาช้า ก่อนเล่าว่า
“สถานการณ์ลำบาก นี่ผู้ช่วยนายอำเภอเนลสัน คาเพลรู้จักมา 15 ปี ลูก 3 เมื่อคืนรับแจ้ง 911 ตอน 4ทุ่ม 23 จากเด็กชื่อคีลี่ย์ ฟาร์โลว์..จากมือถือเธอ บอกจุดเกิดเหตุที่นี่ แล้วสายก็หลุด นี่ผู้ช่วยฯแลนซ์ คอนเนอร์อยู่มา 5 ปี พ่อเขาเรียนมัธยมกับผมหัวหน้าแพทย์กู้ชีพตรงนั้น ร้องไห้เหมือนเด็กน้อย หลานผม ท็อด เหตุผลที่ร้องไห้ คีลี่ย์ เป็นคู่หมั้นเขา ปาดคอ ถูกต้อง สถานการณ์ลำบาก..อยากดูอะไรก็ตามสบายนะ เสร็จแล้วมาบอก จะได้พาพวกเขาไปที่ที่เหมาะสม”
ลิสบอนถอนใจ “เฮ้อ..มีปัญหาแล้ว”
แพททริกสังเกต “แต่น่าสนใจ 3 ศพฆ่าไม่เหมือนกัน ทำไมล่ะ”
“ยุ่งยากทุกทีถ้าตำรวจท้องที่เกี่ยวข้องเป็นการส่วนตัว..ให้เอฟบีไอดีมั้ย”
แพททริกว่า “มีการจัดวางศพ ไม่ได้ทำไปเพื่อโอ้อวด..เห็นได้ชัด ว่าตั้งใจแต่งให้สวย..ทำอย่างใจเย็นใช่นี่มัน..คนบ้าที่จิตซับซ้อนของแท้เลย”
ลิสบอนว่าโทรแจ้งเอฟบีไอดีกว่า แต่แพททริกบอกว่าเขาอยากทำ ลิสบอนว่าแล้วเขาจะต้องเสียใจแน่ และบอกมัลเลอรี่ว่าคดีแบบนี้ขอบเขตอำนาจเป็นของซีบีไอ ฝ่ายเขามีหน้าที่ให้คำแนะนำ ท็อดเดินเข้ามาอย่างโมโหแล้วว่า
“ใช้ขอบเขตอำนาจได้ตามสบาย แต่สาบาน ไอ้คนที่ทำไม่ได้อยู่ถึงขึ้นศาลแน่”
ที่ทำการนายอำเภอ ไวน์แลนด์ แคลิฟอร์เนีย แวนเพลท์ขอพาสเวิร์ดวายฟายเพื่อหาข้อมูล มาร์สเข้ามาแล้วขอคุยกับคนรับผิดชอบสืบสวนคดีฆาตกรรม แวน เพลท์ แนะนำตัวแล้วบอกว่า ถ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับคดีเธอยินดีช่วย แต่มาร์สว่าอยากคุยกับหัวหน้าเธอมากกว่า เขายินดีรอ
ลิสบอนกับแพททริกไปที่บ้านของฮันนิกเคอร์ เขาคิดว่าเป็นสื่อจึงเอาปืนมาขู่ แต่พอลิสบอนแสดงตัวก็เชิญเข้าไปคุยด้านใน พร้อมแนะนำท็อด หลายชายที่เป็นคู่หมั้นของคีลี่ย์หญิงสาวที่เสียชีวิต
ท็อดขอโทษที่โวยใส่พวกเขาเมื่อสักครู่ เขาเล่าเรื่องคีลี่ย์ว่ารักกันแล้วกำลังจะแต่งงานกัน แพททริกถามถึงพ่อแม่
ฮันนิกเคอร์ตอบ “อุบัติเหตุรถยนต์..เมื่อ 5 ปีก่อน คนขับเมา ตายทั้งคู่”
ลิสบอนถาม “คุยกับเธอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”
“หนึ่งชั่วโมง..ก่อนเธอควรจะถึงบ้าน ผมโทรหา แล้วก็..ขอให้เธอแวะไปซื้อเบียร์..มันทอด ผมกับฮันนี่..เราเล่นไพ่รั่มมี่ น่าจะไปรับเธอผมมักไปรับเธอตอนฝนตก..แต่เมื่อคืนผมดัน..ผมขี้เกียจ ขี้เกียจ เธอตายเป็นความผิดของผม”
ฮันนิกเคอร์ปลอบ “ไม่ อย่าพูดแบบนั้น อย่าโทษตัวเอง”
“ช่วยจับคนทำด้วย ผมอยากรู้เหตุผล ทำไม”
โชกับริกส์บีไปคุยกับเจ้าของร้านที่คีลี่ย์ทำงาน มาร์วากับรัสตี้ยืนยันว่าคีลี่ย์เป็นเด็กดี ทุกคนรักเธอ ใช้จักรยาน เพราะอยากเก็บเงินแล้วเป็นการออกกำลังจะได้ไม่อ้วน มาร์วาก่อนหน้านี้มีสิบล้อคนหนึ่งมาจีบเธอ แต่เธอไม่สนใจ
ลิสบอนกับแพททริกกลับไปที่สถานีก็พบเอลลิส มาร์ส เขาแนะนำตัวแล้วพูดเหมือนตัวเองมีญาณทิพย์บอกว่าจะเกิดเหตุแบบนี้อีก ลิสบอนว่าเธอไม่สนใจ เขาหันไปทางแพททริกแล้วว่าเกิดเรื่องใหญ่มา แพททริกก็ว่าไม่สนใจ เขาฝากเบอร์ไว้
แวนเพลท์บอกว่าโชกับริกส์บี้ไปคุมตัวเกรเกอร์ โฮบาร์ตที่ซาคราเมนโต้ ขับสิบล้อให้ฟาร์มแฮ็ปปี้ซิตรัสเขาคุยกับคีลี่ย์หลังเลิกงาน แล้วบอกว่าจองห้องไว้ให้แล้ว แพททริกนอนพักแต่คิดถึงเรื่องเรดจอห์น
โชกับริกส์บีสอบปากคำโฮบาร์ต เขาเห็นว่าก่อนหน้าที่คีลี่ย์จะกลับ รัสตี้ล่วงเกินเธอ เขาจึงพยายาททำให้เธออารมณ์ดี
รัสตี้ถูกนำตัวมาสอบปากคำ เขาว่าไม่ได้ทำอะไรคีลี่ย์ ท็อดจะเข้ามาทำร้ายเขา พวกโชจับตัวไว้ ไฮทาวเวอร์อยากให้ฟ้องท็อด แต่แพททริกว่าจะทำให้เด็กมีประวัติไม่ดี แค่นี้เขาก็ทุกข์พอแล้ว เขาอาสาไปคุยกับท็อด
แพททริกว่าหัวหน้าซีบีไอจะฟ้องว่าเขาทำร้ายร่างกาย ท็อดยอมรับว่าเป็นความผิดของเขาเอง
แพททริกแทรก “นอกจาก นอกจาก จะสาบานว่าได้รับบทเรียนแล้ว และจะไม่แก้แค้นเป็นการส่วนตัว”
“ไม่ได้หรอกคุณเจน ถ้าเจอคนที่ทำกับคีลี่ย์..ผมจะฆ่ามัน สาบานอย่างอื่นไม่ได้”
“ทบทวนสิ่งที่ผมจะบอกคุณตอนนี้ แล้วผมจะลืมสิ่งที่คุณพูด ถ้าอยากแก้แค้นจริงๆ ใจต้องเหี้ยม ต้องเล่นไม่ซื่อเป็น ปลิ้นปล้อน เลือดเย็น ให้คนอื่นเห็นสิ่งที่อยู่ในใจไม่ได้ โอเคนะ”
ท็อดยอมทำตาม ไปสาบานกับไฮทาวเวอร์ ขณะที่แวนเพลท์ว่า รายงานตรวจอาวุธมาแล้ว ผู้ช่วยคอนเนอร์ถูกยิงด้วยปืน.45 กระบอกเดียวกับที่ใช้ฆ่าฮาเวิร์ด ออร์ทิส เมื่อสองเดือนก่อน ตำรวจซาคราเมนโต้ เจ็ฟ ออร์ทิสถูกยิงตายโดยรถวิ่งผ่าน แล้ว 1 เดือนต่อมาพอดี ตำรวจแคลิฟอร์เนีย แรนซ์ ฮาเวิร์ดถูกยิงตายด้วยกระบอกเดียวกัน สองเหตุการณ์เกิดกลางดึกบนถนนชนบท
ลิสบอนว่า “ฮาเวิร์ดเคยอยู่ที่นี่ เป็นคนดี ซานฟรานซิสโกทำคดีนี้ ได้คุยรึยัง”
“ค่ะ ส่งสำเนาคดีมาให้แล้ว”
แพททริกว่า “ฆาตรกรต่อเนื่องฆ่าตำรวจ น่าสนใจ”
ลิสบอนสวน “นี่ไม่ใช่ปริศนาน่าหลงใหล สื่อชอบมันแน่”
ทุกคนร่วมประชุม แวนเพลท์เริ่มรายงานว่า
“ซานฟรานซิสโกไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคดีฮาวเวิร์ด ออร์ทิซพิสูจน์หลักฐานแค่เรื่องอาวุธ ไม่มีพยาน ไร้เบาะแส”
โชต่อ “รัสตี้ มัวร์ไปพักผ่อนที่ฟลอริด้าตอนเกิดเหตุครั้งแรกบันทึกบริษัทของโฮบาร์ตกันเขาออกจากทั้ง 2 เหตุการณ์ ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยทั้งคู่”
ริกส์บีกล่าว “นิติเวชไม่พบดีเอ็นเอน่าสงสัยบนศพคีลี่ย์หรือผู้ช่วยฯ รอยล้อในที่เกิดเหตุก็ซื้อได้ทั่วไป แค่แคลิฟอร์เนียขายไป5ล้าน ตันหมดทุกทางเลย”
แวนเพลท์ว่า “แต่..เรามี..รูปแบบเดิอนละครั้ง ปืนพก.45..และความแค้นต่อตำรวจ”
ริกส์บีสวน “ทำไมคีลี่ย์ เธอไม่ใช่ตำรวจ”
“ทำไมไม่ล่ะ มันเห็นเธอขี่จักรยาน..จัดการได้ไม่ยากเลย..ทีนี้ได้เหยื่อ ล่อผู้ช่วยฯ2คนมา”
“ฆาตรลงมือได้ซับซ้อนมากขึ้น เริ่มจากรถที่ขับผ่านง่ายๆ ตอนนี้มีเหยื่อหลายราย จัดวางศพ เผาด้วย”
แพททริกเอ่ยขึ้น “เขาชักเริ่มจะสนุกแล้ว..ขยายวงออก ผมอ่านสอบปากคำโฮบาร์ต..สิบล้อศิลปิน ตอนคีลี่ย์จากไป เขาบอกว่า “ดวงจันทร์ลอยอยู่เหนือเนินเขา และดูเหมือนเธอขี่ไปดวงจันทร์” และก็..“ผมชื่นชมความงามของเธอ แต่เวลาเดียวกันนั้นผมก็รู้สึกไม่ดีเลย เหมือนเป็นล้างร้าย”
“ทิศตะวันออก”
ริกส์บีต่อ “ขี่ไปทิศตะวันออก”
“แต่บ้านอยู่ตะวันตกของร้าน”
“ไม่ได้ตรงกลับบ้านหลังเลิกงาน”
ลิสบอนว่า “เราหาจุดจับตัวผิดด้านของถนนนี่นา”
มาร์สกลับมาอีกครั้ง แพททริกเลยใช้เขาให้เป็นประโยชน์ ในเมื่อเขาว่าตัวเองมีญาณทิพย์ แล้วว่าฆาตกรเป็นพวกมนุษย์หมาป่า โดยมาร์สให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วย
แพททริกคุยกับมาร์สอีกครั้งหลังเขาคุยกับผู้สื่อข่าวแล้ว งั้นคืนนี้ก็สำคัญมาก มาร์สงงว่าอะไร แพททริกว่า เพราะดวงจันทร์ห่างจากโลกที่สุด มาร์สหัวเราะแล้วว่าเป็นไปได้
แพททริกเสริม “ฆาตรกรต่อเนื่องมักมีแรงกระตุ้นรุนแรง ให้กลับไปที่จุดเกิดเหตุ คืนนี้ผมคงไม่อยากไปที่เนินเขา มนุษย์หมาป่าน่ากลัวออก”
มาร์สหัวเราะ “ก็เรื่องลี้ลับน่ากลัวเนอะ..ขอตัวนะ”
ก่อนกลับไปมาร์สส่งนามบัตรให้ แพททริกรับไว้ แพททริกหันไปบอกพวกนายอำเภอว่าอยากให้หาคนไปเฝ้าจุดเกิดเหตุ เขาคิดว่าหมาป่าต้องกลับมาดูเหยื่อแน่
และคืนนี้ตำรวจที่มาเฝ้าก็เห็นมาร์ส เขาตกใจวิ่งหนีไป ดีที่แพททริกขับรถมาช่วยพาเขาขึ้นรถไป
แพททริกถาม “คุณออกมาทำบ้าอะไรที่นี่”
มาร์สหอบ “มารอฆาตกรน่ะซี่ เขาเห็นผมแล้ว..วิ่งกวดผม”
“ไม่ใช่ฆาตกร นั่นตำรวจ..ซึ่งคงคิดว่าคุณเป็นฆาตกร”
มาร์สหอบ “ให้ตายซิ โอ้ ความผิดของคุณ”
“ว่าไงนะ ไหงงั้นล่ะ ผมบอกให้ออกไปที่นั่นกลางดึกเหรอ ไม่.. เปล่าซะหน่อย”
“ต้องรีบไปอธิบายกับตำรวจแล้ว เดี๋ยวเข้าใจผิด”
“ไม่มีปัญหา..คงขังไว้ซักสองสามวัน ถ้าไม่มีตำรวจที่อยากล้างแค้น ก็ไม่เป็นเป็นไรหรอก”
“ให้ตายสิ โอ้พระเจ้า”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวช่วยเอง พอจะช่วยได้ โอเคนะ เชื่อผม”
แพททริกโทรตามท็อด แล้วก็ไปเรียกลิสบอนให้มาคอยดูละคร
ท็อดไปที่สถานีเจอวูลการ์ เขาบอกว่าพบมาร์สที่เกิดเหตุ สงสัยจะเป็นคนร้ายแต่วิ่งหนีไป แพททริกเข้ามากระซิบบอกท็อดให้ไปที่รถเขา แล้วพาไปที่ห้องหนึ่ง
แพททริกว่า “เอลลิส มาร์สอยู่ในห้อง 21 ถือเป็นของขวัญจากเพื่อนร่วมชะตากรรม หวังว่าซักวันจะมีคนช่วยผมบ้าง”
ท็อดหัวเราะน้อยๆ “จะปั่นหัวผมเหรอ”
“ไม่ ตามมาซี่”
แพททริกพาท็อดเข้าไปในห้อง พบมาร์สนั่งเหงื่อตกด้วยความหวาดกลัว
แพททริกบอกท็อดว่า “มัวรออะไรอยู่ มันปาดคอคีลี่ย์แล้วดูเธอตาย”
มาร์สปฏิเสธ “เปล่า..ผมเปล่า”
แพททริกว่า “ไม่ต้องมาโกหก มีคราบเลือดกับผมคีลี่ย์อยู่ในรถ”
มาร์สตกใจ “เป็นไปไม่ได้น่า”
“ทำไมล่ะท็อด” แพททริกถามท็อด
ท็อดว่า “ผมจะไม่ยิงเขา”
“ที่บอกจะแก้แค้นแค่ยั๊วะเหรอ ไม่กล้ารึไง”
“คิดว่าผมไม่กล้าเหรอ ยังไม่แน่ใจว่าเขาทำ”
“เรามีหลักฐานมัดตัวเขาแน่นหนา”
“ใช่ คุณมี และผม..ก็ไม่เข้าใจ ดูเหมือนคุณ..ใส่ร้ายเขาด้วยเหตุบางอย่าง แล้วมีเหตุผลอะไรถึงอยากให้ผมฆ่าคนที่ไม่ได้ทำล่ะ คิดอะไรอยู่ ห๊ะ จัดฉากเล่นผมงั้นเหรอ”
“หรือผมก็แค่บอกความจริง และมาร์สก็ผิดจริง”
“ไม่”
“ไม่เหรอ คุณมั่นใจเหรอ ใช่คุณพูดถูก ความผิดของมาร์สคือความโง่และการหลอกลวง ผมจัดฉากเอง รีบไปซะ”
“นี่มันอะไร” ท็อดงง
“ปัญหาก็คือ มีแค่ทางเดียวที่คุณจะมั่นใจว่าเขาบริสุทธิ์ คุณนั่นแหละฆ่าคีลี่ย์ มัลเลอรี่..และตำรวจพวกนั้น”
“บ้าแล้ว”
“อย่าพูดให้เสียลมปากเลย ผมสะใจที่คุณผิด ก็แค่โรคจิตธรรมดาคงเที่ยวฆ่าคนไปทั่วมาหลายปีแล้ว ไม่แน่ใจว่าทำไมจู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นตำรวจ แต่มีเหตุผลที่ดีแน่นอน พ่อเป็นตำรวจใช่มั้ย”
“ถูกต้องแล้ว”
“เขาร้ายกับคุณ จนเกลียดตำรวจรึเปล่า”
“ไม่ พ่อใจดีและสุภาพ”
“แล้วใครทำให้เป็นแบบนี้ อย่าบอกนะว่าแม่ มันน่าเบื่อไปหน่อย”
“ไม่ แม่ใจดีมาก เข้าใจผมผิดแล้วล่ะ จริงๆ”
“งั้นเหรอ อ้อ งั้นผมจะร่ายให้ฟังนะ คุณฆ่าคีลี่ย์เพราะเธอเกาะแกะมากไป ชอบถามจู้จี้เกี่ยวกับชีวิตอีกแบบของคุณมาไป จนรำคาญ มัลเลอรี่ตายเพราะจำได้ว่ากระดุมเป็นของคุณและไปถามเรื่องนี้ คุณแอบตาม และต้องรีบลงมือฆ่าผิดรูปแบบเดือนละครั้งซึ่งไม่เกี่ยวกับดวงจันทร์..แน่นอน เดือนละครั้ง..ลุงคุณได้เงินทหารผ่านศึก และจะดื่มเมามายจนหลับน็อกไป และเป็นพยานให้คุณ พูดถูกต้องมั้ย”
“คุณฉลาดมากคุณเจน ต้องสารภาพว่าประเมินคุณต่ำไป”
“เหมือนกับที่คุณประเมินตัวเองสูงไปนะ..ท็อด”
“ไม่ ที่พูดแบบนั้นเพราะคุณยังไม่เห็นภาพรวมของทุกอย่าง ทั้งหมดมีเหตุผล ทุกสิ่งที่ทำไป”
“ภาพรวมคืออะไร”
“คุณไม่รู้หรอก”
“ใช่ เพราะไม่มีภาพรวม”
“เชื่อผมเถอะ และมันจะทำ..คุณ..บ้า”
“ไม่มีกระสุน อุ๊บส์”
ท็อดจะทำร้ายแพททริก เขารีบเรียกโชกับริกส์บี เข้ามาจับท็อดได้ทัน
ท็อดบอกลิสบอนว่าเขาขอพูดความจริง แต่ขอคุยกับแพททริกเท่านั้น ลิสบอนถามว่าทำไม เขาว่ามีความลับจะบอกเขาเพียงคนเดียว
ลิสบอนออกมาบอกแพททริก เขาไม่อยากคุยด้วย ลิสบอนต้องขอร้อง เขาถอนใจแล้วเขาไป ปรากฏว่าพบท็อดจุดไฟเผาตัวเองร้องเจ็บปวด แพททริกเองก็ตกใจ
ท็อดถูกพันไว้ทั้งตัวนอนบนเตียงโรงพยาบาล ลิสบอนบอกแพททริกว่า
“ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่ คาดว่ามีคนแก้แค้นให้เจ้าหน้าที่ฮาเวิร์ด แล้วเดี๋ยวจะคุยกับคุณด้วย”
“โอเค”
“หมอบอกร่างกายเขาใกล้หยุดทำงานแล้ว คงไม่ฟื้นคืนสติได้อีก เอาละนะ ขอไปทำงานเอกสารก่อนนะ”
ท็อดพูดเสียงเบามาก “โอ้พยัคฆ์ร้าย”
The End 9



