บันเทิง

eat play life อาทิตย์ที่ 19 มี.ค. 60

eat play life อาทิตย์ที่ 19 มี.ค. 60

18 มี.ค. 2560

Dominant/Submissive จิตซ่อนรูปเร้นรัก

โดย นันทขว้าง สิรสุนทร

    มีนักอ่านอยู่น้อยมาก ที่ชอบเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์แล้วไม่รู้จักชื่อของ โทมัส ฮาร์ดี้ เพราะนอกจากการสะท้อนภาพชนบทงดงามในอังกฤษแล้ว จุดที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของเขาคือ โชคชะตาและชีวิตของตัวละคร
    หนึ่งในงานเขียนคลาสสิกของเขาก็คือ Tess of the d'urbervilles ในปลายศตวรรษที่ 19 เรื่องของสาวเทสส์ผู้งดงาม ที่พ่อของเธอตกหลุมพรางชีวิตส่งลูกสาวไปสัมผัสกับญาติสูงศักดิ์ ซึ่งหวังว่าจะได้รับอะไรกลับมา แต่สิ่งที่ เทสส์ ต้องไปเผชิญก็คือ การตกเป็นเมียอย่างไม่ยินยอมของใครสักคนในบ้านหลังนั้น
    ผู้เขียนอย่าง โทมัส คงไม่ได้เชื่อแค่เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ แต่ยังสอดแทรกแง่มุมน้ำหนักเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องเสน่ห์เย้ายวนทางเพศ ตัวละครในวรรณกรรมชื่อนี้ จึงวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องชะตาและเรื่องของเพศ
    มีหลายคนอ่านแล้วชอบมัน แน่นอนว่า รวมทั้ง มิสเตอร์ คริสเตียน เกรย์ ในหนังสือ “50 Shades of Grey” เพราะเขาเกี้ยวพาราสี อนาตาเซีย สตีล นางเอกนักศึกษาสาวสวย ด้วยการมอบวรรณกรรม Tess of the d'urbervilles ให้เธอ ในมิติของวรรณกรรมที่ซ้อนวรรณกรรมก็นับว่าน่าสนใจแล้ว แต่มุมนี้น่าจะดูลดน้อยถอยลงไป เพราะเรื่องที่ร้อนแรง เร่าร้อนมากกว่าก็คือ เซกส์และการร่วมรักที่มาพร้อมลีลาไม่ธรรมดา ระหว่าง สติล กับ เกรย์

eat play life อาทิตย์ที่ 19 มี.ค. 60
    แม้ใน 50 Shades ทั้ง 3 เล่มจะจบลงอย่างแฮปปี้ แถมพล็อตเรื่องของมันยังเดินเรื่องแบบมีเหตุผลบ้าง ไม่มีเหตุผลบ้าง ทั้งยังถูกตั้งคำถามถึงการมีลูกด้วยกันของ เกรย์ และสติล แต่ในความร้อนฉ่าเกี่ยวกับเรื่องบนเตียง นักจิตวิทยาบางคนบอกว่า มันคือความสัมพันธ์ทางเพศแบบ BDSM (Bondage and discipline & sadomasochism or sadism and masochism)
    สเตฟานี เรย์ นักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสวิเคราะห์ไว้ว่า การมีเพศสัมพันธ์แบบเกรย์และสติลนั้น คือรูปแบบของ Dominant/Submissive ที่ฝ่ายหนึ่งชอบกระทำและอีกฝ่ายยินยอมพึงพอใจในรูปแบบการกระทำนั้น เธอบอกว่ามันอธิบายไม่ได้หรอกว่า มันมีที่มาอย่างชัดเจนเกี่ยวกับอะไร แต่การมีความสุขแบบนั้น มักเกี่ยวข้องกับอดีตบางอย่าง

    ในหนังสือที่เขียนโดย อี.แอล.เจมส์ ชื่อนี้ มีการบรรยายไว้ว่า เมื่อตอนที่ เกรย์เป็นเด็กที่ยังอายุน้อยมาก เขาเห็นแม่ของเขาซึ่งเป็นโสเภณีถูกผู้ชายทำร้ายด้วยท่าวิตถารและมีความรุนแรงแบบเกินปกติ การเห็นนั้นถูกจดจำมาตลอดชีวิตของเขา และมันตามติดต่อมาด้วยการทำคนอื่นๆ บ้าง ซึ่งคนอื่นก็คือ สติล สาวสวยที่เขาหลงรัก
    รูปแบบของ Dominant/Submissive นั้น อาจจะถูกพูดถึงจากไตรภาค 50 shades แต่ในแวดวงศิลปะอื่นๆ เช่นภาพยนตร์ มันเคยปรากฏหลายครั้งทั้งชัดและคลุมเครือ...หนังบางเรื่องที่พอจะใกล้เคียงกับความสัมพันธ์ทางเพศแบบนี้ ก็มี Henry & June, 9 ½ weeks และที่คลุมเครือไม่ถือว่าชัดเจนก็คือ หนังฝรั่งเศสเรื่อง Betty Blue
    Henry & June สร้างจาก อัตชีวประวัติบางช่วงของนักเขียนหญิงแนววิจิตรกามา (Erotic) อนาอิส นิน เรื่องราวในหนังคือ ความสัมพันธ์ของเธอกับนักเขียนอีกคนชื่อ เฮนรี่ มิลเลอร์ และคู่ชีวิตที่ชื่อ จูน
    ความสัมพันธ์ระหว่าง อนาอิส นิน และเฮนรี่ มิลเลอร์นั้น เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 1931-1932 ซึ่งในช่วงนี้เธอได้เขียนบันทึกออกมาถึง 6 เล่มได้แก่ June, the Possessed, Henry, Apotheosis and Downfall และ Journal of a possessed ตามลำดับ
    ในบันทึกเหล่านั้นต่อมาได้ถูกเรียบเรียงออกมาเป็นบทบันทึกที่ชื่อว่า Henry & June ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี 1966 แต่ตอนนั้นเธอต้องตัดทอนบางช่วงตอน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเฮนรี่ เพื่อรักษาน้ำใจของ ฮิวโก กุยเลอร์ สามีของเธอ และส่วนที่ตัดออกไปนั้นก็ถูกนำกลับเข้ามารวมใหม่โดย อนาอิส นิน หลังจาก ที่ฮิวโกเสียชีวิตลง 
    หนังเรื่องนี้ของฟิลิป คอปแมน มีฉากเริ่มเรื่องตั้งแต่นาทีแรกที่เร่าร้อน ร้อนฉ่ากับท่าร่วมรักแบบไม่ธรรมดา และเมื่อดูไปเรื่อยๆ เราก็ได้พบว่า ปมจิตในแบบ Dominant/Submissive ฝังลึกอยู่ในตัวละครแบบเดียวกับที่ เกรย์ และ สติล เป็นและพึงพอใจกับมัน
    อีกเรื่องคือ 9½ weeks ที่ คิม บาซิงเจอร์เล่น เพียงแต่เรื่องนี้ ผมว่ามันไม่ชัดเจนมากนักในมุมนี้ แม้จะมีเรื่องของประสบการณ์ทางเพศ เรื่องของพื้นที่และการกระทำมาเกี่ยวข้อง ซึ่ง Henry & June ถ้าจะวิเคราะห์เรื่องแบบนี้ มันเปิดทางมากกว่า
    ในอีกมิติหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่า ชีวิตและความสัมพันธ์ในอดีตของผู้เขียน มีความเชื่อมโยงกับตัวละครในหนังอย่าง Henry & June หรือกับวรรณกรรมอย่าง 50 shades of Grey โดยเฉพาะการมีรอยแปดเปื้อนที่ทำให้ชีวิตไม่สมบูรณ์
    หนังหรือวรรณกรรมแบบนี้ คนเสพอาจจะไปติดที่รูปรส และไม่ได้เข้าใจปมจิตลึกซึ้งถ่องแท้ แต่มันมักจะขายได้ถ้าออกมาในช่วงที่ถูกจังหวะ หรือขาดหายไปนานจากบรรยากาศการอ่านการดู
    ในเรื่องยอดขาย 50 shades เหมือนปรากฏการณ์ของ Harry potter แต่โลกของพ่อมดเกรย์ไม่ได้มีไม้กวาดหรือเวทมนตร์ ในคฤหาสน์ของเขามีอุปกรณ์ทรมานทางเพศ
    โดยมีโซ่ตรวนและแส้แห่ง Dominant&Submissive เฆี่ยนตีลงไปด้วย....