บันเทิง

สืบจิต ไขปริศนา ปี 3 ตอน 1

สืบจิต ไขปริศนา ปี 3 ตอน 1

08 มี.ค. 2560

The Mentalist 301 ตอน Red Sky at Night

ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 16.30 น / 23.00 น. ทางช่อง NOW26

The Mentalist 301 ตอน Red Sky at Night 

    คดีก่อนหน้านี้ นักศึกษาฆ่าเพื่อนแล้วลงรูปเรด จอห์น เพื่อทำให้เหมือนเรด จอห์นเป็นคนฆ่า แต่ก็ถูกแพททริกจับได้ ขณะที่คริสติน่าไปพูดออกรายการถึงเรด จอห์น ทำให้แวน เพลท์ต้องมาเฝ้าเธอ เพราะแพททริกเป็นห่วง แล้วก็จริง คริสติน่าหายตัวไปจากบ้าน ทั้งที่แวน เพลท์เฝ้าอยู่ด้านล่าง ทำให้แพททริกรู้สึกผิด
    เมืองซาคราเม็นโต้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ฮาร์วี่ย์ ดับบลิน หายตัวไป ขณะที่ ปีเตอร์ รุสโซ่ คนขับรถถูกยิง 3 นัด นอนเสียชีวิตอยู่ 
    ฮาร์วี่ย์ ดับบลินเป็นคนดังในสภาทนาย ชื่อดังและมีอิทธิพล เบอร์แทรม บอสใหม่ที่คุมไฮทาวเวอร์อีกทีมาเอง เพื่อแถลงข่าว แพททริกไม่ชอบใจนัก เบอร์แทรมให้โยสท์มาตามทั้งสองไปพบ บอกว่าอยากให้คลี่คลายคดีนี้โดยด่วน แต่แพททริกบอกว่าเขาจะไม่ทำคดีนี้ 
    ว่าแล้วแพททริกก็เดินหนี โยสท์ขวางไว้ แพททริกหงุดหงิดหลอกว่าเอาหนูตายใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเขา โยสท์ถึงกับโยนเสื้อทิ้ง
    ไฮทาวเวอร์เรียกลิสบอนไปคุยว่า เบอร์แทรมสั่งให้แพททริกช่วยคดีนี้ให้ได้ ลิสบอนไปคุยกับแพททริกรู้ว่าเขาไม่สนใจจะทำคดีจริงๆ เธอขอให้เขาช่วยเรื่องหนึ่ง แพททริกยอมไปด้วย
    ลิสบอนพาแพททริกมาหาครอบครัวของ ปีเตอร์ รุสโซ่ มีเนดีนเปิดประตูรับ
    “เนดีนฉันเจ้าหน้าที่ลิสบอนจากซีบีไอ ที่โทรมาคุยไงล่ะ นี่แพ็ททริก เจน”
    แพททริกทัก “สวัสดี ลูกสาวพีท รุสโซ่สินะ”
    “ใช่ค่ะ”
    แพ็ททริเชียเดินมาหลังเนดีนกับคีท เนดีแนะนำแม่กับพ่อเลี้ยง และเชิญทั้งสองเข้าบ้าน 
    เนดีนขอร้องให้แพททริกช่วยตามหาคนที่ฆ่าพ่อของเธอด้วย เธอว่าพ่อเป็นคนดี เธอคุยกับพ่อได้ทุกเรื่อง
    โชไปเฝ้าอยู่กับจีเซลภรรยาของดับบลิน ขณะที่แวน เพลท์กับริกส์บีไปเสาะหาคนที่เห็นเหตุการณ์
    แพททริกกับลิสบอนไปพบทนายของสำนักงานฮาร์วี่ย์ ดับบลิน ทนายโคลแมนจะคุยด้วย แต่แพททริกสนใจที่จะคุยกับมาร์จอรี่ เธอว่าเป็นเลขาเขามา 10 ปี เขาเป็นคนดี
    โชโทรตามลิสบอนบอกว่าคนร้ายส่งข้อความมาเรียกค่าไถ่ดับบลิน 1 ล้านเหรียญ 
    ลิสบอนกับแพททริกถามถึงภรรยาของดับบลิน โชว่าเอาแต่ร้องไห้ ดีขึ้นก็ไปแต่งหน้า แล้วก็กลับมาร้องใหม่วนอยู่แบบนี้ แพททริกเจอตัวก็ทักว่าจีเซลว่าไม่ได้รักหรือห่วงสามีจริงๆ เพราะเธอดูไม่สนใจที่จะหาเงินไปไถ่ตัวสามี จีเซลยอมรับ
    แพททริกสงสัยในข้อความว่า “จงใจพิมพ์ผิด3ที่และใช้คำแบบทหาร..บอกได้ว่าคนเขียนไม่ใช่ทหารผ่านศึก แต่อยากให้เราคิดว่าเป็นพวกทหาร มีซักสองแห่งที่แสดงถึงความฉลาดน้อย ว่าจะใช้อาชญากรรมแบบนี้แสดงถึงความแค้นฝังจิตฝังใจส่วนตัว แค่ความรุนแรงก็เพียงพอแล้ว”
    ไปสอบถามโคลแมน ก็รู้ว่าดับบลินไม่ใช่นักบุญ เขามีพ่อแม่เป็นพวกขี้ยา เป็นเด็กข้างถนนมาก่อน เลยผลักดันตัวเอง ลิสบอนถามว่ามีคดีฟ้องร้องค้างอยู่ 7 คดี โคลแมนว่า ที่จริงผอ.คนใหม่ของเธอ เกล เบอร์แทรม ก็เป็นหนึ่งในจำเลยร่วม คดีธนาคารแคลร์ม้อนท์กับบริษัทบริกซั่ม เลค ดีเวลล็อบเม้นท์กับอื่นๆ 
    พวกตำรวจให้จีเซลนำเงินไปวางตามที่ข้อความเรียกค่าไถ่มา แต่แพททริกบอกว่าคนร้ายไม่มาแน่ ทุกคนรอพักหนึ่ง แพททริกก็วิ่งเข้าไปเอาเงินเอง ตำรวจสั่งให้เขายกมือและนั่งลงทันที
    ไฮทาวเวอร์ ลิสบอนกับแพททริกมาพบเบอร์แทรม ลิสบอนว่าไม่ใช่การเรียกค่าไถ่เป็นการตบตา แพททริกอยากให้เบอร์แทรมบอกว่าดับบลินตายแล้ว แต่ไฮทาวเวอร์กับลิสบอนค้าน เพราะยังไม่มีหลักฐาน เบอร์แทรมถามว่า ทำไมต้องฆ่า แรงจูงใจคืออะไร
    แพททริกว่า “มีความเป็นไปได้2กรณีข้อแรก..ง่ายๆ คือการปล้น คนร้ายอยากได้เพชรที่ดับบลินพกติดตัว”
    เบอร์แทรมแปลกใจ “เพชรเหรอ เพชรอะไร”
    “เห็นชัดว่าดับบลินกลัวว่าจะกลับไปจนอีก และต้องตายอย่างยากจนเหมือนพ่อเขาเขาเลยเก็บเพชรเม็ดใหญ่ติดตัว..ไปด้วย..เผื่อไว้ครับ ฟังแล้วน่าเศร้านะครับ”
    “คนร้ายจัดฉากการจับตัวก็เพื่อขโมยเพชรงั้นเหรอ เอาล่ะ แล้วไหนหลักฐานของคุณ”
    “ไม่มีหลักฐานหรอกครับ แค่คนเขาพูดๆ กัน”
    ลิสบอนว่า “มันเป็นประเด็นมากกว่าค่ะ”
    แพททริกสวน “คนเขาร่ำลือกัน”
    ไฮทาวเวอร์แทรก “เจน”
    “งั้นก็ไม่มีหลักฐาน คุณบอกว่ามี 2 กรณีใช่มั้ย”
    “โอ้อีกเหตุผลที่จะฆ่าเขาก็คือเอ่อ... คดีบริกซั่มเลคครับ”
    “บริกซั่มเลคทำไมเหรอ”
    “โอ้โห มันเป็นคดีอื้อฉาวไม่ใช่เหรอครับ คงต้องปิดเงียบไปถ้าฮาร์วี่ย์ ดับบลินตาย”
    เบอร์แทรมรับ “ผมเป็นจำเลยร่วมคดีฟ้องร้องบริกซัมเลค”
    “ใช่เลย ผมเห็นแล้วว่ามันน่าสนใจมาก เห็นว่าคุณบริสุทธิ์เอ่อ แต่ผมคิดว่าคงมีหลายเรื่องที่ท่านอยากเก็บเป็นความลับซึ่งมัน ต้องปูดออกมาถ้าหากมีการไต่สวนคดีคงมีแรงจูงใจมากพอ”
    “นั่นเหรอ ที่ว่าคือประเด็นที่2 ผม..เป็นผู้ต้องสงสัย กำลังเล่นอะไรกันเนี่ย”
    “ผมแค่สงสัยว่าทำไมไม่บอกเราว่าเขาเป็นคนชั่วช้าและคุณก็ถลำลึกไปกับธุรกิจสกปรกของเขา” ไฮทาวเวอร์ปรามให้พอ
    เบอร์แทรมว่า “ใช่เลย ผมไม่มีเวลาพอสำหรับเรื่องนี้หรอกคุณคงต้องเชื่อในในความบริสุทธิ์ของผม”
    “ผมไม่ถนัดเรื่องเชื่อใจ”
    “ผมพยายามทำใจกับความเห็นคุณ เพราะความสามารถที่หาตัวจับยาก แต่คุณก็ทำให้ยากขึ้น คุณสองคนไปได้ ไฮทาวเวอร์อยู่ก่อน”
    พอออกมาลิสบอนก็ต่อว่าแพททริกอย่างมาก แถมแพททริกกระซิบบอกนักข่าวหญิงคนหนึ่ง พอเบอร์แทรมออกมาให้สัมภาษณ์ นักข่าวก็ถามเรื่อง เกี่ยวโยงกับคดีบริกซั่มเลคมั้ย เบอร์แทรมเสแสร้งไปว่าดับบลินพกเพชร แล้วคนร้ายอาจจะสนใจเรื่องเพชร
    แพททริกย้อนกลับไปหาเนดีนที่บ้านตอนดึก คีทเปิดประตูมาว่าเพราะดึกแล้ว แต่แพททริกบอกว่ามีเบาะแสสำคัญคิดว่าเนดีนอาจช่วยได้ 
    แพททริกถามเนดีนว่าพ่อพูดเรื่องงานหรือเปล่า เนดีนจึงพูดเรื่องเพชรเพราะดูจากข่าว แพททริกว่าก็ได้ยินมาเช่นนั้น ว่าดับบลินซ่อนเพชรไว้ในฟันปลอมของเขา แต่ไม่มีใครรู้ เขาเลยไม่คิด แต่คิดเรื่องคดีบริกซั่มเลค เนดีนว่าไม่ แพททริกขอตัวกลับไปอย่างเสียดายว่าคงต้องปล่อยคนเลวลอยนวล
    แพททริกนั่งเฝ้าในรถอยู่หน้าบ้านของเนดีน ลิสบอนโทรมา เขาก็บอกให้เธอมาหา ว่ามีอะไรน่าตื่นเต้นให้ดู ปรากฎว่าลิสลบอนกับทีมยกขบวนมากันแล้ว ทั้งหมดนั่งเฝ้าในรถคันใหญ่
    รุ่งเช้าคีทก็ขับรถออกจากบ้าน ลิสบอนขับตามไป คีทไปที่ฝั่งศพของดับบลินแล้วดึงฟันจากศพออกมา พวกลิสบอนก็แสดงตัวจับเขา
    ห้องสอบปากคำ คีทให้การว่า
    “เมื่อ6เดือนก่อน คือว่าเนดีน..กลับบ้านหลังเคอร์ฟิว ทั้งดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ก็ตามประสาวัยรุ่น คือเรา..เคยคุยกัน..เรื่องกฎระเบียบแล้ว ทุกๆ อย่างเริ่มรุนแรงขึ้นก็รู้พวกวัยรุ่น ผมรู้สึกว่าเธอหยาบคายกับผมแล้วก็แม่ ผมก็เลยตบหน้า ไม่ได้ภูมิใจนัก ที่ผมตบตอนนั้น..แค่เบาๆ ..ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ว่าเนดีนไปฟ้องพีท”
    โชว่า “คงโกรธมาก”
    “พีทกับผมเคยเป็นเพื่อนกัน เราแค่ไปดื่มเบียร์ เรื่องนี้เราคุยกันได้..เคลียร์กันได้แต่เขาบุกมาที่บ้านผม ! ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ! เขาก็ต่อยหน้าผม แถมไล่อัดผมซะเละ ต่อหน้าเมียผม แล้วก็ลูกเลี้ยง และเอาเท้าเหยียบคอผม แถมถ่มน้ำลายใส่ด้วย..ในบ้านของผมเอง! แล้วหลังจากนั้นผม..เหมือนผมเป็นคนผิด แพ็ททริเชียอยากให้สงบศึก เพื่อเห็นแก่เนดีน มันหยามผมขนาดนั้น ผมควรอยู่เฉยๆ อย่างงั้นเหรอ ให้ตายสิ ยังไงผมก็ต้องเอาคืน ผมคิดไว้หลายวิธี” คีทหายใจแรง ก็รู้ถ้าผมฆ่ามัน แพ็ททริเชียต้องเดาว่าเป็นผม เว้นแต่ว่า จะทำให้การตายของมันเหมือนเป็น... อุบัติเหตุที่น่าเศร้า” คีทถอนใจ
    ลิสบอนกับแพททริกไปหาเนดีนกับแม่ที่บ้าน แสดงความเสียใจ แต่เนดีนว่าดีแล้วที่จับคนร้ายได้ เนดีนถามแพททริกว่ารู้ได้ยังไง
    “เอ่อคือว่า...ผมรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอคุณกับคีทแล้วได้แว่นตากับกล้ามโตนั่น ดูไม่เข้ากันซะเลย เอ่อบ่งบอกบุคลิกที่ขัดแย้งกัน ความโกรธและความคับแค้นใจ อาจจะใช้พวกอุปกรณ์ออกกำลังข้อมือใช่มั้ยครับ”
    แพ็ททริเชียว่า “ใช่ค่ะ”
    “ใช่เอ่อ ไม่ดีสำหรับผู้ชายที่อายุ20ขึ้น หมกมุ่นถือตัว มุมานะ มีความลับ คิดว่าตัวเองถูกให้ว่าต่อก็ได้ ผู้ชายก็แบบนี้ โธ่”
    พอออกมาลิสบอนถามว่ารู้แต่แรกเหรอ เขาว่าเพิ่งรู้ตอนอ่านข้อความ แต่เพราะเธอหลอกเขาก่อน เขาเลยหลอกบ้าง
    “ฉันสัญญาจะไม่โกหกคุณอีก ครั้งนี้ที่โกหกก็เพราะฉันเป็นห่วง คุณแยกตัวออกไป..และห่างเหินพวกเรา จากฉันและหน่วย ไม่ดีเอาเลย มันเกิดอะไรขึ้น”
    “ทุกคนที่อยู่ใกล้ผม จะมีอันเป็นไป”
    “ก.มันไม่ใช่เรื่องจริง ข.ถึงอย่างนั้นฉันเป็นตำรวจ งานเราเป็นอันตรายอยู่แล้ว”
    “คุณไม่ฟังผมเลย”
    ลิสบอนแทรก “เราเป็นครอบครัวนะ สิ่งที่ทำไม่ต่างจากการหักหลัง ยอมแพ้ สิ้นหวัง ปล่อยให้เรดจอห์นชนะ”
    “พอได้แล้ว ขอทีเถอะโอเค พอแล้ว ผมไม่ปลีกตัวออกห่างอีกแล้วถ้างั้นเรามากอดกันดีกว่า”
    “คุณพูดไปอย่างงั้น ฉันดูออก”
    “หมายความว่าไงคุณดูไม่ออกหรอก ผมไม่ได้ตั้งใจแต่คุณดูไม่ออก เดาต่างหาก”
    “ใช่ ฉันดูออก ฉันไม่รู้ แต่ดูออกเวลาคุณโกหก”
    “คุณดูไม่ออกหรอก” ทั้งสองเดินเถียงกันไป

The End 1