
‘ตู่-นันทิดา’ รีเทิร์นวงการเพลงทวงคืนบัลลังก์ดีว่า
จบการรอคอยคนรัก "ตู่-นันทิดา" หลังคัมแบ็คกลับสู่วงการเพลงแบบเต็มตัวอีกครั้ง
สิ้นสุดการรอคอย เกือบ 15 ปีกับสุดยอดศิลปินนักร้องหญิงเสียงคุณภาพแถวหน้าของเมืองไทย “ตู่" นันทิดา แก้วบัวสาย ที่หวนคืนบัลลังก์ดีว่าหญิงอีกครั้ง พร้อมอัลบั้มใหม่ “NANTIDA’17 (นันทิดา หนึ่งเจ็ด)” ภายใต้สังกัด “เรโทรซิตี้” ในเครือ “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” การทำงานในอัลบั้มนี้ “ตู่” นันทิดา เผยว่า ที่ตัดสินใจกลับมาทำเพลงอีกครั้งหลังหายไปนากว่า 14-15 ปี เริ่มมาจากที่ “อากู๋” ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เกริ่นๆ มากับทางนักแต่งเพลงมือทองอย่าง “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค ว่าอยากให้นักร้องที่ทำงานกับแกรมมี่ในช่วง 10 ปีแรกของแกรมมี่ ซึ่งเป็นยุคของ “ตู่” ในช่วงต้นๆ เพราะเธอคือศิลปินเบอร์แรกๆ ที่อยู่กับแกรมมี่ในตอนนั้น ดี้" นิติพงษ์ เริ่มมาพูดคุยถึงเรื่องนี้เมื่อประมาณเดือนเมษายนปีที่แล้ว
"หลังจากการพูดคุยไม่นานก็มีทีมงานค่ายเรโทรซิตี้ของทางแกรมมี่เข้ามาคุยด้วย โดยมีพี่ดี้ (นิติพงษ์ ห่อนาค) พี่นิ่ม (สีฟ้า ขุนพล) เพลงที่เคยทำงานกับพี่เต๋อ (เรวัติ พุฒินันท์) ซึ่งทีมนี้ถือเป็นทีมแรกในยุคของพี่เต๋อ และเป็นทีมแรกของการทำงานอัลบั้มแรกของเราที่แกรมมี่ก็คือ “นันทิดา 27” โดยอัลบั้มนี้จะบอกเล่ามุมมองเนื้อหาจากคนที่ผ่านเรื่องราวมามากมายจนอยู่ในจุดที่เข้าใจและพร้อมที่จะแบ่งปันแนวคิดทั้งในเรื่องความรักและการใช้ชีวิต
ถามว่าการตัดสินใจกลับมาทำงานเพลงในยุคนี้คือเราต้องบอกว่าในเรื่องของวงการเพลงก็เป็นแบบนี้นะ มาๆ ไปๆ มีเพลงที่นิยมแต่ละแนวแตกต่างกัน เป็นช่วงยุคของแต่ละเพลง ในเรื่องมีตลาดเพลงมันมีผลกระทบมาในช่วงนี้เป็น 10 ปีแล้ว ทำให้เรื่องของการทำเพลงที่เป็นอัลบั้มและเป็นแผ่นซีดีไม่ค่อยมีแล้ว มีแต่แบบว่าทุกคนทำซิงเกิ้ลออกมาแล้วให้ดาวน์โหลดกัน แต่ในส่วนตัวของเรามีความเชื่อว่าการมีอัลบัั้ม มีแผ่นซีดี มีเทปคาสเซต ยังมีความคลาสิกอยู่ และจะกลับมา คนจะหันมาหาซื้อแผ่นลองเพลย์กัน กลับมาเป็นความคลาสสิกที่คนโหยหาและหายไป เรากำลังจะบอกว่าเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว เป็นเรื่องทั่วไปของตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นตลาดเพลง หรือตลาดอะไรก็ตาม แต่ยังไงก็ตามความคลาสสิกก็ไม่ได้ถูกเลือนรางหายไป" นักร้องสาวเผย
เมื่อถามถึงความคาดหวังกับการกลับมาในครั้งนี้ นันทิดา เผยว่า ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยมีความคาดหวัง เพราะทุกครั้งที่ทำจะมีความตั้งใจเต็ม 100 ที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเพลงมา 40 ปี แต่ส่วนของการตัดสินใจว่าชอบหรือไม่ชอบ เป็นเรื่องของคนฟังและแฟนเพลง สมมุติว่า ถ้าคนมองว่านันทิดายังเป็นของคลาสสิก ที่อาจจะไม่ได้ขายตูมตามอะไร แต่ก็สามารถซื้อได้เรื่อยๆ ไปตลอด
“ไม่ว่าตลาดเพลงเป็นยังไงก็ตาม เราไม่ได้เกาะติดตามกระแส แค่ทำอัลบั้มเพลงขึ้นมาสำหรับผู้คนที่รักนันทิดามาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นการบอกว่าเขาเติบโตมากับเพลงนันทิดา หรือน้องๆ เด็กๆ รุ่นใหม่ที่ยังอายุน้อยที่เรียกว่าเป็นรุ่นลูกเรา แต่เขามาชอบเพลงของเรามาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ เราเชื่อว่าอัลบั้ม “นันทิดา 17” ที่ทำมา หวังแค่อย่างเดียวว่าให้คนที่รักนันทิดา และเขารอนันทิดา และได้ฟังงานเพลง ที่เรามีความสุขที่อยากจะหยิบยื่นให้กัน ถามว่ามีความกังวลไหม ก็ยอมรับว่าแรกๆ เราก็มีความนอยด์ว่าคนจะชอบไหม แต่ว่าการทำเพลงของนันทิดายังเป็นนันทิดาเหมือนเดิม อย่างเมืื่อ 15 ปีที่แล้ว เพียงเราเล่าเรื่องอะไรที่โตขึ้น ในความเป็นตัวตนเดิม คุณรักนันทิดาแบบไหน ดนตรีก็จะเป็นแบบนั้น จะมีความทันสมัยบ้างในเรื่องของเครื่องดนตรี ณ ตอนนี้รักหรือชอบไม่ใช่สิ่งสำคัญในงานชุดนี้ แต่สำคัญที่ใจ เราทุกคนกับทีมงานที่เทใจให้หมดแล้ว ในส่วนเรื่องของความตื่นเต้น คือเราตื่นเต้นที่เราเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่ายมากกว่า ตื่นเต้น กระตือรือร้น รู้สึกเหมือนตอนทำอัลบั้มแรกยังไงไม่รู้”
นันทิดา เผยว่า อัลบั้มนี้เป็นการเล่าเรื่องเหมือนเป็นการแชร์ประสบการณ์ที่เคยมี เคยเห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้องออกไปด้วยความเชื่อ เชื่อในทุกคำที่ร้องออกไป และเพราะตรงนี้ทำให้คนฟังรู้สึกอินและเชื่อไปด้วย อีกอย่างด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาในวัย 57 ปี
“เรื่องราวของเราในวันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องราวความรักในแง่มุมไหนบ้าง พี่ดี้จะบอกว่า เราสามารถพูดและสอนคนได้ไหม ในวันที่เขาเป็นแม่คนแล้ว และเราเองก็มีประสบการณ์ชีวิตมามาก เพื่อมาแชร์มาสอนคนอื่น มีอยู่เพลงหนึ่งอัลบั้มนี้ที่ความหมายดีมาก คือเพลง "ไม่มีใครรู้หรอก" เป็นเพลงที่เราอยากบอกกล่าวถึงลูกหลานเราว่าอย่าไปซีเรียสกับความรัก แค่เราทำความรักนั้นให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ทำทุกวันให้มีความสุข คืออัลบั้มนี้จะเป็นเหมือนเราแชร์ประสบการณ์ของเราเพื่อบอกต่อไปยังคนอื่นๆ" ตู่กล่าวปิดท้าย



