
"รวมมิตรใส่น้ำแข็ง" รวมประสบการณ์ 6 ปีของ "ไอซ์"
ก้าวเป็นนักร้องที่จัดว่าได้รับความนิยมมาพักใหญ่ แถมยังมีผลงานโกอินเตอร์มาแล้ว แต่กลับยังไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเองสักที
กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมา 6 ปี วันนี้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ต้นสังกัด ก็ไฟเขียว พร้อมแล้วกับการลงทุนสร้างสรรค์คอนเสิร์ตใหญ่ให้แก่หนุ่ม "ไอซ์" ศรัณยู วินัยพานิช เจ้าของฉายา "ปริ๊นซ์ ออฟ สมาย" ในคอนเสิร์ตที่ใช้ชื่อว่า "รวมมิตรใส่น้ำแข็ง วาไรตี้ ไลฟ์ คอนเสิร์ต บาย ไอซ์ ศรัณยู" ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมนี้ ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก
"คอนเสิร์ตใหญ่เป็นความฝันหนึ่ง การมาทำงานเป็นนักร้อง 6 ปีตรงนี้ นอกจากความคาดหวังที่จะให้อัลบั้มประสบความสำเร็จแล้ว สิ่งที่จะครบของการทำงานนั่นก็คือ การได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ไอซ์เคยคิดเพ้อเจ้อไปเรื่อย ว่าถ้ามีคอนเสิร์ตอยากทำแบบนั้น แบบนี้ พอวันที่ได้ทำจริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดทั้งหมด จะมีทีมงานมาเติมจุดบอดในจินตนการของเราในโลกของความเป็นจริง
ก่อนหน้านี้เรื่องคอนเสิร์ตใหญ่ ก็มีการพูดคุยกันมาเรื่อยๆ ว่าถ้ามีจะจัดสเกลประมาณไหน อย่างไร ไอซ์ก็คิดว่าถ้าจะจัดทั้งทีก็อยากให้รู้ว่านี่ คือคอนเสิร์ตใหญ่ของเรา ที่สำคัญเราเน้นเอ็นเตอร์เทนท์ ฉะนั้นมันก็ควรจะมีสเกลที่จุคนได้ 5 พันคนขึ้นไป ซึ่งมันก็ยากสำหรับตัวไอซ์ที่เป็นแค่นักร้องธรรมดา ไอซ์จะเปรียบเทียบเสมอว่าตัวเองเป็นยาพาราเซตามอน เป็นยาสามัญประจำบ้าน หมายถึงเป็นนักร้องแบบทั่วๆ ไปแค่นั้น อีกอย่างถ้าจะมีคอนเสิร์ตของตัวเอง ไอซ์ก็อยากให้มีเพลงของไอซ์เองที่ทุกคนร้องตามได้ ไม่ใช่ต้องนำเพลงของคนอื่นมาร้องแล้วร้องของตัวเองนิดเดียว ก็เลยต้องรอเวลาให้ทุกอย่างพร้อม" ไอซ์ พูดคุยถึงทีมาของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของตัวเอง
แซวต่อว่าอินดอร์สเตเดี้ยม เป็นสถานที่ที่เล็กเกินไปหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้นักร้องส่วนใหญ่จะอยากจัดคอนเสิร์ตที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ไอซ์ ตอบว่า ไม่เล็กและคิดว่ายิ่งใหญ่เสียด้วยซ้ำ ตัวเขายืนอยู่ในโลกความเป็นจริง และอยากให้คนซื้อบัตรมาดูจริงๆ มากกว่าการที่จะต้องใช้วิธีแจกฟรี
"อิมแพ้คฯ มันใหญ่เกินไปสำหรับ ผมไม่อยากให้ต้องขาย 5 พัน แล้วแจกอีก 5 พัน ทำแบบที่เราคิดว่าเป็นโลกของความเป็นจริงดีกว่า ไอซ์อยากเห็นคนที่เขาซื้อบัตรเข้ามาดูจริงๆ เพราะเราจะภูมิใจมากกว่า อีกอย่างขนาดความจุของอินดอร์ฯ ก็อบอุ่นดี"
ถามถึงเรื่องความแตกต่างของคอนเสิร์ตครั้งนี้กับงานโชว์ตัว งานจ้างตามผับที่ไอซ์มีให้ดูไม่ขาดสายตลอดปี นักร้องหนุ่ม บอกให้ฟังว่า
"หลายคนเห็นผมในงานจ้างมาเยอะ รับรองว่าครั้งนี้แตกต่างอย่างแน่นอน มีแต่เรื่องความใกล้ชิดและความเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่ผมจะคงไว้ ส่วนความแตกต่าง แน่นอนความอลังการของฉาก แสง สี เสียง ท่าเต้น แล้วก็แขกรับเชิญที่ไม่มีแน่ๆ ในงานจ้าง รวมถึงงานจ้างผมจะร้องเพียงแค่ 10 กว่าเพลง แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้จะได้ฟังกันถึง 30 กว่าเพลง เป็นเพลงของไอซ์เอง 80 เปอร์เซ็นต์ และเป็นเพลงที่ไอซ์ชอบแล้วเลือกมาร้อง 20 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ทุกเพลงมีการเรียบเรียงใหม่เกือบทั้งหมด ซึ่งร้อยละ 80 จะเป็นเพลงเร็ว รูปแบบเพลงก็จะหลากหลายมาก เพื่อแสดงให้เห็นว่าไอซ์ร้องเพลงได้หลายแบบ ไม่ใช่แค่นักร้องเพลงป๊อปเท่านั้น เช่นเดียวกับแขกรับเชิญที่นอกจาก 5 สาว ("กาละแมร์" พัชรศรี เบญจมาศ "พิงค์กี้" สาวิกา ไชยเดช หยาดทิพย์ ราชปาล "พีค" ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ และ "เป้ย" ปานวาด เหมมณี) แล้วยังมีแขกรับเชิญที่จะมาเซอร์ไพรส์อีกมากมาย
ตอนนี้ไอซ์พร้อม ฟิตร่างการเต็มที่ เพราะต้องการจะร้องสดทุกเพลง ทุกวันนี้ก็จะวิ่งบนสายพานพร้อมกับร้องเพลงไปด้วยทุกวัน เพื่อให้ร่างการสมบูรณ์ไอซ์รู้ตัวว่าไม่ใช่นักร้องประเภทที่คนจะกรี๊ดได้ตลอดเวลา หรือแค่ออกมาแล้วคนก็กรี๊ด ฉะนั้นต้องทำอะไรให้คนเห็นความสามารถ ให้เห็นว่าทำได้ เพราะไอซ์ไม่ใช่นักร้องประเภทขายหล่อ"
โดยหลังจากจบคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ ในเดือนเมษายน ไอซ์ บอกว่า จะเริ่มออกโกอินเตอร์อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มีคุยกันอยู่หลายประเทศ แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะทุกวันนี้ไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว เนื่องจากเดินมาไกลเกินฝัน สิ่งที่เข้ามาทั้งหมดต่อไปนี้ จึงถือเป็นเพียงกำไรเท่านั้น และต้องตั้งใจเก็บเงิน เพื่อหาสิ่งรองรับ ด้วยความที่รู้ดีว่าวงการนี้มีช่วงเวลาจำกัด



