
พายุข่าวถาโถม ‘พุฒ’ เชื่อทำให้รัก ‘จุ๋ย’ แข็งแรง
“พุฒ” พุฒิชัย เกษตรสิน รับคดีฟ้องร้องเรื่องข่าว ยังไม่คืบหน้า เปรยพายุข่าวฉาวถี่ทำให้ความรักกับ “จุ๋ย” วรัทยา นิลคูหา แข็งแรงขึ้น
ช่วงที่ผ่านมาเรียกว่าเป็นช่วงมรสุมข่าวถาโถมในชีวิตของคู่รัก ระหว่างพระเอกหนุ่มตี๋ “พุฒ” พุฒิชัย กับนางเอกสาว “จุ๋ย” วรัทยา ล่าสุดมีโอกาสเจอตัวพระเอกหนุ่มในงาน งานเปิดตัวซีรีส์ปี 2017 GMMTV 6 natures+ ซีรีส์ลายเซ็น คอนเทนต์มีลายมือ ณ ลานเอเทรียม ชั้น 1 Show DC ได้ถามไถ่เกี่ยวกีบคดีความ
“ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ทุกอย่างยังนิ่งสนิทเหมือนเดิม รอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามเรื่องอยู่ ก็ต้องใช้เวลาหน่อย ถามว่าทางฝั่งโน้นมี ติดต่อมาขอโทษไหม ยังเลย ยังไม่มีติดต่อเข้ามาเพิ่มเติม ส่วนตัวผมต้องรอทางตำรวจ ว่ามันไปสุดได้แค่ไหน แล้วจริงๆ เราต้องการแค่ให้เคารพสิทธิ์ซึ่งและกัน เขาเคารพสิทธิ์เรา เราเคารพสิทธิ์เขา ในเรื่องที่ไม่จริง อย่างที่บอกไปคราวที่แล้ว ว่าไม่อยากให้นำเสนอข่าวที่ผิดๆ ต่อผู้บริโภค เสพข่าวผิดๆ ก็ไปสื่อสารกันผิดๆ มันสร้างความเสียหายให้กับเจ้าตัวด้วย สร้างความเสื่อมเสียให้กับครอบครัวด้วย อยากให้เป็นตัวอย่าง (การดำเนินคดีมันช้าไปไหม) เราเข้าใจได้นะ ทางเรารอได้ไม่มีปัญหา ถามว่าถ้าเขาออกมาขอโทษ สำนึกผิด ทางผมจะยอมไหม คือจริงๆ เราให้อภัยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อย่างที่บอกแหละว่า เราแค่อยากให้เคารพสิทธิ์ ทั้งเราและเขา ถ้าทุกอย่างอยู่บนความถูกต้อง เราจะแฮปปี้จะดีใจมาก ก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเราพยายามตามกันอยู่ สุดท้ายมีอะไรอัพเดทเพิ่มเติมเดี๋ยวจะมาแจ้งให้ทราบ" พุฒกล่าว
ถามต่อว่าที่ต้องออกมาดำเนินคดี เป็นเพราะครอบครัวทั้งสองฝ่ายไม่โอเคกับข่าวที่ออกไปใช่ไหม
“คือมันเป็นข่าวที่ไม่จริง คนที่เสพข่าวอย่างคุณพ่อผม ก็บอกว่าทำไมถึงเขียนข่าวแบบนี้ ขนาดพ่อผมเป็นชาวไร่ พออ่านข่าวเจอเขาก็บอกว่าแบบนี้จุ๋ยเขาเสียหายนะ เราจะทำอะไรกันได้บ้าง เราค่อนข้างซีเรียส เพราะอย่างที่บอก เรื่องที่ไม่จริง คนอ่านข่าว เขาอ่านแค่พาดหัวข่าว ก็เข้าใจผิดไปแล้ว แล้วบางทีเราแก้ข่าว ก็คนฟังน้อยกว่าตอนที่เป็นข่าวผิดๆนะ ถามว่าเราเป็นคู่รักที่มีข่าวเข้ามาตลอด จะพิสูจน์ความรักของเราได้มาขึ้นไหม จริงๆ แล้วการพิสูจน์ความรัก มันมีอีกหลากหลายวิธี วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีเหมือนกัน เพราะเป็นการให้กำลังใจ ให้สู้กับปัญหาที่เราจะต้องค่อยๆแก้กันไป (คนมองว่าเราโตขึ้น ไม่ใจร้อน) โตขึ้น ปีนี้ก็จะ 31 แล้ว จริงๆ แต่ก่อนเป็นคนใจร้อนมาก พอโตขึ้นก็เย็นลง มีเหตุผลมากขึ้น ตัวเรารู้ตัวเองอยู่แล้ว บางอย่างก็ต้องปล่อย ต้องทำใจ เป็นความเข้าใจมากกว่า แต่เดี๋ยวนี้ ก็ต้องระวังมากขึ้น เพราะเราพูดไปแบบหนึ่ง แต่อาจจะไปเขียนอีกแบบหนึ่ง คนก็อาจจะเข้าใจความหมายบิดเบือนไป โตขึ้นเราก็มีกระบวนการคิดมากขึ้น”พุฒกล่าว



