บันเทิง

"หวังลีฮอม" กับคอนเสิร์ตไว้อาลัย ไมเคิล แจ็กสัน

"หวังลีฮอม" กับคอนเสิร์ตไว้อาลัย ไมเคิล แจ็กสัน

29 ส.ค. 2552

หลายคนยังคงเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของ ราชาเพลงป๊อปบันลือโลกอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน แม้ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยมากว่าสองเดือน หวังลีฮอม นักร้องหนุ่มไต้หวันเอง ก็เป็นหนึ่งในบรรดาแฟนเพลงของไมเคิล ที่ยังอยู่ในอาการช็อกกับการสูญเสียไอดอลที่ตัวเองเคารพรักไป จนต้อง

  หวังลีฮอม นักร้องหนุ่มคนดัง  เกิดและเติบโตในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงไม่น่าแปลกใจเลย ว่าเหตุใดเจ้าตัวถึงได้รับอิทธิพลจากไมเคิล แจ็กสัน มากมายขนาดนั้น  เขาเป็นแฟนตัวยงของไมเคิลมาตั้งแต่ยังเด็ก  ด้วยประทับใจความสามารถของราชาเพลงป๊อป และทัศนคติในการทำเพลงของเขาที่แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์และโลก  จนถึงทุกวันนี้ ไมเคิลก็ยังเป็นศิลปินในดวงใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงบุคคลสำคัญต่อวงการเพลงโลก  หวังลีฮอม จึงถือโอกาสนำเพลง  “Man in The Mirror” ซึ่งเป็นบทเพลงของไมเคิลมาคัฟเวอร์และจัดโชว์แสดงพิเศษในคอนเสิร์ตของตัวเองที่มีชื่อว่า “Music Man” ที่กรุงปักกิ่ง  พร้อมทั้งจัดทำซีดีเฉพาะกิจให้แก่ผู้ชมในคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ

 -หลังจากการเสียชีวิตของ ไมเคิล แจ็กสัน รู้สึกว่าจะมีหลายศิลปินที่มีเจตนารมณ์จัดแสดงพิเศษเพื่อระลึกถึงศิลปินผู้ล่วงลับทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น เฉินอี้ซิ่น ที่วางแผนจะจัดโชว์ชุดพิเศษในคอนเสิร์ตของเขาเช่นเดียวกัน สำหรับการแสดงของคุณ ถือว่าตามกระแสเช่นคนอื่นหรือไม่

 หวังลีฮอม : ผมไม่คิดว่ามันเป็นการตามกระแสหรืออย่างไร นี่เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เห็นว่าไมเคิล แจ็กสัน มีอิทธิพลต่อแฟนเพลงทั้งโลกอย่างไร  ทุกคนมีวิถีทางในการระลึกถึงศิลปินในดวงใจต่างกัน  ผมเองไม่ทราบมาก่อน ว่าเฉินอี้ซิ่น ก็ตั้งใจจะจัดแสดงเพลงของไมเคิลเหมือนกัน  ผมแค่อยากจะร้องเพลงเพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อศิลปินที่ผมรักก็เท่านั้น

 -ในคอนเสิร์ตครั้งนี้  นอกจากคุณจะร้องเพลงของเขาแล้ว ยังเตรียมท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาด้วยใช่หรือไม่ มีการฝึกฝนมาก่อนบ้างไหม

 หวังลีฮอม : ต้องฝึกอยู่แล้วครับ  ท่าเต้นของไมเคิลเป็นอะไรที่ยากมาก  อย่างไรก็ตาม ที่ผมทำเช่นนี้ ไม่ได้จะตั้งใจจัดแสดงโชว์เลียนแบบเขาแต่อย่างใด

 -คุณเคยมีโอกาสได้พบเจอกับ ไมเคิล แจ็กสัน มาก่อนหรือไม่
 หวังลีฮอม : ไม่เคยเลยครับ  แต่ว่าผมเคยร่วมงานกับ Quincy Jones ซึ่งเคยโปรดิวซ์งานให้แก่ไมเคิลมาก่อน  แล้วผมเองก็ค่อนข้างสนิทกับเจเน็ต แจ็กสัน (น้องสาวไมเคิล) และผู้จัดการส่วนตัวของเขาพอสมควร

 -ได้ยินมาว่าบทเพลงของไมเคิล สร้างแรงบันดาลใจให้คุณมากมายเลยใช่ไหม
 หวังลีฮอม : ครับ  สมัยที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่  ผมเคยเอาเพลง “Man in The Mirror” มาร้องบ่อยๆ และเพราะเพลงนี้ทำให้ผมแต่งเพลง “Change Me” ขึ้นมา เช่นเดียวกันกับเพลง “We Are The World” ของไมเคิลที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เพลง “Hand in Hand” ของผม  ส่วนเพลง “Man in The Mirror” ที่ผมได้ทำซีดีขึ้นมาเป็นพิเศษนี้ ผมใช้เวลาในการอัดเสียงอยู่เกือบเดือน และทำเพื่อให้เป็นการระลึกถึงศิลปินในดวงใจของผมโดยเฉพาะ  ผมไม่ได้มีเจตนาเลียนแบบไมเคิล แจ็กสัน  แค่อยากจะถ่ายทอดบทเพลงของเขาในแบบของผมเท่านั้นเอง  นี่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงของผมครับ

 ทำเพื่อศิลปินในดวงใจ และเป็นแฟนเพลงที่น่ารักขนาดนี้ ก็หวังว่าจะส่งผลให้ หวังลีฮอม เป็นศิลปินในดวงใจของคนอื่นและมีแฟนเพลงที่น่ารักอย่างเช่นตัวเองเยอะๆ ล่ะกันจ้า