บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม  - โปรโมท!!

มองผ่านเลนส์คม - โปรโมท!!

28 ส.ค. 2552

การที่จู่ๆ พระเอกดังอย่าง ชาคริต แย้มนาม ออกมานั่งแถลงข่าวว่าไม่ได้เป็นพวกวิตถาร คือชอบเล่นนอกบท อย่างขยำอกนางเอก หรืออาการ "เป้าตุง" ขณะเข้าบทเลิฟซีน ตามที่ "พีอาร์" ค่ายหนังโปรโมทออกไป ฟังแล้วสะท้อนใจ

 ถ้าเป็นอย่างที่พระเอกหน้าหยกเข้าใจ ออกจะเป็นเรื่องรุนแรง และน่ารังเกียจอย่างยิ่ง
 สำหรับคนที่จงใจ "สร้างข่าว" เพื่อให้ "สื่อ" สนใจลงข่าว และสุดท้ายหวังผลให้ประชาชนอยากเข้าไปดูหนัง เป็นกลยุทธ์ที่มักได้ผล แต่น่าจะมีข้อตกลงอะไรบางอย่างกันบ้างมั้ย... ถึงความพอดี

 เพราะที่ผ่านมาก็มีการสร้างกระแสแบบนี้บ่อยๆ
 ที่นึกได้ ก็ข่าวพระเอก-นักร้อง ไชยามิตรชัย ที่ตกแพเพราะแผนโปรโมท หรือกรณี "เต้าหลุด-จุกโผล่" ของ "ตั๊ก" บงกช คงมาลัย จากหนังเรื่อง "ไอ้ฟัก" ก็บอกว่า "หลุด" มาจากกองถ่าย 

 แม้แต่ "กลุ่มสาระแน" ที่ (อำ) หม่ำ จ๊กมก ให้ขึ้นรถเสี่ยงตาย ประชาชนตาดำๆ อย่างเรายังกังขาไม่เสร็จว่าจริงหรือเตี๊ยมกันแน่ 

 เมื่อก่อนเราเข้าใจว่า มายาก็คือมายา แต่เดี๋ยวนี้เราแยกอะไรไม่ค่อยออกแล้ว
 จะว่าไป การโยนบาปให้ "พีอาร์" หรือ "ผู้ประชาสัมพันธ์" เพียวๆ ไม่ได้ ถ้าต้นสังกัด ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย

 เช่นเดียวกัน ถ้าข่าวที่ส่งออกไปไม่ได้รับความสนใจจาก "นักข่าว" ข่าวนั้นก็ต้องถูกทิ้งลงตระกร้า คนอ่านก็จะไม่ได้อ่านข่าว "ที่ถูกสร้าง" ขึ้นอย่างเอาเปรียบ

 แต่ตอนนี้เหมือนมันกลับตาลปัตรไปหมด
 "นักข่าว" บอกว่าคนอ่านสนใจข่าวฉาว หรือข่าวร้ายๆ มากกว่าข่าวดี สื่อจึงต้องพยายามหาสีสันที่ว่านั้นมาลง

 ด้าน "พีอาร์" มีหน้าที่ให้ข้อมูล ให้ข่าว หรือแม้แต่ "ช่วย" สร้างข่าวของศิลปิน เพื่อให้ได้ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ ให้ได้

 พีอาร์หลายคนบอกว่า เดือนเดือนหนึ่งต้องมีข่าวลงตามหน้าสื่อ ไม่น้อยกว่า 10-20 ข่าว ไม่เช่นนั้นก็จะถูกต้นสังกัดพิจารณา หรือถึงขั้นไล่ออก
 
 ยิ่งมีการแข่งขันทางธุรกิจและสร้างภาพลักษณ์กันสูงเท่าไหร่ แน่นอนว่าคนทำ "พีอาร์" ยิ่งต้องสร้างผลงาน

 และเดี๋ยวนี้ไม่ได้มีเฉพาะพีอาร์ของบริษัทตัวเองเท่านั้น พีอาร์ฟรีแลนด์ ก็เกิดขึ้นราวดอกเห็ด 
 ความกดดันนี้ จึงเป็นเหตุให้พีอาร์บางคน ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีพื้นที่ข่าว
 การเลือกดารา-นักแสดง-นางแบบ หรือแม้แต่เซเลบ ก็เจาะจงเลือกใช้บริการคนที่มีข่าวฉาว เพื่อดึงดูดนักข่าว ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

 ข่าวของคุณชาคริต กับการคิดสร้างกระแสระดับนี้ จึงมีสิทธิ์เป็นไปได้
 ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำ "สื่อ" บ่งบอกถึงคนทำข่าว และคนอ่านข่าว
 แต่ถ้าลงข่าวแล้ว คนเข้าไปดูหนัง เพื่อไปดูนมโบวี่ กับกิ๊บซี่กันอย่างล้มหลาม   
 กลับมาถามตัวเองว่า เราใจร้ายกับสังคมมากไปหรือเปล่า !!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"