
สืบจิต ไขปริศนา ปี 2 ตอน 10
The Mentalist 210 ตอน Throwing Fire
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.00 น. ทางช่อง NOW26
The Mentalist 210 ตอน Throwing Fire
สถาบันสลู้ป อาร์นท์เซ่นวิลล์ แคลิฟอร์เนีย ลิสบอน โช แพททริกเดินมาด้วยกัน
ลิสบอนว่า “สวยดีนะ พวกแมวมองไปเอามาจากไหน”
โชตอบ “บาร์นี่ย์ สลู้ปน่ะเหรอ เขามีผู้เล่นในเมเจอร์ลีค15คน เป็นพรีเซ็นเตอร์ทุกอย่าง เป็นแมวมองเงินล้าน ไปตามหานักกีฬาเด็กๆ คัดตัวมานี่ ฝึกพวกเขา จนเด็กๆ ได้เซ็นสัญญา”
“อื้อ เคยเล่นสินะ”
“ก็เคยเล่นบ้าง” โชว่า
แพททริกซักต่อ “พิทเชอร์เหรอ ตัวคุมเกม คนถือลูก”
“เลิกเล่นแล้ว”
“ทำให้คุณยังมีปมในใจเรื่องนี้อยู่ ใช่ ผมเห็นแล้ว คุณถึงเข้าแก๊งค์ พ่อแม่เห็นว่าเสียเวลา เลยบังคับให้เลิกเล่น ทำลายฝัน คุณโกรธแต่แสดงออกตรงๆ ไม่ได้ เลยไปเข้าแก๊งค์ระบายความโกรธ”
โชแทรก “ที่จริงผมถล่มถ้วยเอซีแอลยับ หลอกถามเก่ง”
“อื้อ แอ้ พ่อแม่ ก็ตลกดี เรื่องเสียใจที่สุดที่คนเราเก็บไว้”
ลิสบอนสวนว่า “ไม่รู้สิ ฉันบอกทุกคนเรื่องคุณ”
“ไม่เลว คมคาย ลึกซึ้งแต่เจ็บ”
มาถึงตรงจุดเกิดเหตุ ฆาตกรรมเกิดขึ้นช่วง 4 ทุ่มครึ่ง โชว่าอาวุธสังหารก็อยู่ตรงนี้ คงฟาดสามสี่ที เฟรดดี้ ฟิทช์หุ้นส่วนของบาร์นี่ย์คนตายเข้ามาแนะนำตัว แล้วบอกว่าอยากรู้ว่าเป็นฝีมือใคร ฟิทช์พาทุกคนเดินรอบๆ
“เขาเรียกสวนสันติ ปีกว่าเขาเริ่มสนใจความเชื่อเซนเพ้อเจ้อ”
ลิสบอนถาม “ใครเข้ามาในนี้ได้บ้าง”
“ทุกคนในสถาบันนี้ มีผู้เล่นพักประจำ6คน ญาติผู้เล่น เจ้าหน้าที่”
“ขอรายชื่อด้วยค่ะ”
“ได้ครับ แต่เชื่อผม ในนี้ไม่มีใครคิดร้ายกับบาร์นี่ย์”
ลิสบอนถาม “คุณมาพบศพใช่มั้ย”
“เมื่อวานผมออกนอกเมืองไปคลินิกที่พอร์ทแลนด์ บินกลับมาถึงเมื่อเช้าก็พบเขาอยู่สภาพนี้ โอ้พระเจ้า”
เสียงด็อกสั่งทุกคนให้วิ่งเร็วๆ ลิสบอนถามว่ามีคนตาย ยังฝึกกันอยู่อีกเหรอ
“ผมบอกให้ยกเลิกการฝึกแต่เขาไม่ยอม “ตามล่าหาฝัน” เขาบอกทุกอย่างนั้น บาร์นี่ย์เหมือนพ่อของเด็กๆ พวกนี้”
สก็อตตี้ดีใจบอกพ่อ แพททริกสงสัยว่า “ดูเหมือนพวกเขามีพ่อของตัวเอง”
ฟิทช์ตอบ “เด็กพวกนี้ยังเป็นเยาวชน เราให้พ่อเด็กมาก็เพื่อได้เซ็นสัญญา สก็อตตี้ ซินแคลร์กับสเน็ค แกลลิโดส วันนี้มีแมวมองอยากได้ 5 คนแล้ว”
“ตอนนี้อาจยังไม่เหมาะ”
“บาร์นี่ย์จัดฉากครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้ายของเขา ผมต้องให้เกียรติเขา เป็นความต้องการของบาร์นี่ย์ ผมรู้คุณต้องคุยกับพวกเขา เป็นหน้าที่แต่ขอร้อง”
แพททริกว่า “ให้เด็กๆ ฝึกซ้อมกันเถอะ เรามาดูบ้านเขากันดีกว่า”
ลิสบอนถาม “คุณรู้ได้ไงว่าอยู่ที่ไหน”
“เพราะสิ่งนี้..คือ..แผนที่ชีวิตเขา งาน..สวน..บ้าน คำสอนเซนเพ้อเจ้อ คงไม่มีอะไรให้ดูมาก คงมีแค่เตียง ของนิดหน่อยไม่ก็โอ๊ย” แพททริกโดนลูกเบสบอล
แพททริกหมดสติไป เขาคิดไปถึงปี 1986 ที่ไอโอว่า สมัยนั้นเขายังวัยรุ่น พ่อให้เขาปิดตาทายสิ่งของ หาเงินรายได้ดีไม่น้อย พ่อดีใจทุกครั้งที่มีงานเข้ามา
แพททริกฟื้นขึ้น ลิสบอนกับโชก็จะให้ไปหาหมอ แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร แล้วเดินนำไปทำงานต่อทันที
“บาร์นี่ย์อยู่เรียบง่าย ทำงานทั้งวัน..ทั้งคืน ตลอด 24 ชั่วโมง จากภรรยามา ยกบ้านหลังใหญ่ให้เธอ ชีวิตที่สะอาดเรียบง่าย เขาต้องการแค่นั้น” ฟิทช์เล่า
“บาร์นี่ย์เคยแต่งงานเหรอ”
“ยังไม่ได้เลิกกัน เลสลี่สุดยอดเลย เขาย้ายออกเมื่อปีก่อน”
แพททริกสวนว่า “หลังจากลูกเขาตาย”
ฟิทช์อึ้งไปนิด “ลูกแค่ 3 ขวบ ตายเพราะลูกโป่ง เลสลี่ย์ใจสลาย โกรธบาร์นี่ คนทั้งโลก ทำใจไม่ได้ อ้าเมื่อเช้าผมโทรหาเธอหลังจากโทรแจ้งคุณ เธอไม่อยากคุยด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น เราทำใจ”
“บาร์นี่ย์ก็ทำ”
“เขาก้มหน้าก้มตาทำงาน จนเจอสเน็คที่โดมินิกัน สก็อตตี้ที่แคนซัส ขณะที่เลสลี่ย์..ยังติดกับอดีต อยู่ในโลกของความเจ็บปวด ดื่มเหล้ากับกับน้ำ หิ้วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า โทรมาโวยวายบาร์นี่ย์ตลอด..ไม่เป็นเวลา ผมไม่เข้าใจความโกรธแค้นนี้เลย รู้แล้วว่าลูกตาย ทำแบบนี้ลูกฟื้นได้เหรอ”
แพททริกสวนอีก “คุณไม่มีลูก”
“ผมไม่มีลูก เอ่อ พวกนักกีฬาคงมากันแล้ว”
แพททริกหยิบถุงน้ำแข็งในตู้เย็นมาประคบที่หัวแล้วว่า “บาร์นี่ย์ตายแล้วผลประโยชน์ของที่นี่ คงเป็นของคุณคนเดียวใช่มั้ย”
ฟิทช์งง “แล้วมันเกี่ยวอะไร”
“เงินไง นี่เป็นแรงจูงใจยอดฮิตเลย”
ฟิทช์เริ่มโมโห “อะไรนะ”
“คงชั่งใจอยู่ 2 อย่าง นาฬิกาเรือนทองหรือสูทอิตาลี่ ของไต้หวันก็ใช้ได้”
ฟิทช์กัดฟัน “ผมไม่ต้องทนฟัง”
“ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่เรียบง่าย ยังขัดแย้งด้านวัฒธรรมด้วยใช่มั้ย”
ฟิทช์สวน “ไม่ใช่”
ลิสบอนปราม “เจน”
แพททริกยังพูดต่อ “แล้วใครเป็นคนหารายได้เข้ามา บาร์นี่ย์เป็นมันสมอง เป็นแมวมองเป็นดาราของสถาบันสลู้ปความริษยา เป็นแรงจูงใจอันดับสอง”
ฟิทช์โกรธ “ผมฆ่า ผมฆ่าเพื่อนรักตัวเอง”
แพททริกย้ำ “จริงมั้ย”
ลิสบอนเกือบจะดุ “เจน ไม่เอาน่า”
ฟิทช์โกรธมาก “เอาไอ้อุบาทว์ออกไปที”
แพททริกว่า “ระบายออกมาให้หมด คุณจะได้รู้สึกดีขึ้น”
“เขาเป็นเพื่อนผมนะ!”
“รู้สึกยังไง ทุบหัวเพื่อนตัวเองมันสะใจมั้ยล่ะ”
ฟิทช์โกรธสุดๆ “ไอ้บ้าเอ๊ย”
โชรีบห้าม “ไม่เอาครับ”
ลิสบอนดุ “ถอยไปเดี๋ยวนี้”
แพททริกว่า “ผมแค่ลองอ่านเขา”
“แล้วยังไง”
“ไม่มีอะไร ครึ่งๆ เขาอาจทำ หรืออาจไม่ทำ แต่อย่างนึงที่แน่ๆ ก็คือความโกรธ อย่าถือสานะครับ”
“ไม่ถือสาหรอก..ไอ้อุบาทว์”
แพททริกถอนใจ “ไม่เข้าสอบปากคำได้มั้ย”
“เชิญเลย”
“ขอบคุณ”
ลิสบอนกับโชสอบปากคำเด็กๆ เริ่มที่สก็อตตี้ ซินแคลร์ แต่ด็อกพ่อของเขาบอกว่าต้องอยู่ด้วย เพราะสก็อตตี้เพิ่ง 17 ปี จากการสอบเด็กๆ ทั้ง สก็อตตี้ สเน็ค แล้วคนอื่นๆ ทุกคนชื่นชมบาร์นี่มากสอนให้เรารู้จักใช้เงิน รู้จักลงทุน สอนให้รู้จักใช้ชีวิต
ด้านริกส์บีกับแวน เพลท์ก็สืบประวัติของเลสลี่ย์ สลู้ป พบว่าจะได้เงินประกันถึง 20 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นแรงจูงใจดีทีเดียว ทั้งสองรีบไปหาบ้านแต่ไม่พบ
โชออกมาตามแพททริกที่นั่งอยู่ขอบสนาม พอโชว่าลิสบอนเรียก แพททริกลุกขึ้นแต่เดินไปอีกทางหนึ่ง เอาใบไม้ที่เก็บใส่ถุงไว้แล้ว เทออกมาแล้วก็บอกโชว่ามึนหัวแล้วก็นอนลง
ในอดีตแพททริกนั่งอยู่บนชิงช้าสวรรค์กับอเล็กซ์ แล้วส่องกล้องทายใจคน อเล็กซ์ปลื้มมากที่ลูกชายทายใจเก่ง บอกว่าเขามีตาเอ็กซเรย์ แล้วแพททริกก็ได้สติ
ริกส์บีกับแวน เพลท์ตามตัวเลสลี่ย์จนพบที่สุสานของลูก เธอเพ้อหาลูก ขอโทษลูก แวน เพลท์ค่อยๆ ปลอบเธอจนสงบลง ทั้งสองพาตัวเธอไปสอบปากคำ
แพททริกคุยกับพ่อๆ ที่เฝ้าดูลูกเล่นอยู่ พอดีจูปิเตอร์เพิ่งคุยโทรศัพท์กับลูกบอกว่าวันนี้น้องมีคัดตัวยุ่งอยู่ พอวางสายแพททริกก็ทักทาย
จูปิเตอร์ว่า “ลูกชายคนโตโทรมา เขาเป็นพิทเชอร์เหมือนสเน็ค เก่งพอๆ กัน อายุ 22 แล้ว วงการเบสบอลถือว่าแก่แล้ว”
“ทีมโปรสมัยนี้ชอบเด็กๆ เหมือนสเน็ค มีโอกาสพัฒนาได้เยอะ”
“เจอเบาะแสแล้ว เมียน่าสงสัย” โชคุยโทรศัพท์
แพททริกมองไป “เมื่อกี้อะไร แล้วนั่น ลูกฟอร์ครึเปล่าที่เขาเพิ่งขว้างไป”
“ลูกสไลเดอร์ เราต้องไปแล้ว ลิสบอนจะให้คุณไปดูเมียผู้ตาย”
แพททริกแทรก “ลูกสไลเดอร์ ยังมึนๆ อยู่เลย ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมโบกรถไปเอง ใครๆ ก็อยากให้ผมขึ้นรถ หาเม็ดทานตะวันไม่เจอ มันไม่เหมือนเดิม”
ลิสบอนกลับไปสอบปากคำเลสลี่ แต่เธอกินยากับเหล้าทำให้คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ถ้าพูดถึงบาร์นี่เธอจะโกรธทันที แล้วก็บอกว่าไม่อยากพูดถึง
ที่สนาม แพททริกดูพ่อๆ ต่างเชียร์ลูกตัวเองอย่างมาก ทำให้เขาคิดถึงพ่อตัวเอง ที่ไปอยู่โรงพยาบาล 2 วันเต็มๆ เพื่อหาเป้าหมาย เพื่อจัดฉาก
แพททริกยืนคิดแล้วก็เห็นคนนำเครื่องมาเป่าใบไม้ จึงบอกโช คนเป่าใบไม้เห็นก็วิ่งหนี โชต้องวิ่งไล่จับ
การ์ดิเนอร์ที่ถูกโชจับตัวมา บอกว่าเห็นบาร์นี่โกรธนักเบสบอลคนหนึ่ง ออกมาจากรถบ้านพร้อมเอกสาร นักเบสบอลเงียบ แพททริกให้เขาชี้ตัวนักเบสบอล คือสก็อตตี้
สก็อตตี้จะถูกสอบปากคำอีกครั้ง เขาว่าทะเลาะกับบาร์นี่จริง แต่ไม่ได้ฆ่า ด็อกเองก็ไม่พอใจ พอดีฟิทช์มาแล้วบอกให้เอาตัวสก็อตตี้กลับไปก่อน ลิสบอนจะไม่ยอม
“สก็อตตี้ทะเลากับบาร์นี่ย์หลายชั่วโมง ก่อนเกิดการฆาตกรรมคุณไม่มีหลักฐานที่จะเอาตัวเขาไว้” ลิสบอนจำต้องปล่อยตัวไป
ลิสบอนคุยกับทีมว่า
“เขาทะเลาะกับบาร์นี่ย์ โมโหมากและยังโกหกอีกใครจะไปรู้ว่าสก็อตตี้ไม่ได้กลับไปแล้วก็ฆ่าเขาล่ะ”
แพททริกว่า “เด็กนั่นไม่ได้ทำ เขาโกรธพ่อเขา ไม่ได้โกรธสลู้ป ถ้าคุณคิดว่าเขาทำ ก็ดูที่กล้องสิ”
“กล้องตัวไหน”
“กล้องในสนามเบสบอลไงล่ะ สเน็คบอกว่าเขากับสก็อตตี้ออกไปซ้อมกันเมื่อคืน ดูเหมือนสก็อตตี้จะตีลูกสไลด์ของสเน็คได้ดี”
ลิสบอนมองแพททริก “ไม่เป็นไรแน่นะ”
“ผมไม่เป็นไร กล้องวงจรปิด..น่าจะมีเวลาบอก”
เหตุการ์นี้ทำให้แพททริกนึกภาพอดีต ครั้งที่พ่อให้นำคริสตัล มาขายให้คุณยายคนหนึ่งที่ต้องการให้หลานสาวตัวน้อยหายจากเนื้อร้ายที่ปอด แต่พอแพททริกเห็นเด็กหญิงก็ทำไม่ได้ ไม่อยากหลอก ถึงกับลุกหนีออกไป อเล็กซ์ตามออกมาต่อว่า แพททริกว่าเธอกำลังจะตาย แล้วเราจะขโมยเงินเด็กที่ใกล้ตายเหรอ
“เอาล่ะ แกจะแสดงต่อ..หรือว่าจะเลิกอยากเป็นไอ้ขี้แพ้ หรืออยากจัดการไอ้พวกขี้แพ้ไม่ใช่จะเลิก ก็เลิกได้เลยหรือเวลาที่รู้สึกละอายใจแกก็เลยหน้าบาง ฉันสู้ไม่เคยถอยอยู่แล้ว ฉันดูแลแกมาตั้งนานมันไม่ง่ายเลยนะไอ้หนู ไม่มีใครชอบเด็กโข่งหยั่งรู้หรอก กางเกงขาสั้นไม่เข้ากับเด็กที่มีหนวดขึ้นแล้วหรอกนะตอนนี้ แกต้องหาการแสดงใหม่แล้ว แกอยากแสดงคนเดียวรึไงอยากฉายเดี่ยวเหรอ ใช่หรือไม่ไอ้หนูแกจะทำมั้ย จะทำให้ฉันมั้ย ตอนนี้ บอกมาเลย รีบบอกมา” แพททริกนิ่งคิดหนัก
ปัจจุบัน ลิสบอนว่าริกส์บีกับแวน เพลท์กำลังคุยกับเลสลี่ย์ แพททริกว่าไม่ใช่ เพราะอาวุธที่ใช้คือไม้เบสบอล
ลิสบอนถาม “รู้ตัวฆาตกรแล้วเหรอ”
“คิดว่าไงล่ะ”
“คิดว่าที่พูดแบบนี้เพื่อหลอกให้ฉันไปกับคุณ จริงแล้วไม่รู้”
แพททริกหัวเราะ “โช”
โชพูดทวนคำแพททริก “ไม้เบสบอล โรงเรียนเบสบอล ไม่ใช่สามัญสำนึก”
“เยี่ยม งั้นเราไปกันหมด”
แพททริกกับโชเข้าไปหาสก็อตตี้กับสเน็ค แพททริกชวนคุย
“พวกนายคงโล่งอก ถ้ารู้ว่าพวกตัวเองบริสุทธิ์ จะได้สบายใจ ออกไปและเป็นผู้ใหญ่พวกนายจะได้เป็นซูเปอร์สตาร์”
“ถูกต้องแล้วคร้าบ” สเน็คหัวเราะ
“ทั้งหญิง ทั้งรถ การชื่นชม แถมเงินเป็นฟ่อน รอพวกนายอยู่ ใครจะสนว่าพ่อตัวเองขโมยโน่น จิ๊กนี่”
สก็อตตี้ว่า “เขาไม่ได้ขโมยอะไรนะ”
“งั้นเหรอ”
“เขาก็แค่เปิดบัญชีธนาคารใหม่”
“โอ้ เอ่อ นี่คือเรื่องที่บาร์นี่ย์บอกตอนเธอไปโวยหาว่าเขาขโมยเงินพ่อนายเปิดบัญชีไว้แต่ไม่บอกนาย”
“พูดแบบนี้ไม่ช่วยให้ดีขึ้น”
“ใช่นายสองคน..มีพรสวรรค์ ปัญหาคือพวกนาย..จะใช้พรสวรรค์ยังไง”
สเน็คตอบ “เล่นเบสบอลมั้ง”
“ก็ใช่ นายจะเล่นเบสบอล ขายสบู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ”
สเน็คค้าน “ไม่ไม่ ไม่เอาสบู่ โคโลญจ์ของผมเอง “สเน็ค..สำหรับผู้ชาย”
สก็อตตี้เสริม “เราจะขายตัวเอง จะทำอย่างอื่นอะไรได้ล่ะ”
“ฉันก็แค่เตือนให้ระวัง ขายแค่พรสวรรค์ อย่าขายจิตวิญญาณ อย่าให้คนอื่นมาบงการชีวิต แม้แต่พ่อเชื่อฉันสิ ฉันรู้ดีว่าพูดอะไรอยู่”
“งั้นเหรอ แล้วลุงมีพรสวรรค์อะไร”
“ฉันเหรอ อ่านใจคน มีหลายครั้งที่ฉันใช้มันผิดๆ”
“อ่านใจคนเหรอลุง จริงงะ”
“เป็นความจริง ก็เหมือน ที่คนอ่านหนังสือ ฉัน..อ่านใจคน”
สเน็คถาม “งั้นผมคิดอะไรอยู่”
“นายคิดว่า เวร ขอให้มันอย่าอ่านได้จริง ไม่งั้นตูซวยแน่” โดนมั้ย”
สก็อตตี้กับสเน็คหัวเราะ “เอาล่ะ โชขอดินสอหน่อยครับ สก็อตตี้ตั้งใจนะ คิดถึงวันเกิดแต่ไม่ต้องบอกฉัน วันเดือนปี นึกไว้นะ”
สเน็คเร่ง “เขามาปั่นหัวเราเล่น เร็วเข้าเราต้องรีบออกไป”
“ชู่ ฉันกำลังอ่านใจ เอาล่ะรู้แล้ว วันเกิดนายคือ”
สก็อตตี้อ่านที่ลูกเบสบอล “10 เมษาฯปีเก้าสอง”
“10เมษาฯปีเก้าสอง พนันกันเท่าไรว่าฉันอ่านใจไม่ได้หรอก นายจะเป็นนักเบสบอลชื่อดังเงินทองไหลมาเทมา พนันกันเท่าไรดีล่ะ ว่าฉันอ่านใจไม่ได้”
สก็อตตี้ว่า “ไม่มีทาง”
“สเน็คสนใจเอาด้วยมั้ย โช ไม่กล้าเอาด้วยเพราะเขารู้ดี”
สเน็คว่า “ขอดูหน่อย เร็วเข้า”
“ขอดูหน่อย” สก็อตตี้รับลูกบอล “เขาคงบ้าไปแล้วแน่”
“เขาอาจไปอ่านเจอที่ไหนก็ได้”
“มันเป็นพรสวรรค์ของฉัน อยากลองบ้างมั้ย วันเกิดนายลองคิดดู ไม่เป็นไรน่า”
สเน็คหัวเราะ “ผมต้องไปอุ่นเครื่องแล้ว ไปกันเถอะ”
แพททริกว่า “ไม่เป็นไว้วันหลัง โชคดีนะ” เด็กขอบคุณ
แพททริกนึกถึงอดีตที่ย้อนกลับไปแล้วทำให้คุณยายกับเด็กหญิงซื้อคริสตัล โดยเขาใช้นิ้วถูกกับดอกกุญแจแล้วไปล่นไฟ แล้วมาจับคริสตัล นิ้วเขาไม่เป็นอะไร ทำให้คุณยายกับเด็กหญิงชื่นชมมาก ยอมซื้อคริสตัลราคาแพงมาก พอได้เงินมาหนึ่งหมื่น พ่อหยิบให้เขาไว้ซื้อขนม ที่เหลือพ่อเอาไปเล่นไพ่
แพททริกเดินไปที่ขอบสนามใกล้ๆ จูปิเตอร์ เขาเอ่ยว่า
“สเน็ค ออกไปก่อนที่ฉันจะอ่านใจเธอนะ”
จูปิเตอร์หันมองแพททริก “คุณพูดอะไรเราต้องใช้สมาธินะ”
“อ๋อ ผมกำลังทายวันเกิดเขา”
“5 มีนา ปีเก้าสอง โอเคนะ พอใจยัง”
“5 มีนาปีเก้าสอง แปลกจังแฮะ ผมทาย5มีนาน่ะใช่ แต่ทายปีผิด ไม่เคยทายผิด ผิดไปตั้ง 5 ปี อื้อ ห่างไกลเยอะ”
จูปิเตอร์สวน “คิดจะทำอะไร”
“ถ้างั้นนายก็..ยี่สิบสอง อายุตั้ง 22”
“ไปไกลๆ เลย”
“อายุเท่ากับพี่ชายนาย คาร์ลอสชื่อเขาใช่มั้ยล่ะ”
จูปิเตอร์เสียงแข็ง “หุบปากแล้วไปให้พ้นๆ เลย”
โชเข้ามาห้าม “ใจเย็นๆ ก่อน”
แพททริกว่า “บาร์นี่ย์จับได้ใช่มั้ย ใช่ เขาจับได้ว่าสเน็คอายุ 22 แล้ว จะส่งเขากลับบ้าน”
จูปิเตอร์ตวาด “หุบปากเดี๋ยวนี้เลย”
ฟิทช์เข้ามา “เรื่องเป็นยังไงกันแน่”
แพททริกว่า “จูปิเตอร์ฆ่าบาร์นี่ย์เพื่อปกปิดอายุ่ที่แท้จริงของสเน็ค”
ฟิทช์ตะลึง “โอ้นี่มันบ้าสิ้นดี..จริงเหรอ”
“ผมพยายามคุยกับเขาดีๆ แต่เขาก็เดินหนี” สเน็คเข้ามา “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นสเน็ค เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
โชถาม “ไม่รู้เรื่องอะไร”
ฟิทช์เริ่มเข้าใจ “โอ้ทำไปได้ยังไง”
จูปิเตอร์ว่า “คือ ผมไม่ได้ทำและไม่พูดอะไร”
แพททริกกล่อม “จูปิเตอร์บอกเรามาเถอะ เราจะให้ลูกคุณได้ขว้าง ใช่มั้ยคุณฟิทช์”
“ใช่แล้ว จริงๆ แล้วเธออายุเท่าไรไอ้หนู สาบานกับพระเจ้า”
จูปิเตอร์พยักหน้า สเน็คตอบ “ยี่สิบสอง”
“ก็น่าจะมีโอกาส อาจจะได้ขว้างกลางเกม ให้ผมสองเท่า แล้วจะได้ขว้าง” ฟิทช์ว่า
จูปิเตอร์พยักหน้า “ตกลง”
โชจับจูปีเตอร์ “เอามือไขว้หลัง คุณถูกจับข้อหาฆ่าบาร์นี่ย์ สลู้ป”
สเน็คตกใจ “พ่อครับ”
“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง ต้องขว้างให้ได้นะ ถ้าขว้างไม่ดี ลูกต้องแย่แน่”
ลิสบอนเดินมากับแพททริกว่าจะไปหาหมอ แพททริกถามว่าไม่สบายเหรอ
“เปล่า คุณต่างหาก โชบอกคุณเกือบเป็นลม”
“อ๋อผมแกล้งทำ แค่ไม่ชอบฉากน้ำเน่า สงสารเด็ก”
“สะตอรึเปล่า คุณแค่ไม่อยากไปหาหมอ”
“แล้วหมอจะพูดอะไรมั่ง “หัวคุณกระแทก ระวังด้วยครับ”
“คุณอาจต้องทำเอ็มอาร์ไอ”
“โอ้ พูดได้น่าสนใจ ก็ดีเหมือนกัน” แพททริกแกล้งหมดแรง
ลิสบอนรีบประคอง “ไม่เป็นไรนะ”
แพททริกเดินยิ้มไป “แค่ล้อเล่น”
The End10



