
สืบจิต ไขปริศนา ปี 2 ตอน 9
The Mentalist 209 :ตอน A Price Above Rubies
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.00 น. ทางช่อง NOW26
The Mentalist 209 :ตอน A Price Above Rubies
โดเวอร์ตั้นและเพื่อน ก่อตั้งปี1857 ลิสบอนกับโชเข้าไปทักแอสเธอร์ เธอแนะนำให้รู้จักกับทอมกับจอร์จ ลิสบอนมาเพื่อต้องการงบไปให้ที่แผนก แพททริกมาเล่นมายากลด้วย
ขณะที่ในงานเลี้ยงกำลังดำเนินไปนั้น ที่ร้านเพชรก็ถูกโจรกรรม คาร์ลสามีของแอสเธอร์ถูกยิง พอแอสเธอร์ได้รับข่าว ทุกคนรีบไปดูคาร์ล
ลิสบอนว่า “คนร้ายวางแผนมาอย่างดี ตัดสัญญาณกันขโมยปลดกล้อวงจรปิดคงไม่พบลายนิ้วมือ เปลี่ยนรหัสครั้งสุดท้ายเมื่อไร”
จอร์จว่า “นี่เป็นตู้นิรภัยห้าบี. เขาบอกว่าไม่มีใครเจาะได้ บริษัทประกันต้องจ่าย”
แต่ลิสบอนสวนว่า “คนปลดเซฟเก่งๆ เจาะได้หมดถ้ามีเครื่องมือดีๆ”
แพททริกไปหยิบเครื่องเพชรสวยๆ ดู จอร์จไม่พอใจให้เก็บ แพททริกถามว่าจอร์จกับทอมเป็นพี่น้องกันเหรอ
“ใช่ครับ ดีใจที่รู้ว่าคดีอยู่ในมือของผู้หยั่งรู้”
แพททริกสวน “มือหยั่งรู้ได้ด้วยเหรอ ผมว่าไม่นะ เป็นปกติมั้ยที่ลุงคุณเข้ามาในนี้หลังจากปิดบริษัท”
“จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่ลุงเรา” ทอมว่า
“โอ้โทษทีครับ งั้นก็ผู้ชายที่นอนกับป้า..ของคุณ”
จอร์จตอบ “ไม่ แต่คืนนี้มีงานการกุศลคาร์ลคง..ลืมของและกลับมา ทำให้โจรตกใจ”
“อื้อ เห็นด้วย เล่าเรื่องคาร์ลกับป้าคุณหน่อย พวกเขารักกันยังไง”
“รู้จักกัน 4 ปีก่อนที่สโมสร แข่งขันเทนนิสผู้สูงอายุวันแรงงาน เขาเคยเป็นมือโปร..ทางตะวันออก”
ลิสบอนถาม “แต่งงานแล้วมาทำธุรกิจครอบครัวใช่มั้ยค่ะ”
“ใช่แล้วครับ”
“คุณไม่ชอบเขา สร้างความตึงเครียดมั้ย”
“ไม่ชอบอะไรครับ”
“สาวแก่ได้แอ้ม..รู้ตัวอีกทีคุณก็มีหุ้นส่วนธุรกิจใหม่ บอกมาเหอะ คุณไม่ชอบเขา” แพททริกว่า
“เปล่าเลย” ทอมว่า
จอร์จเสริม “จริงๆ แล้วคาร์ลมาช่วยเรา เขามีพรสวรรค์ด้านการขายและทำให้ป้ามีความสุข”
“ใช่ นั่นสิ่งสำคัญที่สุด” ทอมเห็นด้วย
“ขอโทษทีนะครับ สิ่งที่ผมไม่ชอบมากๆ คือ น้ำเสียงเวลาที่คุณถาม”
ลิสบอนว่า “ขอโทษที่ทำให้ไม่พอใจค่ะ”
“ไม่ต้องขอโทษ นี่เป็นการสืบสวนคดีฆาตกรรม ผมจะพูดน้ำเสียงยังไงก็ได้” แพททริกไม่สนใจ
“จริงแล้วยังไม่ใช่คดีฆาตกรรม ถ้าคุณวอร์ดตาย ซึ่งคงไม่ ตอนนั้นคดีถึงจะใช่”
“อ๋อจริงด้วยสิ เขายังไม่ตาย เอ่อ ต้องขออภัยที่ผมเสียมารยาท”
ลิสบอนชวนกลับ
แวน เพลท์เช็คกล้องวงจรปิดเห็นตัวคนร้ายคือ ดอยล์ เมอร์ฟี่ นักเจาะเซฟ ลิสบอนชมที่แวน เพลท์ทำงานเร็ว เธอกับริกส์บีติดต่อตำรวจไปจับเลย แต่แพททริกว่าดูเนียนและง่ายไป แล้วปล้นขนาดนี้มาคนเดียว ลิสบอนถามว่าสงสัยคนในเหรอ ริกส์บีว่าตรวจสอบอยู่
แพททริกชวนพนันว่าคนร้ายคือ คาร์ล วอร์ด แวน เพลท์ไม่เห็นด้วยเพราะเขาถูกยิงตั้ง 3 นัด
ริกส์บีกับแวน เพลท์ตามไปเจอก็พบว่า ดอยล์ เมอร์ฟี่เป็นศพแล้ว
แพททริกให้สืบจากคนในโรงแรมว่าเห็นใครมาหาเมอร์ฟี่ ริกส์บีกับแวน เพลท์ไปตามจนพบ โดนัลด์ คัลเพ็ปเปอร์ เขาว่าเมอร์ฟี่เคยแต่งงานกับน้องสาว แวน เพลท์บอกเรื่องที่เมอร์ฟี่ตาย แล้วถามว่าพอรู้มั้ยว่าเป็นฝีมือใคร เขาว่าไม่รู้ ริกส์บีเชิญไปคุยต่อ
ด้านลิสบอนก็พบว่าคาร์ล วอร์ดเปลี่ยนชื่อจาก คาร์ล ไวช็อกกี้ เคยติดคุกข้อหาเช็คเด้ง ติดหนี้ภรรยาเก่าค่าเลี้ยงลูก 9 หมื่นเหรียญ
ลิสบอนกับแพททริกไปถามแอสเธอร์ว่าเธอรู้เรื่องมั้ย เธอว่ารู้ทุกเรื่องของคาร์ล แต่แพททริกว่าเธอโกหก เธอเลยขอตัวไปดูคาร์ล
โชสอบปากคำดอนนี่ พบว่าเมอร์ฟี่เป็นหนี้ 2 แสนกว่า เพิ่งออกจากคุกแล้วต้องรับการบำบัด โดยที่ดอนนี่เป็นคนจ่ายให้ ในฐานะที่เคยเป็นน้องเขย
แพททริกกับลิสบอนฟังโชสอบปากคำ แพททริกจะพูดแต่ลิสบอนขัดก่อนว่าเขาน่าสงสัย
“ไม่สนว่าผมจะพูดอะไรเหรอ”
ลิสบอนบอกอย่างรู้ทัน “คุณจะบอกว่าเขาไม่ใช่คนร้ายถ้าเป็นอย่างนั้นคงน่าเบื่อล่ะสิ”
“เปล่า เขาดูน่าสงสัย ถ้าดูผิวเผินนะ ผมแค่จะบอกว่าเราต้องหาจุดเชื่อมโยง ระหว่างเขากับดอยล์และคนในโดเวอร์ตั้น”
“ไหนคุณสงสัยคาร์ล วอร์ดไงล่ะ”
“ไม่ใช่ คือว่าผมรู้ว่าเขาเป็นโปรเทนนิสเลยตั้งสมมุติฐานอย่างนั้น”
“ไม่ คุณบอกว่าเขาเป็นคนร้าย”
“คุณลองนึกให้ดีๆ”
แวน เพลท์แทรก “โทษที ฉันคิดว่าเจอจุดเชื่อมโยงที่พูดถึงกันแล้ว เป็นภาพจากกล้องที่บันทึกมาจากฮาร์ดไดร์ฟในพื้นที่ คิดว่าถ้าเมอร์ฟี่ปล้นร้านจริงก็น่าจะมีภาพเขาในกล้องนี้”
ลิสบอนเห็นคนก็ให้ขยายให้ดู “ทอม โดเวอร์ตั้น”
พอเรียกทอมมาสอบถปากคำ ทอมว่าเป็นลูกค้า
แวน เพลท์ว่า “ผู้ชายคนนี้ปล้นร้านคุณและยิงลุง ไม่รู้จักแน่นะ คุยกันเหมือนกับเพื่อน”
“ไม่ครับ ผมแค่ช่วยลูกค้าเลือกดูของ..ก็แค่นั้น”
แวน เพลท์ว่าว่าไม่เคยเห็นหรือรู้จักชื่อ ทอมว่าไม่ โชเข้ามาบอกว่าป้ากับน้องมาพร้อมทนาย ลิสบอนให้โชไปถามดอนนี่ แต่ปรากฎว่าไม่อยู่แล้ว
ลิสบอนพาทอมออกมาหาแอสเธอกับจอร์จ แอสเธอว่าวันหลังจะสอบปากคำคนในบ้านควรบอกให้เธอรู้ แต่ลิสบอนว่าไม่ใช่วิธีการ เธอพาทั้งสามไปส่งที่ลิฟต์
แพททริกที่แอบพาดอนนี่มาส่งที่ลิฟต์ก่อน เพราะหวังว่าเขาจะให้เบาะแสที่แน่นอน ระหว่างคุยกัน ทำให้เจอพวกลิสบอนที่มาส่งครอบครัวของแอสเธอ
ลิสบอนถาม “เกิดอะไรขึ้นเจน”
“เอ่อผมแค่ปล่อยคุณคัลเพ็ปเปอร์ เราไม่จำเป็นให้เขาอยู่ที่นี่แล้ว..ใช่มั้ย”
“บางครั้ง ตอนที่คุณไม่คาดคิด ผมจะมาหาคุณ” ดอนนี่ว่า
พอเดินมากันสองคน ลิสบอนต่อว่าเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินเรื่องปล่อยคน
“เรากักขังเขาไม่ได้อยู่แล้วข้อหาอะไร เพื่ออะไร เขาไม่พูดหรอก บอกตามตรง”
“แต่ฉันกักขังเขาได้ข้อหามีอาวุธ”
แพททริกแทรก “ขอทีน่า”
ลิสบอนแทรก “หยุดเลยนะ นี่เป็นเรื่องของหลักการ อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันคุณ”
“รู้ทันเรื่องอะไร”
“ให้พวกโดเวอร์ตั้นเจอคัลเพ็ปเปอร์ จะดูปฏิกิริยาว่าเขารู้จักกันมั้ย”
“ดูทีวีมากไปแล้ว เราจะกักตัวคัลเพ็ปเปอร์ไม่ได้”
“จะบ้ารึไง คุณน่าจะโกหกให้เนียนกว่านี้นะ”
“หัวหน้า หมอชันสูตรศพมา มีอะไรจะให้ดู” ริกส์บีนำไป
พบเพชรน้ำงามในลำไส้ของดอยล์ เมอร์ฟี่ แพททริกว่าน้ำงาม แล้วก็ลองใช้เครื่องดับเพลิงทุบ ปรากฏว่าเพชรหาย ต้องช่วยกันหา แต่แล้วแพททริกก็หาจุดเชื่อมโยงได้ ระหว่างดอยล์ เมอร์ฟี่กับทอม โดเวอร์ตั้น คือไปบำบัด
แพททริกกับลิสบอนไปที่สถานบำบัด แล้วแพททริกก็อ้างว่าลิสบอนมีปัญหาทางจิต ให้คุยกับหมอก่อน ส่วนเขาอ้างว่าติดโทรศัพท์แล้วจะตามไป
แพททริกแอบเข้าห้องของหมอแล้วค้นหาประวัติของเมอร์ฟี่และทอมจนเจอ ก็พอดีกับที่ลิสบอนบอกความจริงกับหมอแล้วมาที่ห้องพบแพททริกค้นเจอเอกสาร
“นั่นเป็นข้อมูลส่วนตัว ความลับระหว่างหมอกับคนไข้เปิดเผยไม่ได้”
แพททริกว่า “ผมรู้ เลยต้องทำแบบนี้ นี่เป็นการสืบสวนคดีฆาตกรรมเราจะทำยังไงก็ได้ ผมเจอแล้วรายชื่อผู้ป่วย 2 อาทิตย์แรกที่เมอร์ฟี่รักษาตัวที่นี่ ทายสิใครเป็นสปอนเซอร์ให้เขาตอนที่มาครั้งแรก”
ลิสบอนตอบ “ทอม โดเวอร์ตั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ จอร์จ”
“คนพี่เหรอ”
“ใช่”
ลิสบอนกับแพททริกไปหาจอร์จ แต่ทอมบอกว่าเขาไปแล้ว แพททริกไม่เชื่อบอกว่าหลบอยู่ด้านหลังประตู จอร์จยอมออกมา
“ขอโทษด้วยทอม นายก็แค่อยากช่วย แต่เราก็รู้เรื่องแบบนี้ มันปิดไม่มิดหรอก ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นหรือฆาตกรรมเมอร์ฟี่ ผมแค่โกหกเพื่อไม่ให้ป้า ต้องอับอาย...ที่ผมติดยา ทอม โทรหาดิ๊กกกี้ เพอร์เซล ให้เขาไปหาฉันที่สำนักงานซีบีไอ”
ลิสบอนเชิญจอร์จไปสอบปากคำ แต่ระหว่างนี้มีคนนำเอกสารมาส่งให้เขาเซ็นรับ
ลิสบอนอ่านด้วย “อีก 2 ชั่วโมงเราจะติดต่อมา เอาเครื่องเพชรมาให้ตามที่บอก ห้ามแจ้งตำรวจ ไม่งั้นป้าแกตาย”
ทั้งหมดไปหาแอสเธอไม่เจอแล้ว ลิสบอนว่ามีคนคิดว่าจอร์จร่วมมือกับเมอร์ฟี่ ริกส์บีถามว่ารู้จักดอนนี่มั้ย จอร์จว่าไม่รู้
แพททริกว่า “เมอร์ฟี่ติดหนี้เขาเพียบ เขาคงคิดจะเปลี่ยนจากหนี้มาเป็นเพชร”
จอร์จค้าน “แต่เราไม่มีเพชรนี่นา”
“เรื่องนั้นเขาไม่รู้”
“พวกคุณต้องจับเขาให้ได้” จอร์จว่า
ลิสบอนว่า “พวกเราทุกคนก็พยายามอยู่แล้ว สายสืบแวน เพ้ลท์กำลังประสานกับตำรวจ ติดตามทุกเบาะแสที่มี”
ทอมว่า “แต่จดหมายห้ามบอกตำรวจ”
“มันสายไปแล้วครับ”
“โอ้แล้วคุณจะทำยังไง จะช่วยป้าเรายังไง”
“เราจะทำทุกทางเพื่อตามหาเธอ ระหว่างนี้โจรจะโทรมา คุณก็พยายามถ่วงเวลาเขาไว้”
ริกส์บีติดเครื่องดักฟัง จอร์จตื่นเต้นมากที่จะต้องรับสายโจร มีโทรศัพท์เข้ามา ริกส์บีส่งสัญญาณให้รับสาย
“เพชรพร้อมรึยัง”
ริกส์บีทำปาก “ป้าคุณ”
จอร์จถาม “จะรู้ได้ยังไงว่าคุณจับป้าผมไปจริง แค่ผมขอให้ป้า”
“ไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ขออะไร หุบปากแล้วก็ฟัง”
“เอ่อเอ่อผมขอโทษ โทษทีผมแค่อยากพิสูจน์ก่อน”
“พิสูจน์เหรอ งั้นจัดให้”
เสียงแอสเธอร์ดังมา “ฮัลโหลจอร์จ”
“ป้าแอสเธอร์ ไม่เป็นไรนะ”
(ส) “ไง..ข้อพิสูจน์ ถ้าอยากเห็นเธอมีชีวิตอยู่ ก็เอาเพชรมาให้ฉัน”
“คือว่าผม ผมทำไม่ได้คือผม”
ริกส์บีว่ารู้สถานที่แล้ว เขารีบวิ่งออกไป จอร์จที่คุยโทรศัพท์เริ่มหน้าเสีย
“คิดว่าฉันเล่มเกมกับแกเหรอ”
“เปล่านะ! เปล่าผมขอโทษ”
“ตกลงจะให้เพชรฉันมั้ย”
จอร์จลน “คือผมผม ก็ผมไม่มี ผมพยายามจะบอกคุณอยู่”
“งั้นก็ได้ จะตัดสินใจแบบนี้ก็ได้” เสียงปืนดังขึ้น
จอร์จตกใจมาก “ป้าแอสเธอร์”
“ต่อไปแก ฉันจะไล่ล่าแก”
“โอ้พระเจ้า” จอร์จทำท่าจะอ้วก
โทรศัพท์ดังอีกครั้ง ทอมตัดสินใจรับสาย
“เพชรอยู่ไหนทอม เรารู้ว่ามันอยู่กับแก”
“ตำรวจจะจับแก พวกเขากำลังไปเล่นงานแก” ทอมว่า
“ไม่ไม่ ฉันต่างหากจะเล่นงานแก ทอม ฉันรู้ไส้แกดี ไอ้ดอยล์เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว”
“ไปตายซะ ฉันจะให้แกห้าหมื่นดอลลาร์ ห้าหมื่นแล้วเลิกยุ่งกับฉันและพี่”
แพททริกพูดผ่านเครื่อง “คิดว่าเก่งนักเหรอ ให้ฉันมาซะดีๆ ไม่งั้นจะไปเอามาจากแกเอง”
“งั้นให้ 7 หมื่นห้า..ขาดตัว ฉันไม่ยอมให้เพชรแกแน่”
“ไอ้อ่อนหัดหน้าโง่เอ๊ย คิดว่าแกจะเป็นคนตั้งกฎเหรอ ครั้งนี้อย่าหวังทอม ครั้งนี้แกอย่าหวัง จะทำให้แก..ต้องชดใช้แน่”
“ก็ลองดูสิ ลองดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”
“แน่นักใช่มั้ย แกจะเก็บฉันเหมือนกับดอยล์งั้นเหรอ”
“ใช่สิวะ กดดันฉันมาก แล้วแกก็จะรู้เอง”
“โอเค ขอบคุณนะทอม เด็ดมาก”
ริกส์บีเข้ามา “เราบันทึกเทปไว้หมดแล้ว คุณถูกจับเอาโทรศัพท์มา เอามือไขว้หลัง คุณถูกจับข้อหาฆ่าดอยล์ เมอร์ฟี่ ไปได้”
แพททริกเข้ามาในห้องลิสบอนที่มีแอสเธออยู่ด้วย
“คุณโดเวอร์ตั้น ขอโทษ แต่เราจำเป็นต้องทำให้คุณเข้าใจผิดเพื่อไขคดี เกรงว่ามีข่าวไม่สู้ดีนัก ทอมหลานชายคุณพัวพันการปล้น”
แอสเธอร์ตกใจมาก “ทอม”
หลังจบคดีแล้ว ริกส์บีก็แอบมาหาเพชรเม็ดที่แพททริกทำหาย เขาเจอก็ดีใจ แต่แพททริกเห็นพอดี
“ไง เมื่อก่อนไอ้เม็ดนี่อาจเคยเป็นกบหรือใบเฟิร์น ไดโนเสาร์ แล้วตายลงก็เป็นเป็นถ่าน”
“ผมก็เก่งภูมิศาสตร์เหมือนกัน”
“จะบอกว่ามัน..แค่คาร์บอนบีบอัดตัว ถ้าคุณอยากได้ ผมทำไม่ได้รู้ไม่เห็น”
“อะไร ไม่ต้องเลย ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำ”
“ก็แล้วแต่คุณ”
“ถามจริง คุณจะปล่อยให้ผมเอาไปเหรอ”
“อยากได้มั้ยล่ะ”
“ไม่ ไม่มีทาง ก็ใช่ มันล่อตาล่อใจ”
“ถ้างั้นก็เก็บใส่กระเป๋าคุณเลย”
“เป็นกับดักใช่มั้ย”
“จะบ้าเหรอ โอ้ฉันจะสนคุณธรรมของคุณทำไม”
“ว่าแล้ว กับดัก”
ทั้งสองหัวเราะ แวน เพลท์เข้ามา แพททริกว่า
“ริกส์บี้ใส่อะไรไว้ในกระเป๋าคุณ”
“อะไรนะ โอ้โห” แวน เพลท์ตาโต
ริกส์บีว่า “เขาแกล้งคุณเล่น”
“มันก็แค่..แค่คาร์บอน ถ้าคุณอยากเก็บไว้ ผมไม่รู้ริกส์บี้จะว่าไง แต่ผมจะไม่บอกใคร”
The End 9



