
"บอยส์ ไลค์ เกิร์ลส์" เข็นอัลบั้มใหม่เอาใจแฟนเพลง
แฟนเพลงร็อคของวง บอยส์ ไลค์ เกิร์ลส์ ไม่ต้องรอนานแล้ว เพราะทั้งที่หนุ่มจะเข็มอัลบั้มใหม่ "Love Drunk" ออกมาให้แฟนๆ หายคิดถึงในสัปดาห์หน้า หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลแรกชื่อเดียวกับอัลบั้มออกมาให้ฟังเรียกน้ำย่อยเสียนาน
ก่อนจะปิดทัวร์และกลับไปโปรโมตอัลบั้มใหม่ที่บ้าน ทั้งสี่หนุ่ม มาร์ติน, พอล. ไบรอัน และ จอห์น บินตรงมายังมาเลเซียเพื่อขึ้นแสดงสดในงานคอนเสิร์ตกลางแจ้ง เอ็มทีวี เวิลด์ สเตจ 2009 ร่วมกับวงร็อคอื่นๆ อย่าง เรย์กัน, คาเซเบียน, ดิ ออล อเมริกัน รีเจ็คส์ ที่ได้รับการถ่ายทอดออกอากาศไปทั่วโลก
มากันครบทีมแบบนี้ คม ชัด ลึก จะพาไปจับเข่าคุยถึงที่มาที่ไปของอัลบั้มใหม่กันหน่อย ...
ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียใต้ รู้สึกยังไงบ้าง
มาร์ติน - สนุกครับ ผมชอบมากที่ได้มาเห็นวัฒนธรรมใหม่ๆ ผู้คนที่นี่น่ารักกับเรามาก นอกจากทำงานและให้สัมภาษณ์ เราไปตลาด ไปเดินดูเมือง ไปกินอาหาร สนุกมากๆ ครับ เราไปสักมาด้วย
พอล - ครับ เราทุกคนได้รอยสักแบบมาเลเซียมาครับ อันเล็กๆ เรียบง่าย หมายความถึงมิตรภาพและความผูกพัน สำหรับพวกเราก็เหมือนสัญลักษณ์ของการเป็นทีมเดียวกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ผมว่ามันเจ๋งมากเลย
หายไปตั้งนานกว่าจะออกอัลบั้มใหม่ ไปทำอะไรกันมาบ้าง
มาร์ติน - ทัวร์ครับ ตะลอนทัวร์กันสามปีติดเลย ส่วนใหญ่เราทัวร์กันในอเมริกาและแคนาดา ทั้งคอนเสิร์ตเล็กคอนเสิร์ตใหญ่ พวกเราให้ความสำคัญกับการทัวร์มากเพราะมันคือการสร้างฐานแฟนเพลง การได้เอาเพลงที่เล่นในสตูดิโอมาแสดงสด ได้เห็นปฎิกิริยาของแฟนเพลง ได้เจอคนใหม่ๆ เราชอบออกทัวร์มากครับ และเราโชคดีมากที่แฟนๆ ให้การสนับสนุกเราดีมากแบบนี้
แล้วเอาเวลาที่ไหนเขียนเพลง
มาร์ติน - ก็ตอนทัวร์นั่นแหละครับ ผมได้แรงบันดาลใจตลอดเวลาและเมื่อคิดออกผมก็จดมันเอาไว้แล้วเอามารวบรวมเป็นเพลง บางทีก็เขียนใส่เศษกระดาษหรือกระดาษเช็ดปาก
แล้วอัลบั้มนี้จะออกมาเป็นยังไง
มาร์ติน - มันจะต่างจากอัลบั้มแรกมากเลยครับ เพราะเราเองเรียนรู้อะไรมากขึ้น โตขึ้นทั้งด้านที่เป็นส่วนตัวและในฐานะวงดนตรี ผมรู้สึกว่าดนตรีของเรามีพลังมากขึ้น ส่วนใหญ่มาจากการได้ออกทัวร์อย่างหนักด้วย เราตระหนักถึงพลังในดนตรีของพวกเราและค้นพบความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
เนื้อหาส่วนใหญ่พูดถึงอะไร
มาร์ติน - ส่วนใหญ่ก็พูดถึงเรื่องความรู้สึกครับ ความรักและความสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ ทั้งด้านสุขและทุกข์ อย่างเพลงแรกที่ตัดออกมา "Love Drunk" ก็คือความรู้สึกที่เรารักใครมากๆ จนเมาในความรัก และก็เหมือนเมาเหล้าน่ะครับ เช้าต่อมาก็แฮงโอเวอร์ พอความรักหมดไป ความสัมพันธ์สิ้นสุดลงมันก็เหลือแต่ความรู้สึกแบบนั้น ผมว่าทุกคนที่เคยมีความรักก็เคยรู้สึกแบบนั้น
กดดันไหมในการทำอัลบั้มนี้
มาร์ติน - มากครับ ที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะผมที่เป็นเพอร์เฟคชันนิสต์ด้วยแล้ว มันเครียดมาที่จะทำเพลงให้ดีขึ้น ทั้งเพื่อพิสูจน์ตัวเองและเพื่อไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง บางช่วงผมถึงขนาดออกมาจากห้องนอนไม่ได้เลยเพราะผมคิดมาก คิดวนไปวนมากและกดดันตัวเองว่าต้องทำให้มันดีขึ้นๆ
ก่อนจะได้เซ็นสัญญาพวกคุณก็ค่นข้างจะมีชื่อเสียงแล้วจากมายสเปซ ตอนนั้นคิดอยากจะทำเพลงเองเป็นศิลปินอินดี้ไหม
มาร์ติน - คิดครับ แต่ตอนนั้นสถานการณ์มันเปลี่ยนไป
พอล - แบบว่าเราไม่เคยกะเกณฑ์ว่าจะทำอะไร จะไม่ทำอะไร ตอนนั้นเราแค่อยากทำเพลงอย่างที่เราอยากทำและให้คนที่ชอบได้ฟังเยอะๆ และค่ายเพลงก็เข้ามาติดต่อพอดีและเราก็คิดว่าไม่เลวเลยที่จะมีคนมาช่วยให้เพลงของเราไปสู่ผู้ฟังได้มากขึ้น มันเป็นจังหวะเวลาที่ลงตัวครับ
มันเป็นธุรกิจไม่น้อยเลยนะ เมื่อเซ็นสัญญาเข้ามาแล้ว
มาร์ติน - ผมว่าเราโอเคกับตรงนั้นนะ เราชอบให้สัมภาษณ์ ชอบเรื่องการตลาด ก็จริงครับที่มันมีส่วนที่เป็นธุรกิจไม่มากก็น้อยแต่ผมว่าตราบเท่าที่เรายังสามารถทำเพลงอย่างที่อยากทำและได้ยืนอยู่ในจุดนี้ ผมก็ไม่แคร์เรื่องอื่น
แล้วชื่อวงนี้มาจากไหน
มาร์ติน - (หัวเราะ) ก็ตั้งแต่แรกๆ ที่เรารวมตัวกันน่ะครับ ตอนแรกไม่ชื่อวงหรอกแต่เวลาขึ้นเวทีก็ต้องบอกคนดูนี่ครับว่าเราเป็นใคร อยู่ดีๆ ชื่อนี้ก็แวบเข้ามาให้หัวและผมว่ามันติดหูดี เลยใช้มาเรื่อยๆ อีกอย่างผมว่ามันก็ตรงประเด็นดีครับ หนุ่มชอบสาว แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นต่อจากนั้น
มันตา คลังบุญครอง



