
สืบจิต ไขปริศนา ปี 2 ตอน 6
The Mentalist 206 ตอน Black Gold and Red Blood
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.00 น. ทางช่อง NOW26
The Mentalist 206 ตอน Black Gold and Red Blood
ริกส์บี้บอกเล่าให้ลิสบอนฟัง
“ชื่อเคอร์บี้ ไฮนส์..อายุ29..คนท้องถิ่นเป็นช่างเชื่อม เรารู้แค่นี้ ตำรวจท้องที่ย่ำไปทั่ว จนเจ้าหน้าที่นิติเวชไม่ได้อะไรเลย”
ลิสบอนโมโห “พวกนั้นไม่เคยดูทีวีรึไง เด็กอนุบาลยังรู้เลย”
โคโรเนอร์ทักลิสบอนแล้วบอกว่า “เวลาเสียชีวิตน่าจะเป็นเมื่อวานตอนบ่าย มีแผลที่โดน..ของไม่มีคมฟาดที่หลังศีรษะ คงฟาดไปทีนึงแล้วตีกระหน่ำอีกสองสามที เดาว่าใช้ไม้ฟาด”
แพททริกทัก “อะไรบนหน้า ดูมันวาวๆ”
โคโรเนอร์หัวเราะน้อยๆ “ใช่ หนุ่มบ้านไร่ต้องเที่ยวผับมาแน่ ญาติผู้ตายมาแล้ว งานนี้คงทำใจยากหน่อย แล้วค่อยเจอกัน”
ลิสบอนกำลังจะสั่งงานก็ได้ยินเสียงโวยวายของเท็ดที่บอกว่าเคอร์บี้ มาตายเพราะเป็นลูกเขยดูลี่ย์
พอกลับไปที่สำนักงาน บอสโก้ก็เข้ามาจับแพททริก โทษฐานติดเครื่องดักฟัง เขายอมรับว่าทำ ลิสบอนพูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง มิเนลลี่ก็ช่วยไม่ได้เพราะแพททริกทำผิดจริง ลิสบอนคิดอีกทีก็เป็นการดัดนิสัยแพททริกไปในตัว
แพททริกถูกจับเข้าคุกก็โดนเขม่น เพราะรู้ว่าเป็นพวกตำรวจ แพททริกพักกับบู ซึ่งคุยกันอย่างดี
ลิสบอนสั่งโชไปเค้นจากเท็ด ลัสคัม แวน เพ้ลท์และเธอจะไปคุยกับครอบครัวเคอร์บี้ ริกส์บี้ไปบ้านไฮนส์
เท็ดว่าที่ดินตรงที่เคอร์บี้ตาย เคยเป็นที่ดินของปู่เขา แล้วรอยลุงของเขาขโมยไปขายให้พวกเกอร์เบอร์
ลิสบอนกับแวน เพลท์ไปคุยกับดอนน่า ภรรยาของเคอร์บี้ เธอเสียใจเพราะเธอกับสามีเพิ่งจะเข้าใจกันดี พอลิสบอนบอกว่าหมอชันสูตรตรวจพบรอยฟกช้ำเป็น 3 อาทิตย์ก่อนเสียชีวิต ดอนน่าว่าเธอไม่รู้เรื่อง
แพททริกเกือบโดนขาใหญ่ในคุกเล่นงาน แต่พอได้ยินเขาทายจิตก็ชะงักและฟังมากขึ้น ทำให้คุยกันสบายๆ
โชมาพบแพททริก นำเอกสารผู้ตายมาให้ดู พร้อมบอกเล่ารายละเอียด
ลิสบอนมาคุยกับดูลี่ย์ ซึ่งดูลี่ย์ว่าไม่รู้เรื่องถูกซ้อม ลิสบอกว่า
“ตอนที่ฉันถามดอนน่า เธอทำเหมือนเป็นเรื่องในครอบครัว อาจเป็นคุณหรือลูกชายคุณ ร็อดดี้เข้าไปยุ่งปัญหาชีวิตคู่ของดอนน่ารึเปล่า”
ดูลี่ย์หัวเราะน้อยๆ “ไม่เลย ไม่ใช่ครับไปกันใหญ่แล้ว อ้าวว่าไงคนสวย”
แซนดรีนเข้ามา “หวัดดีค่ะ”
ดูลี่ย์ทักและโอบกอด “เป็นอะไร ป่วยรึเปล่าเนี่ย”
“เหมือนคนป่วยเหรอ”
“ไม่เคยเห็นเดินเหงื่อแตก ไม่แต่งหน้า ผมเผ้าไม่ได้ทำ”
“เฮ่อ โทษทีนะ ลูกเขยฉันเพิ่งตาย ฉันเครียดจะตาย”
ดูลี่ย์ปลอบ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
แซนดรีนมองลิสบอน “เพื่อนคุณเหรอ”
“นี่เจ้าหน้าที่ลิสบอนจากซีบีไอ มาเรื่องเคอร์บี้ ภรรยาผม..แซนดรีน”
แซนดรีนว่า “ฉันจะไปเดินห้าง”
“คุณคิดยังไงคะแซนดรีน ใครฆ่าเคอร์บี้”
“ฉันไม่รู้ค่ะ ต้องตอบด้วยเหรอคะ นึกว่าเป็นหน้าที่ของคุณซะอีก”
“แค่ลองถามดู”
“บอกตรงๆ ผมเสียใจที่เคอร์บี้ตาย แต่ผมดีใจที่ลูกสาวไม่ต้องอยู่กับไอ้ขี้แพ้”
“ขี้แพ้ยังไงเหรอคะ” ลิสบอนถาม
“เขามันตัวขัดลาภ บ้านพวกเรากำลังไปได้ดีแต่เขาไม่ชอบ เขาชอบอยู่แบบจนๆ ไม่มีวิสัยทัศน์ ดอนน่าสมควรได้คนที่ดีกว่านั้นจริงมั้ยแซนด์”
“ใช่ค่ะ ลูกเป็นของล้ำค่า” ดูลี่ย์หัวเราะ
โชกับริกส์บีไปขอคุยกับบอสโก้ว่าให้ทำอะไรก็ได้ เพื่อช่วยแพททริกออกมา เขากลับบอกว่าให้กำจัดคนไม่ดีไป จะได้อยู่อย่างสงบ แล้วต่อว่าทั้งสองอยากแหกกฎตามแพททริกเหรอ
โชปรึกษากับแพททริกเรื่องคดีที่ถึงทางตัน แพททริกขอคุยกับร็อดดี้ แต่โชว่าพามาไม่ได้ แพททริกว่าจะหาทางเอง
แพททริกรู้ว่าริกส์บีจะไปคุยกับร็อดดี้ เขาจึงโทรไปหาแสดงตัวว่าเป็นสายสืบซีบีไอริกส์บีพูดจาว่าร็อดดี้กับเคอร์บี้มีสัมพันธ์สวาทกัน ร็อดดี้เดือดมาก พอริกส์บีไปหาเขาก็ต่อยริกส์บีทันที
แพททริกเห็รนร็อดดี้เข้ามาในคุกก็กล่าวต้อนรับทันที และพูดเรื่องแร้งเทอร์ไปทำรังในที่ดินเขา ทำให้ขุดน้ำมันไม่ได้ ร็อดดี้คุยด้วยอย่างหัวเสีย แล้วแพททริกก็ถามว่าเขาฆ่าเคอร์บี้หรือเปล่า เขายืนยันว่าไม่ได้ฆ่า เขาแค่ซ้อมเคอร์บี้
พวกโช ริกส์บี แวน เพลท์พูดกับลิสบอนให้ไปช่วยพูดกับบอสโก้ให้ปล่อยตัวแพททริก เพราะดูออกว่าบอสโก้ชอบลิสบอน เธอว่าไม่ใช่ แล้วที่เธอไม่ช่วยเพราะกฎก็คือกฎ พอดีแพททริกโทรเข้ามาหาบอกให้เธอไปเยี่ยมเขาหน่อย และสั่งซื้อมัฟฟิ่นบลูแบรี่มาด้วย
ลิสบอนไปถึงพร้อมขนม แต่แพททริกดูขนมแล้วว่าไม่ใช่ ลิสบอนว่าบลูแบรี่ไม่มี แล้วถามว่ามีเรื่องอะไร แพททริกว่าร็อดดี้บริสุทธิ์ ลิสบอนว่าแค่นี้โทรบอกก็ได้
“ก็อยากให้คุณมาเยี่ยม ผมจะได้เข้ามานั่งในนี้ไงล่ะ”
“เขาน่าจะให้ฉันพกปืนมาได้นะ”
“งานของคุณมันหนัก ทำใจซะ นั่นคือสาเหตุที่เรามานี่”
ลิสบอนเห็นดูลี่ย์เข้ามาหาร็อดดี้ แพททริกขอไปคุยด้วย เขาถามดูลี่ย์ว่าฆ่าเคอร์บี้มั้ย ดูลี่ย์ไม่พอใจหันมาถามว่าเขาเป็นใคร แพททริกจึงกลับมานั่งกับลิสบอนเหมือนเดิม
ลิสบอนถาม “เป็นไง รู้อะไรบ้าง”
“มันเป็นความถามที่จะควบคุม คำถามต่อไปที่จะถามสำคัญมาก”
“ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ปืน แค่เอาเก้าอี้ฟาดหัวคุณก็ได้”
“น่าจะรู้ว่าเขาเอาเก้าอี้ติดไว้กับพื้น”
“รู้ตัวมั่งมั้ยว่าตอนนี้เกิดเรื่องอะไรกับคุณบ้าง อาจติดคุกได้นะ”
“ก็เข้าใจนะที่ให้ผมอยู่ในนี้ กะจะดัดสันดานผมใช่มั้ย แต่ไม่ได้ผลหรอก”
“ฉันไม่ได้จับคุณใส่คุก กฎหมายจัดการต่างหาก”
“กฎหมายที่แซม บอสโก้เอามาใช้ และคุณสามารถให้เขาทำอะไรก็ได้..ตลอดเวลา”
“ใช่ เพราะเขาพิศวาสฉันมาก จะให้เขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
“ก็ใช่”
“ไม่ใช่! ฉันก็แค่พูดตามที่พวกริกส์บี้พูดกันก็เท่านั้น ไร้สาระสิ้นดีแซม บอสโก้เป็นสามีที่ดีมีความสุข เขาไม่เคยมองฉันแบบนั้นเลย และฉันก็ไม่ได้มีอิทธิพลกับเขาด้วย”
“พวกนั้นยังสังเกตเห็นเลย เขาเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่งมากๆ ดูแทบไม่ออกว่าเขายอมตายถวายชีวิตเพื่อคุณ”
“เชื่อเถอะ คิดไปเองทั้งนั้น”
“คุณเสนอเรื่องที่น่าขบคิดมากๆ จริงกับโกหกผสมปนเปกัน”
“ฟังให้ดี เราหวังจะช่วยออกจากตรงนี้ แต่ก็จริงที่ฉันอยากให้คุณได้รับบทเรียนบ้างชีวิตต้องมีขอบเขต และนี่มันคุกของจริง”
แพททริกพูดเบา “แค่ในความคิดคุณ..แค่ในความคิดผม”
คืนนั้นแพททริกจับหนูจากถุงขนมที่ลิสบอนเอามาให้ แล้วตอนเช้าก็ทำเป็นนอนไม่ได้สติ จนถูกพาตัวไปหาหมอ และระหว่างรอก็หลอกคนคุม แล้วส่งหนูให้ ก่อนจะขังคนคุมแล้วใส่เสื้อเขาออกจากคุกไป
มิเนลลี่รีบมาหาลิสบอนว่าโดนนายอำเภอ อัยการของเมืองโทรมาด่า ลิสบอนว่าเธอไม่มีข้อแก้ตัวให้ทั้งนั้น บอสโก้ก็หัวเสียเข้ามาจะให้ลิสบอนติดต่อแพททริก พอดีแพททริกโทรเข้ามาหาบอสโก้แล้วบอกว่าเขาอยู่ที่บ้านดูลี่ย์ แล้วจะส่งตัวฆาตกรให้ภายใน 10 นาที และวางสายลงทันที
แพททริกเข้าไปในบ้านดูลี่ย์ ขอชาจากดอนน่าทาน ซึ่งมีญาติคนอื่นๆ อยู่หลายคน แพททริกบอกกับดอนน่าว่า
“อื้อ ร็อดดี้เล่าเรื่องนกแร้งและที่เขาซ้อมเคอร์บี้ให้ฟัง คุณทนได้ยังไงดอนน่าสามีคุณโดนพี่ชายซ้อม..รู้สึกยังไงครับ”
ดอนน่าว่า “โกรธมาก”
แพททริกถาม “โกรธใคร”
“ตัวเอง ก็..ญาติพี่น้องฉัน เคอร์บี้เป็นคนดี ฉันทำให้เขาผิดหวัง”
ดูลี่ย์ปลอบลูกสาว “โถลูกรัก”
“ไม่ค่ะ ไม่ค่ะพ่อ นี่มันเรื่องจริง เงินทำให้หนูตาบอด เราทุกคนเลย”
แซนดรีนที่อยู่ด้วยเอ่ยว่า “ขอตัวแป๊บ มีธุระต้องไปทำ”
แพททริกว่า “อย่าเพิ่งไปครับคุณแซนดรีน จะบอกว่าตลกดีเวลาที่ครอบครัวทะเลาะกัน มันชัดเจนมากคิดว่าเคลียร์ได้มั้ยครับ”
“หวังว่าได้”
“บางทีเคอร์บี้อาจเจอคำอธิบาย อาจจะรู้ความจริง แล้วมันสำคัญกับเขามากแค่ไหน ตอนพบศพ ที่หน้าเขามีคราบมันวาวตอนผมเห็นคุณที่คุก ดูลี่ย์..ที่หน้าคุณก็มีเหมือนกัน แปลว่าคุณกับเคอร์บี้ สัมผัสแนบแน่นกับผู้หญิงคนเดียวกัน ผู้หญิงทีชอบแต่งหน้าวาวๆ ก็คือคุณ แซนดรีน”
“คุณมันเพ้อเจ้อ” แซนดรีนว่า
แพททริกสวน “ประจำ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทั้งดูลี่ย์และดอนน่า..ไม่รู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างคุณกับเขา ซึ่งบ่งบอกว่าเคอร์บี้ เป็นคนที่คิดถึงคนอื่น เขาถึงอยากเตือนคุณก่อนจะสารภาพเรื่องคุณสองคน”
“โอ้” แซนดรีนหัวเราะ “ที่รักฉันสาบานได้เราไม่ได้มีอะไรกัน”
“มีแน่นอน คุณเบื่อและหงุดหงิดแล้วเขาก็ว่าง”
“ไม่ค่ะ ไม่จริง ไม่จริงค่ะ”
แพททริกแทรก “ไม่นานเคอร์บี้ก็รู้ว่าคุณเป็นคนยังไง เขาบอกเลิกใช่มั้ย เขาอยากไปจากที่นี่ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับภรรยาผู้หญิงที่เขารักมากๆ แต่เขารู้สึกว่าต้องบอกความจริง และบอกกับทุกๆ คนก่อน โง่จริงๆ”
“มันไม่จริงเลยนะคะ ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด”
แพททริกแทรก “เขาจะทำลายชีวิตคุณเพราะอะไรนกเหรอ เรื่องถูกซ้อมที่เขาสมควรโดนแล้ว ทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น คุณอ้อนวอนนเขาไม่ให้บอก คุณอ้อนวอน แต่เขาไม่ยอมฟัง”
“แต่งเรื่องโกหกชัด มันไม่เป็นความจริง”
“คุณเลยต้องฆ่าเขาปิดปากไปซะ”
“ไม่จริง! ไม่จริง เขาโกหก เขาแต่งเรื่องเอง”
“ผมเสียใจด้วยนะแซนดรีนแต่เรามีหลักฐานแน่ชัด..จากจากเจ้าหน้าที่นิติเวช คราบมันวาวบนหน้าเคอร์บี้มีดีเอ็นเอของคุณ ดีเอ็นเอไม่เคยโกหก”
“ฉันไม่รู้ ว่ามันมาจากไหน ไม่ใช่จากฉัน”
“ตำรวจกำลังมา เป็นผมจะพูดความจริงกับครอบครัวเพราะคงไม่เจอกันอีกตั้งนาน”
เสียงหวอดังมา ดูลี่ย์เข้าหาแซนดรีน “แซนดรีน แซนดรีน แซนดรีน บอกฉันว่ามันไม่จริง บอกมาซิ บอกมาเดี๋ยวนี้”
“โอเค เขา..บังคับให้ฉันทำ”
“เขาบังคับคุณงั้นเหรอ”
“เขาทำให้ฉันไม่มีทางเลือก”
แพททริกแทรก “เธอได้รับกรรมแล้ว”
“ยังไม่พอหรอกมั้ง” ดอนน่าตบแซนดรีนและร้องไห้
เสียงนายอำเภอเรียกแพ็ททริกให้ออกไป แพททริกจึงหันไปบอกแซนดรีนว่าเขาพูดโกหกเรื่องดีเอ็นเอ แซนดรีนเดือดแต่ทำอะไรแพททริกไม่ได้ โดนจับไปทั้งคู่
พอปิดคดีได้ ลิสบอนไปคุยกับบอสโก้ให้ถอนฟ้องคดีแพททริก ว่าลงโทษพอแล้ว บอสโก้ย้อนว่าถ้าเขาไม่ทำตามละ ลิสบอนว่าจะบอกความจริงเรื่องเมื่อ 8 ปีก่อน
โชเห็นแพททริกกลับมาก็ถามทันทีเพราะข้องใจ 2 เรื่อง ว่าแหกคุกได้ยังไง และเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ไหน
“อ้าผมดีใจที่คุณถามเรื่องนี้ ก็คือมัน หวัดดีลิสบอน” แพททริกทักลิสบอนที่อยู่ในห้อง
“หวัดดี เขาปล่อยคุณแล้วสิ”
“มันง่ายมากๆ เลย ใช่ครับ เอ่อปล่อยแล้ว ขอบคุณมาก”
“ไม่เกี่ยวกับฉันซักหน่อย”
“ไม่ต้องออกตัว”
“ใช่..บอสโก้พิศวาสฉันเขายอมทำทุกอย่างที่ฉันขอ”
“ใช่ครับ ใช่ แต่ดูเป็นไปได้ยากซักหน่อย ถ้าเขารักคุณจริง ทำไมจะไม่รัก แต่เขาไม่ใช่คนที่ยอมทำผิดหลักการเพราะความรัก มันต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นกว่านี้เยอะ คุณต้องกำความลับเขาไว้”
“คิดอย่างงั้นเหรอ”
“ใช่ครับ เรื่องที่เขาได้ทำความผิด เรื่องที่เขาทำผิดแต่คุณดันไปรู้เข้า เขาไม่ใช่พวกขี้ขโมยหรือเล่นยา ผมเดาว่าเขา ต้องทำร้ายใครคนนึง ถึงขั้นฆ่าคน เขาฆ่าคนที่เขาจับมาดำเนินคดีไม่ได้”
“ไม่ใช่”
“ใช่สิ แล้วคุณช่วยเขาไว้ ไม่สิ..คุณมารู้ทีหลังแต่คุณ..ปล่อยเขาไป..เพราะคนเลวนั่นมันสมควรตายแล้ว”
“ไม่ใช่”
“ผมตื้นตัน ที่คุณสละหน้าที่การงานเพื่อผม มีความหมายกับผมมาก”
“ถ้าคุณพูดถูก ไม่ได้หมายความว่าคุณพูดถูกนะ ก็เท่ากับฉันทำลายความไว้ใจของคนที่ฉันเคารพและชื่นชมเพื่อคุณถ้ามันจริง ฉันหวังว่าต่อไปนี้คุณจะทำอะไรเป็นผู้ใหญ่และหัดรับผิดชอบกว่านี้ด้วย”
“เรื่องนั้นผมตื้นตันใจ แต่อย่าไปคิดบ้าบอถึงขนาดนั้น”
ลิสบอนว่า “น่าจะปล่อยให้เน่าตายในคุก”
The End 6



