
สืบจิต ไขปริศนา ปี 2 ตอน 4
ตอน Red Menace
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.00 น. ทางช่อง NOW26
The Mentalist 204 : 3X5354
ตอน Red Menace
เดียร์ฟิลด์ แคลิฟอร์เนีย คนมาวิ่งตอนเช้า และพบศพมีรอยบาดแผลถูกแทงและตีด้วยของแข็ง ไม่มีทรัพย์สินติดตัวเลย กระเป๋าตังค์ นาฬิกา แหวนแต่งงาน แต่แพททริกเจอกระดุมล้อมอเตอร์ไซค์
ลิสบอนว่า “ฉันไม่เชื่อว่าเป็นปล้นรถ คนร้ายอำพรางคดีมากกว่าแต่ถ้าเป็นการปล้นรถกับมีค่า ต้องรีบทำแล้วหนีคงไม่เสียเวลามาถอดกระดุมข้อมือหรอก”
“ใช่ ปล้นต้องมีแผลยิงหรือแทงมากกว่าจะโดนตีหัว”
“ฟาดแบบนี้เสียเวลา ฆ่าเพราะเรื่องส่วนตัว”
“ไม่แปลกใจเหรอ จากทรงผม สูท น้ำหอมที่ใช้เหยื่อนี่ต้องมีศัตรู” แพททริกว่า
ริกส์บีงง “น้ำหอมบอกว่ามีศัตรูได้ด้วยเหรอ”
“ได้สิ กลิ่นไม้โอ๊คบอกการเผชิญหน้า แต่งเนี้ยบออกมาจากบ้าน บอกว่าตั้งใจ ให้เกียรติกัน เหยื่อที่สนใจรูปลักษณ์มักเป็นมืออาชีพ อาจเป็นนักการเมืองหรือทนาย..ถนัดพบปะผู้คนบีบให้คนทำสิ่งที่ไม่อยากทำ”
ลิสบอนว่า “ถ้าเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมันก็เปล่าประโยชน์”
แพททริกลองเอาสมอล์ทอล์คมาแล้วโทรไป ที่บ้านเขารับ เป็นนีน่ารับสาย
“ครับผมแพ็ททริก เจนจากแผนกสืบสวนแคลิฟอร์เนียไม่ทราบว่าคุณรู้จักชายสูง 6 ฟุต อายุราว 40 ผมสีดอกเลา ใส่สูทสั่งตัดสีเทา น้ำหนักประมาณ192ปอนด์มั้ยครับ”
“สามีฉันเองค่ะ กอร์ดอน ฮ็อดจ์”
แพททริกบอกทุกคน “กอร์ดอน ฮ็อดจ์”
นีน่าถามต่อ “คุณมาจากซีบีไอมีอะไรรึเปล่าคะ”
แพททริกส่งให้ลิสบอนคุยต่อ
เวลาต่อมา ลิสบอนกับทีมก็มาถึงที่บ้านของนีน่า เธออยู่กับลูกชาย ลูคัส นีน่าว่านึกแล้วว่าสักวันต้องเกิดเรื่อง ลิสบอนถามว่าสามีเธอมีปัญหาเหรอ
“กอร์ดอนเป็นเอ่อ ทนายอาชญากรรมที่ทำคดีพิเศษ มีลูกความประเภทเดียว..นักบุญคนบาป”
“สิงห์มอเตอร์ไซค์เนี่ยนะ”
ริกส์บีว่า “ใช่ แก๊งค์มอเตอร์ไซค์ใหญ่ของรัฐ พวกนี้ทำธุรกิจผิดฎหมายเช่นค้ายา ค้าผู้หญิงเก็บค่าคุ้มครองอะไรพวกนั้น”
“ฉันขอให้เขาเลิกมาหลายปี แต่กอร์ดอนบอกว่า ทนายที่ดีจะทิ้งลูกความไม่ได้มันผิดจรรยาบรรณ เขาเรียกพวกนั้นว่าลูกความตลอดไม่เรียกพวกแก๊งค์”
“เจอเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไร”
“เมื่อเช้าวานก่อนไปทำงาน กอร์ดอนไปหาพวกนั้นไม่ค่อยเป็นเวลา คือ..เราเลยไม่กังวลอะไร พอเมื่อคืนเขาไม่กลับบ้าน”
“ระยะหลังเขามีท่าทีแปลกๆ มั้ย”
“ประมาณอาทิตย์ก่อน ดูเขาหงุดหงิดคิดว่าคงมีปัญหาเรื่องงานแต่ฉันไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร”
“ได้ถามเขามั้ย”
“ไม่ ไม่เคย เรื่องงานฉันยุ่งไม่ได้”
ลูคัสเอ่ยขึ้น “พ่อบ่นว่าเบื่อ”
“เหตุผลจริงๆ คืออะไร คุณคิดว่าเขาอายหรือเขารู้สึกว่าคุณอาย”
“พ่อแค่ปกป้องเรา”
“เพื่อนร่วมงานเขาพอรู้เรื่องเขาบ้างมั้ย”
“เขาทำงานคนเดียว ไม่มีเลขาด้วยซ้ำค่ะ ถ้าเรื่องงานกอร์ดอนไม่ไว้ใจใคร”
“พอรู้มั้ยว่าใครอยากฆ่าเขา”
“เรื่องนี้คงต้องถามลูกความเขาแล้วล่ะ พวกนั้นรู้ความลับทั้งหมด อาจไปรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้”
ริกส์บีถาม “คุณเคยเจอพวกกุ๊ยมั้ยครับ”
ลูคัสว่า “ไม่เคย”
“คุณสองคนคงลำบากใจสินะ ได้อยู่บ้านสวยๆ ..ขับรถหรูๆ ..เรียนโรงเรียนแพงๆ มาจากเงินของพวกอาชญากรร้ายกาจหรืออาจเรียกว่า..พวกกุ๊ยอย่างเพื่อนผมคนนั้นเรียก”
“ฉันเองก็อยากให้เขาเปลี่ยนไปว่าความให้พวกกลุ่มมนุษยชน แต่เขาเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์แก้ต่างตนเองตามรัฐธรรมนูญ เขามีหลักการของเขา”
“ขอบคุณที่สละเวลาค่ะ”
ออกมาลิสบอนเตือนริกส์บีให้พูดแค่ข้อเท็จจริงไม่ต้องวิจารย์ โชว่ากู้รถของฮอดจ์ได้จากทะเลสาบ หาลายนิ้วมือคงยาก 2 อาทิตย์ก่อนเคยตรวจพบในรถมีโคเคนกับยาบ้า
ลิสบอนให้โชกับริกส์บีไปคุยกับเพื่อนอัยการ ส่วนเธอกับแพททริกจะไปคุยกับเพื่อนแก๊งค์
ลิสบอนพาแพททริกไปที่แก๊งค์มอเตอร์ไซค์ แซนเดอร์ไม่ยอมให้พบวอน แม็คบรายด์ แต่แพททริกก็รู้ว่าคนไหน พวกแม็คบรายด์จะไม่ยอมคุยด้วย แต่แพททริกเอ่ยถามว่ารู้มั้ยว่าใครเป็นหนอน ทำให้เขาสนใจขึ้นมาทันที
แพททริกว่าฮอดจ์เผยเรื่องของเขา ไดมอนด์โมโห แต่แม็คบรายด์ว่าไม่ใช่ ลิสบอนถามว่าเมื่อคืนอยู่ไหนกัน เขาว่าอยู่ด้วยกันที่นี่ แล้วเพิ่งรับฮอดจ์เข้ามาเป็นสมาชิก แม้ว่าจะบิดไม่เก่ง
ลิสบอนถามว่าใครฆ่า แม็คบรายด์ว่าน่าจะเป็นแก๊งค์อื่นที่อยากโค่งพวกเรา แก๊งค์ป่วนเมือง โบโลส์พลาต้า ระหว่างนี้เฟลิเซียก็เข้ามาโวยวายใส่พวกแม็คบรายด์ว่าเป็นพวกฆาตกร แพททริกถามแม็คบรายด์ว่าเธอเสียสติ แล้วเธอก็ขับรถออกไป
ลิสบอนให้ไปที่ออฟฟิสของฮอดจ์ ดูว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมพวกแก๊งค์มั้ย ให้ตำรวจเดียร์ฟิลด์ไปติดตามรถคันนั้น
แวน เพลท์ว่ารายการโทรศัพท์ของฮอดจ์ในคืนที่เกิดเหตุ ทุกสายเป็นโทรศัพท์เรื่องงานปกติ มีสายสุดท้ายที่สะดุด ทุ่มยี่สิบสาม คอนสแตนซ์ ฮอยต์โทรมา ไม่ทราบที่อยู่
ทั้งสองไปตามและจับคอนสแตนซ์ได้ ซึ่งก็คือไดมอนด์ เธอหนีเพราะไม่อยากคุยกับตำรวจ แล้วก็ไม่อยากให้รู้ว่าเธอเคยนอนกับฮอดจ์ กลัวว่าแม็คบรายด์รู้และจะเล่นงานเธอ
ลิสบอนไปถามนีน่าว่ารู้มั้ยว่าฮอดจ์นอกใจ เธอว่ารู้ เคยสะกดรอยตามไปเจอ เธอตบหน้าเขาและบอกให้เลิก ลิสบอนว่าทำไมไม่บอก เธอว่าฮอดจ์ตายแล้ว และไม่อยากมีเรื่องให้เสียชื่อเสียงอีก
ไปเปิดกล้องวงจรปิดที่สำนักงานของฮอดจ์ ก็พบหญิงสาวที่ไปอาละวาดที่แก๊งค์ ก็มาอาละวาดที่ทำงานฮอดจ์เช่นกัน จึงกลับไปหาแม็คบรายด์อีกครั้ง แม็คบรายด์ยอมเล่าเพราะรำคาญ
“เธอนามสกุลกัธทรี่ เธอเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นคนฆ่าน้องชาย..แต่มันไม่จริง ผมขึ้นศาลเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน กอร์ดอนทำได้เยี่ยม ผมหลุดคดี”
“คุณไม่บอกชื่อเพราะไม่อยากให้เราขุดคุ้ย”
“ผมรู้ว่าเธอจะแวะมาเป็นช่วงๆ และพูดอะไรที่ไม่เข้าหู”
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ”
แม็คบรายด์ถาม “คิดว่าเธอฆ่ากอร์ดอนเหรอ”
“มีคำถามสุดท้ายครับ ถ้าฮอดจ์ไม่ใช่หนอนในแก๊งค์..คุณคิดว่าใคร ผมพยายามถามอัยการเขตแล้วแต่เขาเก็บความลับเก่งชะมัด คิดว่าใคร” แพททริกย้อนถาม
“เป็นชมรมมอเตอร์ไซค์..ไม่ใช่แก๊งค์ ผมรับรองได้ว่าไม่มีหนอน”
“โอ้ คุณรู้ดีที่สุด”
แซนเดอร์บ่น “ทำไมเขาไม่เลิกพูดเรื่องหนอนซะที” แม็คบรายด์ส่ายหน้า
เฟลิเซียถูกพาตัวมาสอบปากคำ เธอย้อนโชว่า
“วอน แม็คบรายด์ควรมานั่งนี่ ไม่ใช่ฉัน”
“ริค น้องชายของคุณเป็นช่างฟิต แม็คบรายด์ต่อว่าเขาที่ซ่อมรถไม่ดี น้องคุณไม่ยอมซ่อมให้ใหม่ แม็คบรายด์ถูกกล่าวหาว่าโมโหเลยฆ่าน้องคุณ”
“ไม่ใช่ถูกกล่าวหา มันฆ่าเขา มันใช้ชะแลงฟาดเขาจนตาย มันฆ่าเขา”
“แต่ลูกขุนไม่เห็นด้วย แม็คบรายด์แค่ป้องกันตัวเอง”
“ไอ้ทนายชื่อฮอดจ์ทำให้ดูเหมือนน้องฉันผิด มันใส่ร้ายคนตาย แถมยังหาว่าน้องฉันเป็นขี้ยา เป็นคนก้าวร้าว และยังมีอารมณ์แปรปรวน”
“คุณเลยไปวีนใส่พวกแก๊งค์ ทำลายของที่ทำงานฮอดจ์”
“ถ้าอยากจับฉัน..ก็เชิญเลย ฉันไม่เถียงคุณ และเหนื่อยมาก”
“เคยไปบ้านฮอดจ์มั้ย”
เฟลิเซียพยักหน้า “ครั้งนึง แต่ลูกเขาออกมารับหน้า ไม่ได้ทะเลาะกับเขา เลยออกมาโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย”
“คุณคิดจะทำอะไร”
“ไม่รู้สิ ฉันแค่... ไม่รู้สิ แค่อยากให้ฮอดจ์เข้าใจว่าเขาทำอะไรกับฉันและครอบครัว”
“บุกไปตอนไหน”
“2วันก่อน”
“วันที่เขาตาย คืนนั้นคุณอยู่ไหน”
“อยู่บ้าน”
“มีใครยืนยันได้มั้ย”
“ฉันอยู่คนเดียว คือฉันไม่ได้...”
โชแทรก “6เดือนก่อน คุณถูกจับเพราะอาละวาดบนถนน ลงรถตอนติดไฟแดง เข้าไปทำร้ายผู้ชายในรถตู้”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้”
“คุณเป็นคนเจ้าอารมณ์ มักแสดงออกโดยใช้กำลัง”
“เฮ่อ ฉันไม่ได้โกรธ แต่ว่าเสียใจ น้องชายฉันเป็นคนดี เขาทำผิดอยู่อย่างเดียวคือไปฮือกับไอ้แม็คบรายด์”
“ฮอดจ์ทำให้น้องคุณมีมลทินแล้วช่วยให้วอนหลุดคดี ไปทำลายของที่ทำงานมันยังไม่สะใจ พอคุณโกรธเขาจนถึงขีดสุดๆ แต่คุณทำวอนไม่ได้ เขามีลูกน้องอยู่ด้วยตลอด เลยหันไปเล่นงานเขาแทน”
“ฉันไม่ได้ฆ่ากอร์ดอน ฮอดจ์ แต่ฉันสะใจสุดๆ ที่มันตาย”
ลิสบอนให้ปล่อยตัวไปแล้วคอยสะกดรอยตาม
แพททริกไปหาลูคัส บอกว่าอยากรู้เรื่องที่เฟลิเซียบุกรุกบ้าน ลูคัสเล่าว่า
“เอ่อ ผมกำลังจะไปโรงเรียน เห็นเธอโดดข้ามรั้ววิ่งเข้ามาหน้าบ้าน ผมออกมาห้ามไว้ เธอตะโกนด่าพ่อผมที่ใส่ความน้องชายเธอ ช่วยให้วอน แม็คบรายด์หลุดคดี แล้วก็วิ่งหนีไป”
“พ่อแม่เห็นมั้ย”
“ไม่ พ่อไปทำงาน แม่อาบน้ำ”
“เหรอ มีเหตุผลอะไรที่ไม่บอกเรา”
“ไม่รู้สิ คงสงสารเธอมั้ง ไม่อยากให้เดือดร้อน”
“แค่ถามให้แน่ใจ ขอบใจนะ” ลูคัสถอนใจ
ลูคัสจะขับรถต่อแต่ขับไม่ได้ แพททริกอาสาสอนให้ เขานั่งรถไปกับลูคัส
“ทีนี้เพิ่มความเร็วนิดนึง เยี่ยมมาก ทิ้งระยะห่างกำลังดีเลย แค่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง มันมักถูกเสมอ”
“คุณสอนเก่งมาก”
“แน่อยู่แล้ว เพราะฉันไม่รู้สึกอะไรเวลาที่เธอทำผิด ไม่เหมือนพ่อเธอ เดาว่าเขาคงโมโหเวลาที่เธอทำผิด”
“พ่อผมจุดเดือดต่ำ”
“เขาคงยุ่งเพราะคุยโทรศัพท์ทั้งวัน”
“ผมชินกับงานพ่อแล้วครับ เดี๋ยวคุณก็ชิน”
“แล้วชินกับเรื่องเสพยาแถมนอกใจแม่อีก”
“พ่อรับปากจะเลิก”
“งั้นเหรอ คงลำบากใจสินะ ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกของทนายพวกแก๊งค์”
“ไม่แย่ขนาดนั้นครับ สาวๆ ชอบเข้ามาหาผม ถามเรื่องพ่อกับแก๊งค์ คงคิดว่าเจ๋ง ไม่เปิ่น จริงๆ แล้วผมจอมเปิ่น”
“ก็อย่างงี้แหละ ฉันก็เป็น ถ้าเขาเป็นพ่อฉัน ฉันคง..ฉันคงโกรธมาก”
“พ่อไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร มันก็แค่งาน”
“นั่นสิ ถ้าเขาเป็นพ่อ ฉันก็คงรักอยู่ดี แต่ถ้าฉันแต่งงานกับเขาคงใจกว้างแบบนี้ไม่ได้”
“คิดว่าแม่ผมทำเหรอ ไม่ใช่หรอก”
“ทำไม”
“คุณเข้าใจผิดแล้ว แม่รักพ่อมาก”
“งั้นก็เหลือกัธทรี่คนที่เกลียดพ่อเธอ แล้วเขาพูดอะไรกับเธอตอนที่เจอเขา”
“บอกไม่ถูก ก็แค่ด่าไปเรื่อยเปื่อย ฟังไม่ค่อยเข้าใจ”
“ขับเก่งกว่าที่คิดไว้เยอะ แบบนี้คงได้ออกเที่ยวคืนวันเสาร์แล้วล่ะ จำไว้ให้ดี เชื่อสัญชาตญาณ มักถูกเสมอ”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่สอนขับรถ”
คืนนั้นโชกับริกส์บีไปเฝ้าอยู่หน้าบ้านเฟลิเซีย โชถามริกส์บีว่าทำไมไม่ชอบพวกแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ เขาว่าพ่อเคยเป็นนักบิด แล้วคืนนั้นก็มีพวกนักบิดมาเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งสองเอาปืนออกมาขู่ให้กลับไป
พอรุ่งเช้าเฟลิเซียก็โวยวายที่โชกับริกส์บีมาเฝ้าอยู่หน้าบ้านเธอ แพททริกว่าเพราะคิดว่าเธอคือคนฆ่าฮอดจ์ ถึงต้องมาเฝ้า เฟลิเซียโมโหเขามากไล่ออกจากบ้านไป
แพททริกเดินมาสมทบกับโชและริกส์บี คุยเรื่องค้นตู้หารองเท้าเปื้อนเลือด เขาว่าค้นทุกทีแล้วเหลือแค่ถังขยะ ริกส์บีลองไปดูก็พบกระดุมล้อรถ ทำให้เฟลิเซียถูกจับไปสอบปากคำอีกครั้ง
ระหว่างจะเข้าห้อง แวน เพลท์ว่านีน่ากับลูคัสมา แพททริกขอให้พาเฟลิเซียไปหาลูคัสก่อน
แพททริกทักสองแม่ลูก “ขอบคุณที่มานะครับ ผู้หญิงคนนี้ชื่อเฟลิเซีย กัธทรี่ คนฆ่าสามีคุณ เพราะเขาช่วยให้แม็คบรายด์หลุดคดีฆ่าน้องชายเธอ”
นีน่าตกใจ “โอ้แม่เจ้า”
เฟลิเซียโวย “ฉันไม่ได้ฆ่าใครทั้งนั้น”
แพททริกแทรก “แต่เรามีหลักฐาน เราอยากให้คุณอนุญาตให้ลูคัสมาให้ปากคำ ว่าเห็นเธอไปบ้านคุณในวันเกิดเหตุ”
นีน่าหันมาถามลูคัส “ลูกเจอเธอเหรอ”
แพททริกตัดบท “เดี๋ยวค่อยเล่าให้แม่ฟัง คำให้การของเขาจะช่วยให้มีโอกาสเอาผิดเธอได้”
“ได้สิคะ ถ้ามันจะช่วยคุณได้”
“ขอบคุณครับ ลูคัสถ้าเธอยืนยันได้ว่านี่คือคนที่เธอเห็น งั้นก็ไปได้”
ลูคัสเป็นห่วง “เธอจะโดนอะไรมั่ง”
“อาจต้องติดคุกตลอดชีวิต ถ้าโชคดีติดซัก 25 ปีก็ได้ทัณฑ์บน”
เฟลิเซียโวย “ไม่นะ สาบานได้ ฉันไม่ได้แตะต้องเขาแม้แต่น้อย”
นีน่าแทรก “หุบปาก! คุณทำลายครอบครัวของเรา”
“ลูคัสเราต้องจับเข้าคุก เธอช่วยชี้ตัวได้มั้ย” แพททริกถาม
“ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เธอ ใช่ เธอไปที่บ้านก็จริง”
แพททริกว่า “เราต้องการแค่นี้แหละ พาตัวไปได้เลยครับ”
เฟลิเซียพูดซ้อน “ฉันไม่ได้ทำอะไรใครทั้งนั้น ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรนะ”
แพททริกลูคัส “เชื่อสัญชาตญาณตัวเองลูคัส มักถูกเสมอ”
นีน่าชวนลูคัสกลับบ้าน แต่เขาบอกว่า “เฮ่อ เขาไม่ได้ทำหรอก”
ลิสบอนถาม “ทำไมถึงพูดแบบนั้น”
“เพราะผมรู้”
นีน่าโวย “พวกเขามีหลักฐานแล้วนะ นังบ้านั่นฆ่าพ่อ”
ลูคัสเสียงดัง “อย่าว่าคนอื่น! เธอไม่ได้ทำ”
“ทางเดียวที่เราจะรู้ได้ คงต้องบอกเราว่าใครทำ” ลิสบอนว่า
นีน่าตัดบท “โอเค เลิกพูดกับลูกฉันซักที เขาให้ปากคำเสร็จแล้ว กลับเถอะ ไปเถอะ กลับบ้าน”
“ไม่กลับ!”
นีน่าอึ้ง “ลูคัส!”
“หยุดเถอะ! ผมทำเอง” แพททริกพยักหน้า “เราออกไปหัดขับรถกัน ผมขับได้แย่มาก..คืนนั้น พ่อก็เอาแต่คุยโทรศัพท์ตลอดเหมือนทุกที พ่อโมโหทุกครั้งที่ผมทำผิด ผมก็ไม่มีสมาธิเลย”
“เพราะวันนั้นเธอไปเจอเฟลิเซีย ไม่ยอมพูดถึงจนฉันถาม เพราะเธอสงสาร ไม่อยากให้เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย และรู้ดีว่าเธอไม่ได้ทำ คงพยามทำสิ่งที่ถูกต้อง”
“นึกถึงแต่ภาพเธอมาในบ้าน ร้องไห้ ตะโกนด่า...ว่าพ่อผมโกหกเรื่องน้องชาย แล้วมือถือพ่อก็ดังไม่หยุด แล้วพ่อก็โมโหตลอด ผมก็ยิ่งทำพลาดมากขึ้น จนผมทนไม่ไหวพอมือถือพ่อดังอีก ผมเอามันมา ได้ยินเสียงผู้หญิง”
ซึ่งเป็นเสียงของไดมอนด์ว่า “กอร์ดอนที่รัก ฉันเองนะ สะดวกคุยมั้ย”
ลูคัสเล่าต่อ “ยัยนรกแตก ไดมอนด์ ดันมาเรียกว่ากอร์ดอนที่รัก คงอยากจะเจอพ่อผมมาก เฟลิเซียพูดถูก พ่อผมลวงโลก ผมปามือถือพ่อเข้าป่า พ่อโกรธมาก พ่อสัญญาว่าจะเลิกยา แล้วก็หยุดนอกใจแม่ของผม ผมมันโง่ที่หลงเชื่อพ่อ ผมโทรหาแม่ แม่ก็แนะนำผม ให้เอาของมีค่าพ่อไปให้หมดทำให้เหมือนกับการปล้น แต่ผมแกะกระดุมไม่ออก ผมเอารถทิ้งทะเลสาบ แม่พากลับบ้าน”
“เลยโกหกมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันคิดว่าเธอจะมามอบตัวกับตำรวจเอง”
“บางครั้งผมอยากมอบตัว แต่แม่ห้ามไว้ แม่ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
“อื้อ ก็อาจใช่ คงสักวัน”
ริกส์บีจับลูคัสไป เขาหันมาทางนีน่า “ผมขอโทษครับแม่”
ลิสบอนจับได้เรื่องกระดุม แพททริกยอมรับผิดว่าเอาไป เพื่อให้เป็นหลักฐานจับเฟลิเซียให้เนียน
ลิสบอนสวน “ด้วยการทำให้คนบริสุทธิ์คิดว่าตัวเองต้องติดคุก คิดว่าชีวิตเธอยังแย่ไม่พออีกเหรอ”
“ก็ใช่ เธอสมควรได้รับความยุติธรรม”
“ยังดีที่สำนึก”
แพททริกว่า “รู้มั้ยการถากถางเป็นคำคมประเภทนึงที่แย่”
แพททริกปลอบตัวเข้าไปโทรตามแม็คบรายด์ออกมาพบด้านหน้า แล้วส่งซองให้บอกว่า
“เปิดซองนี่ดูซะ แล้วจะเห็นไส้ศึกในแก๊งค์คุณ หันหลังไปแล้วอย่าทำหน้ารู้สึกผิดล่ะ”
แพททริกออกไป แซนเดอร์กับพวกเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไร แล้วก็เห็นซองเงินในมืองแม็คบรายด์ ก็คิดว่าเขาคือไส้ศึก จึงช่วยกันรุม แม็คบรายด์พยายามบอกว่าเขาโดนแกล้ง แต่ไม่มีใครฟัง เฟลิเซียเห็นก็สะใจไม่น้อย ก่อนขับรถออกไป
The End 4



