
บอกเล่าทุกเรื่องราวจากใจของผู้ชายชื่อ‘ตูน บอดี้สแลม’
คอลัมน์... บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง : ณัฏฐิรา หลอดแก้ว / ภาพ : วริศรา วุฒิกุล
ได้รับการยกให้เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปี 2559 จากโพลล์หลายสำนัก สำหรับ “ตูน” อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ผลพวงมาจากกิจกรรมวิ่งการกุศล 400 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ไปโรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหารายได้เพื่อช่วยสร้างโรงพยาบาลบางสะพาน โดยเมื่อจบโครงการได้เงินบริจาคถึง 80 ล้านบาท ซึ่งกิจกรรมนี้ทำให้นักร้องหนุ่มได้รับคำชื่นชมมากมาย โดย ตูน บอดี้สแลม เปิดใจกับ “บันเทิง คม ชัด ลึก” แบบหมดเปลือก
@@ร็อกเกอร์ใจบุญ
00มีความผูกพันกับบางสะพาน
ใช่ๆ เรามีบ้านอยู่ที่นั่นมาประมาณ 3 ปีแล้ว ได้ไปใช้ชีวิตเวลาเราไม่มีคอนเสิร์ต พักสักสัปดาห์ หรือ 5 วัน ก็จะลงไปบ้านที่นั่น ไปนอน ไปชาร์จแบต อ่านหนังสือแต่งเพลง ช่วง 3 ปีที่เราอยู่ที่นั่น เราไม่ได้รับรู้ปัญหาที่เกี่ยวกับโรงพยาบาลมาก่อน สุดท้ายมาได้รู้ปัญหาจริงๆ ตอนที่คุณหมอ ผอ.เชิดชาย (เชิดชัย ชยุวัฑโฒ) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน ท่านติดต่อมาอยากจะให้เราไปช่วยวิ่งในอีเวนท์ที่โรงพยาบาลจะจัดขึ้นประมาณ 10 กิโลเมตร เพื่อให้คนมาออกกำลังกายกัน สมมุติมีเงินเหลือจากอีเวนท์นี้ก็จะเอามาต่อเติมโรงพยาบาลในส่วนที่ขาดแคลนอยู่ จากจุดเริ่มต้นตรงนี้เรายินดีช่วยอยู่แล้วเพราะเราก็ชอบออกกำลังกาย ชอบวิ่งอยู่แล้ว ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง
00จากจุดเริ่มต้นตรงนั้นมาถึงการวิ่ง 400 กิโลเมตร ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ได้ยังไง
หลังจากนั้นก็มีการนัดกันกับคุณหมอเพื่อเข้าไปคุยเพื่อให้ได้เห็นหน้าค่าตาอะไรกัน ปรากฏว่าคุณหมอก็พาทัวร์โรงพยาบาลว่าตรงนั้นเป็นยังงั้นเป็นอย่างงี้ ก็พาทัวร์เป็นปกติ แล้วเราได้เห็น เราก็ตกใจ เพราะภาพที่เห็นคือคนมานอนมาตรงทางเดิน คนป่วยมีเตียงอยู่ตรงข้างทางเดิน มีผู้ป่วยมานอนใต้เตียงผู้ป่วยอีกที ตรงทางเดิน พอเราเห็นเรารู้สึกว่าโห เป็นอย่างนี้เชียวเหรอ เด็กแรกเกิดที่ต้องการใช้เครื่องอบ เขาเรียกว่าอะไรนะ ตู้อบใช่ไหม เครื่องก็ไม่พอ มีอยู่เครื่องเดียว 2 เครื่อง ใช้สลับกันไป เด็ก 4-5 คน เด็กคนแรกเข้าไปยังไม่ทันดีขึ้นเลย ก็ต้องเปลี่ยนไปให้อีกคนหนึ่ง สลับกันไปมา คือเราเห็นแล้วรู้สึกว่าถ้าเราเป็นพ่อแม่ แล้วถ้าเรามีเงินก็คงไม่ต้องให้มาต่อคิวแบบนี้ แต่พ่อแม่เด็กเขาไม่มีไง ใจเราตอนนั้นคืออยากช่วย ถ้ามาวิ่งแค่นี้ก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก เพราะงานนี้เรามาเป็นแค่คนหนึ่งที่มาช่วยเรียกแขก ให้คนออกมาวิ่งกันในรายการนี้ ซึ่งเงินที่ได้ตัดค่านั่นค่านี้ก็เหลือไม่น่าเกินหลักหมื่น หรือให้มากสุดก็ไม่เกินหลักแสน เพราะค่าจัดการต่างๆ ก็ต้องมี จากจุดตรงนั้นเรามองเห็นปัญหาก็เลยกลับมานั่งคิด ในตอนนั้นก็บอกคุณหมอว่า ผมยินดีช่วย และผมขอกลับไปคิดก่อนว่าถ้าผมทำได้มากกว่านี้ ขอทำนะ นั่นคือจุดเริ่มต้น
00พอได้ทำแล้วผลที่ได้มันเกินกว่าที่คาดไว้แค่ไหน
ตอนแรกเราไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องคนรู้เยอะ เพราะเราเป็นคนขี้กลัวเหมือนกัน ขี้กลัวอย่างแรกเลย กลัวคนมองว่าทำเอาหน้า ทำโปรโมทตัวเอง บอกตรงๆ เรากลัว แต่พอจะเริ่มทำตรงนี้ ไปปรึกษาพี่ๆ ที่เรารู้จักในด้านสื่อ เพื่ออยากให้เขาช่วยโปรโมท ไปปรึกษาเขาปุ๊บ พี่เขาก็บอกว่าถ้าเกิดเราลงแรงขนาดนี้แล้วต้องการให้เกิดประโยชน์เยอะๆ ยังไงก็ต้องทำใหญ่ เพื่อประกาศให้คนรู้เยอะๆ คนรู้เยอะจะได้มีเงินมาช่วยเหลือเยอะๆ อยากให้เรามองข้ามไป ความกลัวในตรงนั้นผมก็ฮึดขึ้นมาว่า เราจะทำให้เต็มที่ ให้คนรู้เยอะๆ จะได้ช่วยกัน เราก็มองข้ามไปเลย เรามองไปที่จุดที่เราอยากจะไปช่วยเหลือเขา ซึ่งช่วยได้จริงๆ ในวันหนึ่งที่ผมคิดว่ามีปัญหาในระหว่างทางในการจัดงาน ผมมองว่าจะมีคนแก่คนหนึ่งจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เราจะทำ เด็กน้อยนอนอยู่รอเครื่องอะไรสักเครื่องที่จะทำให้เขาดีขึ้น ทำให้เรามีกำลังใจ พอมองข้ามปัญหา ไปมองผลที่จะได้ก็จะทำให้มีแรง ช่วงระยะเวลาในการที่เราจะทำโครงการนี้ คือก็ไม่ได้เรียกว่าปัญหาทั้งหมดหรอก แต่เรียกว่ามีบททดสอบที่จะให้เราได้ทำ ได้ตัดสินใจตลอดเวลา ได้เผชิญอยู่ตลอดเวลา
00ระหว่างทางมีปัญหาเข้ามาเยอะแยะมีท้อไหม
ไม่มีท้อเลย ไม่มีเลย ไม่มีคำนั้นอยู่เลย เป็นสิ่งที่วิเศษมาก ไม่มีที่ว่าจะเลิกแล้ว ไม่เอา ไม่มีเลย ดีมาก ทำให้ผมเห็นว่าการที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นมักจะมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ และให้ความรู้สึกพิเศษจริงๆ มีช่วงเวลาที่เหนื่อยแต่เราก็จะไปต่อ เพราะคิดถึงวันที่เราจะไปมอบสิ่งนี้ให้โรงพยาบาล ให้คนป่วยที่นั่น ทำให้เรามีพลังฮึดสู้ แต่สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่ว่าจะทำไม่สำเร็จ แต่กังวลเรื่องของการจราจร สิ่งที่ผมคิดคำนึงและเป็นห่วงกังวลอยู่ตลอดเวลาทั้ง 10 วันนั้น คือไม่อยากให้สิ่งที่เราตั้งใจดีไปเดือดร้อนสร้างความรำคาญใจให้ใครแม้แต่คนเดียว ตรงนี้คือสิ่งที่ผมกังวลมาเป็นอันดับแรก เพราะผมเป็นคนที่คิดแทนเยอะมาก ไม่ได้ห่วงร่างกายตัวเองเท่าไหร่ แต่เป็นห่วงคนอื่นด้วย การทำอะไรต้องคิดถึงคนอื่น อย่าเอาตัวเราว่า เรามาวิ่งเพื่อคนอื่น ทุกคนต้องเข้าใจเรา ต้องให้ความเห็นใจเรา เราจะไม่คิดตรงนั้นเลย ไม่เอา ห้ามลย เพราะถ้าคิดแบบนั้นคือการเห็นแก่ตัวมาก ถึงแม้จุดประสงค์ที่เราทำจะทำเพื่อส่วนรวมก็ตาม แต่เราจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น ไม่เอา เราจะไม่เป็นเจ้าถนน เราจะพยายามคิดว่าไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับการกระทำของเรา หรือบางคนอาจจะจำเป็นเร่งด่วนในตอนนั้น คือเขาอาจจะเห็นด้วยกับเรา แต่เขาอาจจะจำเป็นเร่งด่วนในตอนนั้นที่จะใช้รถใช้ถนน แล้วเราไปทำให้เขาไม่สบายใจ เราก็ไม่สบายใจ เราพยายามทำตรงนี้แบบที่ไม่ให้เดือดร้อนคนอื่น
@@ เป้าหมาย
00จะทำโครงการแบบนี้อีกไหม
ผมจะทำตลอดชีวิต ผมตั้งเป้าไว้จะวิ่งยาวๆ แบบนี้ปีละหนึ่งครั้ง เพื่อกระตุ้นเตือนว่าปัญหานี้ไม่มีทางถูกแก้เบ็ดเสร็จ จะมีไปเรื่อยๆ จริงๆ ผมจะทำไปเรืื่อยๆ วิ่งหาเงินแบบนี้ปีละครั้ง เพราะในระหว่างปี ผมจะคิดแล้วว่าผมจะสื่อสารเรื่องนี้ไปอย่างต่อเนื่อง ผมฝันไว้ว่าผมจะมีกระปุกออมสิน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเด็กๆ ผมมีความฝันว่าอยากมีกระปุกออมสินสักอันหนึ่ง อาจจะเป็นกระปุกออมสินจริงๆก็ได้ให้แก่เด็กๆ ทั่วประเทศ ที่ใครอยากจะได้ ผมก็แจกกระปุกไป ให้ใส่เงินบริจาค หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่หน่อย กระปุกออมสินนี้ก็อาจจะอยู่ในรูปของแอพพลิเคชั่น หรือ sms ผมอยากให้คนมาร่วมบริจาคผ่านกระปุกนี้ เดือนละครั้ง คนละ 5 บาท 10 บาท ไม่เดือดร้อน สมมุติมีคนเห็นด้วยสักล้านคนร่วมกับผม คนละ 5 บาท 10 บาทล้านคนก็สิบล้าน โรงพยาบาลไม่ได้มีแค่ไซส์ใหญ่ โรงพยาบาลมีไซส์เล็กๆ ตามตะเข็บชายแดน ตามจังหวัดใดๆ บ้าง เงิน 10 ล้าน ไปช่วยตรงนี้เขาได้เยอะเลยนะ เห็นหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะ สำหรับโรงพยาบาลที่ใกล้ๆ ฉะนั้นถ้าเรามีกระปุกอันนี้ทุกๆ เดือน เราก็จะมีเงิน 10 ล้านไปช่วยโรงพยาบาล แต่ละที่ในแต่ละเดือน 1 ปีเราก็จะช่วยโรงพยาบาลได้ 12 โรงพยาบาล จากเงิน 10 บาทของคนหนึ่ง ตอนนี้เป็นเรื่องระหว่างทางที่ผมจะต้องไปดำเนินการให้เกิดขึ้น ต้องทำให้เป็นกิจจะลักษณะ มีการตรวจสอบได้ อาจจะต้องทำเป็นมูลนิธิ เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ตอนนี้อยู่ในช่วงดำเนินการอยู่ เป็นความฝันของผมว่าจะต้องมีเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เดือดร้อนเลย และสามารถช่วยคนได้จริงๆ ในส่วนของโครงการก้าวคนละก้าวของผม ผมไม่ได้อยากให้เป็นแค่การรับบริจาค อยากจะให้ครอบคลุม โดยการเชิญชวนให้มาออกกำลังกายด้วย เชิญชวนให้ทุกคนมาดูแลตัวเองด้วย ไม่ได้อยากให้ไปใช้โรงพยาบาลกันทุกคน (หัวเราะ) ชีวิตที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากตัวเรา ตัวเราได้ดูแลตัวเองอย่างครบวงจร ไม่ต้องไปเบียดเบียนโรงพยาบาลกันทุกคน ถึงโรงพยาบาลจะได้รับการแก้ปัญหาอย่างดีแล้ว อุปกรณ์ครบเครื่องแล้วก็ไม่อยากให้ทุกคนไปใช้โรงพยาบาล อยากให้ทุกคนได้ออกกำลังกาย อยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างถูกวิธี
00ตอนนี้เหมือนคนลืมไปแล้วว่าตูนเป็นนักร้องเพราะคนติดภาพ กับการเป็นนักวิ่งมากกว่า
อันนี้ผมไม่รู้ แต่จริงๆ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย เราเองก็ยังหลงลืม เพราะเราไม่ได้ขึ้นเวทีมาประมาณ 100 วันได้แล้ว ทางวงบอดี้สแลมไว้อาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เราตั้งใจที่จะไม่ทำการแสดงดนตรี โดยเราเพิ่งกลับมาแสดงดนตรีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา เราเริ่มตั้งแต่ที่มีการประกาศให้งดเว้นการแสดง เราก็ตั้งธงว่าจะงดเว้นการแสดง 100 วัน โดยเราไม่รู้หรอกว่าทางการจะให้กลับมาแสดงได้เมื่อไหร่ หรือว่าการแสดงถึงวันไหน แต่เราจะเว้นไว้ร้อยวัน เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่อยากขึ้นไปกระโดดโลดเต้นอะไรในช่วงนี้สักเท่าไหร่ ก็เลยคุยกันในวงว่า เราจะงดเว้น 100 วัน เพื่อให้เราได้ระลึก แล้วให้เราได้พักทั้งกายและจิตใจกันด้วย
00รู้สึกยังไงที่คนจดจำตูนจากกิจกรรมนี้มากขึ้น
รู้สึกดีนะ อย่างที่บอกว่าไม่ได้เป็นแค่แฟนเพลง แต่มีกลุ่มที่เขาอาจจะไม่ได้ฟังเพลงเรา แต่มารู้จักเราจากการที่เราวิ่ง ทำให้เราชื่นใจดีใจ แต่เราขอตอบคำถามนี้ในฐานะที่ไม่ใช่นักร้องแล้วกัน ขอตอบในฐานะของคนที่อยู่ในจอทีวี ของคนที่อยู่ในสื่อแล้วกัน อาจจะมีคนรู้จักมากขึ้น อาจจะมีคนที่ดีใจและยินดีกับการทำกิจกรรมในครั้งนี้เยอะ แต่อันนี้ไม่ใช่เหตุผลของการที่เราออกมาทำแบบนี้ เราไม่ได้ต้องการอยากที่จะทำให้เราดังขึ้น ไม่ได้ต้องการได้รับคำชื่นชม สรรเสริญเยินยอ แต่เราดีใจที่มีคนเห็นด้วยกับเราในครั้งนี้ ขอบคุณที่จดจำเราได้จากสิ่งที่เราทำ จะมีอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมพูดอยู่บ่อยๆ ว่าถ้าผมไม่ทำตรงนี้ ผมจะเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เพราะเราเห็นปัญหาว่าต้องการความช่วยเหลือ ถ้าไม่ทำเราจะรู้สึกแย่มาก คิดว่าอยากจะใช้ศักยภาพของเราที่มีอยู่ เราไม่รู้หรอกว่าตอนที่จะทำจะได้กี่มากน้อย แต่อยากลองดูให้เต็มที่มากที่สุด ถ้าสมมุติไม่ได้เป็นตูน บอดี้สแลม เราก็จะช่วย ช่วยตามกำลังที่มี ถึงผมจะไม่ใช่ตูน บอดี้สแลม ก็ยังอยากจะช่วยอยู่ดี จริงๆ ก็ทุกคนแหละ ไม่ต้องเป็นผมหรอก
@@ รักแบบร็อกๆ
00จะแต่งงานไหม
อยากมีครอบครัว ก็รู้นะว่าเป็นคำตอบเหมือนเดิม จนถูกมองว่า เป็นคำตอบคลาสสิก แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ เราอยากมีครอบครัวที่ดีมาก ครอบครัวที่พร้อม ครอบครัวที่ไม่มีปัญหา ไม่อยากแต่งแล้วเลิก คือเป็นคนขี้กลัวจริงๆ เราเห็นบางคู่คบกันนานเป็น 10 ปี แล้วพอแต่งได้ไม่นานก็เลิก ไม่ต้องเป็นดาราหรอก คนเดินถนนบางคู่ก็เป็นแบบนี้ เพื่อนหรือคนที่รู้จักเราก็เห็นเหตุการณ์แบบนี้ ก็เป็นเหมือนตัวสอนเรา ทำให้เราคิดเยอะ แต่ถ้าถามความประสงค์ความต้องการ แน่นอนแล้วอยากมีครอบครัว มีลูกอยู่บ้าน มีอนาคต ที่ได้โตเป็นพ่อคน เพราะสถานะตอนนี้ของเราคือเป็นลูกที่มีพ่อแม่ แต่ยังไม่มีใครมาให้เราดูแลอย่างแท้จริง ยังไม่ถูกเรียกว่าพ่อ เราอยากถูกเรียกว่าพ่อ เพราะคงเป็นสิ่งที่วิเศษมากเลย แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง ตอนนี้มีความรับผิดชอบเยอะอยู่แล้วในชีวิต ทั้งวงดนตรี ทั้งพ่อแม่
00ความรักกับ “ก้อย” ณ ตอนนี้
กับก้อยตอนนี้เราก็ดูแลกันอย่างดีที่สุด เราไม่รู้ว่าการแต่งงานคือเป้าหมายของเขา เป้าหมายของเรา หรือเป็นเป้าหมายของสังคมหรือของใคร แต่ในตอนนี้เรามีความสุข เราดูแลกันและกันอย่างดีนะให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้เกียรติครอบครัวของกันและกัน เรามองว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของพิธี แต่ถ้าเราได้รับเกียรติและให้เกียรติต่อทุกฝ่าย ต่อสังคมเองก็ตาม เราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างดีที่สุด ไม่ได้มีเรื่องราวเยอะแยะออกมา ผมว่าเราได้ทำหน้าที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลาอยู่แล้ว ถ้าถามว่าแล้วจะแต่งเมื่อไหร่ ผมเองก็ยังตอบคำถามนี้กับตัวเองไม่ได้ ถามว่ากดดันไหม ผมไม่ได้กดดันเรื่องของการแต่งงานนะ แต่กดดันในเรื่องของการมีลูก เพราะถ้าสมมุติแก่ไปแล้วเรารอให้ทุกอย่างพร้อมแล้วมันสายไป สมรรถภาพของเราในการมีลูก เลี้ยงลูกไม่ได้ กลัวตรงนี้มากกว่า ความสัมพันธ์ในวันนี้แฮปปี้มากๆ ก็เป็นปกติ ตัวผมเองก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของความเจ้าชู้ ขี้เหล้าเมายา หรือติดการพนัน แต่ผมมีปัญหาในเรื่องของเวลาที่มีน้อยหน่อย แต่ก็พยายามจะหาเวลา อย่างเทศกาลก็พาไปเที่ยว พยายามสร้างสมดุลระหว่างครอบครัวกับแฟน และงานให้ลงตัว
ชื่อจริง อาทิวราห์ คงมาลัย
ชื่อเล่น ตูน บอดี้สแลม
เกิด 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2522
กาศึกษา : ปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



