
สืบจิต ไขปริศนา ปี 2 ตอน 2
ตอน The Scarlet Letter
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.00 น. ทางช่อง NOW26
The Mentalist 202 : 3X5352
ตอน The Scarlet Letter
ซาคราเม็นโต้ แคลิฟอร์เนีย คริสติน มาร์ลี่ย์ ซึ่งทำงานให้กับสว.หายไปเมื่อ 3 วันก่อน ลือกันว่าเธอเป็นกิ๊กกับสามีสว. ริกส์บีคิดว่าเธอโดดสะพานฆ่าตัวตายเอง แต่แวน เพลท์ไม่คิดเช่นนั้น
ลิสบอนชวนไปคุยกับเจ้าหน้าที่ชันสูตร สเตเนอร์ ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม แต่แพททริกลองให้แวน เพลท์ดู เธอสังเกตได้ว่ารองเท้าหายไปข้างหนึ่ง
ลิสบอนสงสัย “ทำไมถึงใส่รองเท้าข้างเดียวเดินมากลางสะพานแบบนี้ด้วย ทำไมต้องทำอย่างนั้น”
แพททริกทำเสียง “โป๊ะเช้ะ”
“ไม่ต้องเชียร์ขนาดนั้นก็ได้”
แวน เพลท์ว่า “แสดงว่าเหยื่อถูกอุ้มมา เธอไม่ได้ฆ่าตัวตายแต่ถูกฆ่าแล้วเอาศพมาทิ้ง”
ริกส์บีว่า “อาจโยนทิ้งตั้งแต่ยังไม่ตาย ไม่ใช่ฆ่าตัวตาย”
สเตเนอร์สวน “มันแค่..สมมติฐาน”
แพททริกรำคาญ “ดีใจที่ได้พบคุณนะหมอ คุณมันซื่อบื้อแต่มีเจตนาดี รอในรถนะ”
ลิสบอนรีบบอกสเตเนอร์ “ต้องขอโทษด้วยค่ะ นี่โช บอกตำรวจซาคราเม็นโต้ทีว่าเป็นการฆาตกรรม ริกส์บี้ แวน เพ้ลท์ไปดูคดีสืบสวนที่สำนักงานนายอำเภอ”
ที่ว่าการรัฐ ซาคราเม็นโต้ แคลิฟอร์เนีย ที่ที่คริสตินทำงาน ลิสบอนถามว่าทำงานให้ใคร ดีดี้
“สว.เมลินดา แบ็ทสัน นักการเมืองหน้าใหม่จากเซ็นทรัลวาลลี่ย์ ช่วยวางลงด้วยค่ะ”
“แล้วข่าวลือที่ว่าคริสตินมีอะไรกับสามีคุณแบ็ทสันล่ะคะ”
“เอลเลียต แบ็ทสัน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เราได้ยินข่าวลือ แต่ทุกคนปฏิเสธ ไม่มีหลักฐานว่าเป็นอย่างนั้น”
“แต่นักข่าวเชื่อว่ามี”
“ให้ฉันพูดมั้ยว่านักข่าวเชื่อว่าอะไร ถ้าคุณทำงานที่นี่มานานอย่างฉัน จะได้ยินเรื่องบ้าบอแบบนี้เยอะ ส่วนใหญ่ก็ไม่จริง”
แพททริกสวนว่า “ยกเว้นเรื่องที่จริง โอ้ โทษที”
ลิสบอนกับแพททริกไปหา สว.เมลินดา เธอแนะนำเอลเลียต แพททริกเดินดูที่โต๊ะทำงานของคริสติน บอกว่าเดี๋ยวจะตามเข้าไปคุยด้วย เขาพบรูปเขียนหลังรูปว่า สว.คริสติน มาร์ลีย์
เมลินดาว่า คริสตินมีปัญหากับแม่เลี้ยง วันเกิดเหตุแม่เลี้ยงโทรมาหลายครั้ง พอลิสบอนจะถามถึงความสัมพันธ์ของคริสตินกับทั้งสอง เมลินดาก็โมโห เอลเลียตปรามให้ใจเย็นๆ
เมลินดาแทรก “ขุดคุ้ยออกมาพูดให้หมดเปลือกเลยดีกว่า คุณอยากรู้ว่าเธอกับเอลเลียตนอนด้วยกันรึเปล่า”
ลิสบอนถาม “แล้วจริงมั้ย”
เอลเลียตยืนยัน “ไม่เคย ก็แค่ข่าวลือ แค่นั้น”
ลิสบอนว่า “ข่าวลือจะเกิดมันต้องมีเหตุผล”
เมลินดาหงุดหงิด “ฉันจะบอกเหตุผลให้ การเมืองไง ถ้าอยากสกัดนักการเมืองหญิงสักคนล่ะก็ ต้องทำให้ชีวิตคู่มัวหมอง”
ลิสบอนถามเอลเลียตว่าอยู่ไหนคืนที่คริสตินถูกฆ่า เมลินดาว่าอยู่ด้วยกัน ประชุมทางไกล
เอลเลียตกระแอม “เอ่อ ตุลานี้เรา..จะแต่งงานกันครบ3ปี และ...เพราะข่าววันนี้ เอ่อ เรามีความสุขที่สุด”
แพททริกแทรกว่า “ไม่น่าเชื่อครับ”
“หมายความว่าไง” เมลินดาแปลกใจ
แพททริกตอบตรงๆ ว่า “คุณสองคนไม่ได้มีอะไรกันแล้ว”
เอลเลียตไม่พอใจ “ว่าอะไรนะครับ”
“โทษที พูดถึงเซ็กส์ ไม่เร่าร้อน จริงมั้ย”
เมลินดาตัดบท “คงคุยกันจบแล้ว”
แพททริกกับลิสบอนเดินออกมา มิเนลลี่ก็พาครูว์เข้ามา แนะนำว่าครูว์เป็นพ่อของเมลินดา แพททริกถามว่าทำไมถึงสนใจคดีมาร์ลีย์
ครูว์ว่า “ที่สนใจ ผมชอบเธอ ใช่ เจอกันที่ออฟฟิสเมลินดา เป็นเด็กดีมาจากครอบครัวที่ลำบากแต่เธอก็ไม่ท้อ ผมรู้ว่าคนในตึกนั้นไม่ตอบอะไรกันตรงๆ หรอก ถ้ามีปัญหาอะไร บอกผมได้เลย ผมยังพอมีอำนาจ”
“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ” ครูว์ว่า มีอะไรก็บอก
ที่สำนักงาน แพททริกนอนที่โซฟาประจำแล้วรู้สึกว่าถูกเลื่อน ถามใครก็บอกว่าไม่มี พอดีช่างไฟเดินผ่านมาจึงถาม ช่างไฟว่าเปลี่ยนไฟเลยเลื่อน เขาให้มาช่วยเลื่อนกลับให้เหมือนเดิม
ริกส์บีได้ข้อมูลแม่เลี้ยงชาร์ล็อต แม็คแอ๊ดดู ที่โทรหาคริสตินวันเกิดเหตุ เพราะลูกชายถูกจับข้อหาลักรถ โชว่าโทรศัพท์ไปก็ไม่รับ กำลังจะไปหา แต่แพททริกว่าไปหาแฟนคริสตินไม่ดีกว่าเหรอ แล้วบอกว่าเธอเป็นพวกโรแมนติก ชอบหลบๆ ซ่อนๆ ผจญภัย เธอกำลังมีกิ๊ก
ลิสบอนว่า “แต่เราก็ค้นบ้านจนทั่วแล้ว คงซ่อนกิ๊กไว้อย่างดี”
“แน่อยู่แล้ว มันตื่นเต้นก็เพราะเป็นความลับ ก็หวังว่าเธอจะบอกว่าเขาเป็นใคร”
“เชื่อได้ยังไง”
แพททริกกระแอม “ดูนี่สิ เธอเป็นนักสะสม เก็บทรายจากชายหาดทุกที่ที่ไป น่าจะเก็บที่ระลึกของคู่รักเธอไว้ ของจุกจิก เดาว่าน่าจะเก็บไว้ในกล่องเครื่องประดับทีมีตุ๊กตาอยู่บนฝา”
“มีกล่องเครื่องประดับกล่องนึงในห้องนอน รูปนักบัลเล่ต์ เราตรวจดูแล้ว มีแต่เครื่องประดับถูกๆ”
แพททริกให้ตรวจดูช่องลับ แวน เพลท์ไปจัดการ
แพททริกเห็นบอสโก้เดินเรื่องคดีเรดจอห์น ก็จะเข้าไปสอบถามแต่บอสโก้ไม่บอกอะไรทั้งนั้น
โชกับริกส์บีไปคุยกับ ชาร์ล็อต แม็คแอ๊ดดู เธอไม่สนใจการตายของคริสตินแต่อย่างใด เพราะไม่ใช่ลูกของเธอ แต่ทั้งสองก็ตามคุมตัวฮาร์แลน มาสอบปากคำ
ฮาร์แลนถูกถามเรื่องคริสติน ซึ่งเขาบอกว่าไม่อยากพูดถึง บ่นว่าครอบครัวต้องการความช่วยเหลือจากเธอไม่ได้เลย แล้วว่าเธอลืมกำพืดตัวเอง พอได้ทำงานดีหน่อย
ลิสบอนให้แวน เพลท์เข้าไปคุยกับฮาร์แลนลำพัง แล้วบอกให้โชกับริกส์บีไปค้นรถของเขา โชต้องหาทางเปิดประตูรถกว่าจะได้ค้นพบรองเท้าอีกข้างของคริสติน
บ้านวอลเตอร์ ครูว์ แพททริกมาพบ แล้วเดินสำรวจบ้าน ถามว่าทำไมมีรูปเขากับลูกสาวน้อยจัง เขาว่ามีเยอะแต่เอาลงแล้ว เพราะหมดยุคเขาแล้ว เป็นยุคของเมลินดา
แพททริกถอนใจ “คุณนอนกับคริสตินนานแค่ไหนก่อนเธอจะถูกฆ่า”
ครูว์หัวเราะ “ทำไมถึงคิดว่าผมนอนกับเธอ”
“คุณเป็นนักการเมือง ทะเยอทะยาน หลงตัวเอง ชอบมีความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เธอสวย น่าประทับใจ คงปลื้มที่คุณมาสนใจ คุณก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ปฏิเสธเครื่องบำบัดความใคร่”
ครูว์โชว์แหวน “ผมแต่งงานมา 38 ปีแล้ว”
แพททริกหัวเราะน้อยๆ ครูว์ว่าต่อ “ต่อให้คุณพูดเป็นความจริง ก็ไม่ได้ยอมรับจริง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คริสตินถูกฆ่าตาย”
“ขู่กรรโชกอะไรพวกนั้น หรืออาจเป็น เรื่องงานพาไปก็ได้”
“ถึง..ผมจะเป็นอย่างที่คุณว่า ที่ว่าผมแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ ผมไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน และจัดการได้โดยไม่ต้องฆ่าใคร”
“พูดดีครับ เอากลับไปคิดดู”
“ขอร้อง มีอะไรอีกมั้ย”
“อะไรนะ ฮือ โทษที ไม่ว่าคนร้ายเป็นใคร ผมต้องจับให้ได้ไม่เกินพรุ่งนี้ ผมว่าคุณต้องเล่นให้เนียนก็แล้วกัน ขอบคุณที่สละเวลาครับ”
ลิสบอนเข้าไปสอบสวนฮาร์แลนเรื่องรองเท้าที่ติดอยู่ในรถ ฮาร์แลนยืนยันว่าไม่มีทาง แล้วบอกว่าโดนยัด ลิสบอนว่า
“คุณไม่มีพยานในคืนที่คริสตินหายตัวไป”
“ก็บอกแล้วไง ผมอยู่กับแม่”
“คุณซ่อนในตู้ ตอนเราให้คนไปบ้าน ฟังไม่ขึ้นเลย”
แวน เพลท์ถาม “คุณโกรธคริสตินเหรอ”
“แค่นิดหน่อยแต่ว่า...”
“คุณขู่เธอเหรอ”
“เปล่า” ฮาร์แลนพูดอึกๆ อักๆ “โอเค แค่นิดหน่อย แต่ผมไม่ทำร้ายเธอจริงๆ หรอก”
“ยังไงก็ฟังไม่ขึ้น”
ฮาร์แลนไม่ยอมจะไป แต่ลิสบอนสั่งให้จับตัวไว้ พอออกมาแพททริกที่ทำท่ายึกยัก จนลิสบอนสั่งให้พูดมา
“จับคนโยนจากสะพานก็ฉลาดดี ทำให้เจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นการฆ่าตัวตายคิดว่าคนอย่างฮาร์แลนจะคิดแผนนี้ได้เหรอ”
“คนโง่อาจคิดอะไรที่ฉลาดก็ได้ คนฉลาดคิดอะไรโง่ได้เหมือนกัน”
“จริง ถูกต้อง ผมจะจับคนร้ายให้ได้ใน 12 ชั่วโมง”
“คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย”
“เดี๋ยวก็รู้ บาย” แพททริกออกไป
แพททริกกลับไปเพื่อค้นหาบางอย่างที่โต๊ะทำงานของคริสติน เมลินดาไม่พอใจอยากไล่เขามากที่ไปพูดกับพ่อเธอไม่ดีด้วย แพททริกย้อนเมลินดาว่าไม่เหมือนสโลกแกนหาเสียงเลย เมลินดาโมโหเลยบอกให้เขาทำตามสบายเลย
มิเนลลี่ถามลิสบอนว่าจับคนร้ายได้แล้วทำไมยังไม่ส่งฟ้อง ลิสบอนขอเวลาอีกสักติด กลัวมีอะไรผิดพลาด มิเนลลี่ยังไม่พอใจ ลิสบอนว่า
“งั้นฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้อัยการตอนไหน”
“ถ้าพรุ่งนี้แม็คแอ๊ดดูไม่อยู่ที่สำนักงานอัยการ งานนี้คุณต้องรับผิดชอบ” มิเนลลี่ออกไป
แพททริกบอกลิสบอนว่าไม่ผิดหวังแน่
ที่โต๊ะทำงานคริสติน แพททริกเจอบางอย่างก็โทรหาลิสบอน แต่เป็นฝากข้อความ เขาจึงฝากไว้บอกว่าเจอหลักฐาน วางไว้ให้บนลิ้นชัก ถ้าได้แล้วโทรหาด้วย
สักครู่ต่อมาช่างไฟเข้ามาขโมยของในลิ้นชัก ลิสบอนก็แสดงตัว ช่างไฟจะขอตัวอ้างว่าไม่อยู่เกะกะดีกว่า แต่ลิสบอนสั่งให้หยุดจับเขาไว้
“คุณเป็นใคร แล้วทำงานให้ใคร”
“ผมทำงานในอาคารนี้ ทำความสะอาด ทำความสะอาด”
แพททริกว่า “คุณไม่ได้คนทำความสะอาด ดูนี่สิ ฝุ่นเพียบ เป็นช่างต่างหาก แอบฟังพวกเราคุยกัน แล้วนี่อะไร เครื่องดักฟังที่คุณเอามาใส่ไว้ ผมเจอมันตรงไฟเพดาน ตอนผมบอกแวน เพ้ลท์ให้ไปดูกล่องเครื่องประดับ คุณแอบได้ยิน แล้วไปที่นั่นก่อน แล้วเอารองเท้า..ไปใส่ไว้ท้ายรถของแม็คแอ๊ดดู”
“ผมแค่คนทำความสะอาด เพิ่งมาทำงาน คุณโทรหาหัวหน้าได้เลย มาร์ตี้เอ่อ มาร์ตี้เอ่อ ทอร์เร็ตต้าไงล่ะ โทรหาตอนนี้เลยสิ”
“ไม่ต้อง”
ช่างไฟยังตีหน้าซื่อ และหาจังหวะเอามีดจี้คอแพททริก สั่งให้ลิสบอนวางปืนแล้วใส่กุญแจมือล็อกอยู่ตรงนั้น และจี้พาแพททริกเดินออกไป เดินไปได้หน่อยแพททริกสะบัดหลุด ช่างไฟวิ่งหนี ลิสบอนสั่งให้เขาตามไป แต่ก็ไม่ทัน
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาช่วยเอากุญแจไขให้ลิสบอน เธอตามออกไปแต่ไม่ทัน ช่างไฟขับรถออกไป แต่โดนชน
ที่สำนักงาน ครูว์ เมลินดา และเอลเลียตมาถึง ก็ถามว่าเรื่องอะไรกัน
ลิสบอนว่า “เขาชื่ออาร์ท คาวาเลอรี่ เป็นนักสืบเอกชนซึ่งพวกคุณจ้างมาให้ดักฟังเราและขัดขวางการสืบคดี เขาตกลงจะให้การเพื่อแลกกับการลดโทษ ที่เรียกพวกคุณมาเพื่อยื่นข้อเสนอเหมือนกัน”
ครูว์ว่า “คุณใจดีมากๆ เลย ขอปรึกษากับทนายก่อน เมลินดา”
เมลินดาว่า “ฉันไม่มีอะไรจะพูด”
“ถึงคุณไม่มีส่วนกับการฆาตกรรมคริสติน มาร์ลีย์ แต่จากที่คาวาเลอรี่พูดเรื่องสมรู้ร่วมคิด ปกปิด คุณติดคุกหัวโตแน่” ลิสบอนว่า
“ผมไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่”
เอลเลียตแทรก “เดี๋ยวเดี๋ยวผมจะอยู่ ลดโทษแบบไหนเหรอครับ”
เมลินดาตกใจ “เอลเลียต”
ลิสบอนว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่า..คุณรู้อะไร”
“ผมอยากมั่นใจว่าพวกคุณจะไม่ฟ้องข้อหาฆาตกรรม”
“ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม”
ครูว์ขัดว่า “โทษทีนะ ผมอยากคุยกับครอบครัวเป็นการส่วนตัวเดี๋ยวนี้”
ลิสบอนห้าม “คุณครูว์อย่าเพิ่งไปค่ะ พูดเลยค่ะ”
แพททริกแทรกว่า “โธ่เอ๊ย แต่งงานปลอมๆ เมียเป็นทอม คุณแค่เป็นตัวแสดง มันเห็นตั้งแต่แรกแล้ว”
เอลเลียตสวนว่า “ผมแต่งแบบมีข้อตกลงกับเมลินดา”
ครูว์พูดเน้นเสียง “เอลเลียต อย่านะ”
เอลเลียตไม่สน “ที่ผมยอมแต่งงานครั้งนี้ก็เพื่อให้เธอช่วย ช่วยเหลือผมเรื่องการเงิน”
ครูว์เสียงเข้ม “แบ็ทสัน เราตกลงกันแล้วนะ”
“ข้อตกลงนั้นรวมถึงติดคุกด้วยเหรอ ผมว่าไม่นะ คนของคุณเองที่ปล่อยข่าวเรื่องคุณกับคริสติน เพื่อกลบเรื่องเธอกับเมลินดา”
“ถูกต้อง ผมขอโทษเมลินดา ไม่นานพอคริสตินเลิกราเธอก็หายตัวไป เมลิดาโมโหมากๆ”
ลิสบอนถาม “คุณอยู่กับเมลินดาในคืนที่คริสตินหายไปมั้ย”
“ไม่ครับ ผมเจอเธอตอนดึก เธอดู... โทรมมาก แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าไปทำอะไรมา”
“คริสตินมีของที่ซ่อนไว้อยู่ในอพาร์ทเม้นต์ คงเป็นของที่ระลึก”
แพททริกว่า “ที่ระลึกคู่รัก”
“คาวาเลอรี่เอาไปได้ แต่เราหาเจอในรถเขา อาจเป็นตัว”ดับเบิ้ลยู” น่าจะเป็น”เอ็ม”มากกว่า คุณกับพ่อมีความสัมพันธ์กับคริสตินทั้งคู่” ลิสบอนถาม
“ไม่ใช่” เมลินดาส่ายหน้า “ไม่ คือฉัน...”
ครูว์พยายามปรามลูกสาว เมลินดาไม่ได้ฟัง “ฉันมีความสัมพันธ์กับคริสติน แต่เขาล่อลวงเธอ แย่งเธอไป ด้วยวิธีที่เขาเคยใช้มาทั้งชีวิต”
ครูว์พูดเน้นเสียง “พ่อแค่จะทำให้ลูกตาสว่าง”
“อะไรนะ!”
แพททริกแทรก “เธอก็แค่เด็กสาวคนนึง แค่สาวใจแตกซึ่งคุณคิดว่าเจอรักแท้ แต่เธอไม่คิดแบบนั้นเลย เขาเชื่อว่า คุณกำลังทิ้ง อาชีพนักการเมืองที่กำลังสดใส ต้องเสียไป เพราะโสเภณี”
ลิสบอนถามตรงๆ “คืนนั้นมีเรื่องอะไรกัน”
เมลินดานั่งลง “เมลินดายิ่งถ้าคุณไม่พูดก็จะทำให้สถานการณ์แย่ลงนะคะ”
“ฉันรู้ว่าคริสตินมีคนอื่น แต่ก็ไม่รู้ว่าใคร ฉันเลย..สะกดรอยตามดูก็เลยเห็นพ่อของตัวเอง” เมลินดาถอนใจ “พอพ่อออกไป เลยเข้าไปหาเธอในห้อง เธอมีที่คั่นหนังสือเป็นหิน ฉันคว้ามันมา พอรู้ตัวอีกทีคริสตินก็กองอยู่ที่พื้น คือมัน..เร็วมาก แล้วทำแบบที่เคยทำ เหมือนทุกครั้ง ฉันโทรหาพ่อ พ่อบอกว่าจะหาคนเคลียร์ให้”
“โอ้พวกช่าง ปล่อยคาวาเลอรี่ไปได้ ดูนะครับ” แพททริกบอกโช
เมลินดาเห็นก็ตกใจ “โอ้แม่เจ้า เขาตายแล้ว”
มิเนลลี่รู้เรื่องก็จะเอาเรื่องลิสบอน แต่เธอว่าพวกนั้นดักฟังเราก่อน มิเนลลี่โมโหสั่งให้ทุกคนไปหาหมอ
แพททริกถือโดนัทเข้าไปหาทีมของบอสโก้ แล้วบอกว่าเขาเข้าใจแล้วว่าคดีเรด จอห์นเป็นของคุณ โดยแอบติดเครื่องดักฟังไว้
The End 2



