บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ละครสะท้อนความคิด

มองผ่านเลนส์คม - ละครสะท้อนความคิด

27 ส.ค. 2552

คุณโสภิตนภา “เจี๊ยบ” ชุ่มภาณี มีงานแสดงทางหน้าจอทีวีในช่วงเวลาดีหลังข่าวตอนนี้พร้อมกัน 2 เรื่องคือ “ชิงชัง” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี ทางช่อง 5 และเรื่อง “รอยรักรอยบาป” ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี

  ใครที่ชื่นชมความงามและความสามารถของคุณเจี๊ยบจึงอารมณ์ดี เพราะมีโอกาสเห็นหน้าเธอทุกวันอย่างเต็มอิ่ม

 น่าเสียดายก็เพียงว่าละครทั้งสองเรื่องนี้มีพล็อตซ้ำซากคล้ายกัน คือว่าด้วยการชิงรักหักสวาทหญิงชาย ความอิจฉาริษยา การทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเอาชนะด้วยการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ตลอดจนอาการหูเบาเข้าใจผิด เจ้าคิดเจ้าแค้นข้ามชาติข้ามภพ

 ทั้ง “ชาติภพ” ในความหมายที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน คือการกลับชาติมาเกิด และ “ชาติภพ” สืบเนื่องที่มีนัยถึงลูกหลานผู้สืบสกุล

 อันเป็นเนื้อหาเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลายของละครไทยส่วนมากที่เผยแพร่กันอยู่ทางฟรีทีวี ซึ่งมีค่าออกอากาศนาทีละหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท ขึ้นกับช่วงเวลา

 ประหลาดดีเหมือนกันที่คนไทยดูละครไทยเนื้อหาซ้ำซากอย่างนี้อยู่ได้ทุกวัน
 ประหลาดยิ่งกว่าคือคนทำละคร สปอนเซอร์ผู้สนับสนุนละคร และผู้ดูแลสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องต่างๆ ที่ไม่ยักรู้สึกอิ่มตัวกับละครร้อยชื่อเนื้อหาเดียว และไม่ยักรู้สึก “โง่” หรือ “ถูกทำให้โง่” ด้วยเรื่องราวแบบเดิมร้อยวันพันปี

 เหมือนสมองถูกทำให้เชื่อว่าชีวิตเป็นเรื่องของการหาคู่ ความรู้ทางคณิตศาสตร์มีเพียงหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีเพียงกลางวันสว่าง กลางคืนมืด ความรู้ทางประวัติศาสตร์มีเพียงวีรกรรมพระศรีสุริโยทัยกับพระนเรศวร

 ส่วนความรู้ “อื่นๆ” ไม่มีอะไรมากกว่าชาติไทยพิเศษและวิเศษที่สุด ชาวไทยในยามรักสงบมีภาระหน้าที่สำคัญคือหาคู่ และในยามที่ผู้นำชวนเรารบ เราก็ต้องทำได้แม้กระทั่งหลับหูหลับตาทวงปราสาทหินของประเทศเพื่อนบ้านคืนจากประเทศเพื่อนบ้าน

 คนไทยจำนวนไม่น้อยมักอ้างว่าชีวิตประจำวันเครียดจนไม่อยากคิด เมื่อดูทีวีจึงอยากดูอะไรง่ายๆ ที่ไม่ต้องคิด แต่หนังฝรั่ง หนังจีน หนังญี่ปุ่น และหนังชาติอื่นๆ ที่แฝงข้อคิด ก็ทำรายได้ถล่มทลายในเมืองไทยมาแล้วหลายเรื่อง รวมถึงเป็นซีรีส์ดังทางทีวี ซึ่งน่าจะอนุมานได้ว่า “ความคิด” ที่ไม่ได้แปลว่า “คิดมาก” หรือ “คิดเรื่อยเปื่อย” ไม่ใช่ยาขมของคนไทยเสมอไป 

 น่าคิดว่าใช่คนไทยส่วนใหญ่หรือไม่ที่ไม่ชอบคิด เพราะไม่รู้จัก “ความคิด” น่าคิดว่านิสัยไม่ชอบคิดจะทำให้คนไม่ชอบคิดต้องติดค้างครึ่งๆ กลางๆ อยู่ในอคติและมายาคติเพราะคิดไม่ทะลุหรือไม่ และน่าคิดว่าพัฒนาการความคิดของผู้คนในสังคมที่สภาพแวดล้อมไม่สนับสนุนให้คิดจะเป็นอย่างไร

"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"