บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม -  หน้าไทย

มองผ่านเลนส์คม - หน้าไทย

17 ก.พ. 2552

มีเสียงพูดว่านักแสดงหญิงปัจจุบันนี้หาหน้าตาแบบไทยๆ ยาก ส่วนใหญ่แล้วถ้าหน้าตาไม่ออกแนวลูกครึ่งตะวันตก ก็จะออกแนวหมวยจีน เกาหลี ญี่ปุ่น

คำถามจึงมีว่า แบบไหนคือหน้าตาไทย

 หลายคำตอบชี้ไปที่สาวผิวน้ำผึ้งอย่าง "จุ๋ย" วรัทยา นิลคูหา และนางเอกดังของวิก 7 สี "กบ" สุวนันท์ คงยิ่ง ปุณณกันต์ อธิบายรวมๆ คือ ตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย โครงร่างไม่สูงใหญ่และผิวไม่ขาวจัด เหมือนสาวงามในภาพเขียนของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต

 เปิดอ่านจดหมายเหตุราชทูตลาลูแบร์ที่กล่าวถึงราชอาณาจักรสยามในปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือประมาณ พ.ศ. 2230 เพื่อค้นหาว่าหน้าตาคนไทยหรือสยามในสายตาฝรั่ง (ยุคนั้น) เป็นอย่างไร

 ราชทูตลาลูแบร์ผู้ใช้เวลาอยู่ในกรุงสยาม 3 เดือน 6 วัน บรรยายความรวมๆ ว่า ชาวสยามมีรูปร่างขนาดย่อมได้สัดส่วน แต่ผิวพรรณไม่ขาวเหมือนชาวยุโรป และปทุมถันของหญิงมิได้เต่งตั้งอยู่ได้เมื่อพ้นวัยสาวรุ่นไปแล้ว หากยานย้อยลงมาถึงท้องน้อยในเวลาไม่นาน แต่รูปทรงร่างกายยังกะทัดรัด

 วงหน้าของชาวสยาม เป็นรูปขนมเปียกปูนมากกว่ารูปไข่ ใบหน้ากว้างผายขึ้นไปทางเหนือโหนกแก้มถึงหน้าผากอันแคบซึ่งรวบเข้าเป็นรูปมนเหมือนปลายคาง หางตาค่อนข้างสูง ตาเล็ก ไม่ค่อยแจ่มใสนัก ตาขาวออกสีเหลือง แก้มตอบ ปากกว้าง ริมฝีปากหนา ฟันดำ ผิวหยาบ

 ส่วนจมูกนั้นสั้นและปลายมน ใบหูใหญ่กว่าชาวยุโรป ผมสีดำ เส้นหยาบและเหยียด ทั้งชายหญิงไว้ผมสั้นมากเพียงเสมอใบหู หรือตัดเกือบเกรียนติดหนังศีรษะ

 ส่วนหญิงชาวรามัญ จะไว้ผมยาวเพื่อรวบขมวดตรงท้ายทอย

 น่าสนใจว่าคำบรรยายของราชทูตลาลูแบร์ ไม่ตรงเสียทีเดียวกับหน้าตาคนไทยในปัจจุบัน ทั้งยังไม่สอดคล้องกับหน้าตาของนักแสดงสาวที่เอ่ยนามมาเลย นอกจากผิวและรูปทรงของจมูกซึ่งถึงอย่างไร จมูกเอเชียก็สั้นกว่าจมูกคอเคเซียน

 บางทีคนสยามอยุธยาอาจมีหน้าตาแตกต่างจากคนสยามรัตนโกสินทร์ตอนต้นและคนไทยรัตนโกสินทร์ปัจจุบัน ซึ่งมีการผสมผสานหลากเชื้อชาติมากขึ้น ทั้งไทย ลาว มอญ ขะแมร์ เวียดนาม มลายู เปอร์เชีย จีน อินเดีย ฯลฯ ก็ได้

 หน้าไทยไม่แสดงความเป็นคนไทยเท่าอัตลักษณ์ไทย ซึ่งเป็นคำเก๋แต่จนบัดนี้ยังเถียงกันไม่ตกว่าหมายถึงอะไรบ้าง เพราะบางทีการเมืองเรื่องอำนาจและการทำลายศัตรูก็เข้ามาเกี่ยวข้องจนทำให้ประเด็นเขว

"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"