
ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ไหว้พระธาตุหริภุญชัย ลำพูน
วันหยุดสุดสัปดาห์ของผาเมฆ ลูกชายวัย 7 ขวบของผม วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม ผมได้รับเชิญไปบรรยายสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แก้ไขปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ด้วยนิทานและเพลง จัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีท่านธงชัย ทุนคำ เป็นผู้อำนวยก
ผมขับรถไปเองพร้อมลูกชายและแม่ของลูก ก่อนเข้าที่พัก (โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดน) เราแวะจ.ลำพูน ด้วยจุดประสงค์คือ ไหว้พระธาตุหริภุญชัย อันเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผม (ปีระกา) จังหวะเหมาะเจาะกับทางจังหวัดจัดงานแสดงสินค้าโอท็อป เราเลยได้เดินชมสินค้า ของกิน ของใช้ ก่อนจะเข้าวัดไหว้พระธาตุ
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรวิหาร อยู่กลางใจเมืองลำพูน ตามประวัติว่าสร้างในสมัยพระยาอาทิตยราช กษัตริย์แห่งจามเทวีวงค์ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระองค์ก็ทรงอุทิศพระราชฐานสร้างเป็นพระอาราม พร้อมสร้างองค์พระธาตุหริภุญชัยเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อันมีพระธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูกทรวงอก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อย
แต่เดิมองค์พระธาตุมีลักษณะเป็นสถูป 4 เหลี่ยม ก่อด้วยศิลาแลง ทรงปราสาท มีซุ้มทวาร 4 ด้าน ในสมัยของพระยาสรรพสิทธิ์ได้มีการปฏิสังขรณ์ขึ้นครั้งหนึ่ง ต่อมาเมื่อพระยามังรายตีเมืองหริภุญชัย จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ดัดแปลงองค์พระธาตุให้สูงใหญ่ขึ้นดังที่เห็นในปัจจุบันใน พ.ศ.2054 พระเมืองแก้ว กษัตริย์เชียงใหม่โปรดให้หุ้มองค์พระธาตุด้วยแผ่นทองจังโก้ (มีส่วนผสมของทองแดง) แล้วสร้างระเบียงหอกเป็นรั้วล้อมรอบองค์พระธาตุ สมัยพระเจ้ากาวิละ มีพระราชศรัทธาให้ตั้งฉัตรหลวง 4 มุม ยอดฉัตรเป็นทองคำเนื้อเจ็ด
ในเวลาที่เราชมองค์พระธาตุนั้นอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซม ลูกชายเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิทัล เดินชมกันจนทั่ว มีหอไตร หอระฆัง พระสุวรรณเจดีย์ เจดีย์เชียงยัน วิหารพระละโว้ วิหารพระทันใจ เขาพระสุเมรุจำลอง
ช่วงที่เราขับรถผ่านจ.ลำปาง ด้วยเราเกรงจะถึงจุดหมายเย็นย่ำเกินไป จึงไม่ได้แวะพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีฉลู (ตามคติล้านนา) ของลูกชาย “รินคม” (อายุเพิ่งครบ 8 เดือนครับ) ส่วนของผาเมฆลูกชายคนโตนั้น คือ พระธาตุเจดีย์ “ชเวดากอง” ที่เมืองย่างกุ้ง พม่า ผมได้แต่หวังว่าจะมีโอกาสพาลูกชายหัวโตไปไหว้พระธาตุปีมะเมียของเขาในสักวัน
วันรุ่งขึ้น 9 สิงหาคม ด.ช.ผาเมฆ ได้ช่วยพ่อทำกิจกรรมโดยขึ้นเวทีร้องเพลงจักจั่น, ผึ้งบินมาดอกไม้ดีใจ, ต้อยติ่ง, ตั๊กแตนต่อยมวย บรรดาลุงๆ ป้าๆ อาๆ น้าๆ (ครูชั้น ป.2 ในเขตพื้นที่การศึกษาที่ 4 เชียงใหม่) ปรบมือให้กำลังใจ เมื่อลงจากเวที คุณอา ส.น.บรรเลง ได้มีน้ำใจ พาผาเมฆและแม่ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ และกลับลงมาแวะเยี่ยมเจ้าแพนด้าน้อย (ผ่านโทรทัศน์วงจรปิด) ส่วนผมผู้เป็นพ่อก็ทำหน้าที่วิทยากรอย่างสนุก อย่างมีความสุขตลอดทั้งวัน เสร็จสิ้นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้วยความประทับใจ คุณครูแต่ละท่านแต่งนิทานร้อยกรอง และแต่งเพลง (สำหรับเด็ก) กันได้อย่างดี นับเป็นวันพิเศษสุดสำหรับผมจริงๆ เพราะได้รับน้ำใจไมตรีจากทุกท่าน ซึ่งเป็นเจ้าบ้านด้วยอัธยาศัยอันดี คงต้องฝากคำขอบคุณแด่ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ ท่าน ผอ.ธงชัย ทุนคำ ท่าน ส.น.ยุวรรณ ท่าน ส.น.ศรีทูล ท่าน ส.น.จำนงค์ ท่าน ส.น.บรรเลง และเพื่อนครูทุกท่าน
“ต้องติ่งต้อยต่ำ ดอกสีม่วงอ่อน ฝักแก่เล็กๆ เรียวๆ เยอะแยะ
ฝนตกเปาะแปะ ฝักแตกโป๊ะเป๊ะ เมล็ดน้อยดีดตัว กระเด็นไกล”
เพลง “ต้อยติ่ง” ขับร้องโดย ด.ช.ผาเมฆ เด็กชายวัย 7 ขวบ อยู่ชั้นประถมปีที่ 2 เมล็ดน้อยๆ อีกเมล็ดหนึ่ง เช่นเดียวกับเมล็ดพันธุ์อีกมากมาย ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คงไม่ใช่ภาระหน้าที่ของคนเป็นครูเท่านั้น พ่อแม่ผู้ปกครอง และทุกคน ทุกภาคส่วน ในสังคมต้องช่วยกันส่งเสริม “การอ่าน” ทั้งในเชิงปริมาณและ (อ่านอย่างมี) คุณภาพครับ เมล็ดน้อยๆ ของเราจะงอกเงยงอกงามก็ด้วย ดิน น้ำ ฟ้า อากาศ และธาตุในดิน ตลอดจนสรรพสิ่งแวดล้อมทุกสิ่งทุกส่วนครับ
"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"



