บันเทิง

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

07 ม.ค. 2560

"วาววา" ณิชารีย์ เผยขอบคุณทุกเรื่องทั้งดีและร้ายที่ผ่านมา ทำให้ค้นพบความสุขในชีวิต

         เพิ่งลาจอไปสำหรับละครเรื่อง “กุหลาบตัดเพชร” ทางช่อง 3 ได้นางเอกสาวไฟแรง “วาววา” ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด มารับบท“กันยิกา” หรือ “แมวตาเพชร” ประกบพระเอกมาดเข้ม “ท็อป” จรณ โสรัตน์ วันนี้ “บันเทิง คมชัดลึก” มีโอกาสได้พูดคุยกับนางเอกสาว ถึงผลงานการแสดงและเรื่องราวในชีวิตที่เธอค้นพบแล้วว่า “ความสุขอยู่ตรงไหน”

         @@จอมโจรสาว

         กุหลาบตัดเพชร บู๊เยอะมาก

        บู๊เกือบทั้งเรื่องเลย ถ้าได้ดูกัน มันเป็นเรื่องราวของการตามหาเพชร และด้วยความที่เราเป็นโจร ทำให้เราต้องบู๊เยอะนิดหนึ่ง ส่วนตัวพี่ท็อปก็บู๊ และเล่นเป็นโจรเหมือนกัน ช่วงแรกจะเป็นการต่อสู้ของเราสองคน ก่อนที่เราจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะเราเริ่นต้นมาเป็นบริษัทคู่แข่งกัน พี่ท็อปรับจ้างขโมยเพชรกลับไปคืนเจ้าของ ส่วนเราก็รับจ้างขโมยเพชรเหมือนกัน ถ้าใครขโมยเพชรได้ก่อน คนนั้นจะได้เงินไป เพราะฉะนั้นต่างคนเลยอยากรู้ว่าอีกคนหนึ่งเป็นใคร เพราะทุกครั้งที่ทำงาน เราจะขโมยเพชรได้ก่อนเขาทุกที เขาเลยอยากรู้ว่าใครกันที่มาขโมยตัดหน้าเขาไป หรือเวลาต่อสู้กันปุ๊บ เราจะชนะเขาตลอด ในเรื่องเราจะเหนือกว่าเขานิดหนึ่ง

         อยากให้พูดถึงความเป็นโจรในเรื่อง

         ในเรื่องเราจะมีฉายาด้วยว่า แมวตาเพชร แต่มีที่มาว่า ทำไมเราถึงกลายมาเป็นโจร คือพ่อแม่ของเราเป็นนักเจียระไนเพชรที่เก่งที่สุด แล้วเขาได้เจียระไนเพชรเม็ดหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้พ่อกับแม่ของเราถูกฆ่าตาย ทำให้เราอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่ เราเลยต้องออกตามหาเพชรเม็ดนั้น เพราะถ้าเพชรเม็ดนั้นอยู่ที่ใคร แสดงว่าคนคนนั้นเป็นคนที่ฆ่าพ่อแม่เรา พอเราโตขึ้นมาก็พยายามจะหาคนที่ฆ่าพ่อแม่เพื่อแก้แค้น ระหว่างนั้นเราเลยต้องขโมยเพชร เพื่อที่จะสืบหาว่าเพชรเม็ดนั้นอยู่ที่ไหน แต่เราจะมีการบังหน้าโดยการปลอมตัวเป็นเจ้าของร้านอาหาร เป็นนักร้อง จะมีมุมเซ็กซี่ เป็นนักธุรกิจสาวที่โปรยเสน่ห์หนุ่มๆ เพื่อจะแฝงตัวเข้าไปในวงสังคมของคนเล่นเพชร

 

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

 

         เป็นโจรที่มีคุณธรรม

         จริงๆ เราไม่ได้มีคุณธรรมขนาดนั้นนะ หมายถึงว่าเราก็ทำเพื่อการแก้แค้นส่วนตัว แต่ถ้าเราจะแก้แค้น เราต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซึ่งการขโมยเพชรไปคืนเจ้าของ ซึ่งเป็นเคสที่ตำราจยังไม่สามารถตามไปคืนเจ้าของได้ มันถือว่าเป็นอาชีพที่ได้เงินเยอะ และไม่ผิดอะไร เป็นบทที่ลึกลับพอสมควร

         อยากให้พูดถึง ท็อป นิดหนึ่ง

คือวากับพี่ท็อปสนิทกันมากอยู่แล้ว เขาเป็นคนหนึ่งที่เราคุยได้ทุกเรื่อง มีอะไรก็ปรึกษากัน เฮฮา เวลาเข้าฉากด้วยกันจะง่ายมาก สบายๆ เรียกว่าการทำงานราบรื่นมาก เพราะในเรื่องเราจะออกแนวตบจูบนิดหนึ่ง ไม่ได้กุ๊กกิ๊กหวานแหวว ซีนโรแมนติกจะไม่ได้หวานเวอร์ขนาดนั้น แต่จะเป็นการดีไซน์ความหวานแบบแปลกๆ กว่านั้น คือสู้ไป หวานไป มีดีไซน์นิดหนึ่ง ไม่ใช่เดินสะดุดล้มแล้วมาอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน อันนั้นคือธรรมดา แต่ของเราจะเติมคิวบู๊เข้าไป

         @@มาดนักธุรกิจ

         ชีวิตช่วงนี้ของวาววาเป็นอย่างไรบ้าง

         ช่วงนี้วากำลังทำตลาดน้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรส์ เพราะว่าวาเพิ่งทำโรงงานเสร็จ เพิ่งได้ อย. (สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ทุกอย่างสำเร็จ ตอนนี้วางขายตามร้านอาหารสุขภาพ และกำลังจะนำเข้าห้าง ช่วงนี้เป็นช่วงที่วาต้องลุยกับธุรกิจตัวเองเต็มที่ด้วย ในเรื่องของละครก็เต็มที่เหมือนกัน ตอนนี้้วาถ่าย “ไข่มุกมังกรไฟ” กับ “เดอะ คิวปิดส์ บริษัทรักอุตลุด ตอนลูบคมกามเทพ” เรื่องเมนหลักของวาถ่ายจบแล้ว แต่ว่าในเรื่องตัวละครทั้ง 8 เรื่องจะเกี่ยวข้องกัน เราเลยต้องไปเล่นแจมๆ ทั้ง 8 เรื่องเลย เหลือเก็บอีกนิดหน่อย ส่วนไข่มุกมังกรไฟ ก็น่าจะถ่ายจบต้นปีนี้ เพราะถ่ายไปได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว

 

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

 

         ไข่มุกมังกรไฟ บู๊อีกไหม

         ไม่ค่อยได้บู๊ แต่จะเปลี่ยนเป็นโดนจับตัวไปมากกว่า เพราะว่าเป็นเรื่องของยาเสพติด ในเรื่องเราจะเป็นเจ้าแม่ มีลูกน้องเยอะ ทำให้ไม่ต้องลงไปลุยเอง ตอนเล่นเครียดมากเพราะดราม่าแบบสุดๆ แล้ววารู้สึกว่า เราเป็นตัวละครมากที่สุดตั้งแต่วาเล่นละครมาเลย

         ทำไมถึงรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นตัวละครมากที่สุด

         เราถ่ายเรื่องนี้มา เกือบปีแล้ว แต่ละอาทิตย์เราต้องไปต่างจังหวัด มันอินขึ้นเรื่อยๆ จนเรารู้สึกลายเป็นตัวละคร เจนเนตร หรือ เจินลี่จู จริงๆ และวาเครียดมาก บทมีอะไรให้เราเล่นเยอะ บทดีมาก มีมิติ และมีพัฒนาการของตัวละคร จากเด็กใสๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไร คิดว่าครอบครัวตัวเองปลูกชาขาย จนวันหนึ่งที่พ่อตาย เราถึงมารู้ว่าครอบครัวเราค้ายาเสพติด โดนไล่ล่า จนต้องถูกบีบให้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เพราะถ้าเราไม่ขึ้น เราก็ตาย พอขึ้นเป็นหัวหน้าปุ๊บ ด้วยความที่ตัวเราไม่ชอบยาเสพติด ทำให้คิดจะทำลายล้างวังวนนี้เหมือนกัน แต่ระหว่างนั้นจะโดนบีบจากกุนซือ มีพี่อู๋ (ธนากร โปษยานนท์) พี่บี๋ (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) พี่เดี่ยว (สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) ตัวละครทุกตัวพีคหมดเลย เรื่องนี้วาเล่นกับพี่เพื่อน (คณิน ชอบประดิถ) และ อาโป (ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) เป็นรักสามเส้า ดราม่ามาก ต้องมีการเสียสละ

 

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

 

         @@ก้าวสำคัญของการเติบโต

         ช่วงนี้เหนื่อยไหม

         เหนื่อยมาก (ยิ้ม) เพราะว่าปัญหามันมีทุกวันเนอะ แต่ด้วยความที่เราเลือกทำในสิ่งที่เรารัก เมื่อยามที่มันมีปัญหา เรายังมีแรงที่จะแก้มัน และสนุกกับการแก้ปัญหา พอเราแก้ได้ มันมีกำลังใจ อย่างการออกงานอีเวนท์อาจจะได้เงินเยอะ แต่การขายน้ำเต้าหู้ ได้ตังค์แค่ 20 บาท แต่เราภูมิใจมาก ได้เงินแค่หลักพัน โอ้โห! เราดีใจมาก เพราะมันเหมือนลูกของเรา เราดูแลมันตั้งแต่เกิดจนโต เริ่มเป็นรูปเป็นร่างคนเริ่มรู้จัก ใครกินอร่อยเราก็มีความสุข แบรนด์น้ำเต้าหูคือ “SO YA (โซย่า)” แต่อยู่ภายใต้แบรนด์ “So Young (โซยัง)” คือใน โซยัง จะมีเครื่องดื่มอื่นๆ อีกตามมา ตอนนี้จะมีน้ำมะพร้าว น้ำฟักข้าว แต่ตัวโซย่า คือน้ำเต้าหู้ กำลังจะแตกลายผลิตออกไป เพราะแต่ละก้าวที่เราเดิน ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น อย่างตอนแรกที่วาทำ แค่เรื่องการขนส่ง เรายังต้องเรียนรู้เลย เพราะเครื่องดื่มของเรามีอายุสั้น 15 วันก็หมดอายุแล้ว แต่เราอยากทำอะไรที่มันสด เราไม่อยากใส่วัตถุกันเสีย เพราะตัวเราก็ไม่อยากกินวัตถุกันเสียเหมือนกัน กำไรอาจจะไม่ได้เยอะ แต่เราทำเพราะมีความสุข อยากให้คนได้กินของดี

         @@ค้นหาตัวเองเจอ

         คนรู้สึกว่า วาววา ผ่านเรื่องร้ายหรือดี ในวงการมาเกือบหมดแล้ว

         สิ่งที่ทำให้วาผ่านไปได้คืองานที่ดี และเรารักงานของเรา เวลาที่เราไปกองถ่าย จะมีความสุขมาก เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง เราไปแล้วรู้สึกว่าโชคดีจังเลย ทำไมเราถึงได้ทำงานที่เรารักทุกวัน อย่างตอนนี้ถ่าย ไข่มุกมังกรไฟ วาเดินทางไปหลายจังหวัดมาก เขาใหญ่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี เราคิดว่าทำไมเราโชคดีที่ได้ไปเที่ยว ได้ไปทำงานในสถานที่สวยงาม อากาศดี คนรอบตัวก็ดี บทก็ดี แค่นี้วารู้สึกว่าโชคดีมาก ชีวิตในวงการตอนนี้เป็นช่วงที่วา ค้นหาตัวเองเจอว่า เราชอบการแสดง ยังไงเราจะเลือกอยู่ทางนี้ ถ้ายังมีคนจ้างเราอยู่ เราจะทำมันอย่างเต็มที่ ทำให้สุดชีวิต

 

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

 

         ก่อนหน้านี้ วาววา ยังไม่ได้รู้สึก “รัก” ในงาน

         คือก่อนหน้านี้ วายังไม่เคลียร์ จนมีข่าวอะไรต่างๆ ออกมา ช่วงแรกเราคิดว่า ไม่เอาแล้ว วงการน่ากลัวจังเลย ทำไมมันเหนื่อยกับข่าว แล้วบางอย่างไม่ใช่ตัวเรา คนอื่นก็เข้าใจเราผิด เราไม่มีความสุขเลย แต่พอเราได้ไปกองถ่าย ได้ทำงาน ทำให้เรารู้ว่านี่คือความสุขของเรา ข่าวจะเป็นยังไง ไม่สำคัญเท่ากับตัวเราเป็นยังไง เพราะสุดท้ายงานจะพิสูจน์ทุกอย่าง ว่าวาตั้งใจทำงานมั้ย อ่านบทมั้ย มาตรงเวลาหรือเปล่า ถ้าวาไม่อ่านบทแล้วเล่นได้ แสดงว่าวาเก่ง แต่จริงๆ ไม่ใช่ เป็นเพราะวาอ่านบทและทำการบ้านมา ต้องขอบคุณเรื่องราวที่ผ่านมา ทำให้เราเจอสิ่งที่เราชอบ และมีเป้าหมายในชีวิต ทำทุกวันให้มีความสุขมากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องกังวลว่า เราจะเป็นยังไง เราแค่เป็นในสิ่งที่เราเป็น และทำในสิ่งที่เรารับผิดชอบให้ดีที่สุด

         หลายคนมีมุมมองว่าวงการบันเทิงมีทั้งด้านที่ดีและน่ากลัว วาววาอยากจะบอกอะไรกับคนที่อยากจะเข้ามาสัมผัส

         จริงๆ แล้วชีวิตก็เหมือน “ละคร” เนอะ ต้องมีช่วงที่ดราม่าบ้างถึงจะสนุก ถ้าชีวิตคนเราราบเรียบเกินไปคงไม่สนุก วามองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตวา เป็นเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตมีมิติ มีปัญหาให้ฝ่าฟัน มีอุปสรรคให้พัฒนา ชีวิตของทุกคนไม่ใช่แค่ในวงการบันเทิง ทุกคนมีปัญหาชีวิตหมด มีเรื่องราวที่ทำให้เศร้า ไม่มีใครไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยทุกข์ เพราะฉะนั้นวันหนึ่งความทุกข์จะผ่านไป ความสุขก็จะผ่านไป ชีวิตก็เป็นแบบนี้ เราแค่อยู่กับมัน มีความสุขเท่าที่จะมีได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่า เราจะมีชีวิตอยู่ถึงเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นเราแค่อยู่กับปัจจุบัน ทำให้ดีที่สุดพอ ถือว่าวาได้มีเรื่องราวในชีวิตที่สวยงามดี

 

ค้นพบความสุขในชีวิต ‘วาววา’ ลิขิตเส้นทางที่เลือกเอง

 

         @@ความรัก

         ความรักช่วงนี้ของ วาววา

         ความรักตอนนี้ วาปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะตอนนี้วาถ่ายละครอย่างเดียวเลย ถ่ายอยู่ 2 เรื่อง ไหนจะธุรกิจอีก ก็ค่อนข้างเครียด เวลาให้ตัวเองก็น้อยแล้ว เลยไม่ค่อยได้โฟกัสเท่าไหร่

         กับ “อินดี้” อินทัช เหลียวรักวงศ์ เป็นอย่างไรบ้าง

มีได้คุยกันบ้าง นานๆ คุยกันที เพราะว่าละครเรื่องของคู่เราถ่ายจบแล้ว ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน ได้เจอกันตอนเล่นเอ็มวีล่าสุด เพลงของพี่อ๊อฟ (ปองศักดิ์ รัตนพงษ์) และถ่ายปกนิตยสาร “ฮันนีมูนทราเวล” ที่เวียดนาม เราเจอกันเพราะงาน นอกรอบไม่ได้เจอกันเลย เพราะคิวละครของวาอยู่ต่างจังหวัดตลอด ทำธุรกิจส่วนตัวอีก แค่นี้ก็หมดเวลาแล้ว

         คนลุ้นไม่ขึ้น

         เป็นเพื่อนกันดีแล้ว ความสัมพันธ์แบบนี้ดีอยู่แล้ว เราคุยกันว่าอยู่ในจุดนี้ เราสบายๆ ดีกว่า เพราะเรามีงาน มีครอบคัรวที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง เราอยากโฟกัสที่งานมากกว่า วาก็มีปัญหาเรื่องโน้น เรื่องนี้เข้ามา ธุรกิจก็เพิ่งเริ่มต้น 

         ก่อนหน้านี้ อินดี้ บอกจะจีบ วาววา จริงๆ แล้ว

เป็นเพื่อนกันดีกว่า วาคุยกับเขาแล้วว่า เราเป็นเพื่อนกันไป สบายๆ ดีกว่า เขาก็เข้าใจ มีคุยกัน เป็นห่วงกันบ้าง ไลน์หากันก็มีบ้าง เป็นปกติ เพราะอินดี้เขาเป็นคนตรงๆ เราคุยกันเรียบร้อยว่าเป็นแบบนี้ดีกว่า ไม่ต้องมาแบบจะจีบจริงจัง แล้วจะยังไงต่อ ไม่ต้องมาขีดเส้นอะไรมากมาย ทุกคนเป็นเพื่อนกัน เพราะความเป็นเพื่อนมันยั่งยืนกว่า คุยแบบนี้สบายใจ

         เรียนรู้ทุกเรื่องราวตามแบบฉบับ “วาววา”

เรื่อง : เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล

ภาพ : วริศรา วุฒิกุล

 

ล้อมกรอบ

ชื่อ : ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด

ชื่อเล่น : วาววา

เกิด : 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2534

การศึกษา : อนุบาล ร.ร.อนุบาลชุติมา ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (รุ่น 33) ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ผลงานที่ผ่านมา : The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ, เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์, รักสุดฤทธิ์, บางระจัน, คงกระพันนารี ฯลฯ

ผลงานปัจจุบัน : กุหลาบตัดเพชร