
‘มิกค์-มิว-เจษ’ ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี 2559 !!!
3 นักแสดง ดาวรุ่งพุ่งแรงปี 2559 "มิกค์ ทองระย้า" “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน และ “เจษ” เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พูดคุยถึงผลงานที่ประสบความสำเร็จจนเป็นที่พูดถึง
ในแต่ละปีทีมงาน นักแสดง ผู้จัด ต่างตั้งใจผลิตผลงานทางด้านบันเทิงกันอย่างเต็มที่ เพื่อมอบความสุขให้กับผู้ชม ซึ่งแต่ละปีจะมีนักแสดงดาวรุ่งที่มีผลงานที่โดดเด่น “บันเทิง คมชัด ลึก” คว้า 3 นักแสดง ดาวรุ่งพุ่งแรงปี 2559 มิกค์ ทองระย้า “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน และ “เจษ” เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ พูดคุยถึงผลงานที่ประสบความสำเร็จ จนเป็นที่พูดถึงอย่างมาก
----------------------------------------------------------------------------
“มิกค์ ทองระย้า”
ผลงานในปี 2559 จนถึงปี 2560 มีอะไรบ้าง
ทะเลไฟ กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ และ เพชรตัดเพชร ส่วนที่กำลังถ่ายทำอยู่ มี นักบุญทรงกลด และ มัสยา
ละครปี 2559 กระแสตอบรับดี รู้สึกอย่างไร
ทะเลไฟ กระแสตอบรับดีมาก ทั้งตัวผม และตัวเซฟ (เซฟฟานี่ อาวะนิค) เอง เป็นเรื่องแรกที่ได้รับบทตบจูบ ด่านางเอก นางเอกกัดมาก็กัดตอบอะไรอย่างนี้ เป็นผู้ชายที่ไม่ยอมคน สนุกดี ช่วงนั้นเวลาผมไปไหนมาไหน คนก็จะเรียกว่า คุณเตชิน ช่วงนั้นมีทั้งแฟนคลับคนไทยและคนจีน เพิ่มขึ้นมากเลย ผมได้มีคุยกับพี่ธง (ธงชัย ประสงค์สันติ) ผมเคยเล่น ลูกผู้ชายพันธุ์ดี กับพี่ธง พี่ธงบอกว่า ตอนนี้เราไม่ใช่มีแต่บู๊แล้วนะ ละครรักเราก็ทำได้นะ พี่ธงก็ให้กำลังใจ ขอบคุณพี่ธงที่ให้โอกาส
กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ เรื่องนี้ที่จีนดังมากๆ มันออนต่อกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะกระแสมันต่อเนื่องกันด้วย เรื่องนี้ผมได้ทำหลายอย่าง ได้เป็นหัวหน้ามาเฟีย นิ่ง ขรึมดูแข็งแรง เป็นผู้ชายเด็ดเดี่ยว แต่อยู่กับผู้หญิงเราจะดูอ่อนโยนมากอยู่กับนางเอก (“พิม” พิมประภา ตั้งประภาพร) ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้าแก๊ง ยอมสยบได้ เรื่องนี้คนชอบเยอะ เพราะว่าหลายๆ คนฝันว่าอยากจะมีหัวหน้าแก๊งมาคอยปกป้องบ้าง
เรื่อง เพชรตัดเพชร อันนี้บู๊ระห่ำมากทุกตอน รับบทยอด เป็นผู้ชายที่มีความทะเยอทะยานสูงมาก เพราะอดีตเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย เป็นคนธรรมดาถูกกดขี่โดนผู้มีอิทธิพล ทำให้ตัวเองสู้เขาไม่ได้ วันหนึ่งอัพตัวเองเพื่อที่กลับมาแก้แค้น แก้ไขอดีตที่ผ่านมาท้าทายมันมาก เรื่องนี้คาแรกเตอร์จะบ้าพลัง
รู้สึกอย่างไรกับคำว่า “ดาวรุ่งแห่งปี”
ถือว่าเป็นอีกกำลังใจหนึ่งสำหรับผม เพราะว่าเราทำงานมาค่อนข้างที่จะหลายปีแล้ว ปีที่ผ่านมาเราได้โอกาส เราก็ทำเต็มที่ ทุกคนก็ได้เห็นผลงานของเรา เห็นถึงความตั้งใจของเรา และยกให้เราได้เป็นดาวรุ่งแห่งปีอะไรอย่างนี้ เราก็ขอบคุณมากๆ ที่ให้โอกาสเรา จริงๆผมอยู่วงการมา 8 ปีแล้วผมก็รู้สึกหายเหนื่อย เพราะว่าการถ่ายทำแต่ละเรื่อง มันก็ค่อนข้างที่จะเหนื่อยด้วย อย่าง เรื่องทะเลไฟ เราไปทะเลกันเยอะมากๆ ตากแดด ตากลม อยู่กลางทะเล กลางแดดเปรี้ยงๆ ทรายร้อนๆ พอกระแสดีเราก็หายเหนื่อย
ความภูมิใจในวันนี้ คิดไหมว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้
ผมเป็นคนที่ไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวเองสูงมากตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะว่าผมคิดว่า ถ้าเราทำตรงนี้ให้ดี และตั้งใจทำตรงนี้ให้ดี ถ้าเราคาดหวังสูงมากและเราไปไม่ถึง มันจะเป็นการเสียใจ แต่ว่าถ้าเราคาดหวังไม่สูงมาก แต่เราสามารถก้าวผ่านความคาดหวังนั้นไ้ด มันจะเป็นสิ่งที่เป็นผลดีกับเราและทำให้เรามีความสุข
ชอบบทบาทไหนมากกว่ากัน ระหว่าง “บู๊” กับ “รัก”
ผมชอบทุกบท เพราะว่าที่ผมได้รับมาแต่ละบท ผมค่อนข้างที่จะเล่นให้มันต่างกัน พยายามใส่ลูกเล่นที่มันไม่เหมือนกัน บางทีบทบู๊มันก็มีความยากของมัน บางทีบทกุ๊กกิ๊ก หรือว่าบทรักมันก็มีความยากของมันที่แตกต่างกันออกไป ผมเป็นคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ อยากที่จะใส่อะไรใหม่ๆ ให้คนดูได้รู้สึกว่า เล่นไม่เหมือนกันเลย เล่นแตกต่างกันดี
ร่วมงานกับใครมักจะกลายเป็นคู่ขวัญด้วยหมด จริงๆ ชอบสเปกสาวแบบไหน
ผมเป็นคนชอบคนสบายๆ และเข้าใจเวลาการทำงาน ไม่มาจู้จี้ บางทีเราเหนื่อยมา เขาให้กำลังใจเรา เวลาเราเหนื่อยเขาก็ให้กำลังใจเขา เท่านี้ก็พอแล้ว ถามว่ารูปร่างหน้าตามันก็ต้องเป็นอย่างแรกที่จะดู ผมชอบผู้หญิงขาวน่ารักๆ แต่ตอนนี้ยังเรื่อยๆ ยังไม่ได้เจาะจงที่ใครอะไรมาก เราก็ทำงานไป เพราะช่วงนี้งานเยอะ
มองอนาคตในวงการอย่างไร
ตอนนี้แฮปปี้อยู่ จะตั้งใจทำงานต่อไปเรื่อยๆ เพราะเรายังเด็กด้วย เพิ่งเข้ามา ยังมีแรงทำได้อีกเยอะ ผมไม่เคยคิดหรอกว่าตัวเองเล่นดีแล้ว เพราะว่าการแสดงมันคือสิ่งที่ไม่สิ้นสุด มันเล่นได้อีก เราจะพัฒนาตัวเราเองไปเรื่อยๆ ไม่หยุด
----------------------------------------------------------------------------
“มิว”นิษฐา จิรยั่งยืน
ผลงานการแสดงในปี 2559
มีทัั้งหนังและละครเลยนะ อย่างหนังหนูมี 2 เรืิ่อง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว เมื่อช่วงเดือนกันยายน แล้วก็เรื่องพรจากฟ้าช่วงเดิือนพฤศจิกายน ส่วนละครมีเรื่อง ชาติพยัคฆ์ และเรื่องตามรักคืนใจ
ถามกระแสตอบรับทั้งภาพยนตร์และละคร
คือต้องบอกว่าทั้งหนังและละคร กระแสตอบรับดีมาก เริ่มมาจากละครเรื่อง ตามรักคืนใจ กระแสดีมากเลย เรียกว่าหายเหนื่อยมาก มิวต้องบอกว่าปี2559 เป็นที่เหนื่อยมากๆ ของมิวเลยนะ ทำงานทุกวันเลย อย่างช่วงที่จะต้องไปถ่ายหนัง มิวก็ต้องเวิร์กช็อป เรียนแอ็กติ้งคลาส นอกจากที่ีงานทุกคนเห็นกัน ก็ยังมีการเตรียมตัวที่จะต้องทำงานละครเรื่องอื่นด้วย บางวันมิวไปอีเวนท์เสร็จ แล้วก็ไปเวิร์กช็อปของอีกเรื่อง พอจบการเวิร์คช้อปก็ไปเวิร์กช็อปของอีกเรื่อง อย่างในเรื่องพรจากฟ้ามิวก็ต้องไปเรียนเปียโนด้วย แล้วมิวก็ต้องไปเรียนแอ็คติ้งคลาสในละครเรื่องรากนคราด้วย ถึงจะเหนื่อยแต่สิ่งที่กลับมาคุ้มค่า มันคุ้มค่ามากเลยนะ เพราะว่าเมืืื่อผลงานมันออกมาแล้วทุกคนพูดถึง มันหายเหนื่อยจริงๆ นะ ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราตั้งใจทำมันออกมาให้ดีีที่สุด
รู้สึกอย่างไรกับคำว่า “ดาวรุ่งแห่งปี”
อย่างแรกมิวต้องขอขอบคุณทุกๆ คนอย่างมากที่ให้การสนับสนุนมิวมากอย่างดี พอผลงานที่ออกมา แล้วได้รับการสนับสนุน ทำให้มิวได้มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และอย่างที่บอกว่าเป็นปี ที่มิวมีงานเยอะและเป็นปีที่ดีมิวมาก ถามว่ากดดันไหมกับการถูกจับตาแบบนี้ จริงๆ สำหรับมิวก่อนทำงานชิ้นไหนก็ตาม มันก็มีความกดดันในตัวมันเอง เหมือนกับว่ามิวอยากทำให้ผลงานที่ทำตอนนี่้ดีกว่าผลงานเรื่องก่อน แต่พอถึงเวลาที่เราต้องทำจริงๆ ความกดดันก็หายไปนะ มันกลับกลายเป็นความสนุกในการทำงานมากกว่า
ความภูมิใจในการทำงานในวงการวันนี้
ตั้งแต่แรกเลยนะ มิวไม่ได้คิิดว่าตัวเองจะมาทางนี้นะ แล้วมาถึงจุดนี้ได้ งานในวงการไม่ใช่งานที่มิวฝันมาตั้งแต่เด็กเลยนะ แต่ด้วยโอกาสที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ มิวรู้ตัวเองว่าไม่ได้มีความสามารถในด้านนี้ มิวก็ต้องใช้ความพยายามเป็นสองหรือมากกว่าคนอื่นๆ แต่วันนี้เราสามารถทำด้านนี้ได้ และสำเร็จประมาณหนึ่ง มันก็คือว่าเป็นความภูมิใจนะ แล้วก็ให้การตอบรับและยอมรับในการทำงานของเรา เชื่อในสิ่งที่เราแสดงออกมา ถือว่ามันเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งของการเป็นนักแสดงเลยนะ
อยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว ความรู้สึกวันแรกที่ได้ทำงานกับตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
4-5 ปี แตกต่างนะ ตอนแรกที่เข้ามาก็ยังไม่มีคนรู้จัก เหมือนว่าเราก็เป็นเด็กคนหนึ่ง ที่ได้เข้ามาทำงานในวงการ เป็นเหมือนเด็กน้อย จนมาวันนี้ไปไหนมาไหนม่ีคนมาขอถ่ายรูป มีคนมาชื่นชมงานการทำงานของเรา มันน่าดีใจนะ
สิ่งที่มิวอยากมอบให้คนติดตามผลงานของเรามีอะไรบ้าง
คงจะเป็นเรื่องของความสุข เพราะว่าตอนที่มิวทำงานมิวก็ม่ีความสุข อีกอย่างงานท่ี่เราท ำคืองานบันเทิง เราก็ต้องมอบความบันเทิงกลับไปนะ
อัพเดทผลงานปี 2560 กันหน่อย
มีเรื่อง เพชรกลางไฟ ของทีวีซีน ซึ่งถ่ายจบเป็นไปที่เรียบร้อยแล้วคิดว่าน่าจะต้นปี แล้วก็มีเรื่อง พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ก็ของทีวีซีน น่าจะเปิดกล้องต้นปีนี้แหละ แล้วมีเรื่องรากนคราที่คิดว่ากลางปีก็น่าจะได้ดู
----------------------------------------------------------------------------
“เจษ” เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์
ผลงานในปี 2559
มี “พิษสวาท” และ ซิดคอม “รักแท้แม่ไม่ปลื้ม” พิษสวาท กระแสดีมาก ละครดังผมก็ดีใจ รู้สึกดี เป็นตัวละครที่ไม่เคยเล่น ธรรมดาจะเป็นละครรัก ละครดราม่า แต่เรื่องนี้จะเป็นเหมือนสอบสวน นิดๆ และจะเป็นเรื่องลึกลับ พอเห็นนักแสดงร่วม เห็นโปรเจกท์ เห็นทีมงาน โปรดักชั่นที่มันใหญ่ คิดว่ามันคงออกมาดี แต่ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้
“พิษสวาท” ถือเป็นละครแห่งปี 2559 คิดไหมว่ากระแสตอบรับจะดีขนาดนี้
ไม่คิดหรอก ด้วยส่วนตัวผม ไม่ได้อยู่ในส่วนที่เราจะเห็นพี่นุ่น (วรนุช ภิรมย์ภักดี) พี่ป้อง (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) หรือ เบน (เรวิญานันท์ ทาเกิด) เล่นในพาร์ทของอดีต ผมถ่ายแค่พาร์ทปัจจุบัน เราไม่ได้เห็นว่ามันเป็นยังไง ไม่รู้ว่าตัดต่อออกมามันจะเป็นอย่างไร ใส่เสียงแล้วจะเป็นอย่างไร แต่พอได้ดูตอนละครออนแอร์ ผมดีใจมาก ที่ผมได้อยู่ในละครเรื่องนี้ เพราะว่าผมในฐานะคนดู ผมรู้สึกว่ามันดีมาก การแสดงของพี่นุ่น ผมซึ้งตาม มาฉากแรก ตั้งแต่ตอนแรก โห...พี่นุ่นสุดยอดมาก
ชื่อ “เชษฐา” ถูกคนพูดถึงเยอะมาก
อันนี้คือสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดที่สุดแล้ว ผมสงสัยมากนะ ตั้งแต่พอคนเริ่มด่า ผมก็ถามทุกคน ถามผู้ใหญ่ที่ค่าย ว่าที่ผมเล่นไปมันถูกไหม (หัวเราะ) ทำอย่างงี้มันถูกไหม หรือกระแสมาแบบนี้มันถูกไหม เขาบอกว่า ถ้าเกิดมานั่งวิเคราะห์มันมีเหตุผลของมันนะ ลองคิดดูสิ เราลองมานั่งคิดดู มันก็จริง ฟีดแบ็กที่เข้ามาส่วนใหญ่จะลงไปที่ตัวละครหมด สนุกดี คนจำได้เยอะเวลาผมไปไหนมาไหน คนจะเรียก “เชษ” เยอะมาก ซึ่งชื่อดันคล้ายกับชื่อผมด้วยนะ เชษ กับ เจษ เรารู้สึกดีใจที่คนจำได้ ถึงแม้ว่าในเรื่องเราจะเซทผมตั้ง ใส่แว่น แต่เวลาผมออกไปไหนมาไหน ผมจะไม่ค่อยเซทผม หน้าไม่ได้แต่ง คนยังจำได้ ซึ่งเมื่อก่อนบางทีเราเล่นในบางเรื่องนะ เวลาคนเจอตัวจริง จะบอกว่าไม่เห็นเหมือนเลย จำไม่ได้ แต่จากเรื่องพิษสวาท คนกลับจำผมได้ เขาคงดูกันจริงๆ แล้วคงอิน คงจะด่าจริงๆ เพื่อนผมบอกว่า มันกลายเป็นภาพติดตัวผมไปแล้วว่า นี่มันเชษนี่
มีกระแสนำ “เชษ” ไปตั้งกระทู้ นำไปเปรียบเปรย ล้อเลียน
ผมไม่เคยเป็นกระแสขนาดนี้ ไม่เคยเห็นหน้าตัวเองไปถูกเขียนคำต่างๆ และมีการนำผมไปตัดต่อเยอะมาก มีเป็นเพจด้วยซ้ำ มีเพื่อนส่งมาให้ผมดูเยอะมากว่า ด่าอย่างงั้น อย่างโน้น อย่างนี้ หลายๆคนส่งมาให้ผม ผมดีใจนะที่คนดูละคร บางคนอาจจะแบบว่าไม่ได้ดูละคร แต่จะแบบตั้งคำถามว่า เชษ คืออะไร เพราะมีคนด่ากันยับเลย เขาก็ตามมาดูพิษสวาทเหมือนว่าเราทำให้วงคนดูมันกว้างขึ้น จากที่มันดีอยู่แล้ว คนดูเยอะอยู่แล้ว คนดูกลับเยอะขึ้นอีก ทำให้คนที่ไม่เคยดูละครเลย กลับมาดูละคร เพราะอยากจะรู้ว่า เชษ คือใคร
รู้สึกอย่างไรกับคำว่า “ดาวรุ่งแห่งปี”
ดีใจ มันได้จากการทำงาน ได้จากงานที่เราทำ ภูมิใจ ที่คนเห็นงานของเรา และพูดต่อ เป็นกระแสชื่นชอบหรือว่าจะด่าก็ได้แล้วแต่ แต่ว่ามันก็คือ งานที่เราทำแล้วประสบความสำเร็จ
เข้าวงการมากี่ปีแล้ว
ถ้านับตั้งแต่เล่นหนังพี่พจน์ อานนท์ ตอนสมัยอยู่มัธยม ประมาณ 6 ปี และเว้นไปช่วงหนึ่ง เราเข้ามาอยู่เอ็กแซ็กท์ อยู่เอ็กแซ็กท์ 1 ปีถึงจะมีผลงานออกมาให้คนเห็น ตั้งแต่เล่นมาผมว่าบท “เชษ” สร้างชื่อให้ผมมากที่สุด ตั้งแต่ละครออนแอร์มา มันจะเป็น 2 แง่ เชษ คนจะไม่ได้ชอบเขาเท่าไหร่หรอก แต่คนจะด่าเขาเยอะ พูดถึงเขาเยอะ ละครเรื่องนี้เป็นกระแสวงกว้าง คนดูไม่ใช่แค่กลุ่มที่ดูละครอยู่ประจำ ไม่ใช่แค่วัยรุ่น แต่จะเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นเด็กด้วย
โปรเจกท์ต่อจากนี้
ที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว น่าจะได้เห็นกัน เรื่อง “ชีวิตเพื่อข้า หัวใจเพื่อเธอ” เป็นบทบาทที่เปลี่ยนไป จะเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด แบกเรื่องทั้งเรื่องไว้ที่เขาคนเดียว ชีวิตเพื่อข้าก็คือชีวิตของเขาแหละ ผมเองไม่เคยรับบทหนัก และยากขนาดนี้มาก่อน หลังจากเล่นเรื่องนี้ มันทำให้ผมเล่นละครเก่งขึ้นอีกหลายเท่าเลย ชีวิตลำบากแล้วต้องเจอเรื่องราวมากมาย ทีแรกผมก็เล่นไม่ได้ งงๆ ต้องถามผู้กำกับเยอะ แต่พอมันเข้ามาในตัวเราแล้ว ก็เหมือนกับเราโตขึ้นจากตัวละคร
ความภาคภูมิใจในวันนี้ เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมาได้ถึงขนาดนี้
ไม่เคยคิด มาก่อนเลย และด้วยอย่างที่ผมบอกว่าผมทำงานเป็นเรื่องๆไป ไม่ได้คิดว่าผมจะไปทำอะไรในวันข้างหน้าไกลๆ แต่คิดว่าสิ่งนี้ที่เราทำอยู่ มันจะส่งผลให้เราในอนาคต ซึ่งพอมันส่งผลแล้ว ก็รู้สึกดีใจที่คุณชื่นชอบในผลงานของเรา ที่ไม่ต้องสนใจว่าเราจะต้องทำอะไร เป็นคนยังไง ต้องดีหรือไม่ดี ถ้าคนชอบเราจากผลงาน ก็แสดงว่าเราทำงานได้ดี ทำให้เราได้โอกาสมากขึ้น หรือว่าได้บทที่ดีขึ้นอยู่ในโปรเจกท์ที่ใหญ่ขึ้น เพราะว่างานทำให้เราได้สิ่งนั้น โดยที่เราไม่ได้เอาเปรียบใคร เราทำด้วยขั้นบันไดของเราเอง ผมเองก็จะเต็มที่ของทุกๆงานที่ได้รับและจะทำให้คนดูมั่นใจได้มากที่สุด ว่าเราเต็มที่แล้ว ส่วนจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ลองดูเอา ขอบคุณทุกคนที่ให้การตอบรับที่ดี ขอบคุณที่ดูและพูดต่อ ชื่นชม ทุกๆคนที่เข้ามา ที่เจอตามข้างนอก ที่มาขอถ่ายรูป ขอบคุณที่จำได้ ที่ยิ้มแย้มให้กัน รับรองว่าจะตั้งใจและเต็มที่กับทุกผลงาน



