
11 เรื่องเด็ดเรื่องแดงผ่านโซเชียลส่งท้าย ‘ปีลิง’
‘คนบันเทิง’ ใครถูกพาดพิงในโลกออนไลน์
บุคคลในโลกโซเชียลไม่มีวันเหนื่อย ไม่เจ็บ ไม่พัก และไม่มีวันตาย ยิ่งนับวันกระแสโซเชียลยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เปรียบเสมือน “สมรภูมิรบ” ดีๆ นี่เอง เพราะตลอดปี 2016 ที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นใน “สงครามโซเชียล” ทั้งศึกเล็ก ศึกใหญ่ รวมถึงเรื่องโป๊ะแตก ที่ทำให้เหล่า “คนบันเทิง” ถึงขั้นปวดหัวและเจ็บตัวไปตามๆ กัน ลองมาประมวลภาพเหตุเกิดจากโซเชียลในปีที่ผ่านมาว่า จะมีเรื่องอะไรกันบ้าง
@ 1.“น็อต กราบรถ” สลดยาว!
สะพรึง จนตะลึง กันไปไม่นานกับกรณีลือลั่น เคล้าเสียงด่าสนั่นโซเชียลของ “น็อตกราบรถ” หรือ “น็อต” อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล พิธีกรหนุ่มอนาคตไกล ภาพลักษณ์ดี แต่ต้องมาพังเพราะความขาดสติ เพียงชั่วครู เมื่อมี “คลิป” ของน็อตในภาวะอารมณ์โกรธคุกรุ่น ตะโกนด่า “บอย” กิตติศักดิ์ สิงโต หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ที่ขับชนท้ายรถมินิคูเปอร์สีเหลืองของพิธีกรหนุ่ม ทำเอาพิธีกรเลือดร้อนสุดจะกลั้น รัวหมัดไปที่ใบหน้าคู่กรณีหลายครั้ง ท่ามกลางสายตาของประชาชนมากมาย!! แต่ประโยคเด็ดที่ทำให้คนดูคลิปรู้สึกรับไม่ได้มากที่สุดคือ น็อตชกเขาไปแล้ว แต่ยังสั่งให้คูกรณี “กราบรถ” ตัวเองอีก เท่านั้นแหละ “ดราม่าบังเกิด” ในโลกโซเชียลทันที กรณีนี้ได้สร้างบาดแผล บทเรียน และ บทลงโทษ ในชีวิตให้แก่เขาไม่น้อย เรียกว่ากรณีเป็นแบบอย่างเรื่องการข้อควรระวัง และราคาที่จ่ายของบุคคลสาธารณะในวงการบันเทิงได้ดี
@2.ศึกมหากาพย์ฟิตเนส
ต่อมากับการเปิดศึกเรื่องธุรกิจฟิตเนส “สแมชยิม” ของ “บุ๋ม” ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กับ “911 บาย เจที” ของ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เริ่มต้นด้วยการที่บุ๋มปล่อยหมัดเด็ด โพสต์รูปลานจอดรถพร้อมบรรยายถึงปัญหาการไม่ได้รับความยุติธรรม หาว่า 911 บาย เจที กั๊กที่จอดรถให้แต่ลูกค้าตัวเอง แถมพนักงานยังพูดจาไม่สุภาพใส่ลูกค้ามาเล่นที่ สแมชยิม พร้อมกับแท็กไปหา “911 บาย เจที” และตัวเจนี่ในอินสตาแกรม หลังจากนั้นเรื่องราวปัญหาของทั้ง 2 ฟิตเนส ก็ดังปะทุ เดือด มีการขุดคุ้ยหลักฐานมาโต้ตอบกันไปมา
ซัดกันยาว จนฝ่ายเจนี่โต้กลับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะฝ่ายบุ๋มไม่ยอมจ่ายคาส่วนกลางค้างนาน 3 เดือน!! ซึ่งบุ๋มก็ออกมาบอกว่า ไม่ได้ไม่จ่าย แต่จ่ายค่าส่วนกลางไม่ได้ เป็นเพราะยังไม่ได้รับหนังสือสัญญาเช่า ก่อนจะมีการแถลงข่าวชี้แจงขึ้นทั้งสองฝ่าย งานนี้จบลงที่เจนี่ ยอมจ่ายเงิน 3 ล้านบาท เพื่อซื้อพื้นที่เช่าช่วงคืน ตามที่บุ๋มออกมาแถลงข่าวก่อนหน้าว่า ถ้าเจนี่ยอมจ่ายเงินซื้อพื้นที่ยิมกลับไป ในราคาต้นทุน ก็จะยอมย้ายออก ก่อนจะมีปัญหาจิปาถะ ตามมาอีกหลายระรอก แต่สุดท้ายก็ถือว่า จบลงด้วยดี (มั้ง) เฮ้อ...จบเถอะเนอะ!!
@3.กระเป๋า ‘มิน’ อยู่ไหน?
ร้อยแรงไม่แพ้กันกับกรณี “กระเป๋าหรู” ของนางเอกสาว “มิน” พีชญา วัฒนามนตรี งานนี้เรียกว่า “โป๊ะแตก” จะดีกว่า เรื่องจะไม่เกิด ถ้ามินไม่โพสต์รูปถุงกระเป๋า “แอร์เมส” แบรนด์ดังราคาสูงนับ 10 ใบ ที่เธอซื้อมาประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ตัวเอง จนสายสืบโซเชียลจับผิดว่า มินซื้อกระเป๋าแบรนด์ดังเยอะขนาดนั้นต้องเสียภาษีเท่าไหร่ คำนวณแล้วต้องจ่ายเป็นล้าน!! และมินผ่านด่านศุลกากรประเทศไทยเข้ามาได้อย่างไร ดราม่าในโซเชียลหนักหน่วงมีผู้ทวงถามความยุติธรรมว่า หากคนดังสามารถหลบเลี่ยงภาษีได้ แล้วคนธรรมดาต้องจ่ายภาษี สิ่งนี้หรือคือความเป็นธรรม!! จากเรื่องที่มินไม่คิดว่าจะเป็นประเด็น กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ ก่อนที่มินจะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กระเป๋าทั้งหมดเป็นของเธอจริง แต่ซื้อและจ่ายภาษีอย่างถูกต้องทุกอย่าง
@4.ถูกเอี่ยวกระทืบลูกนายพล
อีกหนึ่งกระแสความแรงสนั่นที่ต้องบอกว่าเป็นคราวซวยถูกจับโยงไปมีเอี่ยวทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย คือเหล่าดาราระดับตัวท็อปอย่าง “หมาก” ปริญ สุภารัตน์ “แต้ว” ณัฐพร เตมีรักษ์ และ “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน กรณีน่าเห็นใจของผลกระทบของกระแสโซเชียล จากข่าวใหญ่เรื่องหนึ่งในหน้าฟีดข่าวทาง “เฟซบุ๊ก” และกระทู้ในโลกออนไลน์ เรื่องของลูกชาย ผบ.มทบ.38 ถูกกลุ่มการ์ดรุมทำร้ายกลางร้าน “มาลิน สกาย” ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังมีปากเสียงกับกลุ่มการ์ด ซึ่งอ้างว่ามาดูแลดาราและไฮโซที่มาเที่ยวในร้าน ซึ่งตามข่าวประกอบด้วย “บอล” กฤษณะ อมิตรสูญ แฟนของดาราสาว “อุ้ม” ลักขณา วัธนวงส์ศิริ พร้อมกับเหล่าดาราชื่อดังที่ไปกินข้าวในร้าน “มาลิน สกาย” งานนี้กว่าเรื่องจะกระจ่างว่า หมาก แต้ว มิว ไม่ได้เป็นคนสั่งการ์ดให้ไปรุมกระทืบลูกนายพล ตามกระแสที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ เพราะสุดท้ายคนที่อาจมีส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ “บอล” กฤษณะ แฟนของสาว “อุ้ม” ซึ่งตอนนี้คดีกำลังอยู่ในระหว่างสอบส่วน โอย..งานเข้าเต็มๆ
@5.สตรอเบอร์รี่ 3 ลูก
เรื่องราวของดาราตัวแม่ทั้งหมาย เริ่มต้นจากโพสต์รูป “สตรอเบอร์รี่” ในไอจีของ “ชมพู่” อารยา เอ ฮาร์เก็ต พร้อมแคปชั่นว่า “พาพวกมาเยอะ #จะรุม.....?” จึงถูกตีความไปในทันทีว่า เธอแฝงนัยหมายถึงนางเอกร่วมช่อง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ที่ต่างรู้กันดีว่าทั้งคู่ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่ นับจากสมัยก่อนที่ ชมพู่ ยังอยู่แก๊ง “น้ำแข็งใส” สังกัดช่อง 7 ส่วน เจนี่ อยู่แก๊ง “นางฟ้า” ของช่อง 3
ประเด็นเรื่องสตรอเบอร์รี่ และข้อความยกพวกรุม ถูกโยงมาถึงเจนี่ เพราะบังเอิญมีข่าวว่าเจนี่ กับ 2 สาว “จุ๋ย” วรัทยา นิลคูหา กับ “หญิง” รฐา โพธิ์งาม ที่เพิ่งตั้งกลุ่ม “JYJ” จากความสนิทสนมกัน มีการเม้าท์แรงว่าแก๊งนี้ แท็ทีมกันแอนตี้ “ไอซ์” อภิษฎา เครือคงคา ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊ง “น้ำแข็งไส” ของชมพู่ ในตอนที่ไปออกรายการ “ทูเดย์โชว์” โปรโมทละครเรื่อง “กำไลมาศ” ที่ทั้ง 4 สาวแสดงร่วมกัน แถมเจนี่ ยังโพสต์รูปสตอเบอร์รี่ลงไอจี ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็ทำให้คิดกันไปได้!!
โจทย์ที่ต้องแก้ต่อมาคือ สตรอเบอร์รี่ที่ว่า อาจจะหมายถึง “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ ซึ่งใหม่เคยเป็นน้องเลิฟของชมพู่ เพราะผู้จัดการส่วนตัวของทั้งสองคน “หวานเจี๊ยบ” ที่ดูแลชมพู่ สนิทกับ “เกล้า” ผู้จัดการใหม่ แต่ช่วงหลังผู้จัดการทั้งสองคน “แก๊งแตก” ไม่สนิทกันเหมือนก่อน เหตุเพราะเรื่องงาน และอาจจะรวมถึงเรื่องผลประโยชน์ที่เคลียร์กันไม่ลงตัว จนแตกคอ มีการเม้าท์แรงว่า “ปาดหน้า” แยกพรีเซ็นเตอร์กันไปมา รวมถึงการพยายามดันใหม่ ให้เทียบรัศมีตัวแม่อย่าง ชมพู่ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
@6.ดีไซเนอร์รวมตัว ‘เท’
จากดราม่าสตรอเบอร์รี่ ลุกลามมาจนถึง ดราม่าดีไซน์เนอร์ ที่่เรื่องเดินทางไกลส่งตรงจากเมือง “คานส์” ประเทศฝรั่งเศส เมื่อครั้งที่นางเอกสาว “ใหม่” ดาวิกา ไปเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ “แม็กนั่มไทยแลนด์” โดยชุดที่ ใหม่ เลือกมาใส่ ตัวสีขาวเป็นชุดจากห้องเสื้อ “Asava” ส่วนชุดสีน้ำตาลปักหมุดทอง คือชุดของห้องเสื้อ “Vatanika”
ดราม่าบังเกิดเมื่อมีผู้โพสต์ภาพของใหม่ขณะร่วมในงานอีเวนท์ที่เมืองคานส์ พร้อมกับแท็กไปที่ “asava group” จนทำให้ “หมู อาซาว่า” เจ้าของห้องเสื้อ Asava ออกมาโพสต์ข้อความว่า “ชุดเราเหรอ เพิ่งรู้วันนี้เอง” ต่อท้ายด้วยรูปสตรอเบอร์รี่ 3 ลูก ก่อนที่เหล่าดีไซเนอร์แบรนด์ดังมากมายจะออกมาโพสต์คอมเมนท์กันยาวเหยียด “บอกใบ้” เป็นคำไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่า น่าจะพาดพิงกันถึงนางเอกสาว
โดยมีกระแสเม้าท์ว่าเหตุเป็นเพราะ ใหม่ ไม่ได้โพสต์ขอบคุณชุดจากแบรนด์ อาซาว่า รวมถึงมีปัญหาเบื้องลึก เบื้องหลังกันตั้งแต่ตอนสั่งตัดชุดแล้วว่า นางเอกสาวกับผู้จัดการเรื่องเยอะ มีการขอแก้ชุดกันเองในระยะเวลาไม่กี่วันก่อนบินไป งานนี้ใหม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอาจจะเกิดความเข้าใจผิดกัน รวมถึงตัวเกล้า ผู้จัดการได้พยายามติดต่อไปยัง หมู อาซาว่า เพื่อขอโทษด้วยเช่นเดียวกัน มันเป็นปีของใหม่จริงๆ
@7.รักแท้ ‘แม่’ ไม่ปลื้ม
เรื่องราว “ความรัก” ที่ถูกเม้าท์กันสนั่นทุกหย่อมหญ้า ของนางเอกสาว “ขวัญ” อุษามณี ไวทยานนท์ กับ “กอล์ฟ” พิชญะ นิธิไพศาลกุล ที่กลับมาคบกันอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางกระแสว่า “แม่ขวัญ” ไม่ปลื้มกอล์ฟ ถึงขนาดเมาท์ว่าเป็นเพราะกอล์ฟไม่มีสัมมาคาระวะ เรื่อยไปจนถึงแม่ขวัญอยากให้ลูกสาวลงเอยกับคนที่เลือก แต่เรื่องมา “แตกสะบั้น” เมื่อมีไอจีของ “แม่ขวัญ” โพสต์ตามหาลูกสาว บอกให้กลับบ้าน เพราะไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ประกอบกับ “ลูกแก้ว” เขมรัสนี ก็ขึ้นไอจี โพสต์ถึงน้องสาวอย่าง ขวัญ เช่นเดียวกัน
จนกลายเป็นดราม่าครอบครัวว่า ขวัญเปลี่ยนไปตั้งแต่คบกับกอล์ฟ ไม่ให้แม่เป็นผู้จัดการดูแลเหมือนเดิม สุดท้ายเรื่องราวจบลงด้วยการที่ขวัญออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออีกครั้งถึงปัญหาในครอบครัวทั้งน้ำตาคลอ ยอมรับว่ามีปัญหากับ “แม่” เพราะเรื่อง “เงิน” จริง และไม่ขอเอ่ยถึงบุคคลที่สาม เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนแฮปปี้แล้วนะจ๊ะ ยอมถอยคนละก้าว เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว มาวันนี้ดูเหมือนดราม่านี้จะจบลงอย่างสวยงาม เพราะมีภาพของสองครอบครัวอยู่ร่วมกันด้วยหน้าตาสุดจะแฮปปี้ ออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
@8.โป๊ะแตกเพราะขายบ้าน!!
มหากาพย์ดราม่าที่ไม่จบลงง่ายๆ กรณีของ “พลอย” พลอยพรรณ ทวีรัตน์ อดีตภรรยา ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ออกมาฉะสามีผ่านสื่อว่า อีกฝ่ายประกาศขายบ้าน ทั้งที่เธอและลูกยังอยู่ แค่นี้ก็ว่าดราม่าแล้ว แต่เรื่องมาโป๊ะ! หลังหนุ่มปีเตอร์เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ เอาเรื่องคนโพสต์ขายบ้าน ทั้งที่ตัวเองไม่รู้เรื่อง สืบไปสืบ โอย...ย เรื่องมาแดงว่าตัวพลอยเป็นคนประกาศขายบ้านเอง!! ทำให้พลอยต้องออกมาเคลียร์อีกครั้งว่า เคยฝากขายบ้านจริง แต่ฝากขายไปตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งในตอนนั้น ยังรักกันดีกับปีเตอร์อยู่ ฝากขายไว้นานจนลืมไปเอง ก่อนจะเอาเรื่องบริษัทรับฝากขายบ้าน ที่อยู่ๆ นำโพสต์ที่ฝากขายบ้านอันเก่า มารีโพสต์ลงเว็บใหม่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวก่อน ทำให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งพลอยได้ขอโทษปีเตอร์ผ่านสื่อด้วยตัวเอง ยอมรับว่าตอนที่ถูกสัมภาษณ์ไม่ได้เช็กข้อมูลให้ดีก่อน พูดไปด้วยอารมณ์ โถๆๆ
@9.สะพรึง ‘ใบเตย’ อัดคลิปในโรงหนัง
มีเหตุให้เข้าไปเกี่ยวอยู่ตลอดสำหรับ “ใบเตย อาร์สยาม” สุธีวัน ทวีสิน หลังเจ้าตัวได้โพสต์คลิปสั้นๆ ลงในอินสตาแกรมสตอรี่ ที่จะปรากฏอยู่ในอินสตาแกรมของผู้ใช้งานเพียง 24 ชม. และจะลบข้อมูลออกไปเอง แต่เรื่องจะไม่เกิด ถ้าคลิปที่ใบเตยโพสต์ ไม่ใช่คลิปจากโรงภาพยนตร์ แถมเป็นคลิปของภาพยนตร์เรื่อง “Moana” (โมอาน่า ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้) ซึ่งในขณะนั้น กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ เป็นจำนวนหลายคลิป ความยาวหลายวินาที จนชาวโซเชียลสงสัยว่าการกระทำของสาวใบเตยมีความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือไม่ รวมถึงตั้งคำถามเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าชมภาพยนตร์อีกด้วย ก่อนที่ใบเตยจะออกมาโพสต์ไอจีขอโทษกับการกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้น
@10.คลิป ‘รุมตบ’ เพราะเด็กแว้น!
ย้อนกลับไปกับกระแสข่าวฮืฮารับต้นปี กรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Bben Benchawan” โพสต์คลิปวิดีโอขณะกำลังตบตีกับกลุ่มคนอีกฝ่าย ซึ่งคนในสังคมออนไลน์จำนวนมากแสดงความเห็นว่าผู้หญิงเสื้อแดงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีหน้ากากอนามัยปิดปากไว้ก่อนจะโดนกระชากออกในช่วงท้ายๆ นั้น หน้าคล้ายนักแสดงสาวและพิธีกรชื่อดัง “แพท” ณปภา ตันตระกูล สืบสาวราวเรื่องกันไปมา จนในที่สุด แพท ยอมรับว่า มีเรื่อง “นัดตบ” กันครั้งนั้นเหตุเกิดเพราะ “เด็กแว้น” คนหนึ่ง ที่ตัวเองเคยเอ็นดู และรู้สึกรัก เพราะเขาดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ อย่างไม่รังเกียจ และคบหาดูใจกันช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายอดีตแฟนเด็กแว้นปันใจไปให้แฟนใหม่ และมีประเด็นไปว่ากล่าวพูดแขวะกันในเฟซบุ๊กของหลานสาวแพทชื่อ นาฟ จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต จนถึงขั้นนัดออกมาเคลียร์ จนเกิดเหตุตบ เพื่อจบเรื่อง!!
@11.กระแสเสียงสูง!!
ติดโผเกือบทุกปี สำหรับ “ปันปัน” สุทัตตา อุดลศิลป์ ปีนี้ก็มีเรื่องตื่นตาตื่นใจให้ชาวโซเชียลคอมเมนท์กันสนั่น กับการโพสต์ภาพด้านข้างของหญิงสาวคนหนึ่ง พร้อมแคปชั่นแรง “อีกะ_ เสียงสูง” ก่อนที่สายสืบโซเชียลจะทำงาน สืบจนรู้ว่าสาวคนนั้นคือ “น้ำชา” ชีรณัฐ ยูสานนท์ ส่วนสาเหตุก็มีการวิเคราะห์ว่าอาจะเป็นเพราะ ปันปัน แอบหึงแฟนเก่าอย่าง “มาร์ช” จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล ที่ในขณะนั้นกำลังมีซีรีส์กับน้ำชาอยู่ และมีฉากเลิฟซีนกันมากมาย
เรื่องนี้ ปันปัน ออกมายอมรับว่าเป็นคนโพสต์เอง ซึ่งตอนที่โพสต์ได้ยินบางอย่างมา จึงทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ และโพสต์ไปโดยไม่คิด และรู้สึกผิดจึงลบออกไปตั้งแต่เมื่อคืน และฝากขอโทษทุกคน โดยได้ไลน์ไปขอโทษกับน้ำชาแล้ว เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์แล้วจะโทรไปขอโทษอีกครั้ง เป็นอันจบคดี
จบศึกโซเชียลใน “ปีลิง” จับตาดู ใครจะเปิดศึกครั้งใหม่ใน “ปีไก่” จ้า



