
วงการบันเทิงเศร้า!!สิ้น 'มารศรี'-'สะใภ้'ตกใจข่าวรับบริจาคโลง
เกิดเรื่องเศร้าในวงการบันเทิงอีกครั้ง สำหรับการสูญเสีย มารศรี ณ บางช้าง ดารานักแสดงอาวุโส ราชสกุล เสียชีวิตในวัย 85 ปีที่ รพ.เชียงใหม่ใกล้หมอ
นักแสดงอาวุโสที่มีผลงานมากมาย มารศรี ณ บางช้าง เสียชีวิตลงอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยไร้ผู้เป็นธุระจัดการงานศพ มีเพียงลูกสาวคนเดียวคอยดูแล ต้องขอรับบริจาคโลงศพ เพื่อนำไปฌาปนกิจที่สุสานทันที ที่ออกจากโรงพยาบาล ทางด้าน นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ ทราบเรื่อง จึงได้ขอเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม 1 คืน ก่อนที่จะนำร่าง ไปฌาปนกิจในวันที่ 24 ธันวาคม เวลาประมาณ 11.00 น. ที่สุสานดอนปิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
มารศรี ณ บางช้าง
นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องจึงได้จัดการเรื่องรถและโลงศพ รวมทั้งรับเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม 1 คืน เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งในอดีต นางมารศรี ณ บางช้าง ได้สร้างความบันเทิงให้กับประชาชนทั้งทางภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง ในวาระสุดท้ายนี้ จึงต้องการให้มีการสวดพระอภิธรรม 1 คืน เพื่อให้คนที่รู้จักและติดตามผลงานของนางมารศรี ได้มีโอกาสมาร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้
ด้าน น.ส. รัตนาภรณ์ มุกดาปกรณ์ บุตรสาว กล่าวว่า อาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คนที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นบ้านที่คุณแม่ซื้อไว้ด้วยเงินเก็บที่เหลืออยู่เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย โดยเข้ามาอยู่ได้ 7 ปี คุณแม่เป็นโรคชราและอ่อนแรง ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีอาการตัวเย็นและรู้สึกไม่สบายตัวจึงได้นำส่งโรงพยาบาลก่อนที่จะเสียชีวิตเมื่อเวลา 05.50 น. ของวันที่ 23 ธันวาคม 2559 แต่เนื่องจากไม่มีเงินค่าทำศพ จึงขอรับบริจาคโลงศพและจะทำการฌาปนกิจทันที แต่ทางนายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะได้รับเป็นเจ้าภาพให้
ด้าน นางมิยา เสาวดี ลูกสะใภ้ของนางมารศรี ได้เปิดเผยกับ “บันเทิง คมชัดลึก” ว่า ตอนนี้ทางครอบครัวกำลังเดินทางจากจังหวัดเชียงราย เพื่อไปยังจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากได้ทราบข่าวการเสียชีิวิตของ นางมารศรี ในช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. และพยายามติดต่อลูกชายและลูกสาวของนักแสดงอาวุโส แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ เชื่อว่าลูกชายลูกสาวติดภารกิจในการทำงานอยู่ แต่คาดว่าจะเจอกันที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเย็นวันนี้ (23 ธ.ค.)
“เรื่องข่าวที่บอกว่ามีการขอรับริจาคโลงศพ เพราะว่าไม่มีกำลังทรัพย์ ตอนที่ได้ยินข่าวยอมรับว่าตกใจมาก และมีคนโทรมามากกว่า 100 สายแล้ว อยากจะขอแก้ข่าวและขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ว่าทางครอบครัวไม่ได้รู้เรื่องของการรับบริจาคแต่ยังไง และไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงมีข่าวในทำนองนี้ออกไปได้ คนที่ให้ข่าวนี้ คงทำไปด้วยความสนุกหรืิอยังไง คือตอนนี้ทางครอบครัวกำลังเดินทางไปที่โรงพยาบาล โดยก่อนหน้าเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ยังได้ไปเยี่ยมคุณแม่ และยังได้พูดคุยกันอยู่เลย โดยคุณแม่ป่วยด้วยโรคชรา เพราะท่านอายุ 86 ปีแล้ว ก็ได้เข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้งก่อนที่ท่านจะเสีย ในส่วนของการสวดอภิธรรมศพของคุณแม่นั้น ตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะตั้งศพไว้ที่ไหน ขอปรึกษากันก่อน” นางมิยากล่าว
สำหรับ นางมารศรี ณ บางช้าง เกิดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2475 และได้ทำการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาให้กับ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่เนื่องจากอายุมากและน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ เลยอุทิศให้เป็นการศึกษาไม่ได้ สำหรับพี่น้องมีอยู่ด้วยกัน 5 คน ตนเองเป็นคนที่ 4 ได้ทำการติดต่อแจ้งให้ทราบแล้วว่า แม่ได้เสียชีวิตแล้ว แต่เนื่องจากแต่ละคนอายุเยอะมากแล้วไม่สะดวกที่จะเดินทางมาร่วมงาน จึงให้ตนเองเป็นผู้ดำเนินการตามสมควร
สำหรับมารศรี ณ บางช้าง เป็นนักแสดงหญิงอาวุโส ชาวไทย ที่มีผลงานทั้งจอเงินและจอแก้วอย่างสม่ำเสมอตลอดมาร่วมครึ่งศตวรรษ กำเนิดในราชสกุล ณ บางช้าง ที่บ้านพักย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวของเจ้าพระยาชำนิโวหาร อดีตราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เข้าสู่วงการจากการชักชวนชองเพื่อนๆ ให้มาฝึกหัดรำและแสดงละครที่ ศาลาเฉลิมไทย จนได้พบรักกับ สถาพร มุกดาประกร พระเอกละครเรื่อง “ราชันย์ผู้พิชิต” ในขณะนั้นและแต่งงานกัน
แสดงภาพยนตร์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2498 เรื่อง ซนแต่สวย จากบทประพันธ์ของ ร้อยตำรวจเอกอรรถ อรรถจินดา (อ.อรรถจินดา) สร้างโดย กรมตำรวจ เป็นนางเอกร่วมกับ สวลี ผกาพันธ์ และ วารุณี นาคะนาวี ต่อมาเป็นผู้อำนวยการสร้างหลายเรื่อง เริ่มจากภาพยนตร์ขาวดำ ผาโหด นำแสดงโดย สถาพร มุกดาประกร (โดยมีน้องชาย สมถวิล มุกดาประกร เป็นผู้ร้าย) ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี ร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ทาง ช่อง 4 บางขุนพรหม และภาพยนตร์ เช่น สิงห์สองฝั่ง พ.ศ. 2524 หลังจากสามีเสียชีวิต ใช้ชีวิตอยู่กับลูกหลาน ทำธุรกิจผลิตน้ำพริก ตรา “แม่มารศรี” อยู่ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และรับแสดงละครโทรทัศน์เป็นครั้งคราว



