บันเทิง

คุยกับ‘เด่นคุณ’ถึงบทบาทท้าทายในชีวิต

คุยกับ‘เด่นคุณ’ถึงบทบาทท้าทายในชีวิต

24 ธ.ค. 2559

คุยกับ‘เด่นคุณ’ถึงบทบาทท้าทายในชีวิตขอลิขิตเองทุกย่างก้าวที่ต้องเรียนรู้ : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... การะเกด อัศวเสนา / ภาพ...  ปราโมทย์ พุทไธสง

 

          เป็นพระเอกหนุ่มกล้ามใหญ่ ที่กำลังมีผลงานออนแอร์และถูกจับตามองมากในขณะนี้ สำหรับ เด่นคุณ งามเนตร กับบทบาทล่าสุด “ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน” บันเทิง คมชัดลึก ฉบับนี้ พาไปพูดคุย ไปรู้จักเขาให้มากยิ่งขึ้น


@@ ผลงานล่าสุด
ละคร “ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน” บทบาทเป็นอย่างไร
          เล่นเป็น ร.ต.อ.อริน ?เป็นผู้ชายที่สุดยอด เป็นคนลุยๆ ใจดี เป็นคนที่รักความถูกต้อง เป็นตำรวจที่มีจรรยาบรรณ ชอบบุกเดี่ยว ชอบทำอะไรคนเดียว ใช้ชีิวิตลำพัง มีครอบครัว พ่อแม่ก็เสียชีวิต ส่วนพี่สาวต้องย้ายไปทำงานที่อื่น ใช้ชีวิตลำพังคนเดียว มีปมในชีวิตอะไรอย่างนี้ 

          ได้ร่วมงานกับ “นาตาลี” ปณาลี วรุณวงศ์ เป็นอย่างไรบ้าง
          สนุกดีนะ การทำงาน นาตาลีเขาเป็นคนที่ใส่ชุดเจ้าหญิงแล้วสวย ในเรื่องเขาก็จะเป็นคนแก่นๆ ยั่วโมโหเราด้วยในช่วงแรกๆ เราก็จะตกหลุมรักเขา

          เดินทางไปถ่ายทำไกลถึงประเทศอินเดีย เป็นอย่างไร
          เป็นการทำงานที่ได้เดินทางไปถ่ายละครที่ต่างประเทศครั้งแรกของผมด้วย สนุกดี ได้พบเจอ พบปะเพื่อนฝูง เหมือนเป็นการละลายพฤติกรรมของแต่ละคน ที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศร่วมกัน ทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น ได้สนุก ได้มีความสุข บางทีผมก็ยังคิดถึงการทำงาน ที่ได้ไปถ่ายทำกันที่อินเดีย ภาพออกมาสวย แต่ว่าสภาพอากาศก็ร้อนมากๆ เพราะไปถ่ายทำที่ทะเลทราย น่าจะประมาณ 40 องศา ไม่มีลมเลย ไปตอนนั้นผมก็ได้เพื่อนเป็นคนอินเดียด้วย

          ความท้าทายบทบาทนี้
          เปลี่ยนคาแร็กเตอร์เยอะ ผมได้ไปดูเวอร์ชั่นเก่า ผมก็รู้สึกว่า พี่ป๋อ (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) เล่นไว้ดี เล่นไว้เท่จังเลย พอเราเล่นตามเขา ปรากฏว่ามันไม่ใช่ เราต้องเล่นไปแล้วใช้เวลาสักพักหนึ่งเพื่อค้นหาตัวละคร การค้นหาตัวละครมันยากนะ เรื่องนี้ผมต้องใช้เวลาในการค้นหาตัวละครไปครึ่งเรื่องเลย ก็เพราะว่าการที่ดูหนังเยอะๆ ทำตามคนอื่นเขาเยอะ มันทำให้หาคาแร็กเตอร์ยาก แต่พอผ่านไปครึ่งเรื่องก็ค้นหาตัวเองได้ สุดท้ายแล้วความเป็นตัวเองที่เราเล่นเป็นตัวเองแล้วเติมไปในบทมันจะง่ายกว่า และดูดีกว่า จริงๆ เป็นเรื่องปกติ แต่จะดีถ้าหาคาแร็กเตอร์เจอได้เร็ว

          ในเรื่องนี้ ประทับใจอะไรมากที่สุด
          ประทับใจทีมงาน  ผู้กำกับ เขาไม่กดดันเรา สบายๆ ให้เราคิดเอง ให้เราทำความเข้าใจ และเอาตัวเองออกมา ประทับใจหลายอย่าง แต่ ณ ตอนนั้น ผมก็มีพลาดพลั้งบ้าง แต่ถ้ากลับมาเสียใจคงไม่ได้ เราต้องทำตอนนี้ให้ดีขึ้น  ดาวหลงฟ้าเป็นละครที่ผมชอบมากนะ ชอบที่สุดที่เคยเล่นมา

          ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงร่วมแสดงด้วย
          ทรงเป็นกันเอง สบาย ไม่เครียด ทรงสนุกเฮฮาและชอบร้องเพลง การทำงาน ไม่กดดันเลย เราเห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก มาวันนี้ได้มีโอกาสดีๆ รู้สึกเป็นเกียรติ รู้สึกเป็นบุญวาสนา

          เวอร์ชั่นเก่าที่หลายคนยังติดตราตรึงใจ มาในเวอร์ชั่นนี้อยากให้แฟนๆ ละครเปิดใจอย่างไรบ้าง
          มันก็คนละบทบาทกันอยู่แล้ว อันนี้เป็นอีกยุคหนึ่ง ทุกคนก็ตั้งใจ ต่างคนต่างทุ่มเท อยากให้คนติดตาม

          เห็นว่าฉากแอ็กชั่น ลงทุนเล่นเอง
          ถามว่าทำไมถึงเล่นเองหมด เพราะว่าผมมีความคิดแปลกๆ ที่แตกต่างจากคนอื่นตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างพอรู้เรื่องอะไรก็จะบ้าอย่างนั้นไป อย่างเช่น มิตร ชัยบัญชา ที่เขาเสียชีวิตระหว่างถ่ายทำ เรารู้สึกว่าเท่ เสียชีวิตด้วยละคร ดีกว่าเสียชีวิตด้วยนอนแก่ตาย ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนที่ชอบดูพวกหนังแอ็กชั่น จะชอบเอาผ้าแดงมาพันคอ เอาฝาหม้อหุงข้าวมาทำเป็นโล่ เอาไม้มาถือ วิ่งไล่ฟันกับเพื่อน สนุกมาก พอมาได้เล่นใน ดาวหลงฟ้า ผมก็อิน และการโหนสลิง ด้วยความที่ผมเล่นชิงช้าสวรรค์มาเยอะ เลยไม่กลัว แต่ก็มีพลาดเหมือนกันนะ ที่เอาเข่าไปลงพื้น กระแทกแรงมาก ทุกคนบอกว่ายกกอง ผมก็เจ็บ แต่บอกว่า ผมขอ 3 นาที จากนั้นก็เลยถ่ายต่อ ผมก็ไหว รู้สึกว่ามันแค่จุก แค่เจ็บ การโหนสลิงไม่ได้น่ากลัวเลย ผมชอบนะ จะมีความเสี่ยงตรงท่าที่เล่นบนสลิง และความสูงของสลิง 

 

คุยกับ‘เด่นคุณ’ถึงบทบาทท้าทายในชีวิต

 

          ผมเข้าใจนักแสดงบางคนนะ ที่เขามีความคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป เขายังต้องเล่นละครหลายเรื่อง เพื่อความปลอดภัย เอาชีวิต ความคิดเขาดีอีกแบบ ความคิดผมก็ดีอีกแบบหนึ่ง เราคิดว่า เราได้เล่นแล้วก็ทำให้มันสุด ผมก็เสียเลือดไปเยอะมาก ทุกครั้งที่บู๊ แอ็กชั่น หรือว่าอะไรก็ตามที่เป็นลุยๆ ผมเสียเลือดทุกวันเลย กลับไปก็คือน็อก นอนเลย แม่ผมก็บอกว่าให้สแตนด์อินเล่นบ้าง เขาไม่ได้ตังค์แล้ว แย่งตังค์เขามาหมด เขามาแล้วเขาก็ไม่ได้เล่น ไม่ได้ตังค์ ถือว่าบาปนะเนี่ย แต่ว่าผมก็อยากเล่น (หัวเราะ) จริงๆ เขาก็ได้เงินแหละ เขารักผมมากเลย มีชวนไปเที่ยว ชวนไปขี่รถเล่น มีไปชลบุรีกัน ไปทั้งกลุ่มสตั๊นท์เลย พี่ๆ เขาก็ช่วยสอนเทคนิคต่างๆ ให้ผมเยอะเลย เขาก็บอกว่าไม่เคยเจอนักแสดงคนไทยที่เล่นจริง แต่เอาจริงๆ เราก็ยังสู้ประเทศอื่นไม่ได้นะ

          @@ ผลงานต่อจากนี้
          ละคร “เงินปากผี” บทบาทเป็นอย่างไร
          ตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่ รู้สึกว่าเรื่องนี้จะมาแรง เอาจริงๆ ตอนแรกผมเข้าถึงบทไม่ได้เลย เพราะว่าต้องเป็นคนเรียบร้อย แต่สุดท้ายแล้วมันก็ได้ เรื่องนี้ด้วยนักแสดง พี่จอย (รินลณี ศรีเพ็ญ) พี่ป๋อ (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) พี่หมวย (สุปรีย์ฎา คำนวณศิลป์) พี่อาย (กมลเนตร เรืองศรี) และนักแสดงอีกหลายๆ คน แต่ละคนเข้ากับคาแร็กเตอร์มาก ผมหวังว่าละครเรื่องนี้ต้องสุดยอดมากแน่ๆ

          ความท้าทายของเรื่องนี้
          ต้องเป็นคนเรียบร้อย ทำให้ผมคิดว่าจะเล่นยังไงให้เรียบร้อย จะเรียบร้อยได้ไหม จนเบื่อคำพูดที่ว่าจะเล่นยังไงให้เรียบร้อย จนมานั่งสมาธิคิดทบทวนใหม่ว่าจะทำยังไง มันมีความชัดในตัวละครแต่ละตัวที่ชัดมากๆ 

          @@ ย้อนวันวาน
          เริ่มเข้าวงการมาได้อย่างไร
          ตอนแรกอยู่โรงเรียน แล้วเพื่อนพาไปแคสติ้งหนัง ตอนนั้นเราก็ยังไม่ค่อยรู้อะไร ต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ มันก็ห่างไกลกันนะ คำว่า “วงการ” กับ “อุบลราชธานี” มันก็ยิ่งห่างกันเข้าไปอีก มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพื่อนก็ไปลงชื่อไว้ให้ แม่ผมก็ไม่ค่อยให้ผมออกจากบ้าน เพื่อนก็บอกกับแม่ผมว่า ผมมาสอบวิชาภาษาไทย พอมาปั๊บก็ได้มาแคสติ้ง ปรากฏว่าเขาบอกว่าเข้ารอบ 10 คน ไม่ได้คิดอะไร ผ่านไป 1 เดือน คิดว่าคงไม่ได้เล่นหรอก แต่ตอนเรียนหนังสืออยู่เขาก็โทรมา บอกให้มาเล่นหนัง ฮักนะสารคาม แล้วก็ได้เจอกับพี่เซ้ง เขาเลยเอาผมมาส่งพี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) แล้วได้ไปอยู่บ้าน เก็บตัวประมาณ 2-3 ปี ได้เล่นละคร เรื่องแรกคือ หลบผีผีไม่หลบ เป็นละครตอนเย็น แล้วด้วยการวางตัวไม่ดีของผม อย่างที่บอกว่า ต่างจังหวัดกับวงการบันเทิง มันไกลกัน ผมไม่ได้หลงแสงสีเสียงนะ แต่ผมจะป้ำๆ เป๋อๆ พูดจาตลกขบขัน แต่งตัวซกมก พูดสนุกสนานเฮฮา ใช้ชีวิตวงการไม่ค่อยเป็น แต่จริงๆมันก็น่ารักดีนะ แต่คนจะไม่ค่อยเข้าใจ เราก็ค่อยๆ ปรับตัว มันจะไม่เหมือนกับคนที่เขาอยู่ใกล้วงการ และรู้ว่าต้องวางตัวยังไง พอเราวางตัวไม่เป็น คนก็เริ่มมองว่าไม่มีสัมมาคารวะ ไม่เรียบร้อย พอมาถึงตอนนี้ผมก็เริ่มรู้ตัวแล้ว ก็เริ่มปรับตัว วางตัวใหม่ แต่งตัวให้ดีขึ้น คือบางทีก็น่าน้อยใจว่าเราเป็นคนจริงใจ แต่ทำไมไม่มีใครชอบ เราก็ต้องปรับตัว

 

คุยกับ‘เด่นคุณ’ถึงบทบาทท้าทายในชีวิต

 

          เป็นเด็กกิจกรรมอยู่แล้วไหมตอนเด็ก
          ใช่ จริงๆ ก็เพิ่งเห็น ตอนเด็กๆ แม่เล่าให้ฟังว่า ผมจะชอบดูละคร ดูการ์ตูนแล้วเราจะอินกับมันมาก เราจะชอบมาก และเป็นเด็กกิจกรรมอยู่แล้ว ทั้งดนตรีและกีฬา ผมได้คุ้นเคยกับศิลปะมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าผมไม่เคยรู้จักศิลปะการแสดง เพิ่งจะมารู้ตอนโตนี่แหละ

          เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะได้เข้ามาอยู่ในวงการ
          เคยคิดว่า ทำไมนางเอกในวงการสวยจัง ถ้าสมมุติโตขึ้นเราได้เป็นแฟนก็คงจะดีอะไรอย่างนี้ โตขึ้นมาจะมีวาสนาได้เป็นแฟนไหมนะ (ยิ้ม) คิดเท่านี้เองเวลาที่ได้ดูละคร พอวันนี้ได้มาอยู่วงการ นี่แหละก็จะสมหวังดังปรารถนา (หัวเราะ)

          คุณพ่อ คุณแม่ เคยคิดไหมว่าลูกจะได้เข้าวงการ
          ไม่ แต่พ่อผมจะเป็นสุดยอดนักศิลปะอยู่แล้ว พ่อมีแต่จะให้ดูหนัง ให้ดูอะไรเกี่ยวกับศิลปะตั้งแต่เด็ก และทุกวันนี้พ่อกับแม่เห็นว่าเราเหนื่อย ก็อยากให้เราไปทำงานรับราชการ อยากให้เราไปทำงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือน จะไปทำงานให้คนเขาด่าทำไม แต่เราก็อยากที่จะทำตรงนี้ให้สุดก่อน เพราะว่าจริงๆ ผมก็อยากทำงานสวน ทำงานทั่วไป อาจจะเป็นข้าราชการ แต่ว่าตอนนี้ผมอยากที่จะทำตรงนี้ให้มันสุดก่อน สุดของเราไม่ได้หมายความว่าเป็นนักแสดงที่ทำงานไปเรื่อยๆ แต่ผมอยากที่จะพัฒนาให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้พอเริ่มปรับตัวอะไรได้แล้ว ก็เริ่มสนุก อยู่ที่การวางตัวของเราเองด้วย เพราะทุกคนก็ไม่ได้เหมือนกันหมด ไม่ใช่ทุกคนที่เขาจะสนุกกับเรา ก็พัฒนาขึ้นไปตามวัย ตามอายุ ตามวุฒิภาวะ ตามประสบการณ์ชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นจากการได้เสียใจ ได้มีความสุข ได้พบปะผู้คน ได้เหนื่อย

          @@ การใช้ชีวิตในวงการ
          ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากวงการ
          อยู่วงการนี้ทำให้เห็นความจริง เราอยู่ต่างจังหวัด เราไม่ค่อยเห็นความจริงหรอก เราเห็นแต่ความจริงใจ เห็นโทรทัศน์เราไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือโกหก รู้สึกว่าทำไมคนนี้น่ารักจัง คนนี้ดีจัง แต่วงการสอนให้รู้ว่า ผมต้องมองโลกในแง่ร้ายเผื่อไว้บ้าง อย่ามองดีเสมอ อย่ายิ้มตลอด ทุกข์บ้างก็ได้ แต่เป็นอาชีพหนึ่งที่ผมรัก ผมรักกองถ่ายมากกว่าชีวิตประจำวันที่ไม่มีกองถ่าย ผมอยู่กับกองถ่ายที่มีความสุข

          ยังเรียนอยู่ ต้องแบ่งเวลากับการทำงานอย่างไรบ้าง
          จันทร์-พุธถ่ายละคร พฤหัสบดี-อาทิตย์ไปเรียน ผมอยู่ปี 3 แต่เป็นปี 3 ที่โอนวิชามา และใกล้จะจบแล้ว ก็ต้องรีบจบ เพราะว่าผมไม่ใช่เด็กทุน ผมไม่ได้ขอทุนเรียนตั้งแต่แรก ด้วยความที่ช่วงปี 1 เราติดเพื่อน ใช้ชีวิตแบบไม่ได้คิดถึงวงการบันเทิงเลย ใช้ชีวิตแค่ว่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัย อยู่หอ มีสาวๆ มีเพื่อนๆ มีกินข้าวกันหลังมหาวิทยาลัย นั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปฟิตเนส คิดกับวงการบันเทิงแค่ว่า ถึงเวลาเมื่อไหร่ก็เป็นดาราเอง คิดง่ายๆ ถ้าคิดได้แบบวันนี้ในตอนนั้นคงจะดี คงรักษาภาพตัวเองดีๆ เมื่อก่อนตอนเข้ามหาวิทยาลัยแรกๆ ใช้เงินเดือนละ 3,000 เอง ไม่ได้มีรถนะ นั่งสองแถว นั่งรถประจำทาง 3 ต่อ มีตังค์หน่อยก็นั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามหาวิทยาลัย วันไหนตังค์น้อยก็นั่งสองแถวเอา 8 บาท สนุกนะ ได้เก็บตังค์ จนปัจจุบันนี้ก็ไม่ค่อยได้ใช้ตังค์ ทำงานก็โอนเงินให้แม่

          @@ ความรัก
          ความรักเป็นอย่างไร
          เปิดรับนะ ไม่มีคนคุยเลย ไม่มีแฟนด้วย เมื่อก่อนเคยมีคนคุย แต่พอมีเหตุการณ์บางอย่าง เลยทำให้ไม่ได้คุย ถามว่าสเปกเป็นอย่างไร ถ้ารูปลักษณ์ภายนอก ชอบคนที่อวบหน่อย สะโพกใหญ่ ถ้าเรื่องจิตใจ บางทีจะมีคนเข้ามาคุยด้วยแล้วเรารู้สึกว่าทำไมเขาจิตใจดีจัง รู้สึกดีจังเลย แต่การคบใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ก็เหงานะ เราทำงานก็ต้องมีใครสักคน การทำงานมันต้องมีกำลังใจ จะทำให้รู้สึกว่าเราทำงานแล้วเราก็มีเขาอยู่นะ

.......................................
ชื่อ เด่นคุณ งามเนตร
เกิด 20 เมษายน พ.ศ. 2537
การศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ผลงานที่ผ่านมา ฮักนะสารคาม, หลบผีผีไม่หลบ, เพลิงฉิมพลี, หวานใจนายกระจอก ฯลฯ
ผลงานล่าสุด ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน