บันเทิง

แฟชั่นเด่นแบรนด์ดังเพราะหนังหรือดารา?

แฟชั่นเด่นแบรนด์ดังเพราะหนังหรือดารา?

21 ส.ค. 2552

หากหนังที่ฉายอยู่ฮิต หรือดาราที่รับแสดงภาพยนตร์เรื่องนั้นฮอต อาจทำให้ตัวสินค้าหรือแบรนด์สินค้า (ในภาพยนตร์) ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งกาย อย่างบ้านเราก็เคยฮิตใช้ผ้าพันคอกันทั้งบ้านทั้งเมือง (ทั้งๆ ที่อากาศร้อนแทบตาย)

เมื่อตอนซีรีส์เกาหลีเรื่องหนึ่งดังเป็นพลุ แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็ต้องให้เหมือนในหนังหรือละครที่เราดู แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีแต่บ้านเราเท่านั้นที่เกาะกระแสแฟชั่นตามหนังหรือละคร เพราะที่ไหนๆ ก็เป็นเหมือนกัน ...มาดูกันดีกว่ามีสินค้าหรือเทรนด์อะไรที่เคยติดลมบนกันบ้าง

 เริ่มกันที่แว่นตา Ray-Ban รุ่น Wayfarer ผลิตขึ้นปี 1952 ไอ้ตอนผลิตแรกๆ ก็ไม่นิยมกัน...ร้อก... แต่พอ ออร์เดย์ เฮปเบิร์น สวมมันในหนังเรื่อง Breakfast at Tiffany’s (1961) ก็กลายเป็นของฮิตขึ้นมาทันที ตอกย้ำความนิยมแว่นตารุ่นนี้อีกครั้งเมื่อ ทอม ครูซ สวมมันโชว์บนใบปิด Risky Business (1983) ปรากฏว่าปีนั้น Ray-Ban รุ่น Wayfarer ขายได้เกือบสี่แสนชิ้น ส่วน Ray-Ban รุ่น Aviator ที่ทอมครูซสวมเพื่อรับบทเป็นนักเรียนการบินในภาพยนตร์ Top Gun เมื่อปี 1986 ก็ทำให้ยอดขายพุ่งทะยานถึง 40% ภายหลังจากหนังออกฉาย...อย่างนี้เรียกว่าขายได้เพราะดาราหรือเปล่า

 ในภาพยนตร์เรื่อง Clueless (1995) ก็ปลุกกระแสแฟชั่นยุค 90 ได้อย่างเหนือความคาดหมาย  หนังเล่าเรื่องเริ่ดๆ เชิดๆ ของแก๊งดาวโรงเรียนอันมี อลิเซีย ซิลเวอร์สโตน เป็นหัวโจกการแต่งตัว ที่ออกแนวตุ๊กตา เน้นสีฉูดฉาด ตัดเย็บด้วยผ้าลายสก็อต และเปี่ยมไปด้วยเครื่องประดับอู้ฟู่ อย่างหมวก กระเป๋าใบโต และสวมบู๊ทถึงเข่า และจากความฮอตของหนัง ที่โดนใจวัยรุ่นยุคนั้นอย่างจัง ทำให้แฟชั่นชุดลูกกวาด กลายเป็นที่นิยมมาก สำหรับเด็กสาวยุค 90 จะว่าไปสาวๆ ยุคนี้ก็ยังฮิตชุดสีลูกกวาดกันอยู่นา...า

 ต่อกันที่ดนตรีดิสโก้ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าเฟื่องสุดๆ ในยุคเซเวนตี้ แต่เมื่อ จอห์น ทราโวลต้า ใส่เชิ้ตดำตัดกับสูทขาวเข้ารูปออกไปเต้นเพลงของ Bee Gees บนเวทีในภาพยนตร์เรื่อง Saturday Night Fever (1977) ก็ทำให้หนุ่มๆ ทั่วอเมริกาก็พร้อมใจกันแต่งตัวด้วยสูทขาวตามจนกลายเป็นสัญลักษณ์ ของหนุ่มยุคเซเวนตี้ไปแล้ว...ฮิตกันเจงๆ...

 ในหนังปี 1985 เรื่อง Desperately Seeking Susan ที่กำกับโดน ซูซาน ซีเดลแมน หนังเรื่องนี้ ได้นักร้องชื่อดังอย่าง มาดอนนา มารับบทเป็น ซูซาน สาวเปรี้ยวที่นำพาให้ชีวิตแม่บ้านสาว ได้มีสีสันขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งการแต่งตัวของมาดอนนาในหนังเรื่องนี้ เป็นการสร้างสรรค์ของตัวมาดอนนาเอง จะว่าไปแล้วแจ็กเก็ตสีดำ ที่ปักรูปพีระมิดด้านหลัง ที่มาดอนนาใส่ในหนังก็ถูกทำเลียนแบบ แถมขายดิบขายดีอยู่ช่วงหนึ่งด้วย...แม้ตอนนี้จะไม่ฮิตแล้วก็ตามเถอะ

 เมื่อหนังเรื่อง She’s Gotta Have It (1986) ของ สไปค์ ลี ทำเงินมากกว่าทุนสร้าง หลายเท่าตัว ไนกี้ ก็เล็งเห็นการตลาด ที่สดใจจากคนผิวสี จึงรีบจีบให้ลีมากำกับการแสดงรองเท้ารุ่น Air Jordan III (ออกอากาศครั้งแรกปี 1988) โดยมีตัวละครคนส่งเอกสารจอมป่วนจากหนังเรื่อง She’s Gotta Have It มาปรากฏในหนังโฆษณา ทำให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นของฮิตในหมู่คนผิวสีไป ส่วนรองเท้ารุ่น Nike Cortez ก็ฮิตขึ้นมาทันตา หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump ออกฉาย 1994 เพราะมันเป็นรองเท้า ที่กัมพ์ได้รับเป็นของขวัญจากแฟนของเขา และใช้ใส่วิ่งมาราธอน และเมื่อต้นปี 2009 มันถูกผลิตขึ้นมาวางจำหน่ายใหม่ แต่ก็ยังขายดีเช่นเคย...ขายดีไม่มีตกเลยทีเดียว

 ไม่น่าเชื่อที่ภาพยนตร์อย่าง Kill Bill จะกู้ชีพ Onitsuka Tiger รองเท้าพละสัญชาติญี่ปุ่นให้ฮิตขึ้นมาได้ เพราะตอนที่ผลิตขึ้นมาในปี 1949 นั้นรองเท้ารุ่นนี้ ก็ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่ แต่เมื่อมันได้ถูกนำมาใส่คู่กับชุด เหลืองพิฆาต ในหนังเรื่อง Kill Bill Vol.1 กลับทำให้มันกลายเป็นของสะสมจนขาดตลาด แถม Onitsuka Tiger รุ่นอื่นๆ เลยได้อานิสงส์ขายดีไปด้วย...ก็หนังมันฮิต...ต

 ในภาพยนตร์เรื่อง Flashdance (1983) ที่รับบทโดย เจนนิเฟอร์ บีลส์ หนังว่าด้วยสาวชนชั้นแรงงานที่ ดิ้นรนเรียนบัลเลต์ ในหนังเจนนิเฟอร์จะสวมเสื้อซับเหงื่อสีเทาตัวหลวมโคร่งคอกว้าง จนไหล่ตกมาข้างหนึ่ง เสื้อเทรนด์นี้กลายเป็นของฮิตขึ้นมาทันที เพราะสาวๆ ต่างแห่ไปซื้อเสื้อผ้าแนวนี้มาใส่จนมีคนก๊อบปี้มาขายจนอื้อซ่า อย่างว่าต้นทุนเสื้อผ้าก็ไม่เท่าไหร่หรอก เพราะมันเป็นเพียงเสื้อซับเหงื่อตัวใหญ่ที่มาตัดตะเข็บคอและแขนออกเท่านั้น ก็จะกลายเป็นเสื้อแพทเทิร์นเดียวกับนางเองใส่ในเรื่องแล้ว โอ๊ย...จะไปซื้อให้เปลืองเงินกันทำไมเพราะเทรนด์นี้ทำเองก็ได้แถมง่ายจัง