บันเทิง

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 11 ธ.ค. 59

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 11 ธ.ค. 59

11 ธ.ค. 2559

มาลัยรักลูกทุ่ง

โดย เคน สองแคว


    หน้าลูกทุ่ง “คมชัดลึก” ฉบับวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้ค้นคว้าข่าวและภาพ ประวัติศาสตร์ ครูสุรพล สมบัติเจริญ ถวายเงินให้ในหลวงโดยเสด็จตามพระราชกุศลในงานทอดกฐินที่ราชบุรี
     วันนี้ขอย้อนอดีตต่อเนื่องไป เมื่อค้นพบหน้าพระเครื่อง “คมชัดลึก” ได้เขียนต้นฉบับเมื่อต้นปี 2557 เกี่ยวกับ หัวข้อ วัดสนามไชยสนามแจ้งเกิด ”ราชาเพลงลูกทุ่ง” และประมวลเรื่องราวความว่า
    “การประชันวงดนตรีลูกทุ่งครั้งแรกของเมืองไทยที่วัดสนามชัยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2509 ครั้งนั้นมีวงดนตรีชั้นนำของเมืองไทยประชันกัน 4 วง รางวัลที่ได้คือ ขันน้ำพานรอง พระยอดธงรุ่นแรก พร้อมเงินรางวัล

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 11 ธ.ค. 59
    เหตุการณ์ในครั้งนั้น สุรพล สมบัติเจริญ ประทับใจและตื้นตันใจมากถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้ม ดังเนื้อเพลงที่เขาว่า "....วัดสนามชัยดินแดนครั้งก่อน ผมยังไม่ลืม ผมหลั่งน้ำตาอุราแสนปลื้ม..."  (เพลง”แฟนจ๋า”-ผู้เขียน )  ส่วนบทเพลงที่เคยชนะการประชันวงดนตรีลูกทุ่งครั้งแรกของเมืองไทย คือ "16 ปีแห่งความหลัง"
    ผู้สื่อข่าวได้ สัมภาษณ์อดีตเจ้าอาวาสวัดสนามชัยที่มีชื่อเสียง คือ พระครูอินทโมฬี ( พระครูสุง) ถึงภาพแห่งความทรงจำว่า
    “ตอนที่สุรพลมาประชันร้องเพลงนั้น ฉันยังไม่บวช จำได้ว่าวันที่เขามาปิดวิกแข่งขันดนตรีกัน 2 คืน โดยให้แข่งคืนละ 2 วง โดยให้อยู่วิกเดียวกัน เมื่อได้เก้าอี้แล้วก็ไปนั่งดูหน้าวงนั้นๆ ปรากฏว่าวงดนตรีของสุรพลคนนั่งแน่นขนัด หลังจากนั้นเป็นต้นมาวัดแห่งนี้ไม่มีการจัดประชันดนตรีอีกเลย เหลือเพียงตำนานและเรื่องเล่าเท่านั้น" นี่เป็นเรื่องเล่าจากของหลวงพ่อชุบ ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่มาดูการประชันวงดนตรีในครั้งนั้นด้วย
    สำหรับสนามจัดประชันวงดนตรีนั้น หลวงพ่อบอกว่า ไม่ใช่ลานวัด แต่เป็นทุ่งนาที่อยู่ห่างจากวัดประมาณ 300 เมตร ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้เปลี่ยนสภาพเป็นสวนผลไม้ไปแล้ว จำได้ว่าสมัยนั้นรถยังเข้าไม่ถึงวัด ต้องนั่งรถจาก จ.สมุทรสาคร มาลงที่ อ.ดำเนินสะดวกจากนั้นก็เดินเท้ามาอีก 5 กิโลเมตร ส่วนใครที่มีเรือก็มาเรือ ซึ่งจอดเต็มคลองนับร้อยๆ ลำ ขณะเดียวกันใครจะมาทำบุญที่วัดต้องมาทางเรือเท่านั้น เมื่อถนนตัดผ่านคลองจึงหมดความสำคัญกลับกลายเป็นคลองที่ตื้นเขิน ไม่มีเรือวิ่งมากว่า 20  ปีแล้ว”
    วัดสนามชัย มีการจัดสร้างรูปเหมือนและศาลาเป็นเป็นอนุสรณ์ ความเฮี้ยนของ "ศาลสุรพล สมบัติเจริญ" หากเป็นหนัง ลิเก รวมทั้งดนตรีมาแสดงที่วัด หากไม่จุดธูปบอกกล่าวก็จะมีอันเป็นไปต่างๆ นานา แต่ที่บนกันมาที่สุดต้องยกให้คนที่สมัครประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ มักจะเดินทางมากราบไหว้ขอพร ร่วมทั้งถวายพวงมาลัยกันอย่างต่อเนื่อง” หน้าพระเครื่องได้สรุปไว้
    การตัดสินวงดนตรี สมัยนั้น รางวัลชนะเลิศวัดกันที่พวงมาลัยคล้องคอ ซึ่งทราบมาว่า วงที่ชนะนั้น ได้พวงมาลัยดอกไม้หลายเข่ง
    พวงมาลัยคล้องคอนักร้องนักร้องลูกทุ่ง ลิเกและหมอลำจึงเป็นสิ่งที่คู่กันมากับวงการเพลงจนเป็นภาพชินตา จนบางคนหลงไปว่า จำนวนพวงมาลัยคล้องคอโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวงมาลัยติดธนบัตรเป็นการบ่งบอกชื่อเสียงความนิยมของนักร้อง บางเวทีนักร้องที่ไม่คุ้นหน้าเลย แต่มีพวงมาลัยล้นคอ เนื่องจากเกณฑ์แฟนคลับมาคล้องคอโชว์ศักยภาพ บางเวทีคนรู้ๆ กันอยู่ว่า เป็นหน้าม้าที่คล้องแล้ว เอาคืนให้ หรือเงินของนักร้องเองเพื่อสร้างภาพ
    สิ่งที่เกิดความไม่สบายใจอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นมานานแล้ว บังเอิญผมเพิ่งจะได้รับภาพที่ส่งต่อกันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นภาพของนักร้องหมอลำที่พวงมาลัยเป็นธนบัตรเย็บต่อๆ กัน คล้องคอห้อยลงมาเรี่ยราดเกือบถึงพื้นเวที ไม่น่าดู บางคนกำธนบัตรแบบที่แทบจะขยำไว้กันหลุดหาย
    งานเวทีที่ไหน ถ้าผมไปอยู่ร่วมงานด้วย ก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบบอกนักร้องว่า ช่วยม้วนหรือจับพวงมาลัยธนบัตร ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ควรเลยกว่าเอวลงมา เพราะเป็นภาพที่ไม่งามตาอย่างยิ่ง 
    ฝากบอกแฟนเพลงที่จะไปคล้องพวงมาลัยธนบัตร และนักร้องทั้งหลายให้ควรตระหนักในเรื่องแบบนี้อย่างมาก ในส่วนของลิเกสมัยนี้ เขามีวิธีที่น่ารัก นำธนบัตรมาเรียงคลี่เป็นพัด และติดกันให้แน่นมีเข็มกลัดหรือคลิปหนีบ เวลาจะมอบให้ก็นำไปติดตามไหล่หรือแขนเสื้อ ดูเหมาะสมดี
    ทุกวันนี้ มีภาพเผยแพร่ออกทางสื่อโซเชียล จะทำสิ่งใดควรคิดตรึกตรองให้ดี โดยเฉพาะพวงมาลัยธนบัตรไม่ใช่ทำตามอำเภอใจได้อย่างที่ผ่านมา