บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - 40 ปี ผู้คน ดนตรี พื้นที่สันติภาพ

พรมแดนของโลกมายา - 40 ปี ผู้คน ดนตรี พื้นที่สันติภาพ

21 ส.ค. 2552

อัลบั้มดีวีดี หนังสารคดี Woodstock โดย Michael Wadleigh 4 แผ่น ความยาวประมาณ 5 ชั่วโมง 2 แผ่นแรกเป็นหนังที่เคยนำออกฉายก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้ติดเรต R ไว้ด้วย เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ส่วน 2 แผ่นหลังเป็นชุดพิเศษ แผ่นที่ 1 เป็นคอนเ

  เทศกาลดนตรีวู้ดสต็อก 3 วันแห่งสันติภาพและดนตรี (15-17 ส.ค.1969) ครบ 40 ปีพอดี นี่คือประวัติศาสตร์ของการชุมนุมโดยสันติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของคนหนุ่มสาว ณ ยาสเกอร์ฟาร์ม เขตชานเมืองของมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ณ เวลานั้นเห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนทำงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว อายุเฉลี่ยประมาณ 20 กว่าเท่านั้น ใกล้เคียงกับศิลปิน นักดนตรี คนหนุ่มสาวจากทั่วทุกสารทิศที่มุ่งหน้ามาร่วมชุมนุมและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 3 วันเต็มๆ พวกเขาได้ทลายพรมแดนของเชื้อชาติ สีผิว ประกาศจุดยืน ความรัก และสันติภาพให้โลกรู้

 40 ปีที่ผ่านมาความทรงจำของผมเกี่ยวกับวู้ดสต็อกไม่ต่อเนื่อง มีอคติกับระบบเซ็นเซอร์ในบ้านเราที่ไม่ยอมเปิดกว้าง คนรุ่นก่อนที่เคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว ถ้ามาดูในเวอร์ชั่นนี้คงจะได้เห็นอีกหลายฉากที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะภาคพิเศษนั้นยังมีการเพิ่มเพลงที่เล่นอีกหลายเพลง การแสดงของอีกหลายวงที่ตัดออกในครั้งแรก

 ต้องยอมรับวิสัยทัศน์ของทีมงานจัดคอนเสิร์ตและทีมงานถ่ายทำหนังว่า พวกเขาได้บันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในศตวรรษที่ 20 เทศกาลดนตรีวู้ดสต็อกเป็นมากกว่าการแสดงคอนเสิร์ตทั่วไป แต่มันเป็นวิถีชีวิตของคนหนุ่มสาวอเมริกัน ณ ช่วงเวลานั้นที่กล้าปฏิเสธค่านิยมของคนรุ่นอเมริกัน ดรีม ผู้คนจำนวนราว 400,000 คน พวกเขาไม่ใช่แค่อยากมาดูชมดนตรีเท่านั้น พวกเขามารวมตัวกันเพื่อพบเจอผู้คนเผ่าพันธุ์เดียวกัน คือผู้รักในสันติภาพและประท้วงสงคราม ภาพที่สวยงามที่สุดในหนังเรื่องนี้เป็นภาพที่สะท้อนปัญหาจุดอ่อน อุปสรรคต่างๆ ที่คณะผู้จัดงานยังไม่พร้อมจะรับมือ เช่น ปัญหาการขาดแคลนน้ำและอาหาร สุขอนามัยต่างๆ แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากชุมชนใกล้เคียง ทางกองทัพบกได้อนุเคราะห์เฮลิคอปเตอร์และทีมแพทย์พยาบาลจำนวนหนึ่ง

 3 วันในวู้ดสต็อกมีทั้งคนเกิดและคนตาย แต่ไม่มีเหตุร้ายลักขโมยเกิดขึ้น คนทำหนังไม่ได้ตัดฉากที่ผู้คนแหกรั้วเข้ามาในงาน จนโฆษกบนเวทีประกาศว่าขณะนี้เป็นฟรีคอนเสิร์ตไปแล้ว (บัตรเข้างานราคาต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐ)

 ศิลปินและวงดนตรีทุกวงต่างก็มีลักษณะเฉพาะของตนเอง แต่เนื้อหาของบทเพลงที่พวกเขานำเสนอด้านหลักนั้น เป็นแนวประท้วงสงคราม (protest song) ช่วงเวลานั้นสงครามเวียดนามยังดำเนินอยู่ พวกเขาติดต่อกับทางบ้านโดยการใช้โทรศัพท์ตู้ มีการฝึกกายบริหารท่าโยคะและการนั่งสมาธิ เช้าวันหนึ่งมีการเป่าแตรปลุก โฆษกประกาศว่า เช้านี้มีอาหารฟรี พวกเราอยู่บนสวรรค์แล้ว เช้าวันปิดงานเห็นทุ่งร้างและคนเก็บขยะ จิมมี่ เฮนดริกซ์เล่นปิดงาน ปิดท้ายด้วยทำเนียบชื่อของ

 วู้ดสต็อก เจเนเรชั่นกับเพลง Find the Cost of Freedom

"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"