
มองโลกแบบวิกรม - "การประหยัดที่พอดี" (2)
สำหรับในเมืองไทยที่ "อมตะนคร" เรามีสถาบันเทคโนโลยีไทย-เยอรมัน ห้องน้ำและทางเดินก็จะทำแบบเดียวกัน พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด รู้คุณค่าของคนยุโรปที่ประเทศเขามีฐานะดีกว่าเรามากมายยังประหยัดเช่นนี้ ส่วนบ้านเราเสียอีกที่ยังใช้ของกันอย่างไม่รู้คุณค่าเท่าใด
นิสัยอีกอย่างหนึ่งของผมขณะแปรงฟัน ผมไม่เคยเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้เลย ที่พูดอย่างนี้เพราะผมสังเกตว่ามีหลายคนชอบฟังเสียงน้ำไหลขณะที่แปรงฟัน เปิดน้ำไว้เปล่าๆ เสียของอย่างมาก ผมจะใช้น้ำต่อเมื่อผมแปรงฟันเสร็จแล้ว ค่อยเปิดเพื่อทำความสะอาดแปรงสีฟัน บ้วนปาก แล้วปิดก๊อกน้ำ หรือแม้กระทั่งเวลาเดินทางอยู่บนเครื่องบิน หรือเรือกลางทะเล เราก็ต้องใช้น้ำอย่างพอเหมาะ ชีวิตเราจะอยู่อย่างสบาย ไม่สร้างปัญหาและภาระให้กับทรัพยากรธรรมชาติส่วนรวม
ผมเคยเดินทางไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่ทะเลทรายโกบี เห็นคนที่นั่นแล้วรู้สึกถึงคุณค่าของน้ำได้ทันทีว่าพวกเขานั้นลำบากกันเพียงใดกว่าจะมีน้ำใช้กันสักหนึ่งลิตร แตกต่างจากคนไทยเราที่ไม่ค่อยสำนึกในเรื่องนี้ เพราะเราอาจเห็นว่าเรามีน้ำเหลือ น้ำใช้จนถึงขั้นน้ำท่วมกันเป็นประจำ คิดแล้วผมก็อดขำไม่ได้ นั่นแสดงว่าเราขาดองค์ความรู้ในด้านการจัดการบริหารการใช้น้ำ เราใช้น้ำแบบฟุ่มเฟือย แถมยังไม่รู้จักการกักเก็บน้ำที่มีตามธรรมชาติ ปล่อยให้ไหลลงทะเลอย่างเปล่าประโยชน์
เมืองไทยมีฝนตกมาปีละ 8 แสนล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปรากฏว่าทุกฤดูแล้งเรายังคงขาดน้ำ จนน่าเป็นห่วงว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่สภาวะวิกฤติจาก “โลกร้อน” ที่รุนแรงและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ คงมีบางพื้นที่ในเมืองไทยที่เข้าขั้นอันตราย ไม่แน่ว่าอนาคตข้างหน้าอาจเห็นคนไทยต้องฆ่ากันเพื่อแย่งชิงน้ำก็เป็นได้
ผมจำได้ว่าเมื่อปี 2547 เกิดวิกฤติขาดน้ำอย่างรุนแรงใน จ.ชลบุรีและระยอง จนเกือบทำให้โรงกลั่นน้ำมันต้องเตรียมปิดโรงงานกันเลยทีเดียว เพราะสาเหตุเกิดจากการที่เราไม่เตรียมวางแผนเรื่องน้ำกันให้เพียงพอ ขณะนั้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง เรายังคงมีน้ำสำรองไว้ใช้ได้อีกกว่า 200 วัน ผมให้ทางอีสวอเตอร์ต่อท่อเข้ามาสูบน้ำในนิคมเราเพื่อสูบต่อไปช่วยที่มาบตาพุด แต่ก็นับว่าโชคดีมากที่ฝนตกลงมาช่วยเอาไว้ ทำให้ภาคตะวันออกของเรารอดพ้นจากหายนะในเรื่องน้ำไปได้อย่างหวุดหวิดเส้นยาแดงผ่าแปด
คนไทยควรเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการสาธารณูปโภคอย่างเหมาะสมและถูกต้องตามหลักการ เราต้องศึกษา ปรับปรุง และเตรียมตัวให้มากกว่าที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้
ผมคิดว่ามนุษย์กำลังทำลายตัวเองจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย ไม่บันยะบันยัง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการขาดความเข้าใจในการจัดการดังเช่นชาวยุโรป หรือญี่ปุ่น หากเรายังเป็นเช่นนี้อีกเรื่อยไป เราต้องประสบกับความยุ่งยาก ลำบากอย่างแน่นอน ความภาคภูมิใจที่เราเป็นประเทศอุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ปราศจากไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว หิมะ หรือภัยธรรมชาติที่รุนแรง นั้นอาจต้องเสื่อมถอยลงไปตามวันเวลา เพราะเราไม่เข้าใจสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่ เราไม่รู้จักการพัฒนา ปรับปรุง บริหาร จัดการอย่างถูกต้อง แต่เรากลับยากจนลงทุกวันๆ และแถมมีปัญหาจากวิกฤติน้ำ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินลงไปอย่างน่าเสียดาย เพราะเราบริหารประเทศไม่เป็น
อย่างไรก็ตาม หากเราเข้าใจและมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม สังคมไทยย่อมสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญเราจะไม่จำเป็นต้องไปจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นเช่นที่เรากำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน



