
ผลกระทบ‘โซเชียล’เหตุ‘กระทืบ’ในร้านดัง ‘ดารา’สติพังโดนพ่วง!!
ผลกระทบจากเหตุ "การ์ด" รุมกระทืบ "ลูกชายผบ.มทบ.38" ในร้านดัง "ดารา" สติพังหลังโดนพ่วงชื่อ ไม่รู้ตัว
ถ้าถามว่า “กระแส” อะไรน่ากลัวที่สุดใน “วงการบันเทิง” ณ ปัจจุบันนี้ คงต้องตอบว่า กระแสโซเชียลมีเดีย น่ากลัวที่สุด เพราะทุกเสียงแสดงความคิดเห็นผ่านโลกโซเชียล สามารถทำได้อย่างไรขีดจำกัด ทว่าส่งผลกระทบรุนแรง ทำร้าย และทำลาย เป้าหมายได้อย่างน่าหวั่นใจไม่น้อย และน่าขบคิดเหมือนกันว่า เป้าหมายที่กระแสโซเชียลต้องการประหัตประหาร ด้วยถ้อยคำผ่านตัวอักษรส่งไปถึงตัวบุคคลใด บุคคลหนึ่งในโลกไร้พรมแดน โดยเฉพาะบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง "นักแสดง-ศิลปิน”
หากสิ่งที่ชาวโซเชียลกำลังทำพร้อมความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” แต่กลับกลายเป็นเรื่องผิดพลาด หรือพูดง่ายๆ คือ “ด่าพลาดเป้า” เพราะเชื่อในสิ่งที่เห็น ผ่านการแชร์ต่อๆ กันมา โดยไม่ผ่านการพิจารณาให้ถี่ถ้วน ในเมื่อถ้อยคำอันสร้างความเข้าใจผิด ถูกส่งผ่านโลกออนไลน์ไปแล้ว สุดท้ายใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ความรู้สึกของ “คนถูกด่า” ที่ไม่ได้กระทำความผิดบ้าง?
อิทธิพลและผลกระทบของกระแสโซเชียลมีเดีย ทุกวันนี้ “น่าสะพรึงกลัว” มากขึ้นทุกขณะ ประหนึ่งกระแส “สงครามข่าวสารสั่นประสาท” ใครรับรู้มากบางครั้งทำให้เครียดโดยไม่รู้ตัว หากไม่รับรู้เลยอาจกลายเป็นคนก้าวไม่ทันโลก ฉะนั้นต้องรับรู้แต่พอดี และมีวิจารณญาณ
กรณีน่าเห็นใจจากผลกระทบของกระแสโซเชียล จากข่าวใหญ่เรื่องหนึ่งในหน้าฟีดข่าวทาง “เฟซบุ๊ก” และกระทู้ในโลกออนไลน์ คงหนีไม่พ้นเรื่องของลูกชาย ผบ.มทบ.38 ถูกกลุ่มการ์ดรุมทำร้ายกลางร้าน “มาลิน สกาย” ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังมีปากเสียงกับกลุ่มการ์ด ซึ่งอ้างว่ามาดูแลดาราและไฮโซที่มาเที่ยวในร้าน ซึ่งตามข่าวประกอบด้วย “บอล” กฤษณะ อมิตรสูญ แฟนของดาราสาว “อุ้ม” ลักขณา วัธนวงส์ศิริ “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน และ “หมาก” ปริญ สุภารัตน์ และอีกหลายคน ซึ่งมีรายชื่อไปนั่งอยู่ในร้านดังกล่าว
แต้ว - หมาก - มิว
กระแสข่าวในเบื้องต้นที่ออกมาคือ ลูกชาย ผบ.มทบ.38 ไม่พอใจที่กลุ่มการ์ดกันไม่ให้เข้าห้องน้ำ เพราะมีดารากำลังเข้าอยู่ จึงเข้าไปพูดตักเตือนว่า ดาราไม่ควรมีอภิสิทธิ์ จากนั้นจึงถูกดาราสั่งให้การ์ดรุมกระทืบหน้าห้องน้ำ!!
เมื่อมีกระแสออกมาในลักษณะนี้ แน่นอนที่สุด ว่า เหล่าดาราที่มีชื่อร่วมด้วยในเหตุการณ์ดังกล่าว คงถึงคราว “ซวย” เป็นแน่แท้เสียงด่าสาดเสียเทเสีย ผุดขึ้นเป็นหมื่นเป็นแสนข้อความในโลกออนไลน์
นางเอกสาว “แต้ว” ณฐพร โดนหางเลขมีชาวโซเชียลคอมเมนท์จะไม่ดูละครเรื่อง “นาคี” ส่วน “มิว” นิษฐา กำลังจะมีภาพยนตร์เทิดพระเกียรติเข้าฉาย ก็โดนกระแสเหมารวมไปด้วย “หมาก” ปริญ เจอหนักสุด! โดนขุดยันข่าวเก่า ด่าเหมารวมย้อนไปสมัยกรณี “ด่าแม่เพื่อน”
สุดท้ายคดีพลิกเพราะความจริงคือ เหล่าดาราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งการ์ดในร้านแต่อย่างใด ทุกคนไม่รู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว โดยมีเสียงยืนยัน จากเฟซบุ๊กของคนที่กล่าวว่า เป็นเพื่อนกับลูกชาย ผบ.มทบ.38 ออกมาชี้แจงว่า เพื่อนมีเรื่องกับกลุ่มการ์ดของร้าน ไม่เกี่ยวกับ “ดารา” และไม่ได้โดนรุมกระทืบหน้าห้องน้ำ เหมือนกระแสที่ออกมาในตอนแรก แต่โดนทำร้ายร่างกายที่โต๊ะในร้านอาหาร และงงว่าเรื่องราวกลับกลายเป็นไปในทิศทางว่า “ดาราสั่งการ์ด” ได้อย่างไร
แน่นอนว่า คดีนี้ยังไม่จบ เพราะเรื่องราวคงดำเนินการต่อไป และคนที่โดนจับตามมอง ต่อมาคงหนีไม่พ้น “บอล” กฤษณะ แฟนของดาราสาว “อุ้ม” ลักขณา ซึ่งในวันที่อุ้ม แถลงข่าวชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด ยืนยันว่า “บอลไม่ใช่เจ้าของร้าน มาลิน สกาย” จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยเลย แต่ชาวโซเชียลยังมีการ “จับผิด” กันต่อไปว่า สาวอุ้มเคยไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมกับยืนยันว่า บอลเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว งานนี้สาวอุ้มก็หนีไม่พ้นโดนถล่มยับว่าแถลง “โกหก” หรือไม่!! ซึ่งเรื่องนี้จะจริงเท็จประการใด คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐสืบคดีกันต่อไป เพราะคงไม่จบลงง่ายๆ
เหตุการณ์นี้มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดหากมอง และวิเคราะห์ตามสถานการณ์แล้ว “ดารา” คือบุคคลที่มีชื่อเสียง หากดาราไม่ไร้สติปัญญาจนเกินไป ร้านอาหารเป็นสถานที่ประชาชนพลุกพล่าน และกลุ่มดาราที่ไปรับประทานอาหารในร้านดังกล่าว มีชื่อเสียงติดอันดับท็อปของประเทศ ใครจะกล้าบ้าบิ่นถึงขนาด “ออกคำสั่ง” ให้ทำร้ายคนอื่นในที่สาธารณะ และมีพยานรู้เห็นตั้งมากมาย เพราะดารามี “ชื่อเสียง และ อนาคต” เป็นสิ่งค้ำประกัน หากทำสิ่งผิดมหันต์ ย่อมมีค่าตอบแทนมากเป็นทวีคูณ
ขนาดเหตุการณ์นี้เหล่าดาราแค่ “มีชื่อ” ไปร่วมงาน ยังต้อง “จ่าย” ค่าเสียหายเป็นการรับ “คำด่า” ทุกทิศทาง แม้พวกเขาจะยืนยันว่า “ไม่มีส่วนรู้เห็น” และไม่ได้เป็นคนออกคำสั่งให้การ์ดรุมกระทืบใคร แต่ความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการสื่อสารผ่านโลกโซเชียลมีเดีย กลับสร้างผลกระทบ และบาดแผลทางความรู้สึกให้แก่พวกเขามากทีเดียว
และที่สำคัญ การได้เกิดมาเป็นนักแสดง ศิลปิน ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การดำรงรักษาไว้ในเรื่องของอาชีพด้วยคุณภาพ และชื่อเสียงที่ไม่ให้ลดน้อยถอยลง เป็นเรื่องยากยิ่งกว่า ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงสถานที่อโคจร หรือสถานที่ที่จะเป็นภัยกับตัวเอง และชื่อเสียงนั้น เป็นเรื่องที่บุคคลสาธารณะ เช่น ดารา ควรพิจารณาตรองให้ตระหนัก
ใครทำผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง คงต้องตามสืบ จนได้ตัวผู้กระทำผิด แต่คนไร้ความผิด ที่ถูก “ถล่มด่า” ผ่านกระแสอารมณ์ โดยไม่ทันได้ไตร่ตรองของชาวโซเชียลมีเดีย (บางคน) พวกเขาเหล่านี้คือ “จำเลย” ที่น่าเห็นใจ



