
Eat Play Life อาทิตย์ 27 พ.ย.
ข่มขืนฟุตบอลอังกฤษ! Spotlight วงการลูกหนัง (เขียนโดย นันทขว้าง สิรสุนทร)
เสียงกริ่งโทรศัพท์ ที่รุมกระหน่ำกองบรรณาธิการของนักข่าว “บอสตันโกลบ” ในฉากสุดท้ายของหนังเรื่อง Spotlight นั้น ว่าน่าสนใจแล้ว....แต่รูปปั้น “นกตัวหนึ่ง” ในห้องของ editor ในหนังนั้น อาจจะน่าสนใจกว่า...
น่าสนใจกว่า เพราะว่านกตัวนั้นตามความหมายของหนัง มันมักจะส่งเสียงร้องดังระงม...เมื่อมีสิ่งผิดปกติ เกิดขึ้นในสังคมของใครก็ตาม นั่นอาจหมายความว่า เมื่อมีบาทหลวงร้อยพันราย เคยล่วงละเมิดและข่มขืนเด็ก (sexual abuse) ตัวของ “ศาสนจักร” ก็สั่นสะเทือนมาก เพราะเสียงร้องระงมของนักข่าวกลุ่มหนึ่ง ที่กล้าเขย่า โยกแรง ใส่คาทอลิก ซึ่งเป็นสถาบันที่มีอำนาจมาก
คำถามเดียวกันคือ เมื่อเรื่องแบบเดียวกัน ย้ายพื้นที่มาเกิดขึ้นกับฟุตบอลอังกฤษบ้าง มันจะเป็นอย่างไร, หนึ่ง เรื่องก็จะเงียบเหงาไป เพราะนักข่าวกีฬาที่เป็นพวก investigative journalist ไม่ค่อยมี เพราะงานกีฬา ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้นัก (หรืออีกทางหนึ่ง, เมื่อฟุตบอลคือ สินค้าที่ผูกพัน เกี่ยวข้องกับการตลาดมากมาย ทั้งภาพลักษณ์ เงินทอง กำไรขาดทุน สโมสรหรือแบรนด์ลีก อาจจะไม่ให้ความร่วมมือในการ “เจาะ” ก็ได้... อย่าประเมินในแง่ดีไป)
ทว่า - หากในห้องทำงานของนายกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ จะมีนกตัวนั้น แบบในหนัง Spotlight ขอให้เริ่มเจาะ ตามจังหวะของข่าวที่ไหลออกมาแบบนี้....
เช้าตรู่ของวันที่ 23 พฤศจิกายน ทวิตเตอร์ของ นสพ. The Mirror รายงานว่า แอนดี้ วูดวอร์ด กับเพื่อนนักเตะอีกคน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาเคยโดนล่วงละเมิดทางเพศ (ใช้คำว่า sexual abused จึงเป็นข่มขืนด้วยในตัว) ในปลายยุค 70s ข้ามมาต้นทศวรรษที่ 80
เขาบอกว่า คนที่คนที่ทำเขาก็คือ แบร์รี เบนเนลล์ ซึ่งเป็นแมวมองและโค้ชเยาวชนของสโมสร คริว อเล็กซานเดอร์ ซึ่งด้วยความเป็นเด็ก จึงยอมจำนน โดยเก็บงำเรื่องนี้ไว้กับตัว ไม่กล้าบอกสังคมรอบข้าง ไม่แม้แต่จะบอกครอบครัวตัวเอง...
การออกมาแฉของ แอนดี้ และเพื่อนนักเตะ เหมือนระเบิดลูกร้อนที่โยนโครมใส่ฟุตบอลอังกฤษ ที่เป็นเจ้าของ modern football ที่คิด วาง จัดการ กฎกติการมารยาท มาแบบครบพร้อมแล้ว....แต่ตกถึงเย็นวันเดียวกัน แผ่นดินไหวใส่ English football อีก 100 ริกเตอร์ !
เมื่ออดีตมิดฟิล์ดของทีมสเปอร์ส ที่เคยย้ายไปเล่นสั้นๆ ให้ลิเวอร์พูล กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลาต้อมา ออกมาร่ำไห้แฉต่อว่า เขาเองก็เคยโค้ชทีมเยาวชน ทำการ abused เหมือนกัน แถมดูหนักหนากว่า เพราะใน นสพ. Independent นั้น เขาลงคำว่า daily for four years !
เล่าได้โดยย่นย่อว่า โค้ชคนนี้มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อผู้คนรอบข้าง และไปบอกพ่อแม่เขาว่า จะปั้นเด็กน้อยให้ดังเป็นเทพ (make him the star) ถ้าเรามีลูกที่มีความสามารถอะไร แล้วคนวงการนั้น มาบอกแบบนี้ แน่นอน มากกว่าครึ่งค่อนก็ต้องส่งเสริม !
เมื่อกลายไปเป็นเด็กที่อายุ 11 ขวบ และนั่งรถเก๋งของโค้ชวันแรกๆ ที่ไปสนาม จู่ๆ มีมือล้วงควักลูบ มาโดนอวัยวะเพศ แน่นอนว่า เด็กชาย พอล สจ๊วต ก็คงแปลกๆ และแย่... เรื่องมันเลยเถิดไปถึงที่สุด และ พอล ไม่กล้าบอกใคร เขาบอกว่าโค้ชสนิทกับที่บ้านมาก เด็กอายุ 11 ไปฟ้อง ก็อาจไม่มีน้ำหนัก
4 ปีเต็มที่ พอล ในตอนนั้นถูกทารุณทางจิตใจ “บางวัน ผมเล่นบอลได้แย่ เขาก็เรียกผมไปลงโทษทางเพศ เป็นการตอบแทน” อดีตกองกลางของไก่เดือยทอง บอก
พอลบอกว่า เขาไม่ได้ต้องการจะออกมาแฉ เพื่อต้องการเงินทองอะไรทั้งนั้น แต่ปรารถนามากว่า อยากให้นักเตะอีกหลายคน ที่เขารู้ว่าโดนแบบเขา ออกมาประจานความชั่วร้ายในวงการนี้ !
คำเรียกร้องของเขาเป็นผล !
เพราะอีกแค่หนึ่งคืนต่อมา เช้าวันที่ 24 พฤศจิกายน เดวิด ไวท์ อดีตนักเตะของแมนฯ ซิตี้ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ The Daily Mirror ยาวเหยียดหลายหน้าว่า เขาก็เคยโดนล่วงละเมิดทางเพศนานหลายปี สตีฟบอกว่า “ที่น่าเศร้าคือ เด็กผู้ชายที่มีความฝันในการเป็นนักบอลนั้น ก็รู้อยู่แล้วว่า จะต้องเจออะไรมากมายในการต่อสู้บนเส้นทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมหนัก, ไม่ได้เล่นกับเพื่อน แต่ไม่นึกว่าจะต้องเจอกับการโดนข่มขืน”
และเขาบอกว่า “ผมหวังว่าจะมีอีกหลายคนที่ออกมาบอกกล่าวเรื่องนี้กับสังคม”
เพราะถ้ายังมีอีกหลายคนทยอยออกมา (พอล สจ๊วต บอกว่ามีอีกหลายสิบคน) นั่นก็แสดงว่า นกในวงการฟุตบอลจะถึงเวลาที่จะร้องระงมอีกครั้ง....
และเชื่อเถอะว่า อีกไม่นานนับจากนี้ จะมีหนังสารคดีแถวๆ Spotlight เวอร์ชั่นฟุตบอลอังกฤษ ให้ดูกัลล์....



