
อึ้ง 'เสก โลโซ' เผยแล้วคบ 'แซนด์วิช' จริง!!
"เสก โลโซ" รับคบหาดูใจ แซนด์วิช ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายไลน์มาหาก่อน เรียกว่าเป็นแฟนก็ได้
หลังจากที่มีกระแสข่าวของ ร็อกสตาร์ ชื่อดังอย่าง "เสก โลโซ" ทีกำลังคบหา อยู่กับนักแสดงช่อง 7 สี ชื่อว่า "น้องแซนด์วิช" ซึ่งหลายคนต่างให้ความสนใจกับประเด็นนี้ ล่าสุดได้เจอ เสก โลโซ ในงานฉลองมงคลสมรสของลูกสาวหม่ำจ๊กมก เลยได้ถามไถ่ถึงประเด็นนี้
"สถานะกับ แซนด์วิช ก็กำลังคบหาดูใจกันอยู่ ผมรู้จักกับแซนด์น่าจะประมาณ 3-4 เดือนแล้ว มีคนแนะนำให้รู้จักแล้วมีคนชวนเขามากินข้าว แล้วแซนด์เขาก็มาด้วย มากับน้องที่สนิทกับผม ตอนแรกผมไม่ได้รู้สึกชอบเลย ผมรู้สึกว่าเขาตลก เขาไลน์มาจีบผมก่อน(หัวเราะ) แล้วผมก็มีความรู้สึกว่าชอบพี่แน่เลย ผมก็ถามเขา หลังๆเขาก็บอกว่าผมน่ารักดี"
ถามต่อว่า ฝ่ายหญิงได้บอกหรือไม่ว่า ชอบเสกที่ตรงไหน นักร้องชื่อดังกล่าวว่า
"เขาบอกว่าผมเถื่อนดี(หัวเราะ) เขาบอกว่าผมเป็นคนตรงดี เขาชอบ ถามว่ากลัวไหมว่าน้องเขาจะมาเกาะกระแสชื่อเสียงจากเรา คือไม่มีความรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะว่าน้องเขาก็มีความบริสุทธิ์ใจที่มาคบกัน แล้วถ้าผมทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมาได้ ผมก็ดีใจ (คบกันเป็นแฟนหรือยัง) ก็เรียกว่าเป็นแฟนก็ได้นะ"
ด้าน กานต์ อดีตภรรยาโพสต์เฟสบุ๊คเหมือนตัดพ้อ "เขาก็คงหึงผมแหล่ะ ซึ่งจริงๆ เขาไม่มีสิทธิ์หึงผมหรอก เพราะว่าผมก็บอกเขาอย่างหนึ่งแน่นอนแล้วว่า ผมไม่ได้เป็นแฟนเขา ผมไม่ได้เป็นคนรักเขาเหมือนเดิมที่เคยรักกันนะ ผมก็เป็นเพื่อนกัน ถามว่าพอกานต์โพสต์อย่างนี้ น้องแซนด์วิชเขามีกังวลอะไรไหม มีมาปรึกษาเรื่องนี้ไหม คือผมบอกแซนด์วิชตั้งแต่เริ่มคบแล้วนะ ผมบอกว่าเป็นเมียพี่ต้องอดทน เป็นแฟนพี่ต้องอดทน เขาก็บอกว่าเขาน่าจะอดทนได้ แล้วเขาบอกว่าเขาโอเค แต่รู้สึกผู้ใหญ่ทางช่อง7 จะเตือนๆน้องเขาอยู่ เพราะค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องอ่อนไหว ผมก็บอกว่า คิดจะเป็นคนในวงการนี้ต้องยอมรับทุกอย่าง ซึ่งผมเองผ่านมาหมดแล้วล่ะ ไปบ้านผมบ่อยๆก็น่าจะรู้ดี ซึ่งคนที่จะมีชื่อเสียงต้องยอมโดนเขาด่าบ้างก็เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเรื่องของครอบครัวเขา ตระกูลเขาก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ต้องฝากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราคบกันจริงๆนะ"
กานต์ส่งข้อความมาต่อว่าจริงไหม "อ๋อ ต่อว่าตั้งแต่วันลอยกระทงแล้ว ว่าทำไมไม่เกรงใจเขาเลย โพสต์แบบนี้ ผมก็บอกว่าผมไม่ได้เป็นคนรัก ไม่ได้เป็นสามีเขา เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็คงได้ ด้วยความเป็นห่วงเขานะ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ก่อนที่เขาจะมาทะเลาะกับผมครั้งนี้ ผมก็ยังดีๆกับเขาอยู่ ไปที่บ้าน ไปหาลูกแล้วก็อยู่คุยกัน พาไปกินข้าว (กลัวไหมว่ากานต์จะมารบกวนจนกระทบความสัมพันธ์กับแซนด์วิช) ผมไม่มีกังวลเลย เพราะผมมีความรู้สึกว่า ผมผ่านมาหมดทุกอย่าง ผมเองเป็นคนเจ้าชู้นะ เดี๋ยวผมไปโผล่ถ่ายรูปกับคนนั้นคนนี้ ผมบอกทุกคนแล้วนะ ถ้าใครมาคบกับผม อดทนหน่อยนะ เพราะผมเป็นนักดนตรีร็อคที่มีชื่อเสียง ผู้หญิงก็เข้ามาหาบ้าง ถ้ารู้ว่ามีอะไรยังไง ต้องอดทนนะ"
ส่วนคำถามที่ว่าจะหยุดที่แซนด์วิชเลยหรือไม่ เสกบอกว่า "(หัวเราะ)ผมไม่ตอบคำถามนี้หรอก ถามว่ารักครั้งนี้มันทำให้ผมกระชุ่มกระชวยมากแค่ไหน มันก็เป็นความรักอีกครั้งหนึ่ง คือมันเริ่มก่อตัวมาไม่นาน ผมยังไม่ได้รักเขาถึงขั้นที่จะแต่งงาน มันก็ต้องดูๆกันไป ถ้าเขาสามารถอยู่กับเราได้ก็คบกันต่อไป"
สำหรับการเลี้ยงดูลูกๆและครอบครัวในฝั่งกานต์ จะเป็นยังไงต่อไป "ก็ต้องทำต่อไป ผมไม่เคยทำหน้าที่ตรงนี้บกพร่องเลย เพราะฉะนั้นเรื่องเงินเรื่องทอง ผมดูแลเขาตลอด ไม่บกพร่อง"
กับน้องแซนด์วิชคบกันมานานเท่าไหร่แล้ว "ก็ถ้าตกลงกันเป็นแฟนก็ประมาณเดือนหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นคนที่น่ารักคนหนึ่งที่คบหาดูใจกัน ไม่เคยมีใครจะพาหมาผมไปหาหมอ ไม่เคยมีใครที่จะมาเก็บเตียงนอนให้ผม เขาเป็นคนที่แปลกดี ถามว่าช่องว่างระหว่างวัยมันเกิดขึ้นมั้ย ผมคิดว่า ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงแม้แต่น้อย ผมยังรู้สึกตัวเองเป็นวัยรุ่นอยู่เลย(ได้พาแซนด์วิชไปเจอลูกๆและครอบครัวหรือยัง)ตอนนี้คงยัง เพราะทางฝั่งกานต์เขาเป็นคนที่เซ้นซิทีฟกับเรื่องนี้ เขาไม่อยากให้ลูกมายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของผมเลย แม้กระทั่งลูกอยากจะกลับมาที่บ้าน ซึ่งผมก็มีสิทธิ์นะ ที่จะให้ลูกกลับบ้าน แต่เขาก็ไม่ยอม และแน่นอน ผมคงไม่ทำลายน้ำใจเขาถึงขั้นพาแฟนใหม่ไปเจอ กลับกันถามว่าทางผมได้ไปเจอกับครอบครัวแซนด์วิชบ้างหรือยัง ผมเคยเจอคุณแม่น้องเขาแล้ว คุณแม่เขาก็จับมือผมแน่นเลย ซึ่งเจอกันในงานวันเกิดของเขา แม่เขาคงชอบผู้ชายที่จริงใจแบบผม" เอาชนะใจคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายหญิงได้แล้วหรือยัง "คือผมยังไม่ได้เจอทางฝั่งคุณพ่อ แต่ก็ได้ฝากสวัสดี"
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเรื่องคดีความกับ ทอมบี "คดีความก็เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพิ่งตัดสินไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา และรอลงอาญา 2 ปี เดี๋ยวผมก็ต้องไปรับใช้สังคม 3 ครั้ง กับเรื่องค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้ฝั่งโน้น ผมก็จัดการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจัดการไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และพอรักษาคู่กรณีเสร็จ ก็รอให้ศาลตัดสินอีกครั้งหนึ่ง และให้ศาลช่วยตัดสินเพื่อที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตอนนี้ทุกฝ่ายก็ไม่มีการติดใจอะไร จากนี้คงต้องใจเย็นขึ้น และผมรู้สึกว่าผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อก่อนตอนเป็นนักร้องก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก แต่เดี๋ยวนี้ต้องรับผิดชอบธุรกิจไปด้วย คงไม่มีเรื่องกับใครอีกนาน"เสกกล่าวสรุป



