บันเทิง

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ

20 พ.ย. 2559

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ ยึดหลักพอเพียง ณ ‘พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ’   ( เรื่อง : การะเกด อัศวเสนา / ภาพ : ปราโมทย์ พุทไธสง)

         พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอดพระชนมายุของพระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในรัชกาลที่ 9 พักยก “คม ชัด ลึก” วันนี้เลยขอสืบทอดพระราชปณิธาน สืบสานแนวทางที่พ่อให้ โดยเหล่าศิลปิน พัดชา เอนกอายุวัฒน์ ปอ” อรรณพ ทองบริสุทธิ์ “เนสท์” นิศาชล สิ่วไธสง และ “เบสท์” ทิฏฐินันท์ อ้นปาน ที่เป็นตัวแทนร่วมทำกิจกรรมตามรอยพ่อ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ

         เมื่อถึงเวลานัดหมายทั้ง พัดชา ปอ เนสท์ และเบสท์ พร้อมมากกับการเริ่มเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มจากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา ภายในจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้ชมทั้ง พระราชพิธีในวิถีเกษตร ศึกษาหลักการทรงงาน และแนวประพฤติปฏิบัติพระองค์ พร้อมเรียนรู้ได้ด้วยตนเองกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการรวบรวมพระราชกรณียกิจที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านต่างๆ หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทางสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ โดยได้รวบรวมไว้ 23 ข้อ

          ภายในพิพิธภัณฑ์ยังจัดโซนเรียนรู้ต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ เข้าใจง่าย สนุกสนาน มีแสดงพระอัจฉริยภาพด้าน ดิน น้ำ ป่า และคน ผ่านโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โครงการหลวง และศูนย์ศึกษาการพัฒนา เรียนรู้วัฎจักรของน้ำ จากฟ้า สู่ป่า เขา ไร่ นา จนมาถึงท้องทะเล คุณประโยชน์ของน้ำที่เสียไปและในบางครั้งก็นำมาซึ่งวิกฤต น้ำแล้ง น้ำล้น น้ำท่วม น้ำเน่าเสีย หากไม่มีการจัดการน้ำที่ดีและเหมาะสม และนวัตกรรมการเกษตรต่างๆ องค์ความรู้ที่พัฒนาจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นที่มี เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเข้าถึงได้ นำไปพัฒนาต่อยอดได้ง่าย และเป็นการใช้ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ

         เมื่อชมรอบๆ พิพิธภัณฑ์เสร็จ ปอ พัดชา เบสท์ เนสท์ ได้ขึ้นรถรางเพื่อไปชมจุดต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นสถานที่กลางแจ้งนั่นเอง โดยเริ่มต้นแวะชมบ้านดิน ซึ่งเป็นการเรียนรู้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น ดิน ฟาง สร้างเป็นที่อยู่อาศัย ง่ายและประหยัด แม้ว่าอากาศจะร้อน แต่พอได้เข้าไปภายในบ้านดินแล้ว กลับรู้สึกเย็นสบาย อากาศถ่ายเท

         จากนั้นแวะชมสวนผักเกษตร ทั้ง 4 คนอยากจะลองปลูกผักจริงๆ ดู ว่าแล้วก็เริ่มลงมือช่วยกัน ปอบอกว่า “วันนี้จะมาปลูกผักกวางตุ้ง” ว่าแล้วปอเริ่ิมเจาะหลุมที่ดิน ส่วนเบสท์มีหน้าที่นำผักลงไปปลูกแล้วนำดินกลบ จากนั้นเนสท์ เริ่มขุดดินบ้าง ทางด้านพัดชาก็นำผักลงไปปลูก 

         ด้านปอที่ขะมักเขม้นกับการขุดหลุมอยู่ เนสท์พูดขึ้นว่า “ปอขุดให้มันเท่าๆ กันหน่อย สงสัยปอต้องไปตัดแว่น” ปอได้แต่ขำ เพราะแต่ละหลุมก็ไม่ค่อยจะเท่ากันจริงๆ ตามที่เนสท์บอก ทั้ง 4 ช่วยกันทำอย่างสนุกสนาน พัดชารีบพูดขึ้นมาว่า “ถ้าแม่ได้มา แม่ต้องชอบแน่ๆ เพราะแม่ชอบต้นไม้มาก” 

         หลังจากปลูกผักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ไม่รอช้า ตรงดิ่งไปปลูกข้าวกันต่อ โดยมีวิทยากรมาคอยสอนอย่างใกล้ชิด ซึ่งทั้ง 4 คน ได้มีโอกาสมาทำ นาโยนกล้า การปลูกข้าวด้วยเทคนิคการทำนาโยนกล้า ลดต้นทุนในการผลิต ประหยัดแรงงาน ลดเวลาและความเหนื่อยยากในการทำงาน ให้ผลผลิตสูง ด้วยเทคนิคเกษตรอินทรีย์ เรียกว่าทั้ง เนสท์ เบสท์ ปอ พัดชา ได้โชว์สเตปลีลาการโยนกล้าลงในแปลงนาอย่างไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ

         งานนี้เนสท์ถึงกับออกปากว่า “เนสท์เป็นลูกเกษตรกรอยู่แล้ว ที่บ้านพ่อแม่มีที่มีนาเป็นของตัวเอง ปู่ย่าทำนา ตอนแรกก็คิดทำไมปู่ย่าตายายจะต้องลำบากอยู่นาอยู่ไร่ จริงๆ แล้วเนี่ยเขามีความสุขในแบบของเขา มีความสุขกว่าคนในเมืองอีก มีกินมีใช้ ของทุกอย่างที่ปลูกในนา ในไร่ สามารถนำมากินเอง และนำไปต่อยอดรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้ด้วย อยู่อย่างพอเพียง ไม่ได้มีหนี้มีสิน อยู่อย่างนั้น คือการใช้ชีวิตพอเพียงที่พระองค์บอก ได้ทำนาโยน สนุกดีนะ ได้เห็นธรรมชาติจริงๆ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และหลายๆ อย่างที่พิพิธภัณฑ์นี้ได้บอกเราถึงพระราชดำรัส และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทำให้ประชาชนหรือพสกนิกรอีกหลายล้านชีวิตได้ทำตาม ได้มีทุกวันนี้เพราะพระองค์ท่าน” เนสท์กล่าว

         ด้านหนุ่มปอกล่าวว่า “ได้เห็นพระราชดำริต่างๆ ของในหลวง ครอบคลุมมาก มีพี่วิทยากรเล่าให้ฟังถึงการทรงงานของพระองค์ท่าน ตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นเลย พระองค์ท่านวางลำดับขั้นตอนไว้ยังไงแล้วพระองค์ท่านก็ทำตาม ท่านมองจากปัญหา ตอนที่พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ใหม่ๆ ท่านเป็นนักเรียนนอก พระองค์ท่านไม่รู้หรอกว่าประเทศนี้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ละพื้นที่เป็นยังไง แต่พระองค์ท่านเสด็จไปในทุกที่ ไปศึกษาปัญหา รวบรวมเอากลับมาที่วังของพระองค์ท่าน และทรงหาวิธีแก้ หาทางออกต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้นำไปแก้ไขปัญหา มาที่นี่เหมือนกับได้ย้อนกลับไปเห็นภาพเก่าๆ ตอนเด็กๆ เพราะบ้านผมที่ จ.ชัยภูมิ ทำอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ทั้งเรื่องเกษตร ทำสวน ปลูกผัก มีบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งเราเพิ่งมาเห็นเองว่า จริงๆ แล้วที่เราทำ มันคือสิ่งที่พระองค์ท่านสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปลานิลที่บ้านผมเลี้ยง เอามาเลี้ยงครอบครัวประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ เราเพิ่งมารู้วันนี้เองว่าที่เราผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ที่เรามีทุกวันนี้ได้ก็คือสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้ พอได้มาเห็น เราก็อยากจะกลับไปสัมผัสอะไรแบบนั้นอีกครั้งหนึ่ง” ปอตอบ

‘พัดชา-ปอ-เนสท์-เบสท์’ ขอเดินตามรอยพ่อ

         เบสท์เผยว่า “ผมชอบทุกอย่าง แต่ที่สะดุดตาที่สุด คือ พิพิธภัณฑ์ที่จำลองแต่ละภาค แต่ละอาชีพ สมัยก่อน ตั้งแต่ขายของบนเรือ หรือว่าร้านที่เป็นไม้ๆ บ้านไม้ ดูได้บรรยากาศดี เหมือนกับได้ใช้ชีวิตพอเพียงตามรอยพ่อ มีอะไรที่พระมหากษัตริย์แก้ไม่ได้ไหม ทุกอย่างตั้งแต่ดินจนถึงฟ้า พระองค์แก้ได้ทุกอย่าง” เบสท์ตอบ

         ขณะที่พัดชากล่าวว่า “รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นนักเรียน พิพิธภัณฑ์แบบนี้สมัยก่อนตอนเราเด็กๆ ไม่มีนะ เราดีใจที่ทุกวันนี้ได้เห็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นทางการ ใหญ่ ทันสมัย และเข้าใจง่าย เข้าถึงผู้ชมทั่วไปได้ง่าย รู้สึกสนุก เพราะว่านอกจากข้อมูลเต็มที่แล้ว ยังได้มีพื้นที่ที่ทำกิจกรรมอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ทำเกษตรอย่างเดียว การอยู่อย่างพอเพียง การทำบ้านดิน การปลูกผักแบบที่ไม่ต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเลย สอนคนเมืองนี่แหละ สอนให้เรารู้จักว่าเราจะทำยังไง ถ้าเรามีพื้นที่น้อย แค่รองเท้ายางที่เราได้ผ่านน้ำท่วมปี 2554 มา เราก็สามารถนำเอามาปลูกต้นไม้ได้ พอได้มาเห็นแล้วรู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักมากเพื่อประชาชน รู้สึกว่าเป็นไปได้ยังไงที่บุคคลคนหนึ่งจะสามารถทรงงานได้มากขนาดนี้ โครงการพระราชดำริของพระองค์ท่าน เป็นวิถีชีวิตที่เป็นพื้นฐาน รากฐานทั้งหมดของคนไทย ถ้าไม่ได้มากับ คมชัดลึก วันนี้ ก็ไม่รู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์ที่ดีขนาดนี้อยู่ที่นี่ แล้วก็ไม่ได้ไกลเลย เข้ามาสัมผัสแล้วมันจะมีอะไรที่เราสามารถเก็บเป็นข้อคิดกลับไปได้แน่นอน” พัดชากล่าว