บันเทิง

โลกใบนี้ดนตรีไทย / อาทิตย์ที่ 20 พ.ย. 59

โลกใบนี้ดนตรีไทย / อาทิตย์ที่ 20 พ.ย. 59

20 พ.ย. 2559

ผู้เป่าปี่ประโคมยาม รัชกาลที่ 8

โดย อ.ขุนอิน 

    เรื่องราวที่ผมกำลังเขียนให้ท่านผู้อ่านได้อ่านอยู่ในขณะนี้นั้นทุกสิ่งอย่างของเรื่องราวนั้นได้เกิดจากการบอกเล่าที่เกิดขึ้นจริงจากศิลปินนักเป่าปี่ท่านหนึ่งและเป็นเรื่องราวที่น้อยคนนักของคนในสมัยนี้จะเกิดทันเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ซึ่งก็ไม่เว้นเเม้กระทั่งตัวผมเอง เเต่จะเป็นเรื่องราวอะไรท่านผู้อ่านก็ลองติดตามอ่านดูเพื่อเป็นเกล็ดเล็กเกล็ดน้อย ในความรู้ที่เกิดจากน้ำลายไอปากจากศิลปินนักเป่าปี่ขี้เมาที่ล่วงลับไปนานเกือบๆ 40 ปีให้ผมได้ยินได้ฟังมาครับ
    คุณปู่พุ่ม โตสง่าของผมนั้นได้อพยพจากบางปะอินมาปักหลักปักฐานกันอยู่ที่ตรอกบวรรังษี ด้านหลังของวัดบวรนิเวศน์วรวิหาร ในยุคที่ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 วงปี่พาทย์จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นักดนตรีปี่พาทย์ฝีมือดีๆ ที่มาจากต่างจังหวัดหลายท่านที่เข้าไปอยู่ตามวังต่างๆ ก็จะได้รับบรรดาศักดิ์ให้เป็นจางวาง หลวง ขุน พระยา ส่วนที่เป็นนักดนตรีนอกวังก็จะมีสำนักปี่พาทย์ของตัวเอง อย่างสำนักปี่พาทย์โตสง่า ของคุณปู่ผมนั่นเองเเหละครับ
    นักดนตรีปี่พาทย์จากสำนักของปู่ผมนั้นต่างก็มีฝีมือที่เก่งกาจกันไปหลายท่าน ตามเครื่องมือที่เเต่ละท่านได้ถูกฝึกฝนจากคุณปู่ของผม ที่เรียกว่าความดุของท่านนั้นอยู่ในระดับน้ำชาร้อนๆ ราดจากบนบ้านมาสู่มุ้ง สำหรับคนที่ยังนอนไม่ตื่นตามเวลาเ เละก็มีอยู่ท่านหนึ่งที่โดนน้ำชาร้อนๆ ราดลงมาแทนการปลุกด้วยเสียงก็คือคุณลุงสมบัติ สุทิมหรือลุงบัติคนเป่าปี่ขี้เมาที่ผมรู้จักท่านในวัยเด็กที่ท่านมักจะชอบเล่าเรื่องเก่าๆ ของท่านให้ผมได้ฟังทั้งที่บ้านเเละตามวัดต่างๆ ที่ท่านจะมาเป่าปี่ให้วงปี่พาทย์ของคุณพ่อผมอยู่เป็นประจำทุกๆ งาน
    ลุงบัติเล่าให้ผมฟังว่า ตอนท่านเป็นเด็ก คุณพ่อของท่านนั้นชื่อนายจีน โดยลุงสมบัติจะเรียกพ่อของท่านว่าลุงจีน ซึ่งจริงๆ เเล้วเป็นพ่อบุญธรรมของท่านนั่นเอง ลุงจีนได้พาตัวท่านเเละน้องชายมาฝากเพื่อให้คุณปู่ของผม หัดตีระนาดเอกโดยลุงจีนพ่อบุญธรรมของท่านนั้น เป็นช่างไม้ที่มีฝีมือจัดเป็นระดับนายช่างใหญ่ง่ายๆ ว่าคือมีอาชีพเป็นช่างไม้ คุณลุงจีนผู้นี้ได้รู้จักกับคุณปู่ผมมาตั้งเเต่ต่างคนนั้นยังอยู่ในวัยหนุ่ม โดยลุงจีนได้สอนวิชาช่างไม้ให้กับคุณปู่ของผม จนสามารถปลูกบ้านได้ด้วยตัวเอง รวมถึงได้ช่วยกันผลิตเครื่องดนตรีปี่พาทย์อย่างรางระนาดหรือผืนระนาด ตะโพน กลองต่างๆ ทุกอย่างที่ทำด้วยไม้ จนกระทั่งคุณปู่ผมได้รับฉายาว่านายช่างนักระนาด ซึ่งลุงจีนท่านก็เป็นคนที่ชอบฟังปี่พาทย์ จึงไม่เเปลกที่บุตรบุญธรรมของลุงจีนต้องมาอยู่ที่สำนักปี่พาทย์ของคุณปู่ผม
    ลุงบัติบอกว่า ท่านได้มาอยู่กับคุณปู่ผมเมื่อตอนอายุ 12 ปีเริ่มต้นหัดตีฆ้องวงใหญ่เพลงสาธุการนั้น ก็โดนไม้ตีระนาดคุณปู่ผมฟาดที่หัวนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งท่านบอกว่าโดนกันทุกคน ไม่มีเว้นเเม้เเต่คุณพ่อของผมเอง คือถ้าต่อเพลงวรรคเดียว เเล้วใครจำไม่ได้ก็จะโดนฟาดกระบาล เนื่องจากท่านเป็นครูที่ดุมากๆ เเต่ก็ทำให้ลูกศิษย์ของท่านนั้น มีระเบียบเรียบร้อยไปทุกเรื่อง ไม่เว้นเเต่เรื่องการหลับนอนเเละอาหารการกิน

โลกใบนี้ดนตรีไทย / อาทิตย์ที่ 20 พ.ย. 59
    ลุงบัติท่านบอกผมว่า ท่านเป็นคนเเรงน้อย ไม่สามารถที่จะตีระนาดให้พริ้วไหวเหมือนกับคนอื่นที่รุ่นราวคราวเดียวกัน หลังจากต่อเพลงโหมโรงเย็นจบเเล้ว ก็เลยขออนุญาตคุณปู่ผมมาหัดเรียนเป่าปี่แทนการตีระนาดเอก ซึ่งคุณปู่ผมก็ชอบที่จะให้ลุงบัตินั้นมาหัดเป่าปี่ ซึ่งในตอนนั้นคนเป่าปี่ที่วงปี่พาทย์ของคุณปู่ผมนั้น มีเเค่นายเจิมเพียงคนเดียว ลุงบัติเล่าให้ผมฟังว่า ในขณะที่ท่านฝึกเป่าปี่กับคุณปู่ผมนั้น ท่านไม่เคยที่จะโดนไม้ตีระนาดฟาดหัวเหมือนตอนหัดตีฆ้องแม้เเต่ครั้งเดียว เหตุก็เพราะท่านคงมีพรสวรรค์ในการเป่าปี่นั่นเอง เเละถือว่าท่านเลือกถูกทาง และจากนั้นไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่กำพร้าบิดาเเละเป็นลูกเลี้ยงช่างไม้เชื้อสายจีน ที่อยู่ในสำนักปี่พาทย์ของคุณปู่ผมนั้น จะกลายมาเป็นผู้เป่าปี่ไฉนประโคมย่ำยามพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 แต่เหตุการณ์นั้นผันแปลมาเป็นเช่นไรเอาไว้ฉบับหน้ามาติดตามกันใหม่นะครับ