บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - หอม "ซีไรต์"

มองผ่านเลนส์คม - หอม "ซีไรต์"

20 ส.ค. 2552

ได้ยินชื่อของ อุทิศ เหมะมูล มาระยะหนึ่ง แม้ไม่ได้ติดตามผลงานตลอด แต่เพื่อนฝูงในแวดวงวรรณกรรม ก็พูดถึงเขาอยู่บ่อยๆ ว่า เป็นนักเขียนหนุ่มที่น่าจับตา

  อย่างน้อย "คุณตุ๊" จตุพล บุญพรัด เจ้าของนามปากา "ชีวี ชีวา" บรรณาธิการแพรวสำนักพิมพ์ ก็คอนเฟิร์มว่า เขาเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นมากๆ หากเรียงพระอันดับ ก็ถือเป็นรุ่นไม้ต่อจาก "ปราบดา หยุ่น" นั่นเลยทีเดียว  

 อุทิศ คนหนุ่มวัย 34 ผู้เปี่ยมความฝัน เขาเรียนมาทางจิตรกรรม-ศิลปกรรม จากศิลปากร เมื่อจบและได้ทดลองทำงานแล้ว จึงรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองรักชอบกลับอยู่ที่งานเขียนหนังสือมากกว่า 

 ผลงานเล่มแรก จึงเกิดขึ้นในปี 2547 จากนั้นทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย บทวิจารณ์วรรณกรรม รวมทั้งบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ก็พร่างพรูออกมาราวเขื่อนแตก

 สำหรับนวนิยายมี "ระบำเมถุน" (สำนักพิมพ์สเกล) "กระจกเงา/เงากระจก" (สำนักพิมพ์หวีกล้วย) ส่วนรวมเรื่องสั้น "ปริมาตรรำพึง" (สำนักพิมพ์หวีกล้วย),  "ไม่ย้อนคืน" (แพรวสำนักพิมพ์)  บทความวิจารณ์ภาพยนตร์ ได้แก่ "151 CINEMA" และ "OUTSIDER IN CINEMA" สำนักพิมพ์ Openbooks

 ชั่วเวลาไม่กี่ปี กับผลงานต่อเนื่องมากขนาดนี้ นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
 กระทั่งมาถึง "ลับแล, แก่งคอย" นวนิยายเชิงอัตชีวประวัติ เล่มล่ากวาดรางวัลดีเด่นจากเวที เซเว่นบุ๊คส์ อวอร์ด และการประกวดรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน หรือ "ซีไรต์"  ปีนี้ไปเแทบจะเวลาเดียวกัน

 อะไรเกิดขึ้นกับเขา และเกิดขึ้นกับบรรยากาศการอ่านของเรา  
 ใช่หรือไม่ว่า เรากำลังต้องการนักเขียนรุ่นใหม่ ที่ทุ่มเท จริงจังกับการเขียน ซึ่งอุทิศมีรายละเอียดที่ว่านั้น ซ้ำยังจะแปลกใหม่กว่าคนรุ่นเดียวกัน ในแง่วิธีคิดและกลวิธีการเขียน

 หรืออย่างที่ บก.จตุพล บอก ...เขาเป็นคนมีของ!!
 คงไม่ใช่แค่การเป็นนักอ่านตัวยง ที่ตะลุยอ่านวรรณกรรมดีๆ ทั้งจากในและต่างประเทศ ฝีไม้ลายมือการเขียนก็เข้าฝัก ไม่ว่าเรื่องสั้นหรือ นวนิยาย เหนื่อยจากงานวรรณกรรมก็หันมาเขียนวิจารณ์หนัง 
 
 พลังของเรื่องเล่าเยอะขนาดนี้ จะว่าไม่มีของได้อย่างไร บก.ตุ๊ ยังยกย่องอุทิศไว้อีกว่า เป็นนักเขียนที่เชื่อในตัวละครที่สร้างขึ้นอย่างชวนให้ผู้อ่านเชื่อว่า เขาสร้างมันขึ้นมาจากเรื่องจริง และในขณะเดียวกันก็ปรุงแต่งขึ้น ตามประสาของคนประกอบสร้างงานศิลป์   

 เครดิตอีกอย่างที่จะว่าส่วนตัวก็ไม่เชิง แต่อยากให้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขา
 "เจอตัวจริงก็น่ารัก ไม่โอ่ ไม่โฉ่งฉ่าง ทัศนะเวลาแสดงออก ก็ชวนให้คิด ชวนให้ฟัง เป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน" นี่ก็มาจากปากของนักเขียนรุ่นพี่อย่าง ชีวี ชีวา

 ก็เป็นคนอย่างนี้ จึงไม่แปลกใจที่ได้ยินว่า บ่อยครั้งที่อุทิศรับจ็อบเป็นพนักงานพิสูจน์อักษรให้สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง

 และเชื่อได้เหมือนกันว่า วันที่ประกาศผลซีไรต์ เขาอยากจะโทรไปหา "แม่" ที่สุด
 เพื่อจะบอกว่า..."ที่ผ่านมาผมทำงานเป็นนักเขียนครับ"!!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"