บันเทิง

"ริดสีดวงเส้นเสียง" 
โรคคุกคาม "นักร้อง"

"ริดสีดวงเส้นเสียง" โรคคุกคาม "นักร้อง"

12 ก.พ. 2552

ด้วยความที่ในยุคนี้เป็นโลกของดิจิทัลที่ค่อนข้างทรงอิทธิพล คนฟังเพลงจึงมีพฤติกรรมดาวน์โหลดเพลงและนิยมซื้อเทปผีซีเถื่อนค่อนข้างมาก เพราะเห็นว่าราคาประหยัด

ทำให้ศิลปิน-นักร้องทั้งหลายจากที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการจำหน่ายอัลบั้มเพลงในรูปแบบเทป ซีดี ก็ต้องประสบกับปัญหา พวกเขาเลยต้องมากระหน่ำตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตตามงานจ้างต่างๆ ไม่ยั้ง เรียกว่ามีงานจ้างที่ไหนไปหมด จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรค "ริดสีดวงเส้นเสียง" ตามมา เพราะต้องตะเบ็งใช้เสียงเยอะ

 ก่อนที่จะไปดูว่าศิลปินคนไหนที่โดนพิษภัยของโรคริดสีดวงสายเสียงเล่นงาน มารู้ที่มาที่ไปของเจ้าโรคนี้ก่อนดีกว่า กลุ่มคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ ก็เช่นผู้ที่ประกอบอาชีพครูและนักร้อง เนื่องจากต้องใช้เสียงอยู่ตลอดเวลาชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาการของเจ้าโรคนี้คือ เสียงจะแหบแห้งลง ไม่สามารถออกเสียงได้ตามปกติ บางรายอาจมีอาการระคายคอ และหากมีการใช้เสียงรุนแรงผิดวิธีอยู่บ่อยๆ ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก โดยเฉพาะการร้องเพลงที่กระแทกเสียง ตะเบ็งเสียง

 ยกตัวอย่างศิลปินที่ถูกโรคริดสีดวงเส้นเสียงเล่นงาน อาทิ ดา เอ็นโดรฟิน หรือ ธนิดา ธรรมวิมล ที่เพิ่งถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพราะมีก้อนบวมเป่งที่ในลำคอ ไม่สามารถร้องเพลงเสียงหลบได้เหมือนเมื่อก่อน โดยแพทย์สั่งให้งดใช้เสียงเป็นเวลา 2 เดือน จริงๆ เดิมทีเธอเป็นโรคนี้มาได้พักใหญ่แล้ว แต่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาให้หายขาด ถึงแม้ตอนนั้นดาจะกินยาดูแลตัวเองอย่างดีก็ไม่สามารถรอดพ้น เนื่องจากยังฝืนตะบี้ตะบันออกรอบทัวร์คอนเสิร์ต เลยส่งผลให้โรคริดสีดวงเส้นเสียงกำเริบขึ้นมาอีก

 เช่นเดียวกับนักร้องร่วมค่ายแกรมมี่ "ตูน" อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องนำวงบอดี้สแลม ก็มีการป่วยด้วยโรคริดสีดวงสายเสียง โดยเส้นเสียงข้างซ้ายของเขามีเนื้อนูนใหญ่ประมาณ 2 มิลลิเมตร ซึ่งปกติจะใหญ่ประมาณ 1 มิลลิเมตรเท่านั้น สาเหตุที่ตูนเป็นโรคนี้เกิดจากการร้องเพลงแนวร็อก ต้องกระแทกเสียงบ่อยๆ หมอจึงสั่งห้ามใช้เสียงมาก เพราะจะทำให้หายยาก 

 ฟาก "ตุ้ย" เกียรติกมล ล่าทา หรือ ตุ้ย เอเอฟ 3 ก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำโตที่เส้นเสียง เหตุใช้เสียงหนักนาน 4 ปี ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นเสียงเขาได้แหบอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากถุงน้ำโตขึ้นบริเวณเส้นเสียง

 เห็นไหมล่ะว่าโรคนี้เป็นโรคที่คุกคามนักร้องแบบไม่ทันตั้งตัว แถมยังหนักหนาเอาการ ลองมาฟังนานาทัศนะของนักร้องถึงความขยาดต่อโรคนี้กัน

 เริ่มที่นักร้องสาวรุ่นพี่ “ปาน” ธนพร แวกประยูร บอกว่าโรคเกี่ยวกับเสียงเป็นของคู่กันกับนักร้อง ถือเป็นโรคประจำตัวนักร้องก็ว่าได้ และยากที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเป็นอาชีพที่ต้องใช้เสียงมาก อย่างเธอก็เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเสียงเหมือนกัน คือตอนนั้นเส้นเสียงอักเสบบวกกับเป็นไซนัสด้วย เลยทำให้อาการหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว

 “ตอนที่เข้าโรงพยาบาลพูดไม่ได้เลย มันน่ากลัวมากสำหรับนักร้อง ปานกลัวว่าตัวเองจะร้องเพลงต่อไปไม่ได้อีกแล้วเหมือนกัน แต่มันก็ผ่านมาได้ เลยทำให้เรารู้จักสังเกตอาการตัวเองขึ้น อย่างสมมติถ้ากลืนน้ำลายมีอาการเจ็บคอจากต่อมทอนซิล หรือเส้นเสียง เราก็จะรู้ตัวเลยว่าตัวเองเริ่มมีปัญหาแล้ว ก็จะรีบหาหมอรีบรักษาและพักผ่อน

 สำหรับใครที่เป็นโรคนี้แล้ว ยังไปฝืนใช้เสียงร้องเพลงต่อไปนั้น เท่ากับปล่อยให้มันเป็นมากขึ้น อย่างนี้ถือว่าอันตรายต้องรีบหยุดทำงาน แต่ก็เข้าใจแหละว่าอาชีพนักร้องบางคนพอเป็นโรคนี้แล้วอยากหยุดร้องเพลงสักระยะเพื่อรักษาตัว แต่ก็หยุดทำงานไม่ได้ นั่นเท่ากับจะทำให้อาการของโรคนี้กำเริบมากขึ้น"

 ด้าน "ฝ้าย" ณัฐหทัย แสงเพชร นักร้องนำวง "แอมไฟน์" กล่าวว่า เธอเคยได้ยินอาการริดสีดวงที่เส้นเสียงมาเหมือนกันนะ แต่ตัวเธอเองยังไม่เคยเป็น เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเสียงที่หนักที่สุดก็คือ เสียงแหบแล้วก็เสียงหายไปเลย ซึ่งจะเป็นหนักมากตอนอัลบั้มชุดที่ 2

 "ตอนนั้นฝ้ายมีงานเยอะ วันหนึ่ง 2-3 งาน ซึ่งเราก็จะร้องเพลงที่หนึ่ง 8-10 เพลงได้ ช่วงนั้นรู้สึกว่าตัวเองแย่มาก คุณหมอก็ฉีดยาให้และตรวจดู บอกว่าเป็นเพราะเราตะเบ็งและใช้เสียงเยอะและติดกันมากเกินไป ไม่ได้พักเลย พอเป็นครั้งนั้นฝ้ายเองก็เลยต้องกลับมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น ปรับวิธีการร้องเพลงด้วยการใช้เทคนิคการร้องเพลงแบบให้เสียงออกมาจากท้องให้มากขึ้น ไม่เค้นและไม่ตะเบ็งแล้ว ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีการร้องเพลงพื้นฐานทั่วไปของคนที่เรียนร้องเพลงแหละ (ยิ้ม) แต่ว่าบางครั้งที่เราไปเล่นคอนเสิร์ตแล้วเห็นคนดูสนุกไปกับเราก็มีบ้างที่ต้องตะโกน กระตุ้นอารมณ์พวกเขา ส่วนการดูแลเสียง ฝ้ายก็จะไม่ดื่มน้ำเย็นเลย จะดื่มน้ำอุ่นตลอด และพักผ่อนให้เยอะๆ”